<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยโควิดวัย90เสียชีวิตหลังติดเชื้อเบิล2สายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักวิจัยในเบลเยียมเผย มีหญิงชราอายุ 90 ปีเสียชีวิตเมื่อเดือนมีนาคมที่โรงพยาบาลโอแอลวีในเมืองอาลสต์ของเบลเยียม ผลตรวจเวลาต่อมาพบว่าหญิงชราติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์พร้อมกัน 2 ชนิด ทั้งแอลฟาและบีตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำแถลงของนักวิจัยเบลเยียมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมว่า อาการของหญิงชรารายนี้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ช่วงแรกนั้นระดับออกซิเจนยังอยู่ในเกณฑ์ดี และเสียชีวิตภายใน 5 วันหลังจากพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อเจ้าหน้าที่แพทย์ตรวจหาเชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ในความกังวล พวกเขาพบว่าผู้ป่วยวัยชรารายนี้ติดไวรัสโควิดทั้งสายพันธุ์แอลฟาที่พบครั้งแรกในอังกฤษ และสายพันธุ์บีตา ที่พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันเนอ ฟานเกียร์แบร์เกิน นักชีววิทยาโมเลกุลจากโรงพยาบาลโอแอลวี หัวหน้าคณะวิจัยชุดนี้ กล่าวว่า ไวรัสทั้งสองสายพันธุ์พบแพร่กระจายในเบลเยียมช่วงเวลานั้น จึงเป็นไปได้ที่หญิงชราจะติดไวรัสต่างสายพันธุ์กันจากคน 2 คน แต่ยังระบุไม่ได้ว่าการติดเชื้อควบสองสายพันธุ์ทำให้อาการของคนไข้ทรุดเร็วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งยังไม่ได้ส่งให้วารสารทางการแพทย์เพื่อตีพิมพ์ กำลังนำเสนอต่อการประชุมด้านจุลชีววิทยาคลินิกและโรคติดเชื้อแห่งยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟานเกียร์แบร์เกินกล่าวในการแถลงข่าวว่า ยังไม่เคยพบกรณีการติดเชื้อพร้อมกันสองสายพันธุ์ได้รับการเผยแพร่มาก่อน และปรากฏการณ์ก็อาจจะถูกประเมินต่ำไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109384</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดไวรัสสองสายพันธุ์พร้อมกัน, สายพันธุ์ที่น่ากังวล, สายพันธุ์บีตา, สายพันธุ์แอลฟา, เบลเยียม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eae4b26beb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของที่ดินเบลเยียมมักง่าย ย้ายหลักปักเขตฮุบดินแดนฝรั่งเศส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หวิดก่อปัญหาพิพาทระหว่างประเทศ เจ้าของที่ดินชาวเบลเยียมรายหนึ่งย้ายหลักหินโบราณที่ใช้ปักปันเขตแดนระหว่างเบลเยียมกับฝรั่งเศสหลังยุคนโปเลียน ที่สองประเทศตกลงกันไว้ในสนธิสัญญาคอร์ทไรค์ปี 2363 ทำให้ที่ดินของเขาขยับกินดินแดนฝรั่งเศสเกิน 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หลักหินโบราณกำหนดเขตแดนใกล้กับพรมแดนเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีดาวิด ลาโวซ์ ของเมืองแอร์เกอลีเนสในเบลเยียม เปิดเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธว่า เจ้าของที่ดินใจกล้ารายนี้ดูเบาปัญหายุ่งยากที่จะตามมาจากการย้ายหลักปักเขตเก่าแก่ต้นนี้ขยับออกไป 2 เมตร 20 เซนติเมตร หรือ 7 ฟุต &amp;quot;เห็นได้ชัดว่านั่่นทำให้ที่ดินของเขาขยายขึ้น&amp;quot; ลาโวซ์กล่าว &amp;quot;แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ตัวก็คือ พรมแดนถูกระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ไว้อย่างแม่นยำเมื่อปี 2562 จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะพิสูจน์ว่ามันถูกเคลื่อนย้าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกหลายคนของสมาคมผู้คลั่งไคล้ประวัติศาสตร์จากทางฝรั่งเศสพบเห็นการฮุบดินแดนของฝรั่งเศสเมื่อราว 1 เดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากสมัยที่มีการร่างเขตแดนนั้นเบลเยียมยังไม่เป็นเอกราช ดินแดนแถบนี้ตกอยู่ใต้ราชอาณาจักรดัตช์ภายหลังนโปเลียนพ่ายแพ้ต่อกองกำลังพันธมิตรที่สมรภูมิวอเตอร์ลูปี พ.ศ. 2358 ฉะนั้นหลักเขตแดนต้นนี้ ซึ่งปักไว้เมื่อปี 2362 จึงมีด้านหนึ่งสลักอักษร เอฟ แทนชื่อฝรั่งเศส และอีกด้านมีอักษร เอ็น แทนที่เนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตแดนนี้ถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายปี 2363 ภายใต้สนธิสัญญาคอร์ตไรค์ และยังคงอยู่ที่เดิมหลังจากเบลเยียมเป็นราชอาณาจักรเอกราชในปี 2373 จนกระทั่งเจ้าของที่ดินรายนี้มาขยับหลักเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายกเทศมนตรีลาโวซ์กล่าวว่า เหตุการณ์นี้คงไม่ถึงขั้นก่อสงคราม เขาได้นัดหมายเจ้าของที่ดินรายนี้มาพบก่อนสิ้นสัปดาห์นี้ เพื่อแก้ปัญหาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ย้ายหลักหินเขตแดน, สนธิสัญญาคอร์ทไรค์, ฮุบดินแดนฝรั่งเศส, เบลเยียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_609266e879227.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบเบลเยียมก่อจลาจล ปารถพระที่นั่งกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงหลายร้อยคนชุมนุมก่อจลาจลในกรุงบรัสเซลส์เมื่อคืนวันพุธ ประท้วงที่ชายวัย 23 ปีเสียชีวิตระหว่างโดนตำรวจควบคุมตัวเมื่อสุดสัปดาห์ รถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปผ่านไปเผชิญเหตุโดนผู้ประท้วงขว้างปา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์ขับหนีออกจากที่เกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจในกรุงบรัสเซลส์เมื่อคืนวันพุธ (Photo by Dursun Aydemir/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีและเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีอ้างคำกล่าวของตำรวจว่า มีผู้ประท้วงประมาณ 500 คนมาชุมนุมใกล้กับสถานีตำรวจบรัสเซลส์-เหนือในย่านบราบรันต์สตรัตของกรุงบรัสเซลส์เมื่อบ่ายวันพุธ เพื่อประท้วงการเสียชีวิตของชายคนหนึ่งที่สื่อเบลเยียมระบุชื่อว่า อิบราฮิม บี. อายุ 23 ปี เขาถูกตำรวจจับกุมเมื่อค่ำวันเสาร์หลังจากพยายามหนีตำรวจที่เข้ามาตรวจสอบกลุ่มคนที่ต้องสงสัยว่าละเมิดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ชายหนุ่มหมดสติหลังจากถูกนำตัวมาที่สถานีตำรวจ เขาถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลา 20.22 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือแค่ชั่วโมงเศษหลังโดนจับกุม ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเขาเสียชีวิตจากสาเหตุอะไร สำนักงานอัยการบรัสเซลส์กล่าวว่าองค์กรกำกับดูแลตำรวจได้เปิดการสอบสวนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงเมื่อบ่ายวันพุธเพื่อทวงถามความจริงได้บานปลายเป็นเหตุการณ์จลาจลหลังเวลา 16.00 น. ผู้ประท้วงเริ่มขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและจุดประทัด ตำรวจต้องฉีดน้ำขับไล่ ผู้ประท้วงทำลายข้าวของและยานพาหนะ และจุดไฟเผาสิ่งของบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอหลายชิ้นที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นว่าสถานีตำรวจโดนวางเพลิง ผู้ประท้วงจุดประทัด และรถยนต์คันหนึ่งที่ถูกระบุว่ารถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปโดนสิ่งของขว้างปาใส่ขณะที่รถวิ่งผ่านที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจเผยกับเอเอฟพีว่า ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุวุ่นวายไว้หลายราย และมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีมหาดไทย แอนเนลีส แวร์ลินเดน ประณามเหตุการณ์เมื่อวันพุธว่า &amp;quot;ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และให้คำมั่นกับประชาชนว่าจะสอบสวนการกระทำผิดของตำรวจเกี่ยวกับการเสียชีวิตของชายคนดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงบรัสเซลส์, กษัตริย์เบลเยียม, ก่อจลาจล, ปารถพระที่นั่ง, สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิป, เบลเยียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_6000198f57f96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดติดเชื้อโควิด-19ทั่วโลกใกล้ทะลุ1.8ล้านคนแล้ว &#039;สหรัฐ&#039;อาการหนักผู้ป่วยเกินครึ่งล้าน &#039;เบลเยียม&#039;น่าห่วงตัวเลขพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.2563 &amp;ndash; สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ยังคงมีแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง โยล่าสุดได้มี 210 ประเทศและดินแดนมีผู้ติดเชื้อแล้ว ซึ่งล่าสุดในเวลา 16.40 น. มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 1,787,069 คน เพิ่มขึ้น7,326 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 109,288 คน เพิ่มขึ้น 509 คน และรักษาหายแล้ว 406,109 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 10 ประเทศติดเชื้อสูงสุดประกอบด้วย 1.สหรัฐอเมริกา ผู้ติดเชื้อ 533,115 คน เพิ่มขึ้น 236 คน เสียชีวิต 20,580 คน เพิ่มขึ้น 3 คน 2.สเปน ติดเชื้อ 163,027 คน เสียชีวิต 16,606 คน 3.อิตาลี 152,271 คน เสียชีวิต 19,468 คน 4.ฝรั่งเศส 129,654 คน เสียชีวิต 13,832 คน 5.เยอรมนี 125,452 คน เสียชีวิต 2,871 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.จีน 82,052 คน เพิ่มขึ้น 99 คน เสียชีวิต 3,339 คน 7.สหราชอาณาจักร 78,991 คน เสียชีวิต 9,875 คน 8.อิหร่าน 70,029 คน เสียชีวิต 4,357 คน 9.ตุรกี 52,167 คน เสียชีวิต 1,101 คน และ 10.เบลเยียม 29,647 คน เพิ่มขึ้น 1,629 คน เสียชีวิต 3,600 เพิ่มขึ้น 254 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62924</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สหรัฐอเมริกา, เบลเยียม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92e39cb4b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบลเยียมฟันโทษจำคุก 2 ปี ถุยน้ำลายใส่ตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;น้ำลายกลายเป็นอาวุธยุคไวรัสระบาด ทางการเบลเยียมตั้งบทลงโทษผู้ที่ถ่มน้ำลายใส่เจ้าพนักงานบังคับใช้กฎหมาย สูงสุดถึงขั้นจำคุก 2 ปี ระบุถือเป็น &amp;quot;การโจมตีด้วยสารอันตราย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเบลเยียมเรียกหยุดตรวจคนใช้รถบนถนนแฟรงคลิน รูสเวลต์ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันอังคาร โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่เบลเยียมหลายรายว่า บทลงโทษนี้ ซึ่งถูกนำมาบังคับใช้เรียบร้อยแล้วที่เมืองแอนต์เวิร์ปในสัปดาห์ที่ผ่านมา จะใช้ลงโทษบุคคลใดก็ตามที่ตั้งใจถุยน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ความผิดเรื่องการถ่มน้ำลายถูกระบุไว้ในรายการใหม่เรื่องพฤติกรรมที่ถือเป็นการละเมิดกฎข้อบังคับที่ทางการเบลเบียมส่งไปยังสำนักงานอัยการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสเตียน เดอ วัลเคเนียร์ หัวหน้าสำนักงานอัยการเมืองลีแอช กล่าวว่า การจงใจถุยน้ำลายหรือไอใส่บุคคลอื่นโดยตรง แล้วบอกว่าคุณกำลังติดเชื้อไวรัสอยู่ด้วยนั้น อาจจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี หมวดหมู่ที่ว่านี้รวมถึงการขัดคำสั่งตำรวจ และการขู่โจมตีโดยใช้สารอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเบลเยียมได้รับคำแนะนำให้พิจารณาตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นระบบสำหรับการกระทำความผิดลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสตอฟ อาร์ตส์ โฆษกสำนักงานอัยการแอนต์เวิร์ป กล่าวว่า เกิดเหตุการณ์ถุยน้ำลายใส่ตำรวจแล้วหลายกรณี พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เจ้าหน้าที่ได้รับบันทึกเป็นประจำ แต่ในช่วงเวลาที่ไวรัสโคโรนาระบาดนี้ การดำเนินการอย่างทันทีทันใดถือเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้เล่าว่า เมื่อวันจันทร์ มีหนุ่มวัย 19 ปีโดนคุมขังนาน 1 วัน หลังจากขัดขืนการจับกุมของตำรวจที่สวนสาธารณะในเมืองแอนต์เวิร์ป ฐานละเมิดกฎข้อบังคับใหม่ที่ห้ามการรวมตัวกันในที่สาธารณะ ทันทีที่โดนจับใส่กุญแจมือ เขาก็ถุยน้ำลายไปทางเจ้าหน้าที่หลายนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจเผชิญกับเหตุการณ์คล้ายกันแบบนี้ 6 ครั้งในเมืองนี้ ระหว่างการตรวจตราบนท้องถนน, สวนสาธารณะ หรือเรียกพาหนะหยุดตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลถึงวันจันทร์ เบลเยียมมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วถึง 11,899 ราย เสียชีวิต 513 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61587</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก 2 ปี, ถ่มน้ำลาย, เบลเยียม, แพร่ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82f89f1b683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบลเยียมเจอแมวติดไวรัสโคโรนาจากเจ้าของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของเบลเยียมแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า พบแมวเลี้ยงตัวหนึ่งติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากเจ้าของ แต่ยังไม่ควรวิตกว่าสัตว์เลี้ยงจะเป็นพาหะนำโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่ผ่านมาเคยมีรายงานว่าสุนัขเลี้ยงในฮ่องกงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากการตรวจสัตว์เลี้ยงของผู้ป่วยโควิด-19 ในฮ่องกง โดยพบเชื้อนี้ในสุนัข 2 ตัวจากสุนัข 17 ตัวและแมว 8 ตัวที่ตรวจเชื้อ แต่กรณีนี้เกิดขึ้นน้อยมาก และเจ้าหน้าที่กล่าวกันว่าไม่มีความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะแพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ดร.เอมมานูเอล อองเดร โฆษกหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่รับมือกับโควิด-19 ของรัฐบาลเบลเยียม เปิดเผยว่า นักวิจัยจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ในเมืองลีแอจของเบลเยียมตรวจพบแมวเลี้ยงตัวหนึ่งติดเชื้อไวรัส แต่กรณีนี้เป็นกรณีแยกเดี่ยวที่เกิดขึ้นได้หลังจากสัตว์สัมผัสใกล้ชิดกับมนุษย์ที่ติดเชื้อ ไวรัสนี้สามารถแพร่จากมนุษย์สู่สัตว์ได้ แต่ &amp;quot;ไม่มีเหตุผลให้เชื่อว่าสัตว์สามารถเป็นพาหะของโรคระบาดในสังคมของเรา&amp;quot; เขาย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักงานความปลอดภัยอาหาร AFSCA ของเบลเยียมกล่าวว่า สุนัขที่ติดเชื้อในฮ่องกงนั้นไม่แสดงอาการของโรค แต่แมวเบลเยียมตัวนี้มีอาการป่วยที่ระบบทางเดินหายใจชั่วคราวและระบบย่อยอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่าสัตว์เลี้ยงในบ้านสามารถแพร่เชื้อไวรัสสู่มนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงตัวอื่น&amp;quot; หน่วยงานด้านสาธารณสุขเบลเยียมกล่าว แต่เพื่อป้องกันไว้ก่อน เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนรักษาสุขอนามัยเมื่อต้องอยู่กับสัตว์เลี้ยง และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส ควรล้างมือหลังจากจับสัตว์เลี้ยง และอย่าปล่อยให้สัตว์เลียหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ติดสัตว์เลี้ยง และเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นพาหะแพร่ไวรัสด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลถึงวันศุกร์ เบลเยียมมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 7,284 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 289 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61241</URL_LINK>
                <HASHTAG>เบลเยียม, แมวติดไวรัส, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจอังกฤษเผย 39 ศพในรถพ่วงเป็นคนจีนทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอังกฤษยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ศพ 39 ศพที่พบในรถบรรทุกพ่วงใกล้กรุงลอนดอนเมื่อวันพุธเป็นคนจีนทั้งหมด ขณะเจ้าหน้าที่สถานทูตจีนรุดตรวจสอบแล้ว เผยรถพ่วงคันนี้ขึ้นเรือเฟอร์รีข้ามทะเลมาจากเบลเยียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนิติวิทยาศาสตร์อังกฤษตรวจที่เกิดเหตุใกล้รถพ่วงที่พบศพ 39 ศพ ที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลดเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ตำรวจมณฑลเอสเซกซ์ของอังกฤษเผยความคืบหน้าเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงและเดือดดาลทั่วอังกฤษว่า การตรวจสอบศพ 39 ศพที่พบในตู้รถพ่วงคันหนึ่งที่จอดอยู่ในเขตอุตสาหกรรมทางตะวันออกของกรุงลอนดอนเมื่อเช้ามืดวันพุธนั้น พบว่าเป็นศพหญิง 8 ศพ ชาย 31 ศพ โดยเชื่อว่าทั้งหมดเป็นพลเมืองจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตจีนในกรุงลอนดอนกำลังเดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ ซึ่งนายกฯ บอริส จอห์นสัน กล่าวว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่เกินจินตนาการ ปลุกให้ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับเครือข่ายค้ามนุษย์และความพยายามควบคุมการเข้าเมืองผิดกฎหมายในอังกฤษอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยืนยืนว่าจับกุมคนขับรถบรรทุกไว้ได้ในที่เกิดเหตุ ที่เมืองเกรย์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน เป็นชายวัย 25 ปี เขายังคงถูกควบคุมตัวไว้เมื่อวันพฤหัสบดี ฐานต้องสงสัยคดีฆาตกรรม แต่ตำรวจไม่เปิดเผยชื่อเขา ตำรวจยังได้ตรวจค้นสถานที่ 3 แห่งในไอร์แลนด์เหนือเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวพันกับคนขับรถพ่วงรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยนิติวิทยาศาสตร์จะระบุสาเหตุการเสียชีวิตของ 39 ศพนี้ก่อน จากนั้นจึงจะพยายามระบุเอกลักษณ์บุคคล ซึ่งตำรวจกล่าวว่าไม่สามารถประเมินได้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใด การสอบสวนคดีนี้ของตำรวจเอสเซกส์ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติ ถือเป็นการสอบคดีฆาตกรรมคดีใหญ่ที่สุดของอังกฤษ นับแต่คดีก่อการร้ายในกรุงลอนดอนเมื่อปี 2548 ที่มีคนเสียชีวิต 52 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้เคลื่อนย้ายรถพ่วงคันนี้ไปยัง &amp;quot;สถานที่ปลอดภัย&amp;quot; ใกล้กับท่าเรือทิลเบอรีแล้ว เพื่อเตรียมสำหรับการชันสูตรศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถพ่วงบรรทุกตู้สินค้าคันนี้ขึ้นเรือเฟอร์รีมาจากท่าเรืองซีบรึคเคอของเบลเยียม มาถึงท่าเรือเพอร์ฟลีตปากแม่น้ำเทมส์ ซึ่งเป็นการเดินทางที่ใช้เวลา 9-12 ชั่วโมง มาถึงอังกฤษเวลา 00.30 น.ของวันพุธ รถพ่วงออกจากท่าเรือราวชั่วโมงครึ่งหลังจากนั้น แล้วเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุมาพบที่นิคมอุตสาหกรรมวอเตอร์เกลดเวลา 01.40 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถพ่วงคันนี้จดทะเบียนที่บัลแกเรียเมื่อปี 2560 แต่รัฐบาลบัลแกเรียยืนยันว่ารถคันนี้ไม่ได้วิ่งในประเทศอีกเลย และบัลแกเรียไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ส่วนอัยการเบลเยียมได้เปิดการสอบสวนควบคู่ไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวจีน, ศพในรถพ่วง, อังกฤษ, เบลเยียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1abb8138ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
