<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&quot;เขตพื้นที่อีสาน&quot;สุดแสบทุจริตโจ๋งครึ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โกศล&amp;quot; แฉเพฤติกรรม&amp;quot;เขตพื้นที่ฯจังหวัดภาคอีสานสุดแสบ &amp;nbsp;ทุจริตโจ๋งครึ่ม นครราชสีมาของบฯซ้ำซ้อน บุรีรัมย์ ทำเป็นระบบเครือข่าย เรียกเปอร์เซ็นต์ค่าหัวคิวงบปี 62 ล่วงหน้า &amp;nbsp;ขู่โรงเรียนถ้าไม่ให้จะไม่ได้รับการจัดสรรเงิน &amp;nbsp; ส่วนยโสธร ล็อคสเปคคุรุภัณฑ์ จัดซื้อให้เลย ทั้งที่โรงเรียนไม่ได้ต้องการ &amp;nbsp;แถมเพิ่มจำนวนโรงเรียนรับครุภัณฑ์จาก400กว่าโรงเป็น 600โรง &amp;quot;หมอธี&amp;quot;รำพึงสอบสวนความผิดไม่คืบ ชอบแป้กที่สพฐ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวเรื่องการตรวจสอบทุจริตโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดภาคอีกสาน &amp;nbsp;ตามผลที่ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ลงพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อตรวจสอบการทุจริตเรื่องต่างๆ ซึ่ง พล.ท.โกศล ได้สรุปรายงานของการลงพื้นที่ดังกล่าวมาให้ตนรับทราบแล้ว ซึ่งพบโครงการทุจริตต่างๆ ของเขตพื้นที่เป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ซึ่งบางเรื่องมีความผิดชัดเจนไม่จำเป็นต้องมีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยทันที &amp;nbsp;ทั้งนี้ในการแก้ไขปัญหาทุจริตของ ศธ.หลายฝ่ายมาร้องเรียนกับทีมงานตน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมของตนมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาทุจริตอย่างแท้จริง ดังนั้นจะต้องมองกลับไปว่าฝ่ายข้าราชการประจำและระบบตรวจสอบของ สพฐ.เองมีปัญหาหรือไม่ และตนยังได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าการสืบสวนทีมตนใช้เวลาไม่นาน แต่เรื่องทุกอย่างกลับไปติดกระบวนการที่ สพฐ.ดังนั้นจะต้องได้รับการแก้ไขและมีจะต้องมีผู้รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีทุจริตในภาคอีสาน กรณีเขตพื้นที่การศึกษาในจ.ยโสธร &amp;nbsp;ขอให้ตรวจสอบ เนื่องจากมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ชุด อุตสาหกรรม ในงบประมาณ &amp;nbsp;600,000 บาทต่อโรงเรียนว่ามีล็อคสเปคนั้น เรื่องนี้ถือไม่เป็นไปตามนโยบายของผม เพราะการดำเนินการแบบนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นลักษณะเหมือนเงินท็อปดาวน์ ซึ่งครุภัณฑ์ อุปกรณ์พัฒนาทักษะพิเศษเท่านั้นไม่ใช่ใช้ในชีวิตประจำวัน &amp;nbsp;ซึ่งมีโรงเรียนหลายแห่งไม่ต้องการ และผมมีคำถามว่าชุดพัฒนาทักษะมีเฉพาะแค่ในกลุ่มภาคอีสานเพียงอย่างเดียว และในพื้นที่ภาคใต้หรือภาคอื่นๆไม่ต้องการด้วยใช่หรือไม่ ดังนั้น เรื่องนี้ สพฐ.ต้องมีการตรวจสอบโดยเร็ว เพราะข้อมูลชัดเจนแล้วว่ามีความไม่ปกติเกิดขึ้น อย่ามาอ้างว่ากลัวงบประมาณจะตก ถ้างบจะตกก็ให้มันตกไป คนที่ทำให้ตกก็ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าไปสำรวจแล้วชุดพัฒนาทักษะดังกล่าวมีความจำเป็นจริงๆผมจะทำเรื่องเสนองบสำนักงบฯให้&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ท.โกศล กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ภาคอีสานเราพบประเด็นสำคัญ คือ มีเจ้าหน้าที่พัสดุในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครราชสีมา เขต 5 วางฎีกาเบิกเงินซ้ำซ้อนกับเงินของโรงเรียน โดยโรงเรียนแรกโดนไป 80,000 บาท และอีกโรงเรียนโดนไป 300,000 บาท ซึ่งมีการใช้ข้อมูลร้านค้าที่โรงเรียนวางฎีกาเบิกเงินด้วยการเปลี่ยนชื่อร้าน ร้านที่โรงเรียนใช้อยู่ที่จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;แต่ร้านถูกเปลี่ยนในระบบอยู่ที่จ.สมุทรสาคร เหมือนกันทั้งสองโรงเรียน นอกจากนี้ยังพบมีการทำฎีกาลอยเบิกงบประมาณ 57 รายการทิ้งไว้ที่เขตพื้นที่ด้วย เมื่อใกล้สิ้นปีงบประมาณจะมีงบเหลือจ่ายกลุ่มคนเหล่านี้ จะใช้ฎีกาลอยที่ตั้งไว้เบิกเงินของโรงเรียนซ้ำเป็นประจำ ซึ่งเรื่องนี้มีการร้องเรียนจากผอ.โรงเรียนและตนบันทึกปากคำไว้หมดแล้ว จึงถือว่ามีพยานหลักฐานและความผิดชัดเจน และการลงพื้นที่ของตนถือว่าเป็นการสืบข้อเท็จจริงแล้ว โดยจะสรุปและเสนอตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงทันที เพราะตนเห็นว่าเขตพื้นที่มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว แต่เมื่อดูสำนวนกลับไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ตนได้รับ ซึ่งในสำนวนสรุปให้เจ้าหน้าที่พัสดุโดนภาคทัณฑ์และขอให้ยุติเรื่องนี้ &amp;nbsp;โดยเรื่องนี้มีมูลเหตุมากกว่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พัสดุจะทำเองคนเดียวไม่ได้ เนื่องจากการเบิกจ่ายจะต้องมีรหัส &amp;nbsp;e-GP คือระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเลคทรอนิกส์ และรหัสดังกล่าวมีเพียงหัวหน้าแผนกบัญชี กับ ผอ.เขตพื้นที่ เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมของผู้บริหารเขตพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์มีการเรียกเปอร์เซนต์จากผู้อำนวยการโรงเรียนที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณร้อยละ 10 &amp;nbsp;โรงเรียนต้องจ่ายก่อนร้อยละ 5 เมื่อได้รับงบแล้วต้องจ่ายอีกร้อยละ 5 ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่ต้องยอม เพราะถ้าไม่ให้โรงเรียนก็จะไม่ได้รับงบประมาณในปีนั้น ซึ่งการดำเนินการแบบนี้ทำเป็นเครือข่าย แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ มีการตกเขียวเงินงบประมาณ โรงเรียนใดอยากได้งบประมาณก็ต้องเอาเปอร์เซ็นต์มาก่อน ปี 62 &amp;nbsp;เรื่องนี้เรามีหลักฐานชัดเจน คงต้องเร่งให้ สพฐ.ดำเนินการตรวจสอบต่อไป &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังพบอีกว่าเมื่อเดือนมี.ค.มีคนมาร้องเรียนกับคณะทำงานของตนว่า ขอให้ตรวจสอบเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดยโสธร เนื่องจากมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ชุด อุตสาหกรรม ในงบประมาณ 600,000 บาทต่อโรงเรียนว่ามีล็อคสเปค ดังนั้นในการลงพื้นที่ของตนเมื่อเร็วๆนี้จึงไปหาข้อมูลพบว่า งบประมาณดังกล่าวแจ้งเป็นการจัดสรรงบประมาณครุภัณฑ์การศึกษาปี 61 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 60 &amp;nbsp;มีโรงเรียนได้รับการจัดสรรรวม 458 โรง งบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 279 ล้านบาท แต่ภายหลังเมื่ออนุมัติงบฯพบว่า เพิ่มโรงเรียนการขอจัดสรรมาเป็น 600 โรง ซึ่งไม่ตรงกับตัวเลขโรงเรียนที่จัดสรรไป อีกทั้งยังพบว่าโรงเรียนไม่ได้ต้องการครุภัณฑ์ดังกล่าวแต่มีการจัดสรรมาให้เอง และโรงเรียนบางแห่งเสนอครุภัณฑ์มาให้แต่ไม่ตรงกับที่เสนอ และในกรณีนี้มีบริษัทเข้ามาจัดซื้อจัดจ้างแต่ขั้นจัดสรรงบกลับเปลี่ยนรายการจึงต้องจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ดังนั้นทราบว่างบดังกล่าวจะต้องใช้ให้เสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 61 นี้ &amp;nbsp;ซึ่ง สพฐ.จะต้องไปเร่งพิจารณาว่าจะเดินหน้าต่อหรือหยุด เพราะการดำเนินการแบบนี้เหมือนลักษณะแบบท็อปดาวน์ลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับอดีตเลขาธิการ กอศ.ที่ทางคณะกรรมการสืบฯ สรุปว่าอยู่ในช่วงที่มีการแก้ไขสัญญา คือ นายพรหมสวัสดิ์ ทิพย์คงคา แก้ไขสัญญา 1 ครั้ง นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ แก้ไขสัญญา 1 ครั้ง และนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ แก้ไขสัญญา 4 ครั้ง เมื่อปี 54-57 ซึ่งสรุปว่าทำให้ราชการเสียหายแน่นอน และต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย แต่จะเป็นวินัยอย่างร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงก็ต้องรอผลสรุปการสืบข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อน ส่วนจะดำเนินการตามมาตรการ คสช.หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าเป็นอุปสรรคต่อการอบสวนหรือไม่&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ทุจริตอีสาน, นครราชสีมา, พลโทโกศล ประทุมชาติ, ยโสธร, เงินตกเขียว, เบิกงบซ้ำซ้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78463397ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตะลึงอีสานทุจริตเรียกเงินตกเขียวงบฯปีหน้ายังไม่ได้จัดสรร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โกศล&amp;rdquo; เผยลงพื้นที่ภาคอีสาน 11จังหวัดพบทุจริตอื้อ&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับพื้นๆจนถึงลึกลับซับซ้อน&amp;nbsp; ตะลึง พบ&amp;quot;เงินตกเขียว &amp;quot;เรียกเปอร์เซ็นงบฯ ปีหน้า ทั้งที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร&amp;nbsp; บางสพท.เงินหายจากบัญชี 11ล้าน มีการเบิกงบซ้ำซ้อน ยกพระบรมราโชวาท ในหลวงร.9 ใครทุจริต ขอให้มีอันเป็นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษา รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจราชการ 11 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่&amp;nbsp; บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมาและชัยภูมิ ว่า จากที่ตนได้ลงพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าในพื้นที่มีปัญหาการทุจริตที่มีการร้องเรียนหลายเรื่อง ซึ่งมีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่ เช่น การเรียกเงินทอนจากผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นต้น อีกทั้งยังมีสิ่งที่ตนตกใจก็คือ ประเด็นเงินตกเขียว ซึ่งหมายถึงว่ามีการเรียกเงินเปอร์เซ็น ทั้งที่งบประมาณของปีหน้ายังไม่ได้รับการจัดสรรนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว และตนไม่ขอลงรายละเอียดว่าเป็นโครงการไหนอย่างไรบ้าง นอกจากนี้ ตนยังพบบางเขตพื้นที่การศึกษามีเงินขาดบัญชีกว่า 11 ล้านบาท ซึ่งเท่าที่ทราบสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว รวมถึงยังพบบางเขตพื้นที่ก็ยังมีการเบิกงบประมาณที่ซ้ำซ้อนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้เน้นย้ำกับผู้บริหารการศึกษาทุกคนในเรื่องป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมทั้งยกพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า ใครทุจริตแม้นิดเดียวขอให้มีอันเป็นไปพูดแบบนี้หยาบคายแต่ก็ขอให้มีอันเป็นไปถ้าหากใครสุจริตขอให้มีอายุร้อยปี ถ้าใครอายุมากแล้วขอให้สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษารมว.ศธ.กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะสรุปข้อมูลการลงพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมดรายงานให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. รับทราบ แต่หากกรณีไหนใหญ่ๆเร่งด่วนก็จะรายงานทางวาจาก่อน ซึ่งทุกประเด็นที่ส่อไปในทางทุจริตจะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แต่หากประเด็นไหนที่เป็นทุจริตเชิงลึกซับซ้อนก็อาจจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่เป็นบุคคลจากภายนอกมีความเชี่ยวชาญเฉพาะเข้ามาร่วมเสริมทีมสืบด้วย เพื่อความรวดเร็วในการสืบสวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตโรงเรียนอีสาน, พล.ท.โกศล ประทุมชาติ, เงินตกเขียว, เบิกงบซ้ำซ้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a78463397ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
