<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ชนะถล่มทลายอีก3รัฐ เก็บแต้มทิ้งห่าง&#039;แซนเดอร์ส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กวาดชัยชนะด้วยคะแนนถล่มทลายเหนือ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ในการเลือกตั้งขั้นต้น 3 รัฐของพรรคเดโมแครตเมื่อวันอังคาร โกยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งทิ้งห่าง ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ขึ้นแท่นนอมินีของรีพับลิกันแบบไม่ต้องลุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอเมริกันลงคะแนนเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐฟลอริดาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม พรรคเดโมแครตจัดการลงคะแนนเลือกตั้งขั้นต้นในอีก 3 มลรัฐ ได้แก่ ฟลอริดา, อิลลินอยส์ และแอริโซนา เพื่อหยั่งเสียงหาตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับทรัมป์ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยการชิงชัยของพรรคเหลือคู่ต่อสู้เพียง 2 ราย คือ อดีตรองประธานาธิบดีไบเดน วัย 77 ปีที่ยึดแนวทางสายกลาง กับ ส.ว.เวอร์มอนต์วัย 78 ปีผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย หลังจากผู้สมัครรายอื่นพากันถอนตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วพร้อมใจกันหนุนหลังไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา รายนี้แทบจะหมดอนาคตในการหยั่งเสียงช่วงแรกๆ เมื่อ 1 เดือนก่อน ที่เขาทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ จนกระทั่งมาถึงการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ไบเดนชนะอันดับหนึ่งเป็นครั้งแรก และทำผลงานได้อีกอย่างต่อเนื่องมาถึงวันอังคารที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐฟลอริดา ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดถึง 219 คน ไบเดนได้คะแนนสนับสนุนถึง 62% ในขณะที่แซนเดอร์สได้คะแนนแค่ 23% ส่วนผลคะแนนของรัฐอิลลินอยส์ที่ผ่านไปแล้ว 89% ไบเดนก็มีคะแนนนำแซนเดอร์สอยู่ถึง 23% ขณะที่รัฐแอริโซนาซึ่งปิดการลงคะแนนช้าที่สุด ไบเดนก็กำลังจะเก็บชัยชนะเป็นรัฐที่ 19 ของเขาในการหยั่งเสียง 24 มลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมรัฐโอไฮโอก็มีกำหนดหยั่งเสียงในวันเดียวกันนี้ แต่ไมค์ เดอไวน์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน สั่งให้เลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐนี้ออกไปเป็นเดือนมิถุนายน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ถูกประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขและขอให้ประชาชนอยู่กับบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนแถลงทางโทรทัศน์จากบ้านของเขาในรัฐเดลาแวร์ว่า คณะของเขามีค่ำคืนที่ยอดเยี่ยม พวกเขาเข้าใกล้การได้รับเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และกำลังสร้างพันธมิตรในวงกว้างที่จำเป็นต่อชัยชนะในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด แอ็กเซลร็อด นักวิเคราะห์การเมืองที่เคยเป็นหัวหน้านักวางยุทธศาสตร์หาเสียงของโอบามา สรุปว่า แซนเดอร์สอยู่ในสภาพป่วยปางตายแล้ว ไม่เคยมีผู้สมัครของเดโมแครตคนใดกลับมาได้ในสถานการณ์ที่ตามหลังห่างเช่นนี้ การชิงชัยจบลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามการรวบรวมข้อมูลของนิวยอร์กไทมส์ ถึงวันอังคารที่ผ่านมา ไบเดนมีคณะผู้แทนลงคะแนนแล้ว 1,147 ราย ขณะที่แซนเดอร์สมี 861 ราย ผู้สมัครจะต้องได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 รายเพื่อเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรคในที่ประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร แมริแลนด์เป็นมลรัฐล่าสุดที่ประกาศเลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตออกไป จากวันที่ 28 เมษายน ไปเป็นวันที่ 2 มิถุนายน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ก่อนหน้านี้รัฐเคนทักกีและลุยเซียนา ก็เพิ่งเลื่อนการเลือกตั้งขั้นต้นไปเป็นเดือนมิถุนายน และรัฐจอร์เจียเลื่อนการหยั่งเสียงสัปดาห์หน้าไปเป็นเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เป็นว่าที่ตัวแทนของรีพับลิกันลงสมัครรับเลือกตั้งสมัยที่ 2 อย่างไม่มีข้อกังขาแน่นอนแล้ว โดยรีพับลิกันจัดการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐฟลอริดาและอิลลินอยส์ในวันอังคารเช่นกัน รอนนา แม็กแดเนียล ประธานพรรครีพับลิกัน ทวีตแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเขาคือว่าที่นอมินีของพรรคอย่างเป็นทางการแล้วจากชัยชนะใน 2 รัฐนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60217</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e723bd588d4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 21:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ชนะหยั่งเสียงวอชิงตัน รอลุ้นอีก3รัฐวันอังคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ราศีจับขึ้นเรื่อยๆ อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ชนะการลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไพรมารี เหนือ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่มลรัฐวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ และยังรอลุ้นชัยชนะเพิ่มในอีก 3 รัฐที่กำหนดลงคะแนนในวันอังคาร โดยรัฐโอไฮโอขอเลื่อนเพราะสถานการณ์ไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้าย) และ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ยกศอกชนกันแทนการจับมือทักทาย ก่อนการโต้อภิปรายที่วอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังการนับคะแนนใกล้ครบถ้วนเมื่อคืนวันจันทร์ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีและหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ประกาศว่า ไบเดนเบียดเอาชนะแซนเดอร์สไปได้ โดยอดีตรองประธานาธิบดีได้คะแนน 37.9% ส่วน ส.ส.เวอร์มอนต์คู่แข่งในตำแหน่งแคนดิเดตของพรรคเดโมแครต ได้คะแนน 36.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะหยั่งเสียงรัฐล่าสุดของไบเดนเป็นข่าวดีล่วงหน้าการหยั่งเสียงในมลรัฐแอริโซนา, ฟลอริดา และอิลลินอยส์วันอังคารนี้ อย่างไรก็ดี ยังคงมีความสับสนในหมู่ชาวอเมริกันหลายล้านคนใน 3 มลรัฐนี้ว่าการลงคะแนนเบื้องต้นจะดำเนินต่อได้หรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่คร่าชีวิตคนป่วยในประเทศแล้วมากกว่า 80 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ การหยั่งเสียงที่รัฐโอไฮโอในวันอังคารถูกเลื่อนไปก่อนแล้ว ขณะที่รัฐเคนทักกี, จอร์เจีย และลุยเซียนา ที่จะจัดหยั่งเสียงในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนก็ประกาศเลื่อนไปแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงในวันอังคารจะเป็นช่วงเวลาชี้วัดว่า ส.ว.แซนเดอร์สยังอยู่ในเส้นทางขับเคี่ยวกับไบเดนหรือไม่ เขาอาจถูกบีบให้ถอนตัว หากไม่สามารถพลิกกลับมาชนะได้ ไบเดนวัย 77 ปี มีคะแนนนำห่างในโพลของทั้ง 3 รัฐนี้ โดยเฉพาะที่รัฐฟลอริดา ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเปลี่ยนจากการจัดชุมนุมปราศรัยเป็นการหาเสียงทางออนไลน์ แต่การไม่สามารถออกไปปราศรัยหาเสียงกับผู้มีสิทธิ์โดยตรงน่าจะส่งผลเสียต่อแซนเดอร์สมากกว่า ส.ว.ฝ่ายซ้ายรายนี้มักดึงดูดฝูงชนมาฟังการปราศรัยได้จำนวนมากมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60098</URL_LINK>
                <HASHTAG>มลรัฐวอชิงตัน, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70e434a2071.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน-แซนเดอร์ส&#039;ผนึกกำลังรุมจวก&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดโมแครตจัดโต้อภิปรายครั้งที่ 11 เมื่อวันอาทิตย์ เหลือ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ดวลกับ &amp;quot;เบอร์นี แซนเดอร์ส&amp;quot; แบบตัวต่อตัวโดยไม่มีผู้ชม สองผู้สมัครรุมวิจารณ์ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; สร้างความปั่นป่วนต่อการรับมือโรคระบาดโควิด-19 ด้วยการให้ข้อมูลผิดๆ ขัดแย้งกับนักวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้าย) โต้ฝีปากกับ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตเพื่อหาผู้แทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เหลือการต่อสู้ระหว่างอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน และ ส.ส.แซนเดอร์ ทั้งคู่ขึ้นเวทีโต้อภิปรายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม โดยปราศจากผู้ชมแต่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ ไบเดนและแซนเดอร์สทักทายกันด้วยการใช้ข้อศอกชนกัน และยืนอภิปรายห่างกัน 6 ฟุต หรือ 1.8 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโต้อภิปรายครึ่งชั่วโมงแรกอุทิศให้กับการโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการรับมือกับวิกฤติโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วเกือบ 70 ราย จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 3,600 รายทั่วประเทศ จากนั้นจึงเป็นการตอบโต้ระหว่างทั้งคู่กันเรื่องนโยบายด้านต่างๆ ตั้งแต่แผนประกันสุขภาพถ้วนหน้า, ภาวะโลกร้อน ไปจนถึงเรื่องการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย และนโยบายต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน วัย 77 ปี ซึ่งกำลังมีคะแนนนำห่างหลังจากชนะการเลือกตั้งหยั่งเสียงหลายรัฐช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาบนเวทีนี้ด้วยการให้คำมั่นว่าเขาจะเลือกผู้หญิงเป็นคู่สมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเขาหากเขาได้รับเลือกจากพรรค ส่วนแซนเดอร์สวัย 78 ปีกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเลือกผู้หญิงเป็นรองประธานาธิบดีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำอภิปรายเรื่องไวรัส ส.ว.เวอร์มอนต์ผู้นี้โจมตีทรัมป์ว่าสร้างความสับสนและบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนในช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับวิกฤติ &amp;quot;เราต้องทำให้ประธานาธิบดีหุบปากเสียแต่ตอนนี้ เพราะเขากำลังบั่นทอนแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังพยายามช่วยชาวอเมริกัน&amp;quot; แซนเดอร์สกล่าวถึงการให้ทัศนะหลายครั้งของทรัมป์ที่ขัดแย้งกับทัศนะของผู้เชี่ยวชาญ &amp;quot;เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่ให้ทรัมป์พล่ามข้อมูลขัดต่อข้อเท็จจริงซึ่งกำลังทำร้ายสาธารณชนชาวอเมริกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนก็เห็นด้วยกับแซนเดอร์ส โดยกล่าวว่า ภัยคุกคามที่ดำรงอยู่ต่อสหรัฐอเมริกาขณะนี้ก็คือโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;quot;เรากำลังทำสงครามกับไวรัส&amp;quot; อดีตรองประธานาธิบดีกล่าว และว่า ถ้าเป็นเขา เขาจะเรียกกองทัพเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอังคารนี้เดโมแครตจะจัดหยั่งเสียงอีก 4 รัฐ ซึ่งรวมถึงฟลอริดา, อิลลินอยส์ และโอไอโอ ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้งให้ช่วงชิงจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59968</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, โต้อภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f88c1c4749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แซนเดอร์ส&#039;ทิ้งห่าง&#039;ไบเดน&#039; คว้าชัยหยั่งเสียงเนวาดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.สังคมนิยมประชาธิปไตยหัวก้าวหน้า มีคะแนนนำโด่งในการเลือกตั้งหยั่งเสียงแบบคอคัสของพรรคเดโมแครตที่รัฐเนวาดาเมื่อวันเสาร์ ส่วนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตามมาห่างๆ ในอันดับสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส และเจน แซนเดอร์ส ภรรยา บนเวทีปราศรัยที่รัฐเทกซัสเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ว่า การหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตเพื่อหาตัวแทนพรรคลงชิงชัยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน ถึงคิวของรัฐเนวาดาเมื่อวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเป็นรัฐที่ 3 ต่อจากไอโอวาและนิวแฮมป์เชียร์ ตามลำดับ ซึ่งรัฐแรกที่หยั่งเสียงแบบคอคัสเมื่อเกือบ 3 สัปดาห์ก่อน ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส จากเวอร์มอนต์วัย 78 ปีพ่ายแพ้อย่างฉิวเฉียดต่อพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีหนุ่มจากเมืองเซาท์เบนต์ รัฐอินดีแอนา ส่วนรัฐที่ 2 ที่เป็นการลงคะแนนเบื้องต้นแบบไพรมารี เบอร์นีกำชัยชนะได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงคะแนนหยั่งเสียงแบบคอคัสของเนวาดาสรุปคะแนนได้ราวครึ่งหนึ่งของเขตเลือกตั้งทั้งหมดเมื่อวันอาทิตย์ ปรากฏว่า แซนเดอร์มีคะแนนนำอันดับหนึ่งที่ราว 46% โดยไบเดนตามมาห่างๆ ที่ 19% ส่วนบูติเจิจ อดีตทหารผ่านศึกที่เปิดเผยตนว่าเป็นชายรักชาย ได้ 15% ผู้สมัครที่เป็นสตรีอีก 2 คน ได้แก่ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน ที่เป็นพวกหัวก้าวหน้าเช่นกัน และเอมี โคลบูเชอร์ ส.ว.นักปฏิบัตินิยม ได้ 10% และ 4% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์สซึ่งอยู่ระหว่างปราศรัยหาเสียงที่รัฐเทกซัส ซึ่งจะเป็นสมรภูมิในการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐในวัน &amp;quot;ซูเปอร์ทิวส์เดย์&amp;quot; 3 มีนาคมนี้ ประกาศชัยชนะทันที โดยบอกว่าความเป็นพันธมิตรของคนหลายรุ่นและหลายเชื้อชาติของเขาที่ทำให้เขาชนะที่รัฐเนวาดา กำลังจะกวาดชัยชนะในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.อาวุโสผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยรายนี้ เสนอนโยบายก้าวหน้าหลายประการ อาทิ การประกันสุขภาพถ้วนหน้า, การขึ้นภาษีคนรวยและบรรษัท และเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งโดนใจคนอเมริกันหลายล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงรัฐต่อไปคือเซาท์แคโรไลนา ซึ่งคณะผู้เลือกตั้งของพรรคส่วนใหญ่เป็นคนผิวสีที่สนับสนุนไบเดนและเขามีคะแนนนำในโพล ส่วนไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ยังไม่ลงสังเวียนด้วย จนกว่าจะถึงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลระดับประเทศชี้ว่า แซนเดอร์สยังมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งที่ 28% นำไบเดน 11 จุด และนำบลูมเบิร์ก 13 จุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57960</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐเนวาดา, หยั่งเสียงแบบคอคัส, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e525ad5dc251.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองมะกัน: ม้ามืดวัย 38 แซงโค้ง ชนะมือเก๋าวัย 78 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองมะกันมีเรื่องต้องให้เซอร์ไพรส์กันตลอดเวลา โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นปีแห่งการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ที่ไม่เซอร์ไพรส์คงเป็นประเด็นที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะเสนอตัวเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในนามพรรครีพับลิกัน แต่ในฟากพรรคเดโมแครตที่ต้องเลือกตัวแทนมาแข่งกับทรัมป์มีเรื่องต้องลุ้นกันตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มเดิมทีตัวเต็งคืออดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน วัย 77 และเบอร์นี แซนเดอร์ส อายุ 78 หรือไม่ก็อาจจะเป็นนักการเมืองหญิงคนดังอย่างอลิซาเบธ วอร์เรน สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแมสซาชูเซตส์ &amp;nbsp;ปีนี้อายุ 70
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอเริ่มการแข่งรอบแรกในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐไอโอวาเท่านั้น เกมก็พลิกทันที เพราะคนที่นำมาคือนักการเมืองวัย 38 ชื่อ Peter Buttigieg (อ่านว่าปีเตอร์ บูติเจียก)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์มีประสบการณ์การเมืองระดับท้องถิ่นเป็นหลัก เป็นนายกเทศมนตรีสองสมัยของเมือง South &amp;nbsp;Bend รัฐอินดีแอนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองนี้มีประชากรเพียง 100,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มปีเตอร์สร้างชื่อเสียงด้วยการได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีสมัยที่สองด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นที่ 82% และนั่นเกิดขึ้นหลังจากที่เขาประกาศเป็นเกย์อย่างเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ประกาศแต่งงานกับ &amp;quot;สามี&amp;quot; ชื่อ Chasten Glezman ซึ่งเป็นครูโรงเรียนมัธยมในรัฐเดียวกัน &amp;nbsp;ไปไหนมาไหนถ่ายรูปจูงมือและจูบกันให้เป็นที่รับรู้ในที่สาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนมากคือ เมื่อปีเตอร์ประกาศเข้าร่วมแข่งขันเป็นประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หะแรกไม่มีใครคิดว่าเขาจะมีโอกาสได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ อาจจะเป็นเพียงสีสันของพรรคที่กำลังหาคนมาสกัดทรัมป์ไม่ให้ชนะเลือกตั้งรอบสองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอเริ่มการดีเบตเท่านั้น ปีเตอร์ก็สามารถสร้างความประหลาดใจให้คนจำนวนมาก ด้วยการแสดงความคล่องแคล่วในการเสนอนโยบายที่น่าฟัง และทำให้เห็นว่าเขาเป็น &amp;quot;ทางเลือก&amp;quot; ของคนอเมริกันได้อย่างน่าทึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไบเดนและแซนเดอร์สมีปัญหาเรื่องวัยที่เกิน 70 มามาก (หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งรอบใหม่ เขาจะกลับเข้าทำเนียบขาวในวัย 75 ขณะที่หากแซนเดอร์สสามารถโค่นเขาได้ ก็จะเป็นประธานาธิบดีที่เริ่มต้นในวัย 80 ทีเดียว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นามสกุลแปลกๆ ที่อ่านยากของปีเตอร์ (Buttigieg) นั้นมาจากคุณพ่อที่อพยพมาจากมอลตา (เกาะทางใต้ของยุโรป) และคุณแม่เป็นคนอเมริกันในรัฐอินดีแอนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเรียนหนังสือเก่ง จบมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และต่อที่ออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอจบมาปีเตอร์ก็ทำงานในบริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง McKinsey &amp;amp; Co ก่อนจะสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองของกองทัพเรือ และต่อมาก็ถูกส่งไปปฏิบัติการที่อัฟกานิสถานเป็นเวลา 10 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับจากสมรภูมิอัฟกานิสถานเขากระโดดเข้าทำงานการเมือง ด้วยการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครดังๆ ของพรรคเดโมแครต ทั้งระดับรัฐและระดับชาติรวมถึง John Kerry
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะเป็นเพราะสภาวะความปริแยกทางการเมืองที่หนักหน่วงรุนแรงของอเมริกา ทำให้ปีเตอร์ตัดสินใจเสนอตัวให้ประชาชนพิจารณาเป็น &amp;quot;ทางเลือก&amp;rdquo; ออกจากวงจรความขัดแย้งระหว่างสองพรรคใหญ่ และสกัดกั้นทรัมป์ไม่ให้กลับมาทำเนียบขาวหลังการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ (ก่อนคะแนนของการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐไอโอวาจะนับได้ครบ 100%) คะแนนจาก 71% ของทั้งหมดแสดงว่าปีเตอร์มาที่หนึ่งด้วย 26.8% ตามมาด้วยแซนเดอร์สที่ 25.2% วอร์เรนได้ที่สาม 18.4% และไบเดนตกไปอันดับที่สี่ด้วย 15.4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนออกมาในรอบแรกอย่างนี้สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนไม่น้อย รวมถึงแซนเดอร์สและไบเดนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเดิมทีวงการการเมืองส่วนใหญ่คาดว่าการแข่งขันขั้นต้นนั้นน่าจะเป็นการพันตูระหว่างสองผู้เฒ่า แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองมะกันกำลังจะเข้าสู่โหมดของความสับสนวุ่นวาย อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้หวนคิดถึงตอนบารัก โอบามาเสนอตัวเป็นตัวเลือกของพรรคเดโมแครตใหม่ๆ เมื่อปี 2006 คนส่วนใหญ่คิดว่าหนุ่มผิวดำที่เพิ่งชนะเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐเล็กๆ สมัยแรกจะมีน้ำยาอะไรมาเอาชนะมือเก๋าอย่างฮิลลารี คลินตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแล้วทุกอย่างที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ประวัติศาสตร์จะพลิกผันอีกครั้งหรือไม่ ไม่นานก็รู้ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56572</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chasten Glezman, John Kerry, กาแฟดำ, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อมูลยื่นภาษีชี้ ส.ว.แซนเดอร์ส ขึ้นแท่น &#039;มหาเศรษฐี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้อมูลการยื่นภาษีช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของ เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.เดโมแครตผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยและมักวิจารณ์ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่่ถ่างกว้างขึ้นในอเมริกา ได้เลื่อนขั้นเป็นมหาเศรษฐีเงินล้านแล้ว นับแต่ล้มเหลวในการลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ร่วมรายการของสถานีฟอกซ์นิวส์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์สเป็นหนึ่งในผู้เสนอตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในนามพรรคเดโมแครตปี 2563 ฐานะที่มั่งคั่งขึ้นของเขาอาจก่อเกิดคำถามว่า นักเสรีนิยมที่มักพุ่งเป้าโจมตีมหาเศรษฐีและอภิมหาเศรษฐี กับระบบเศรษฐกิจที่ปกป้องฐานะของเศรษฐีเหล่านี้ จะยังเป็นนักต่อสู้เพื่อคนอเมริกันชนชั้นแรงงานอยู่อีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 กล่าวว่า รายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นของแซนเดอร์สในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มาจากค่าลิขสิทธิ์หนังสือขายดีของเขา โดยเฉพาะในปี 2559 และ 2560 ที่สร้างรายได้ให้เขาปีละมากกว่า 800,000 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่เริ่มเสนอตัวชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ แซนเดอร์สเขียนหนังสือ 3 เล่ม ซึ่งรวมถึงเล่มขายดีชื่อ &amp;ldquo;Our Revolution&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;Where We Go From Here&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลในแบบแสดงรายการภาษีที่คณะทำงานหาเสียงของแซนเดอร์สเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ รายได้รวมหลังปรับยอดแล้วของแซนเดอร์ในปี 2561 อยู่ที่ 561,293 ดอลลาร์, ของปี 2560 อยู่ที่ 1,131,925 ดอลลาร์ และปี 2559 อยู่ที่ 1,062,626 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในปี 2557 หนึ่งปีก่อนที่เขาจะเริ่มลงสังเวียนชิงเก้าอี้ทำเนียบขาวนั้น แซนเดอร์สมีรายได้รวมหลังปรับแล้วอยู่ที่ 205,271 ดอลลาร์ และปี 2560 รายได้เพิ่มเล็กน้อยเป็น 240,622 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์หลายคนมองว่า ฐานะที่ร่ำรวยขึ้นของแซนเดอร์สอาจบั่นทอนการนำเสนอประเด็นเศรษฐกิจเชิงประชานิยมของเขา แต่แซนเดอร์สชี้แจงว่า รายได้เหล่านี้มาจากการขายหนังสือ และเขาไม่จำเป็นต้องขอโทษที่รวยขึ้นเพราะเหตุผลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นว่าการจ่ายภาษีมากขึ้น เพราะรายได้ของผมมากขึ้นนั้น เป็นทั้งหน้าที่ และเป็นการลงทุนในประเทศของเรา&amp;quot; เขากล่าว ขณะเดียวกัน เขายังรุกเร้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เปิดเผยข้อมูลการยื่นภาษีบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ไม่ยอมเผยข้อมูลการยื่นภาษีตั้งแต่ครั้งยังเป็นผู้สมัคร จนชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี โดยอ้างว่าสำนักงานสรรพากร (ไออาร์เอส) ตรวจสอบบัญชีของเขาอยู่แล้ว แต่ไออาร์เอสยืนยันว่าไม่มีกฎข้อไหนที่ห้ามผู้ยื่นภาษีเปิดเผยข้อมูลของตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33787</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาเศรษฐี, ยื่นภาษี, ลิขสิทธิ์หนังสือ, เดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, แบบแสดงรายการภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb5db3084069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2019 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.แซนเดอร์ส&#039; เริ่มปราศรัยหาเสียง จวก &#039;ทรัมป์&#039; สุดอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่เคยพ่ายการช่วงชิงแคนดิเดตพรรคเดโมแครตเมื่อปี 2559 เริ่มต้นการหาเสียงเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยคำปฏิญาณจะโค่นล้มโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกายุคใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.เวอร์มอนต์ ปราศรัยหาเสียงเพื่อลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2563 ที่บรูคลิน นิวยอร์กซิตี เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.อิสระจากรัฐเวอร์มอนต์รายนี้เลือกประเดิมการปราศรัยหาเสียงของเขาที่วิทยาลัยบรูคลิน เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562 ต่อหน้าผู้สนับสนุนหลายพันคน โดยแสดงความมั่นใจว่า แนวนโยบายเสรีนิยม-ประชานิยมของเขาจะสามารถเอาชนะคู่แข่งในพรรคเดโมแครตซึ่งประกาศเสนอตัวลงชิงชัยแล้วจำนวนหลายราย เพื่อเป็นตัวแทนของเดโมแครตในการสู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า และยังมั่นใจด้วยว่าเขาจะสามารถเอาชนะทรัมป์ &amp;quot;ผู้เป็นประธานาธิบดีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาสมัยใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยความช่วยเหลือของพวกคุณ เรากำลังจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ และท้ายที่สุด สร้างเศรษฐกิจและรัฐบาลที่ทำงานเพื่อพวกเราทุกคน ไม่ใช่เพื่อคนแค่ 1%&amp;quot; ส.ว.อาวุโสรายนี้กล่าว พร้อมคำมั่นสัญญาว่า การหาเสียงของเขาจะเสียงดังและชัดเจน ว่าหลักการสำคัญของรัฐบาลเราจะไม่ใช่ความละโมบ, ความเกลียดชัง และการโกหก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์สเลือกมาเริ่มต้นการหาเสียงของเขาที่วิทยาลัยซึ่งเขาเคยศึกษาเล่าเรียน เพื่อเน้นย้ำประวัติส่วนตัวของเขาที่เป็นลูกชายของชาวยิวอพยพชนชั้นแรงงานที่โตมาในย่านคนยากจน &amp;quot;พ่อของผมไม่ได้ให้เงินผมหลายล้านดอลลาร์เพื่อสร้างตึกหรูระฟ้า, กาสิโน และคันทรีคลับ&amp;quot; แซนเดอร์สเหน็บแนมทรัมป์ &amp;quot;ผมไม่ได้มาจากครอบครัวที่ให้เงินเบี้ยเลี้ยงปีละ 200,000 ดอลลาร์ทุกปีตั้งแต่อายุ 3 ขวบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวนโยบายหลักในการหาเสียงของ ส.ว.ผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตยรายนี้ คือ &amp;quot;เมดิแคร์สำหรับทุกคน&amp;quot;, ค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี, ส.ว.แซนเดอร์ส, เบอร์นี แซนเดอร์ส, เริ่มปราศรัยหาเสียง, เลือกตั้งสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7bdc94a23b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
