<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ษิทรา&#039; แจ้งความกลับตำรวจปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โวยถูกกลั่นแกล้งให้เสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ทนายชื่อดัง ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน เพื่อมอบตัวในคดี&amp;quot;นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา&amp;quot; ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ตามมาตรา 180 วรรค 2 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีทีมงานมาคอยให้กำลังใจ 4-5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ได้นำตัวทนายตั้มเข้าห้องสอบสวน จนถึงเวลา 13.10 น. สอบปากคำเสร็จ ทนายตั้มได้ออกหมายจากห้องสอบสวน พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองถูกตำรวจกระทุ่มแบนกลั่นแกล้ง โดยได้มาขอมอบตัวที่สถานีตำรวจตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมรับมอบตัวกลับให้กลับบ้านไปก่อน โดยมีเจตนาที่จะจับตนในวันนี้เพื่อให้เรื่องอึกทึกครึกโครมเป็นข่าว&amp;nbsp;ถือเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;nbsp;จึงข้อแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหา 157 ในเวลานี้ทันทีต่อหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทีมงานของทนายตั้มได้เตรียมเงินสดไว้ 1 แสนบาทสำหรับประกันตัวนายษิทราเพื่อจะออกไปสู้คดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56475</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, ทนายตั้ม, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, สภ.กระทุ่มแบน, เบิกความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3bccfc840d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนอีก! ตร.บุกสนง.กฎหมายหลังศาลออกหมายจับ &#039;ทนายตั้ม&#039; เบิกความเท็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชุดสืบสวน บก.น 3 ร่วมกับชุดสืบสวน สน.มีนบุรี นำหมายจับจากศาลมีนบุรี เข้าจับกุมนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ทนายความชื่อดัง&amp;nbsp;ในข้อหาร่วมกันนำสืบ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและเบิกความเท็จต่อศาลมีนบุรีในคดียาเสพติดของ&amp;nbsp;&amp;quot;เอมี่ อาเมเรีย จาคอป&amp;quot;&amp;nbsp;ที่สำนักงานกฎหมาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด ถนนเศรษฐกิจ ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ต่อมาศาลให้ประกันตัวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ที่ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายษิทรา ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เพื่อเข้ามอบตัวสู้คดี หลังทราบข่าวมีหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรสาคร ในข้อหานำสืบหลักฐานอันเป็นเท็จ จึงรีบเดินทางมามอบตัวเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ แต่ต้องผิดหวัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมรับมอบตัว นายษิทราจึงได้เดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ธนนท์ ล้นเหลือ รอง ผกก.สืบสวน สภ.กระทุ่มแบน ระบุว่า ยังไม่เห็นหมายจับนายษิทรา จึงยังไม่มีการจับกุมตัวแต่อย่างใด และไม่ได้มีการรับมอบตัวจากนายษิทรา เพราะยังไม่เห็นหมายจับแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ออกหมายจับนายษิทรา กับพวก ในข้อหาร่วมกันนำสืบ แสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครเป็นคดีที่ 2 แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่สำนักงานของนายษิทราแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56437</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, ทนายตั้ม, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, สภ.กระทุ่มแบน, ออกหมายจับ, เบิกความเท็จ, เอมี่ อาเมเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b87fd9f13b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊สุ&#039;หมดเวลายื้อ ศาลอ่านฎีกาชี้ชะตาเจ้าแม่เงินกู้ดอกโหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 62 - ที่ศาลจังหวัดนครพนม &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้ชะตาของนางสาวสุพิชญ์ฌา อภิชัจฐ์โภคิน มีชื่อนามสกุลเดิมว่า นางสาวสุนภา เรืองสุวรรณ อายุ 58 ปี หรือที่รู้จักกันในนาม&amp;rdquo;เจ๊สุ&amp;rdquo; เจ้าแม่เงินกู้นอกระบบชื่อดัง ในข้อหาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล มีนางสาริกา คนฉลาด อายุ 71 ปี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดยศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ พิพากษาจำคุกเจ๊สุเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งเจ๊สุได้ประกันตัวมาต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ วันที่ 15 พ.ค.62 เจ๊สุใช้ช่องทางทางกฎหมายให้ทนายยื่นใบรับรองแพทย์ 2 ฉบับ ฉบับแรกจากคลินิกแพทย์แห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม และอีกหนึ่งฉบับเป็นของโรงพยาบาลเอกชนจังหวัดสกลนคร อ้างว่าเจ๊สุเกิดอาการล้มป่วยกะทันหัน ด้วยอาการความดันต่ำกะทันหัน จึงขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาให้เลื่อนอ่านคำพิจารณาไปเป็นวันที่ 5 มิ.ย.62 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเช้ามีบรรดาลูกหนี้เจ๊สุทยอยมารวมตัวกันที่ศาลาพักญาติ มีนางสาริกา คนฉลาด โจทก์ ก็เดินทางมาฟังคำพิจารณาของศาลฎีกาเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนางสาวนก พนิตตา ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องสนิทของเจ๊สุ ที่ถูกซัดทอดว่ามีส่วนรู้เห็นและร่วมกันกระทำผิดในคดีดังกล่าว จึงถูกศาลฯพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี เหมือนกับเจ๊สุ ได้เปิดเผยความในใจก่อนจะเดินไปยังห้องพิจารณาคดี โดยขอร้องสื่ออย่าบันทึกภาพและเสียง เพราะเกรงลูกสาววัย 7 ขวบ เห็นภาพข่าวแล้วจะรู้ว่าแม่ต้องคดี โดยเปิดเผยว่า ตนทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อ เมื่อเจ้านายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตาม ถ้าไม่ทำก็จะถูกไล่ออก เหตุที่โดนดึงเข้ามาพัวพันกับคดี เพราะเจ้านายสั่งให้ตนออกหนังสือทวงหนี้จากนางสาริกา เริ่มตั้งแต่ในศาลชั้นต้นเป็นต้นมา ตนต้องดิ้นรนหาหลักทรัพย์มาประกันตัวเอง โดยไร้การเหลียวแลจากเจ้านาย แต่ยังมีความเชื่อว่าเจ๊สุจะไม่ดึงตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่ได้ตั้งทนายขึ้นมาว่าความ สุดท้ายทั้งศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ถูกเจ้านายทอดทิ้งอย่างสิ้นเยื่อใย จึงต้องตั้งทนายขึ้นมาในชั้นฎีกาเพื่อยื่นเอกสารหลักฐาน ขอแยกฎีกาดังกล่าว ซึ่งก็อยู่ในดุลยพินิจของศาลฯ และพร้อมรับชะตากรรม ห่วงแต่ลูกสาวหากตนต้องคำพิพากษา แล้วไม่เห็นแม่เขาจะต้องร้องไห้หา เพราะมีกันแค่สองคนแม่ลูกเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37680</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลนครพนม, อ่านฎีกา, เจ้าแม่เงินกู้ดอกโหด, เจ๊สุ, เบิกความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf722441ff79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
