<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพท ณปภา&#039;ลดสถานะหนุ่มข้างกายเหลือแค่เพื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนอาจจะเคยทราบ หลังจากที่ แพท-ณปภา ตันตระกูล เลิกลากับหนุ่ม เบนซ์ เรซซิ่ง ไป ก็มีคนคุย ๆ จนหลายคนลุ้นเอาใจช่วยรักครั้งนี้ของแพทให้ราบรื่น แต่เสียงเชียร์ต้องหยุดลงกระทันหันเมื่อ &amp;nbsp;แฟน ณปภา บอกขอลดสถานะเหลือเพียงแค่เพื่อนแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตัวเองเหงา ก็เลยพยายามจะคุย แต่พอได้คุยแล้วรู้สึกว่า อ้อ จริง ๆ ไม่ใช่ เราแค่อยากมีเพื่อนเพิ่ม คือพอเรารับผิดชอบเยอะ เราโตขึ้นลูกเรารู้มากขึ้น การตัดสินใจอะไรสักอย่างมันสำคัญมาก ความสุขของแพทคือลูก อย่างตอนนี้ แพทก็พูดกับเขาตรงๆ &amp;nbsp;เป็นเพื่อนกันได้ไหมถ้าไม่ได้ก็ไป &amp;nbsp;แพทรู้ว่าแพททำหน้าที่ในแบบที่เขาต้องการไม่ได้ แพทไม่เที่ยวกลางคืน แพทไม่ออกเดท ที่ที่จะไปลูกแพทต้องไปได้ เราคิดว่าเราบอกเขาตรงๆ ว่าเราได้แค่นี้&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดสถานะคนคุย, เบนซ์ เรซซิ่ง, แพท-ณปภา ตันตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119ec8a5ac34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพท&#039;เมินดราม่าอดีตสามี&#039;เบนซ์ เรซซิ่ง&#039; กระเตงลูกเที่ยวทะเลอวดหุ่นแซ่บ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังศาลอุทธรณ์แก้โทษจำคุก นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง &amp;nbsp;จาก 8 ปี เป็น 36 ปี 8 เดือน ทางฝั่งอดีตภรรยาอย่าง แพท-ณปภา ตันตระกูล ก็ไม่ได้มีการออกมาเคลื่อนไหวใดๆ ถึงประเด็นดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอข้ามดราม่า แล้วแพคกระเป๋าพาลูกชาย น้องเรซซิ่ง ไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ทะเลภูเก็ต &amp;nbsp;ซึ่งทริปนี้เรียกได้ว่าเป็นการไปพักผ่อนภายในครอบครัวกันแบบชิลล์ๆ หลังจากตรากตรำทำงานหนักกันมาทั้งปี โดยแม่แพทขอจัดเต็มด้วยการใส่ชุดว่ายน้ำโชว์ผิวเนียน ทำเอาทะเลภูเก็ตร้อนฉ่ากันไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม &amp;nbsp;pat_napapa&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลภูเก็ต, น้องเรซซิ่ง, อวดหุ่นแซ่บ, เบนซ์ เรซซิ่ง, แพท  ณปภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_6027d52d183bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำคุก &#039;เบนซ์ เรซซิ่ง&#039; คดีฟอกเงิน-ยาเสพติด เป็น 36 ปี 8 เดือน ปรับกว่า 3 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีฟอกเงินยาเสพติด หมายเลขดำ อย.2201/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถชื่อดัง, นายสรรเสริญ หรือเน็ต รสานนท์ ภูมิลำเนา จ.นนทบุรี, น.ส.อังสุพร หรืออุ้ม อินา ภูมิลำเนา จ.น่าน ซึ่งทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานฟอกเงินและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60 และสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 6, 10, 14 และ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2560 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อต้นเดือน พ.ย.2559 -2 ก.พ.2560 จำเลยทั้งสาม กับนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ อย.2187/2560, อย.1883/2560, อย.1257/2560 ของศาลอาญา, นายชัยวัฒน์ หรือแป๊ะ ชูสาย จำเลยคดียาเสพติดซึ่งศาลมีคำพิพากษาไปแล้วคดีหมายเลขแดง อย.1679/2560 กับนายนพ หรือบาส รัตนวิสุทธิ์ จำเลยคดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.838/2560 ของศาลอาญา พวกที่หลบหนีและยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันสมคบสนับสนุนช่วยเหลือเพื่อกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดยาไอซ์และยาบ้าที่เป็นยาเสพติดประเภท 1 และร่วมกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยา หาลูกค้าและเป็นเครือข่ายการรับยาเสพติด รวมทั้งจัดการด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติดที่นายณัฐพลหรือบอย กับพวกเป็นผู้จัดหายาเสพติดและเป็นผู้ประสานงานในการขนถ่ายลำเลียง ซึ่งวันที่ 26 พ.ย. 2559 เจ้าพนักงานได้จับกุม นายนพหรือบาส กับพวกได้พร้อมของกลางยาบ้า 140,000 เม็ด และยาไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาว น้ำหนัก 19 กก.เศษ โดยนายณัฐพลได้โอนเงินที่กระทำเกี่ยวกับยาเสพติดผ่านบัญชีธนาคารบุคคลอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายอัครกิตติ์, นายสรรเสริญ และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 1-3 เปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งได้มีการจัดการรับฝากเงินและโอนเงินค่ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารชื่อนายอู๋ ปังโอฬารภาวะกุล, นายสุวัฒน์ พวงมาลี ที่เป็นเครือข่ายของนายณัฐพล เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินซึ่งเป็นการช่วยเหลือให้นายณัฐพลกับพวกไม่ต้องรับโทษ โดยระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2557 &amp;ndash; 1 ก.พ. 2560 มีการโอนและรับโอนเงินตามคำสั่งของนายณัฐพล รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11,072,547 บาท โดยยังมีการโอนเงิน ซึ่งนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ได้รับจากนายณัฐพลไปซื้อรถลัมโบกินีและรถจักรยานยนต์ราคาแพงด้วย เหตุเกิดที่แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม, แขวงจอมทอง เขตจตุจักร, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, เขตจตุจักร, แขวง-เขตดินแดง กทม. เกี่ยวเนื่องกับ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายสรรเสริญและ น.ส.อังสุพร สามีภรรยา จำเลยที่ 2-3 ให้การรับสารภาพฐานฟอกเงินในชั้นพิจารณา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2561 ให้จำคุกนายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 8 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ม.5, 60 และให้ยกฟ้องข้อหาสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และ พ.ร.บ.มาตรการในการป้องกันและปรามยาเสพติดฯ ส่วนนายสรรเสริญ และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 2-3 ให้จำคุกฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด และฐานร่วมกันฟอกเงิน &amp;nbsp;คนละ 8 ปี, ฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุกฐานฟอกเงินคนละ 4 ปี และฐานสมคบกันทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้จำคุกอีกคนละ 20 ปี ปรับคนละ 400,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 2-3 ทั้งสิ้น คนละ 24 ปี ปรับคนละ 400,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ นายอัครกิตติ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับประกันตัวเดินทางมาฟังคำพิพากษา ส่วนนายสรรเสริญ จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และ น.ส.อังสุพร จำเลยที่ 3 ที่ถูกคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวมาฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานสนับสนุนและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิด ให้จำคุกตลอดชีวิต ปรับ 5,000,000 บาท ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ให้จำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงรวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 36 ปี 8 เดือน ปรับ 3,333,333.33 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2-3 ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ให้จำคุกคนละ 5 ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานสนับสนุนและช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 2-3 รวมคนละ 22 ปี 6 เดือน ปรับคนละ 400,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังจำเลยทั้งสามคนละเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ได้เพิ่มโทษนายอัตรกิตติ์ ตัวนายอัครกิตติ์มีสีหน้าเศร้า แต่ยังยิ้มและสวมกอดมารดา พร้อมบอกว่า โทษสูงขนาดนี้คงไม่ได้ประกัน ไม่เป็นไร ยังเหลือสู้คดีอีกหนึ่งศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92717</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, คดียาเสพติด, ศาลอาญา, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6024c9db9193f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 20:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาให้ประกันตัว &#039;เบนซ์ เรซซิ่ง&#039; แล้ว หลังถูกถอนประกันเหตุถูกจับฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp;ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง จำเลยของศาลอาญา ในคดีความผิดฐานสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันฟอกเงิน ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 8 &amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ด้วยเงินสด 1 ล้านบาท พร้อมกับติดอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ หรือ กำไล EM แต่เนื่องจากนายอัครกิตติ์ไม่เข้ามารายงานตัวต่อศาลวันที่ 24 มิ.ย. ตามนัด และมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ถูกพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง แจ้งข้อหาดำเนิน คดี ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ &amp;nbsp;ถือว่า กระทำผิดเงื่อนไขการประกัน ศาลจึงมีคำสั่งเพิกถอนการประกัน และถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ญาติของนายอัครกิตติ์ได้มายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างร้าน AREA 51 ที่จำหน่ายอุปกรณ์และตกแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Bigbike) ใน ซ.อินทามระ กทม.ขอประกันตัวอีกครั้ง ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้ว เย็นวันเดียวกัน ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งไม่อนุญาตประกันตัว โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ จำเลย ขัดคำสั่งศาลไม่เข้ารายงานตัวตามนัด โดยอ้างว่าหลงลืมนัดนั้นไม่น่าเชื่อถือ ทั้งยังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ &amp;nbsp;ถือว่า ประพฤติตนไม่เหมาะสมอีกด้วย ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยยื่นฎีกาคำสั่ง ในที่สุดศาลฎีกามีคำสั่งลงมาในวันนี้ (13 ก.ค.) อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยให้ติดอุปกรณ์ EM และมีคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71349</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงิน, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, อาชญากรรม, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b92014f69a07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอนประกัน&#039;เบนซ์&#039; ศาลระบุทำตัวไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบนซ์ เรซซิ่ง นอนคุกต่อ ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นถอนประกันคดีฟอกเงิน หลังถูกจับฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุ ประพฤติตนไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้มีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัว นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 33 ปี จำเลยคดีฟอกเงิน ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 8 ปี และได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท พร้อมกับติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไล EM แต่เนื่องจากนายอัครกิตติ์ไม่เข้ามารายงานตัวต่อศาลวันที่ 24 มิ.ย. ตามนัด และมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ถูกพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องแจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ ถือว่ากระทำผิดเงื่อนไขการประกัน ศาลจึงมีคำสั่งเพิกถอนการประกัน และถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ญาติของนายอัครกิตติ์ได้มายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างร้าน AREA 51 ที่จำหน่ายอุปกรณ์และตกแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ในซอยอินทามระ กทม. ขอประกันตัวอีกครั้ง ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เย็นวันเดียวกัน ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งโดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ จำเลย ขัดคำสั่งศาลไม่เข้ารายงานตัวตามนัด โดยอ้างว่าหลงลืมนัดนั้น ไม่น่าเชื่อถือ ทั้งยังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ ถือว่าประพฤติตนไม่เหมาะสมอีกด้วย ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้เบนซ์ เรซซิ่ง ประกันตัว ทำให้ต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตามคำพิพากษาต่อไป โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนเรื่องการขอประกันตัวผู้ต้องหาและจำเลยนั้น ขณะนี้สามารถยื่นคำร้องขอประกันต่อศาลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตามนโยบายของนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ที่ให้ความสำคัญมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70257</URL_LINK>
                <HASHTAG>AREA 51, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc8067cd123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนจนได้! ศาลสั่งถอนประกัน &#039;เบนซ์ เรซซิ่ง&#039; ต้องกลับเข้าคุกคดีฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง อดีตสามีของแพท-ณปภา ตันตระกูล นักแสดงและพิธีกรสาวชื่อดัง ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ในคดีที่นายอัครกิตติ์เป็นจำเลยฐานฟอกเงิน ที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 8 ปี โดยตีหลักทรัพย์ประกันตัวไว้ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครกิตติ์ เปิดเผยว่า วันนี้มารายงานตัวต่อศาล เกี่ยวข้องกับการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีฟอกเงินระหว่างการอุทธรณ์ ศาลให้อนุญาตให้สวมกำไลอีเอ็ม ที่ผ่านได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลด้วยดีมาตลอด และใส่กำไลอีเอ็มมาได้ประมาณกว่า 1 ปี แต่ด้วยเหตุจำเป็นหลายประการ รวมทั้งเรื่องที่มีคนจำนวนมากต้องการใช้กำไลอีเอ็มแทนการคุมขัง แต่กำไลอีเอ็มมีไม่เพียงพอ อีกทั้งศาลเห็นว่าตนปฏิบัติตัวดีไม่มีพฤติการณ์หลบหนี รวมถึงหลักทรัพย์ประกันตัวมีมูลค่าสูงกว่าที่ศาลตีหลักประกันไว้ ปลายปี 2562 ศาลจึงอนุญาตให้ปลดอีเอ็ม แต่ต้องมารายงานตัวทุก 2 เดือนแทน โดยความจริงตนต้องมารายงานตัววันที่ 24 มิ.ย. แต่จำวันผิดเป็นวันที่ 25 มิ.ย. แต่มาเกิดเรื่องถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เสียก่อน จึงประสานทนายความมายื่นคำร้องขอรายงานตัวในวันนี้ โดยอ้างเหตุจำเป็นดังกล่าว อยู่ระหว่างรอฟังคำสั่งศาลว่าจะเพิกถอนประกันหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัครกิตติ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีเมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) หลังจากเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ตนและพวกให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ให้ปากคำเป็นที่เรียบร้อย และพวกตนทุกคนให้การปฏิเสธ โดยเฉพาะเรื่องการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขอใช้สิทธิ์ไปต่อสู้ในชั้นศาล ส่วนตัวตนคิดว่าพฤติการณ์ของพวกตนไม่เข้าข่ายการจับกลุ่มมั่วสุมในที่แออัด ข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น ตนกับน้องๆ ออกไปกินหมูกะทะ ทั้ง 6 คนไม่ได้ออกไปพร้อมกัน แต่กลับทางเดียวกัน ใช้เส้นทางถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อแยกย้ายกลับบ้าน โดยระหว่างทางไปเจออุบัติเหตุ พวกตนจึงจอดให้การช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเคลียร์ทาง จากนั้นขอตรวจเช็คใบขับขี่ และเขียนใบสั่งตามปกติ แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่กล่าวหาว่าพวกตนฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงให้การปฏิเสธ พร้อมพิสูจน์ตนเองในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลัง ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ จำเลย มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ดำเนินคดีกระทำผิด พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจรฯ ุุถือว่าผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวของศาล จึงมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ไม่มีญาติมายื่นขอประกันตัวนายอัครกิตติ์ เจ้าหน้าที่ราชฑัณฑ์จึงนำตัวนายอัครกิตติ์ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายอัครกิตติ์ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งนายอัครกิตติ์ กล่าวสั้นๆ กับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินขึ้นรถเรือนจำ ว่าจะมอบหมายให้ทนายความ ดำเนินการยื่นประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดีอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในช่วงเย็น ปรากฏว่ามารดาและพี่ชายของนายอัครกิตติ์เดินทางมายืนรอให้กำลังใจระหว่างที่ขึ้นรถเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วย มารดาของนายอัครกิตติ์ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.นี้ จะมายื่นขอประกันตัวลูกชาย ก่อนเดินทางกลับทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69805</URL_LINK>
                <HASHTAG>อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5c766bf77a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเบนซ์เรซซิ่ง ฝืนพรก.ฉุกเฉิน โต้แค่ขี่ถกินข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเบนซ์ เรซซิ่ง ร่วมกับพวกซิ่งจักรยานยนต์ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าตัวเผยกลับจากกินข้าว ขี่รถตามกันมา อ้างทำผิดแค่ขี่รถในช่องทางด่วน แต่ไม่ได้รวมกลุ่มฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 25 มิถุนายน ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ว่ามีการนำตัวผู้ต้องหา 7 ราย โดย 1 ในนั้นมีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง ถูกจับกุมในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย จึงได้นำตัวพร้อมรถจักรยานยนต์มาควบคุมไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เบื้องต้นจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขับตามกันมาได้บริเวณหน้าโรงแรมรามา การ์เด้น ในช่องทางด่วน ถนนวิภาวดีรังสิต โดยนายอัครกิตติ์ให้การปฏิเสธ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการสอบสวนและการประกันตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์ รอง ผกก.ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต กล่าวว่า เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ตำรวจพบผู้ต้องหาขับขี่รถ จยย.มาจากถนนเทวฤทธิ์พันลึก เข้าถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าหลักสี่ มากันเป็นกลุ่ม แล้วขับเข้าทางสาธารณะ มีลักษณะใช้ความเร็ว จึงนำกำลังไล่ติดตามทันที ซึ่งทางกลุ่มผู้ต้องหายังคงขี่รถด้วยความเร็วจนรถตำรวจเกือบจะไล่ตามไม่ทัน แต่เจ้าหน้าที่ได้พยายามบีบเส้นทางของกลุ่ม จยย.ให้แคบลงเรื่อยๆ จนสามารถจับกุมทั้งหมดได้ที่จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าโรงแรมรามา การ์เด้น คุมตัวพร้อมส่งรถของกลางทั้ง 7 คันให้ สน.ทุ่งสองห้องดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พันษากล่าวว่า จากการตรวจสอบรถ พบเป็น (1) รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอร์ซ่า สีดำคาดเทา ติดสติกเกอร์ BENZ Racing หมายเลขทะเบียน 8 กษ 985 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายธนกฤต บุญเหมือน อายุ 29 ปี (2) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีขาวคาดดำ หมายเลขทะเบียน อลบ 777 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายปรเมษฐ์ กอแก้ว อายุ 27 ปี (3) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีเทาคาดดำ ติดสติกเกอร์ BENZ Racing หมายเลขทะเบียน 4 กม 51 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อายุ 33 ปี (4) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็กซ์แมกซ์ สีน้ำเงิน ติดสติกเกอร์ BENZ Racing ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับโดยนายนฤพนธ์ ทับสุววรรณ อายุ 26 ปี (5) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน 9 กบ 2532 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายชวาลกุล จันทร์แสง อายุ 28 ปี (6) รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นทีแมกซ์ หมายเลขทะเบียน 4 กม 51 กรุงเทพมหานคร ขับโดยนายอลงกรณ์ มังบุญมอบ อายุ 29 ปี และ 7.นายราเชนทร์ โสฬส อายุ 21 เป็นคนซ้อนท้ายรถ จยย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวน เบนซ์ เรซซิ่ง ให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้รวมกลุ่มเพื่อขับขี่รถประลองความเร็ว ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นเรื่องในสำนวนการสอบสวนของ สน.ทุ่งสองห้อง ไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้นได้ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มั่วสุมกระทำกิจกรรมให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค และความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานขับรถโดยประมาทหวาดเสียว ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้องรับไปดำเนินคดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ควบคุมตัวนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยนายอัครกิตติ์กล่าวว่า เรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรมาก ตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตอนนี้ขอให้การกับตำรวจก่อนแล้วจะชี้แจงภายหลัง ซึ่งเมื่อให้ปากคำแล้วนายอัครกิตติ์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นพวกตนกำลังจะขี่จักรยานยนต์แยกย้ายกลับที่พักหลังไปทานอาหารกันเสร็จ ยอมรับว่าทำผิดจริงที่ขี่รถในช่องทางด่วน แต่ปฏิเสธไม่ได้รวมกลุ่มอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงไม่ได้ขี่รถซิ่งหนีขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุม และเมื่อถูกจับพวกตนก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ ยินยอมให้ตรวจสำเนารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งวงเงิน 4 หมื่นบาท หากใครยื่นประกันตัวก็จะทำเรื่องปล่อยตัวชั่วคราว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวาลกุล จันทร์แสง, ธนกฤต บุญเหมือน, นฤพนธ์ ทับสุววรรณ, ปรเมษฐ์ กอแก้ว, พ.ต.ท.พันษา อมราพิทักษ์, พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, ราเชนทร์ โสฬส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ มังบุญมอบ, อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef499a320ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
