<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแรง &#039;ไบเดน&#039;เดินหน้าโกยชัยชนะหยั่งเสียงเดโมแครต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ โกยคะแนนคณะผู้แทนเลือกตั้งทิ้งห่าง ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส หลังกวาดชัยชนะในการหยั่งเสียงเพิ่มอีกอย่างน้อย 4 รัฐเมื่อวันอังคาร รวมถึงรัฐมิชิแกนที่เป็นสมรภูมิสำคัญ พร้อมกล่อมฝ่ายสนับสนุนคู่แข่ง เดโมแครตต้องร่วมมือกันจึงจะโค่นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน วัย 77 ปี ที่กระแสยังแรงต่อเนื่องจากการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ วันซูเปอร์ทิวส์เดย์เมื่อสัปดาห์ก่อน กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อ ส.ว.แซนเดอร์ส วัย 78 ปี ว่าเส้นทางการต่อสู้ของเขาจะจบเร็วกว่าที่คิดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครต เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 จัดพร้อมกัน 6 มลรัฐ โดยผลการนับคะแนนที่ค่อนข้างแน่นอน รวมถึงเอ็กซิตโพลบ่งชี้ว่า ไบเดนชนะที่รัฐมิชิแกน, มิสซูรี, มิสซิสซิปปี และไอดาโอ ขณะที่อีก 2 รัฐ ได้แก่ วอชิงตันและนอร์ทดาโกตานั้น ผลคะแนนยังไม่เด็ดขาด แต่แซนเดอร์สมีคะแนนนำอยู่เล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลของเอดิสันรีเสิร์ชเผยว่า ชัยชนะของไบเดนใน 4 มลรัฐนั้น ได้จากเสียงสนับสนุนของกลุ่มประชากรที่หลากหลาย ทั้งสตรี, คนแอฟริกันอเมริกัน, ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี และผู้ที่ไม่มีใบปริญญา, คนสูงวัย, สมาชิกสหภาพแรงงาน และอื่นๆ แต่ไม่รวมถึงพวกเสรีนิยมจัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพ่ายแพ้มีนัยสำคัญต่อแซนเดอร์สคือที่รัฐมิชิแกน รัฐอุตสาหกรรมในเขตมิดเวสต์ ซึ่ง ส.ว.เวอร์มอนต์ผู้นี้เคยเอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน ได้ในการหยั่งเสียงเมื่อปี 2559 และเป็นสมรภูมิสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ผลการนับคะแนนที่ผ่านไป 91% ไบเดนได้คะแนนสนับสนุน 53% นำห่างแซนเดอร์สที่ได้ 37% ส่วนที่รัฐมิสซูรีและมิสซิสซิปปีนั้น ไบเดนยังมีคะแนนทิ้งห่างที่ 60% และ 81% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยชนะที่รัฐมิชิแกนแห่งนี้อย่างฉิวเฉียดและเหนือความคาดหมายเมื่อปี 2559 บวกกับชัยชนะที่รัฐเพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน ทำให้เขาเอาชนะนางคลินตันและก้าวเข้าสู่ทำเนียบขาวได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ส ซึ่งกลับรัฐเวอร์มอนต์ถิ่นของเขาเมื่อคืนวันอังคาร ยังไม่แสดงความเห็นต่อความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ในขณะที่ไบเดนทอดไมตรีไปยังผู้สนับสนุนของแซนเดอร์สว่า พวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน และด้วยการร่วมมือกัน พวกเราจะโค่นล้มโดนัลด์ ทรัมป์ ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลพบว่า ผู้ใช้สิทธิ์เมื่อวันอังคารกล่าวกันว่า พวกเขาไว้วางใจไบเดนว่าจะสามารถรับมือวิกฤติครั้งใหญ่ได้ดีกว่าแซนเดอร์ส ที่ผลต่าง 2 ต่อ 1 ส่งสัญญาณว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโคโรนาในสหรัฐช่วยเพิ่มความนิยมในตัวอดีตรองประธานาธิบดีผู้นี้ในฐานะผู้ที่เคยมีประสบการณ์และมีความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความวิตกต่อการแพร่ระบาดทำให้ผู้สมัครทั้งสองยกเลิกแผนการชุมนุมปราศรัยหาเสียงเมื่อคืนวันอังคาร ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ขอให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมของคนจำนวนมากภายในสถานที่ปิด นอกจากนี้ฝ่ายไบเดนยังยกเลิกการหาเสียงวันพฤหัสบดีที่ฟลอริดา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 รัฐที่จะหยั่งเสียงสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากฟลอริดาแล้ว รัฐใหญ่ที่จะหยั่งเสียงด้วยคือ โอไฮโอและจอร์เจีย ซึ่งไบเดนมีภาษีดีกว่าแซนเดอร์สทั้งหมด เมื่อถึงสิ้นเดือนมีนาคม การหยั่งเสียงของเดโมแครตจะมีคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งให้ช่วงชิงกันราว 2 ใน 3 ของเกือบ 4,000 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากนับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งถึงเช้าวันพุธ ถึงขณะนี้ไบเดนมีคะแนนนำแซนเดอร์สแล้วที่ 762 คะแนน ต่อ 619 คะแนน โดยไบเดนโกยคะแนนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเมื่อวันอังคารที่แล้วที่เขาชนะได้ถึง 10 รัฐจาก 14 รัฐ ผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงชัยกับทรัมป์จะต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คะแนนเป็นอย่างน้อยในการประชุมใหญ่ของพรรคเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากคะแนนที่เริ่มทิ้งห่างแล้ว ไบเดนยังได้การสนับสนุนจากคู่แข่งของเขาหลายรายที่ถอนตัวไปแล้ว ทั้งแอนดรูว์ หยาง, พีต บูติเจิจ, เอมี โคลบูชาร์ และคามาลา แฮร์ริส..&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59503</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68f4b16b9ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โจ ไบเดน&#039;คัมแบ็ก กวาดชัยหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กลับเข้าสู่สังเวียนแบบเต็มตัวในฐานะคู่แข่งของ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ในการหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตเพื่อหาตัวแทนพรรคชิงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผลคะแนนวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่หยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ ชี้ว่าไบเดนกวาดชัยชนะอย่างน้อย 9 รัฐ รวมถึงเทกซัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน พบปะผู้มีสิทธิออกเสียง ที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2563 กล่าวว่า ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ปี ผู้ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย เคยมีคะแนนนำห่างและอยู่บนเส้นทางที่จะกวาดชัยชนะในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ ที่มีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งรวมกัน 1 ใน 3 ของคณะผู้เลือกตั้งของพรรคเดโมแครต ที่จะเป็นผู้แทนลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคม แต่ไบเดนวัย 77 ปี กลับทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ แม้ในการหยั่งเสียง 3 รัฐแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ดูเหมือนเขาแทบจะหมดอนาคตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเพิ่งชนะหยั่งเสียงรัฐเซาท์แคโรไลนาเป็นรัฐแรกเมื่อวันเสาร์ และต่อมา อดีตคู่แข่งทั้งพีต บูติเจิจ และ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ ที่เป็นฝ่ายสายกลาง ก็ประกาศหนุนหลังเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ว่า อดีตรองประธานาธิบดีสายกลางรายนี้จะชนะการหยั่งเสียงอย่างน้อย 9 รัฐ หรืออาจถึง 10 รัฐ ได้แก่ รัฐเวอร์จิเนีย, นอร์ทแคโรไลนา, แอละแบมา, โอคลาโฮมา, เทนเนสซี, อาร์คันซอ, แมสซาชูเซตส์ และมินนิโซตา นอกจากนี้ไบเดนยังมีคะแนนนำห่างแซนเดอร์สในรัฐเทกซัส ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากเป็นอันดับ 2 ของรัฐที่หยั่งเสียงในวันนี้ รองจากแคลิฟอร์เนียที่แซนเดอร์สได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลเผยว่า แซนเดอร์ส ซึ่งลงสมัครชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคเป็นครั้งที่ 3 แล้ว จะชนะที่รัฐเวอร์มอนต์ รัฐบ้านเกิดของเขา และที่โคโลราโดและยูทาห์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.แซนเดอร์สปราศรัยฉลองชัยชนะของเขาเมื่อคืนวันอังคาร ด้วยการโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเรียกทรัมป์ว่าเป็นประธานาธิบดีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ เขายังโจมตีไบเดนเช่นกันว่าเคยลงมติสนับสนุนการรุกรานอิรักและมีมลทินจากการรับเงินบริจาคของพวกอภิมหาเศรษฐี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรากำลังจัดการกับพวกกลุ่มอิทธิพลทางการเมือง คุณไม่สามารถเอาชนะทรัมป์ได้ด้วยการเมืองแบบเก่าๆ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไบเดนปราศรัยที่ลอสแองเจลีส บอกว่าผลที่ออกมาพิสูจน์ว่าความพยายามของเขาที่จะดึงการเมืองอเมริกากลับสู่ความเป็นกลาง หลังจากอยู่กับประชานิยมเอียงขวาของทรัมป์มานาน 4 ปี กำลังเดินหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไบเดนคัมแบ็กได้ในครั้งนี้คือฐานเสียงเหนียวแน่นจากกลุ่มแอฟริกันอเมริกัน ที่ช่วยให้เขาคว้าชัยชนะได้ทั้ง 5 รัฐภาคใต้ของสหรัฐ ถึงแม้ว่าเขาจะได้คะแนนจากกลุ่มฮิสปานิกน้อยกว่าแซนเดอร์ส โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีคณะผู้เลือกตั้งถึง 415 คน แต่ชัยชนะในรัฐเทกซัสที่มีคณะผู้เลือกตั้ง 228 คน และมีประชากรที่หลากหลายกว่า บ่งชี้ว่าไบเดนมีศักยภาพในการสร้างฐานเสียงในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล บลูมเบิร์ก อภิมหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก วัย 78 ปี ที่ลงสังเวียนหยั่งเสียงอย่างเป็นทางการในวันอังคาร และ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน วัย 70 ปี ทำผลงานไม่ดีนัก วอร์เรนแพ้ในรัฐแมสซาชูเซตส์ของเธอเอง ส่วนบลูมเบิร์ก แม้จะทุ่มทุนส่วนตัวหลายร้อยล้านดอลลาร์โฆษณาหาเสียง ก็ยังไม่สามารถชนะได้แม้แต่รัฐเดียว ยกเว้นดินแดนอเมริกันซามัวในมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตต้องได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง 1,991 คนขึ้นไป การหยั่งเสียงครั้งหน้าคือวันที่ 10 มีนาคม จัดที่รัฐไอดาโฮ, มิชิแกน, มิสซิสซิปปี, มิสซูรี, นอร์ทดาโคตา และรัฐวอชิงตัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ทิวส์เดย์, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fb7a237055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 3อดีตผู้สมัครเดโมแครตเลือกหนุน &#039;ไบเดน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้แรงหนุนสำคัญจากอดีตคู่แข่ง 3 คน ก่อนสู้ศึกหยั่งเสียงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่จัดลงคะแนนพร้อมกัน 14 รัฐ โดยอดีตผู้สมัครที่เลือกหนุนเขา รวมถึงพีต บูติเจิจ และเอมี โคลบลูชาร์ ที่น่าจะดึงฐานเสียงสายกลางมาต่อกรกับเบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.นิยมซ้ายที่โพลชี้ว่ามีคะแนนนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ ไบเดน และเอมี โคลบูชาร์&amp;nbsp; บนเวทีปราศรัยที่เมืองดัลลัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม กล่าวว่า การได้เสียงสนับสนุนจากอดีตคู่แข่งพร้อมกันถึง 3 รายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่วยพลิกฟื้นสถานะของโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี วัย 77 ปี ที่อาจเป็นความหวังของกลุ่มอิทธิพลทั้งภาคธุรกิจและการเมืองของพรรคเดโมแครต ในการหาผู้สมัครสายกลางมาโค่นล้ม ส.ว.แซนเดอร์ส นักสังคมนิยมประชาธิปไตยที่เป็นตัวเต็ง ในการเป็นผู้แทนของพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประกาศถอนตัวของพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา วัย 38 ปี และ ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ จากรัฐมินนิโซตา เดโมแครตก็เหลือผู้สมัคร 5 คน ที่สู้กันในวันอังคารที่ 3 มีนาคม ที่มีการหยั่งเสียงพร้อมกัน 14 รัฐ ด้วยจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากโข โดยบางพื้นที่จะเริ่มการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 06.00 น. หรือ 18.00 น. วันเดียวกันของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเพิ่งชนะการเลือกตั้งขั้นต้นในการหยั่งเสียงรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชัยชนะรัฐแรกของเขา หลังจากทำคะแนนได้ไม่ดีเลยในการหยั่งเสียง 3 รัฐแรก และทำให้เกิดคำถามว่าเขายังดีพอที่จะต่อสู้กับแซนเดอร์ส ที่เสมอกับบูติเจิจในรัฐแรกและชนะขาดลอยอีก 2 รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ไบเดนไปขึ้นเวทีปราศรัยที่เมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดรองจากรัฐแคลิฟอร์เนียในการหยั่งเสียงซูเปอร์ทิวส์เดย์ บนเวทีนี้ ส.ว.โคลบูชาร์ขึ้นมาประกาศว่าเธอยุติการหาเสียงแล้ว และขอสนับสนุนให้ไบเดนเป็นประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นไบเดนก็แนะนำเบโต โอรูร์ค อดีตผู้แทนเทกซัสที่ทุ่มเงินหาเสียงในช่วงแรก แต่สุดท้ายก็ถอนตัว นักการเมืองหนุ่มรายนี้ยังได้รับความนิยมในเทกซัส เขากล่าวบนเวทีว่า &amp;quot;เราต้องการคนที่สามารถโค่นโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ และโจ ไบเดน คือบุคคลนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า บูติเจิจที่เพิ่งถอนตัวเมื่อวันก่อนก็ประกาศสนับสนุนไบเดิน โดยบอกว่าเขากำลังมองหาประธานาธิบดีที่จะดึงศักยภาพของทุกคนออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการปราศรัยครั้งนี้ ไบเดนกล่าวเตือนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงว่าอย่าได้หลงคล้อยตามแซนเดอร์ส ผู้ที่ไม่ได้เสนอสิ่งใดมากไปกว่า &amp;quot;การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการเมือง&amp;quot; ในอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแซนเดอร์สมุ่งเน้นการหาเสียงในหลายมลรัฐใหญ่ รวมถึงแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุดในการหยั่งเสียงวันอังคาร ระหว่างปราศรัยที่รัฐยูทาห์ ส.ว.เวอร์มอนต์ วัย 78 ปี บอกว่า กำลังมีความพยายามอย่างมโหฬารของกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองและธุรกิจ เพื่อหยุดยั้งเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ยังมีคะแนนนำอันดับหนึ่งในผลสำรวจระดับประเทศ แต่ไบเดนคาดหวังว่าแรงหนุนส่งล่าสุดจากอดีตคู่แข่งของเขาจะช่วยให้เขาขยับเข้าใกล้แซนเดอร์ได้ แม้จะไม่ถึงขั้นชนะก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดียาวนาน 8 ปี ในสมัยของบารัค โอบามา กล่าวว่า การแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นฐานคะแนนที่แข็งแกร่งของเขาที่เป็นกลุ่มคนผิวดำ, ฮิสปานิก, ผู้หญิง และกลุ่มคนที่อาศัยในชานเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูติเจิจ ซึ่งเป็นเกย์อย่างเปิดเผย ได้คะแนนเสียงจากเป็นคนผิวขาวที่ช่วยให้เขาชนะการหยั่งเสียงในรัฐไอโอวาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นผิวขาว แต่ในรัฐถัดมาเขาไม่สามารถดึงคะแนนจากกลุ่มคนผิวดำและกลุ่มฮิสปานิกได้ ส่วนโคลบูชาร์ แม้จะทำคะแนนได้ไม่ดีนัก แต่เธอมีฐานเสียงในรัฐมินนิโซตา ที่น่าจะช่วยเทคะแนนให้ไบเดนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ที่เพิ่งลงสังเวียนหยั่งเสียงครั้งแรกในวันอังคาร ทุ่มเงินส่วนตัวไปแล้ว 500 ล้านดอลลาร์ ในการซื้อโฆษณาหาเสียงทางโทรทัศน์ แต่เขายังมีคะแนนนิยมตามหลังแซนเดอร์สและไบเดน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ทิวส์เดย์, หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e5a2787c9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ตีตื้น ชนะหยั่งเสียงไพรมารีรัฐแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตรัฐแรกแล้ว ที่มลรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อวันเสาร์ โดยทำคะแนนทิ้งห่าง ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ตัวเต็งระดับชาติที่จะท้าชิงเก้าอี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ ไบเดน ปราศรัยที่สนามวอลเลย์บอลของมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา เมืองโคลัมเบีย เมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า ไบเดน ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดียาวนาน 8 ปีในสมัยของบารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐ ได้คะแนนจากกลุ่มคนแอฟริกัน-อเมริกันที่เป็นฐานเสียงสำคัญของเขา ซึ่งช่วยให้เขาประสบชัยชนะเป็นครั้งแรกในการหยั่งเสียงมลรัฐที่ 4 ของพรรคเดโมแครต และเพิ่มขวัญกำลังใจในการต่อสู้สังเวียนใหญ่วัน &amp;quot;ซูเปอร์ทิวส์เดย์&amp;quot; อังคารที่ 3 มีนาคมนี้ ซึ่งจะจัดการหยั่งเสียงพร้อมกันถึง 14 รัฐ ทั้งแบบไพรมารีและแบบคอคัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้นี่เอง สื่อและผู้เชี่ยวชาญประกาศว่าการเสนอตัวครั้งนี้จบสิ้นแล้ว&amp;quot; ไบเดนกล่าวกับผู้สนับสนุนเขานับพันคนที่เมืองโคลัมเบีย โดยบอกว่าการหาเสียงของเขาอยู่บนเส้นทางที่จะโค่นล้มโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนับคะแนนที่ผ่านไปแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ ชี้ว่า ไบเดนวัย 77 ปี ได้คะแนน 48.4% ส่วน ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ปีที่ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย ได้ 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับสามได้แก่ทอม สเตเยอร์ มหาเศรษฐีนักเคลื่อนไหวได้ 11.4% แม้จะทุ่มทุนโฆษณาไป 23 ล้านดอลลาร์ในรัฐนี้ สเตเยอร์ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันแล้วทั้งที่ยังไม่ประกาศผล ส่วนพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชายจากเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา ที่มาแรงในการหยั่งเสียงรัฐแรกที่ไอโอวา ได้ที่ 4 ด้วยคะแนน 8% ตามด้วย ส.ว.หญิง เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ 7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของไบเดนในรัฐนี้ ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งขั้นตนของพรรคเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกันราว 60% ถูกมองว่ามีความสำคัญยิ่งที่ต่อความหวังของไบเดนในการพลิกฟื้นคะแนน หลังจากพ่ายแพ้หลุดลุ่ยที่รัฐไอโอวาและนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเขาได้ที่ 4 และ 5 ตามลำดับ แม้จะทำได้ดีขึ้นในรัฐเนวาดา โดยได้อันดับ 2 รองจากแซนเดอร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลชี้ว่า ไบเดนได้คะแนนจากคนผิวสีในการหยั่งเสียงที่รัฐนี้ถึง 60% ส่วนแซนเดอร์ส ซึ่งโพลระดับประเทศชี้ว่าเขามีคะแนนนำอันดับหนึ่งและชนะมาแล้ว 2 รัฐ ได้คะแนนจากกลุ่มคนผิวสีแค่ราว 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนและแซนเดอร์สต่างคาดหวังว่าจะทำผลงานได้ดีในการหยั่งเสียงวันอังคารที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นการตัดสินจำนวนคะแนนผู้แทนเลือกตั้งของพรรคถึง 1 ใน 3 ที่จะไปเลือกผู้แทนพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างการประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัครรายอื่น ทั้ง บูติเจิจ, วอร์เรน, ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ จากรัฐมินนิโซตา และอภิมหาเศรษฐีไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ต่างยืนยันชัดเจนว่าจะต่อสู้ไปถึงซูเปอร์ทิวส์เดย์ ซึ่งจะเป็นสังเวียนแรกของบลูมเบิร์กด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58604</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เซาท์แคโรไลนา, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, เลือกตั้งขั้นต้น, โจ ไบเดน, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bc0a3678ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.แซนเดอร์ส&#039; เฉือนชนะหยั่งเสียงรัฐนิวแฮมป์เชียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดโมแครตจัดลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์เป็นรัฐที่ 2 เมื่อวันอังคาร เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.รุ่นเก๋าชนะอย่างฉิวเฉียด ส่วนพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชายตามมาอันดับ 2 ขณะที่อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ที่ 5 อย่างน่าผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.เวอร์มอนต์ บนเวทีปราศรัยที่เมืองแมนเชสเตอร์เมื่อคืนวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า ชัยชนะในการหยั่งเสียงที่รัฐนิวแฮมป์เชียร์ตอกย้ำสถานะหนึ่งในตัวเต็งของ ส.ว.วัย 78 ปีจากรัฐเวอร์มอนต์รายนี้ สัปดาห์ที่แล้วในการหยั่งเสียงแบบคอคัสที่รัฐไอโอวา ซึ่งการนับคะแนนยังวุ่นวายและไม่สามารถประกาศผู้ชนะได้ แซนเดอร์สขับเคี่ยวอย่างสูสีกับบูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา วัย 38 ปี โดยผลคะแนนที่ยังต้องนับใหม่บางส่วนให้บูติเจิจเหนือกว่าแซนเดอร์สเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชัยชนะที่นี่เป็นการเริ่มต้นของจุดจบสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ส.ว.หัวก้าวหน้าที่ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย กล่าวต่อผู้สนับสนุนเขาที่เมืองแมนเชสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลคะแนนที่สถานีเอ็นบีซีและเอบีซีรายงานชี้ว่า แซนเดอร์สได้ 26% ส่วนบูติเจิจตามมาไม่ห่างที่ 24% ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ ได้อันดับ 3 ด้วยคะแนนราว 20% หลังจากคะแนนนิยมของเธอพุ่งพรวดพราดจากการทำผลงานได้ดีในการโต้อภิปรายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว และทำให้ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน หล่นไปอยู่อันดับ 4 โดยได้คะแนนราว 9% อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนได้อันดับ 5 จากคะแนนแค่ 8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีวัย 77 ปีเคยเป็นตัวเก็งที่จะเป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&amp;nbsp; ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน แต่การหยั่งเสียงทั้ง 2 ครั้งเขายังทำได้ไม่ดีนัก ที่รัฐไอโอวานั้นไบเดนได้อันดับ 4 ซึ่งก่อคำถามว่าเขาจะต่อสู้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ และจะสามารถเรียกคะแนนของผู้สนับสนุนสายกลางมาจากบูติเจิจและโคลบูชาร์ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการลงสมัคร 2 ครั้งก่อน ไบเดนก็ทำคะแนนได้ไม่ดีนักก่อนที่เขาจะชนะเลือกตั้งในปี 2561 ในฐานะคู่สมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีของบารัค โอบามา เขาหวังว่าจะยื้อไปได้จนถึงการหยั่งเสียงที่รัฐเซาท์แคโรไลนาวันที่ 29 กุมภาพันธ์ และการหยั่งเสียงในรัฐทางใต้อื่นๆ ในวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ 3 มีนาคม โดยหวังพึ่งฐานเสียงสนับสนุนจากกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน แต่หากยังไม่ได้เสียงสนับสนุนที่แข็งแรงมากพอ เส้นทางการต่อสู้ของเขาก็จบลงแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าพ่ายแพ้ ไบเดนไปฟังผลคะแนนที่เซาท์แคโรไลนาโดยกล่าวกับผู้สนับสนุนเขาว่า การต่อสู้ยังไม่จบ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เป็นผลคะแนนแค่ 2 รัฐ จาก 50 รัฐ ซึ่งยังไม่ถึง 1 ใน 4 ของประเทศด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การหยั่งเสียงที่นิวแฮมป์เชียร์เป็นจุดจบของผู้สมัครอีกอย่างน้อย 2 คน ได้แก่ แอนดรูว์ หยาง นักธุรกิจด้านเทคโนโลยี และ ส.ว.ไมเคิล เบนเน็ตต์ ที่ประกาศถอนตัวแล้ว ซีบีเอสนิวส์รายงานด้วยว่า เดวาล แพทริก อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ จะประกาศถอนตัวเช่นกันในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรลงคะแนนที่นิวแฮมป์เชียร์นั้นปรากฏชื่อผู้สมัครถึง 33 ราย ซึ่งรวมถึงหลายคนที่ถอนตัวเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แต่บัตรลงคะแนนยังไม่มีชื่อของไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ที่ยังไม่มีชื่อชิงชัยจนกว่าจะถึงวันซูเปอร์ทิวส์เดย์ที่เดโมแครตหยั่งเสียงพร้อมกันวันเดียว 14 รัฐ โพลระดับประเทศชี้ว่า บลูมเบิร์กซึ่งใช้ทุนส่วนตัว 260 ล้านดอลลาร์ในการหาเสียง มีคะแนนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะทำผลงานได้ดีในรัฐใหญ่ๆ เช่นแคลิฟอร์เนียและเทกซัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐต่อไปที่จะจัดหยั่งเสียงคือเนวาดา วันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยเป็นแบบคอคัส จากนั้นจะเป็นการหยั่งเสียงแบบไพรมารีที่เซาท์แคโรไลนา วันที่ 29 กุมภาพันธ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57033</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวแฮมป์เชียร์, พีต บูติเจิจ, หยั่งเสียง, เดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e44051ca6ae5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตไม่ประกาศชื่อผู้ชนะคอคัสไอโอวา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรคเดโมแครตไม่สามารถประกาศชื่อผู้ชนะการหยั่งเสียงแบบคอคัสในรัฐไอโอวาได้ เนื่องจากมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิค โดยผลคะแนนที่ส่งครบทุกเขตเผยว่า พีต บูตีเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ และ ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส มีคะแนนเกือบเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พีต บูติเจิจ ปราศรัยที่เมืองแมนเชสเตอร์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงที่รัฐไอโอวาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นการหยั่งเสียงรัฐแรกของพรรคเดโมแครตเพื่อหาผู้แทนของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน ในวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้ แต่ผลคะแนนมีปัญหาไม่สามารถประกาศได้เนื่องจากข้อขัดข้องทางเทคนิคของการรายงานคะแนน ที่ทำให้เกิดความกังขาถึงความแม่นยำของกระบวนการ จนทำให้ทอม เปเรซ ประธานพรรคเดโมแครต กล่าวเรียกร้องเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ ให้ทบทวนการหยั่งเสียงแบบคอคัสครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอได้แล้ว&amp;quot; เปเรซทวีตพร้อมกับเรียกร้องให้ตรวจสอบผลการหยั่งเสียงแบบคอคัสของแต่ละเขตแต่ไม่ใช่การนับคะแนนใหม่ทั้งหมด &amp;quot;เพื่อความมั่นใจของประชาชนต่อผลคะแนน ผมเรียกร้องให้พรรคเดโมแครตไอโอวาเริ่มการตรวจทานคะแนนใหม่โดยทันที&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา คณะกรรมการการเลือกตั้งของพรรคประกาศผลคะแนนที่ได้รับรายงานครบทั้ง 1,765 เขตของไอโอวา ว่าบูติเจิจได้คะแนน 26.2% และแซนเดอร์สได้ 26.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอลิซาเบธ วอร์เรน ส.ว.หัวก้าวหน้าจากรัฐแมสซาชูเซตส์ ได้ 18.0%, อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดิน ได้ 15.8% และเอมี โคลบูชาร์ ส.ว.มินนิโซตา ได้ 12.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการประกาศคะแนน บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชายวัย 38 ปี จากเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดิแอนา ประกาศว่าเขาคือผู้ชนะโดยอิงจากจำนวนคณะผู้เลือกตั้งของรัฐนี้ ซึ่งจะส่งเข้าไปโหวตในการประชุมระดับชาติของพรรคเดือนกรกฎาคม ในขณะที่แซนเดอร์ส ส.ว.สังคมนิยมประชาธิปไตยวัย 77 ปีจากเวอร์มอนต์ก็ประกาศว่าเขาคือผู้ชนะ โดยอิงจากคะแนนป๊อปปูลาร์โหวต หรือคะแนนดิบ ที่มีมากกว่าราว 6,000 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเย้ยเดโมแครตระหว่างการฉลองชัยชนะในวุฒิสภาที่ลงมติว่าเขาพ้นข้อกล่าวหาเพื่อถอดถอนทั้ง 2 ข้อ ว่าเดโมแครตไม่สามารถนับคะแนนเสียงง่ายๆ แล้วพวกเขายังคิดจะมาควบคุมระบบประกันสุขภาพของคนอเมริกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56588</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีต บูติเจิจ, หยั่งเสียง, เดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, ไอโอวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d80c909cca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตวุ่นประเดิมคอคัสไอโอวา &#039;แซนเดอร์ส&#039;โวชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรคเดโมแครตประเดิมการหยั่งเสียงเลือกตัวแทนพรรคชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีที่รัฐไอโอวาเป็นรัฐแรกเมื่อวันจันทร์ แต่ระบบแจ้งคะแนนล้มเหลวทำให้ไม่สามารถประกาศผู้ชนะได้ แต่เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.ฝ่ายซ้าย อ้างผลไม่เป็นทางการว่าเขาได้อันดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส เดินขึ้นเวทีปราศรัยฉลองชัยชนะที่เมืองดิมอยน์เมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ส.ว.รุ่นเก๋าที่ประกาศตัวเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย กล่าวภายหลังการลงคะแนนหยั่งเสียงแบบคอคัสของพรรคที่รัฐไอโอวาผ่านพ้นไป 5 ชั่วโมง ว่าตัวเขาได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ส่วนพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาท์เบนด์ วัย 38 ปี ที่ประกาศตัวเป็นเกย์อย่างเปิดเผย ได้อันดับ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการเลือกตั้งปี 2563 ที่มีความสำคัญมหาศาล คืนนี้มลรัฐแรกของประเทศนี้ได้ลงคะแนน และวันนี้คือจุดเริ่มต้นของจุดจบสำหรับโดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ส.ว.วัย 78 ปีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เจ้าหน้าที่พรรคจะแจ้งต่อผู้สมัครว่าคงไม่สามารถประกาศผลคะแนนได้ก่อนวันอังคาร แต่แซนเดอร์สคุยว่าเขารู้สึกว่าทำผลงานได้ดีมากๆ ที่รัฐนี้ พร้อมกับอ้างอิงผลคะแนนภายในที่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการจากเขตเลือกตั้งเกือบ 40% จากเกือบ 1,700 แห่ง ว่าเขาได้คะแนนสนับสนุนจากตัวแทนออกเสียงของรัฐนี้ 28.62%, บูติเจิจได้ 25.71% ตามด้วยเอลิซาเบธ วอร์เรน ส.ว.หญิงหัวก้าวหน้า ได้ 18.4% ส่วนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่มักอ้างตนว่าเป็นตัวเลือกดีที่สุดของพรรคเผื่อชิงชัยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งรีพับลิกัน ได้เพียง 15.08%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบูติเจิจ วัย 38 ปี ซึ่งโด่งดังเพียงชั่วข้ามปี ก็มั่นใจเช่นกันว่าเขาคือผู้ชนะ &amp;quot;ไอโอวา พวกคุณทำให้ประเทศนี้ช็อกได้&amp;quot; ทหารกองหนุนที่เป็นเกย์รายนี้กล่าวกับผู้สนับสนุนในบรรยากาศเหมือนสุนทรพจน์ประกาศชัยชนะ &amp;quot;เพราะค่ำคืนนี้ ความหวังที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ได้กลายเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะหาเสียงของ ส.ว.วอร์เรน ปฏิเสธคำประกาศของแซนเดอร์ส และโจมตีว่าการอ้างชัยชนะของใครก็ตามก่อนการนับคะแนนจะเสร็จสมบูรณ์ จะเพิ่มความโกลาหลวุ่นวายและให้ข้อมูลผิดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงกันข้ามกับไบเดน ที่ดูเหมือนว่าจะรู้ชะตากรรมของเขา โดยบอกว่าเขายังรู้สึกดี สนามต่อไปคือที่นิวแฮมป์เชียร์, เนวาดา, เซาท์แคโรไลนา และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงที่ไอโอวาได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นรัฐแรกที่ประเดิมกระบวนการหยั่งเสียง ซึ่งจะจัดตลอดหลายเดือนนับจากนี้ วิธีการหยั่งเสียงแบบคอคัสนั้นจะเป็นการขานคะแนนอย่างเปิดเผยกลางที่ประชุมของเขตต่างๆ ในขณะที่การหยั่งเสียงแบบไพรมารีจะเป็นการลงคะแนนแบบลับในคูหาเลือกตั้ง รัฐนิวแฮมป์เชียร์ที่เป็นสังเวียนต่อไปจะจัดหยั่งเสียงแบบไพรมารีในวันที่ 11 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาน่าขายหน้าของพรรคเดโมแครตเกิดในช่วงยามที่เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐกำลังถูกกดดันให้แก้ไขระบบการลงคะแนนให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น หลังจากการเลือกตั้งปี 2559 ตกเป็นเป้าหมายการแทรกแซงของรัสเซียเพื่อช่วยให้ทรัมป์เอาชนะนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนของเดโมแครต และยังเกิดขึ้นก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลงนโยบายประจำปีในวันอังคาร ซึ่งเชื่อว่าทรัมป์คงไม่ปล่อยโอกาสในการโจมตีพรรคคู่แข่งหลุดลอยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมนดี แมคคลัวร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของพรรคเดโมแครตประจำไอโอวา ออกแถลงการณ์ผ่านเครือข่ายโทรทัศน์ของสหรัฐว่า พรรคต้องสั่งให้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมภายหลังพบ &amp;quot;ความไม่คงเส้นคงวา&amp;quot; ในรายงานผลคะแนน 3 ชุด แต่เธอยืนยันว่าเป็นปัญหาของการแจ้งผลคะแนน ไม่ใช่ปัญหาของการโดนแฮ็กหรือเจาะระบบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56305</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอคัส, พีต บูติเจิจ, รัฐไอโอวา, หยั่งเสียง, เดโมแครต, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e397ace830bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
