<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2018 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้านถอนทหารพ้นซีเรีย ทูตพิเศษสหรัฐด้านต่อต้านไอเอสลาออกอีกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตามรัฐมนตรีกลาโหมไปติดๆ &amp;quot;เบรตต์ แม็กเกิร์ก&amp;quot; ทูตพิเศษของสหรัฐในกองกำลังผสมต่อต้านไอเอส ยื่นลาออกต่อรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการถอนทหารอเมริกันออกจากซีเรียโดยอ้างว่ามีชัยชนะเหนือไอเอสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม (ขวา) และเบรตต์ แม็กเกิร์ก ทูตพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐประจำกองกำลังผสมนานาชาติเพื่อต่อต้านไอเอส ฟังคำถามผู้สื่อข่าวระหว่างการแถลงที่กระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561 เรื่องการลาออกของทูตพิเศษสหรัฐประจำกองกำลังผสมนานาชาติที่ปฏิบัติภารกิจต่อต้านกลุ่มรัฐอิสลามในครั้งนี้ เป็นการตอกตะปูปิดท้ายสัปดาห์อันวุ่นวายภายในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต่อจากคำประกาศของทรัมป์เรื่องการถอนทหาร และการยื่นใบลาออกของเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ที่คัดค้านการตัดสินใจของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือลาออกที่เบรตต์ แม็กเกิร์ก ยื่นต่อไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคมนั้น จะเริ่มมีผลบังคับในวันที่ 31 ธันวาคม ถึงแม้ว่าทูตพิเศษวัย 45 ปีผู้นี้มีกำหนดจะพ้นจากตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าอยู่แล้วก็ตาม รายงานของนิวยอร์กไทมส์อ้างอีเมลที่เขาส่งถึงเพื่อนร่วมงานหลายคนว่า เขาไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อีกต่อไปหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศถอนทหารอเมริกันที่มีอยู่ราว 2,000 นายออกจากซีเรียเมื่อวันพุธที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตพิเศษซึ่งได้รับการแต่งตั้งในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2558 กล่าวไว้ในอีเมลด้วยว่า การตัดสินใจของทรัมป์นั้นสร้างความ &amp;quot;ช็อก&amp;quot; และย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายที่พวกตนได้รับมอบหมายมา ทั้งยังทำให้ประเทศหุ้นส่วนในกองกำลังผสมสับสน และหุ้นส่วนที่ร่วมในการต่อสู้ต่างก็งุนงง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม็กเกิร์กเพิ่งกล่าวไว้ว่า ไม่มีใครประกาศได้ว่าภารกิจต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม&amp;nbsp; (ไอเอส) นั้นสำเร็จลุล่วงแล้ว การพูดแค่ว่า รัฐคอลิฟะห์ถูกโค่นแล้วในทางรูปธรรม เราจึงควรถอนทหารกลับนั้น ถือเป็นความสะเพร่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันพุธว่า ไอเอสถูกโค่นพ่ายแพ้อย่างยับเยินแล้ว ดินแดนของไอเอสโดนยึดคืน และถึงเวลาที่สหรัฐต้องถอนทหารออกจากซีเรีย แต่เมื่อวันเสาร์ หลังจากเผชิญกระแสต่อต้านอย่างหนักทั้งภายในและนอกประเทศ ทรัมป์ปรับแก้คำพูดว่า นักรบญิฮาดกลุ่มนี้ &amp;quot;ถูกโค่นพ่ายแพ้เป็นส่วนใหญ่&amp;quot; และประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนั้น ซึ่งรวมถึงตุรกี สามารถรับช่วงต่อในการจัดการกับงานที่เหลือได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เบรตต์ แม็กเกิร์ก (ซ้าย) เดินทางมาร่วมการประชุมสภาพลเรือนร็อกเกาะห์ พร้อมกับบรรดานายทหาร ที่หมู่บ้านไอน์อิสซาทางเหนือของซีเรีย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถอนทหารอเมริกันจะทำให้นักรบชาวเคิร์ดหลายพันคน ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนและติดอาวุธเพื่อให้ต่อสู้กับนักรบญิฮาดไอเอสในซีเรีย อยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะโดนตุรกีรุกโจมตี นักรบเคิร์ดเหล่านี้เป็นแกนนำในกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่ร่วมในปฏิบัติการสู้รบกับไอเอสในซีเรีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังผสมนานาชาติต่อต้านไอเอสซึ่งมีหน่วยพิทักษ์ประชาชน (วายพีจี) เป็นกองกำลังส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสชาวเคิร์ดเรียกร้องสหรัฐให้ป้องกันการรุกโจมตีของตุรกีในพื้นที่ทางเหนือของซีเรียซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเคิร์ด โดยระบุว่าเป็นหน้าที่ของสหรัฐที่ต้องป้องกันการโจมตีใดๆ และยุติภัยคุกคามจากตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลดาร์ คาลิล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสถาปนาเขตกึ่งปกครองตนเองของชาวเคิร์ดในซีเรียเมื่อปี 2556 กล่าวว่า สหรัฐและชาติพันธมิตร &amp;quot;ต้องเคารพพันธสัญญาของพวกเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน องค์กรจับตาสิทธิมนุษยชนในซีเรียเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า เมื่อวันเสาร์กองทัพตุรกีได้ส่งรถถัง 35 คันและอาวุธหนักอื่นๆ ข้ามชายแดนสู่ตอนเหนือของซีเรีย ใกล้กับพื้นที่ในความควบคุมของกองกำลังชาวเคิร์ด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอนทหารพ้นซีเรีย, ทูตพิเศษสหรัฐ, ลาออก, เบรตต์ แม็กเกิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181223/image_big_5c1f8a9ca4b0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
