<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” จี้ติดเบิกจ่ายหวังช่วยดัน ศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งให้กระทรวงการคลัง กำกับดูแลการเบิกจ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ลดลง นักลงทุนภาคเอกชนมีการชะลอการลงทุน เพราะเป็นปีเลือกตั้งจึงต้องการรอความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ ทำให้รัฐบาลต้องเร่งการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากในช่วงที่มีการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการใช้จ่ายงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ใช้จ่ายล่าสุดถึงวันที่ 11 ม.ค. 2562 จำนวน 1.15 ล้านล้านบาท หรือ 38.65% ในจำนวนนี้เป็นงบรายจ่ายประจำ 2.53 ล้านล้านบาท ใช้จ่ายได้แล้ว 9.33 แสนล้านบาท หรือ 39.67%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของงบลงทุนวงเงินรวม 6.46 แสนล้านบาท มีการใช้จ่าย 2.25 แสนล้านบาท หรือ 34.90% ซึ่งการรายงานผลการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ทางสำนักงบประมาณให้มีการสรุปตัวเลขรูปแบบใหม่ จากการเบิกจ่ายให้เป็นการใช้จ่ายเงิน คือ ให้รวมตัวเลขการเบิกจ่ายกับตัวเลขก่อหนี้ผูกพัน เพื่อให้การรายงานการใช้งบลงทุนสะท้อนกับความเป็นจริงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ผ่านมาสำนักงบประมาณยังให้มีการรายงานการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ ไม่รวมงบกลางที่มีการเบิกจ่ายได้ล่าช้า ทำให้การใช้เงินงบลงทุนล่าสุดไม่รวมงบกลางวงเงิน 5.57 แสนล้านบาท มีการใช้จ่าย2.25 แสนล้านบาท หรือ 40.45%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมากระทรวงการคลังรายงานการเบิกจ่ายงบลงทุนที่มีการเบิกจ่ายไปแล้ว ทำให้ตัวเลขการเบิกจ่ายงบลงทุนดูน้อย แต่เมื่อรวมตัวเลขก่อหนี้ผูกพันมารายงานเป็นตัวเลขเดียวกัน ก็จะทำให้ตัวเลขการใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้น&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ในส่วนของการใช้จ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี วงเงิน 3.37 แสนล้านบาท มีการใช้จ่ายแล้ว 2.24 แสนล้านบาท หรือ 66.45% ซึ่งในส่วนนี้จะมีการเร่งการใช้จ่าย เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ไม่ให้กันงบเหลื่อมปีสำหรับโครงการที่ไม่ได้มีการก่อหนี้ผูกพัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27107</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ติดตามการเบิกจ่าย, รัฐบาล, เบิกจ่ายงบประมาณปี 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7c51b9b7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบิกจ่ายภาพรวม-ลงทุนปีงบ 61 วืดเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบิกจ่ายภาพรวม-ลงทุนปีงบประมาณ 2561 กอดคอกันวืดเป้าหมาย &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; แจงเหตุตั้งธงไว้สูงจัด ฟุ้งจัดเก็บรายได้แจ่ม เกินเป้าหมาย 2 หมื่นกว่าล้านบาท พร้อมกำชับส่วนราชการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 ให้ได้ตามที่ตั้งไว้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง ว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้รายงานภาวะเศรษฐกิจโลกรวมถึงประเทศไทยว่าสามารถขยายตัวได้ทุกภาคส่วน ขณะที่การเบิกจ่ายภาครัฐปีงบประมาณ 2561 ในส่วนของจำนวนเงินเบิกจ่ายได้มากกว่าปีงบประมาณที่ผ่านมา แต่สัดส่วนต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากตั้งเป้าหมายไว้สูง

สำหรับการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2561 ทำได้เกินเป้าหมาย 2 หมื่นกว่าล้านบาท หากไม่รวมการจัดทำงบประมาณกลางปีจะเกินเป้าหมาย 7 หมื่นล้านบาท ในส่วนภาพรวมของการเก็บภาษีก็ทำได้ใกล้เคียงเป้าหมายเช่นกัน มีเพียงกรมศุลกากรที่เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เพราะไปทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนไว้กับประเทศต่าง ๆ ไว้มาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

&amp;quot;ได้เร่งกำชับให้ผู้บริการกระทรวงการคลัง เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 ให้ได้ตามเป้าหมาย และเร่งดำเนินการรับจ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้หมด เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับกระทรวงหรือหน่วยงานอื่นๆ ทำให้ได้ทั้งหมด โดยทุกหน่วยงานของกระทรวงการคลังจะเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้ว่าปีหน้าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ก็ยังทำงานเต็มที่ไม่มีใครหยุดหรือเกียร์ว่าง&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว

นางญาณี แสงศรีจันทร์ โฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 (1 ต.ค. 2560 - 28 ก.ย. 2561) ว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมได้จำนวน 2.66 ล้านล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 2.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 92% ต่ำกว่าปีก่อน 2.6% โดยปีงบประมาณ 2560 เบิกจ่ายได้ 94.6%

สำหรับรายจ่ายลงทุนเบิกจ่ายได้จำนวน 3.73 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 6.59 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 56.5% ต่ำกว่าปีก่อน 9.4%&amp;nbsp; โดยปีงบประมาณ 2560 เบิกจ่ายลงทุนได้ 65.9% ในส่วนของเงินงบประมาณที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี เบิกจ่ายแล้วจำนวน 2.15 แสนล้านบาท ของวงเงินงบประมาณ 3.23 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 66.4%

&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2562 กรมบัญชีกลางได้เร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง และคล่องตัวขึ้น โดยได้มีการซ้อมความเข้าใจและกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเร่งรัดจัดการหาพัสดุฯ ไปก่อนหน้านี้ โดยหน่วยงานของรัฐสามารถเริ่มกระบวนการจัดหาพัสดุได้ตั้งแต่ได้รับความเห็นชอบวงเงินงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้าง

&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หากหน่วยงานสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ จะช่วยให้การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของหน่วยงานของภาครัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้น ในปีนี้จะให้แต่ละหน่วยงานตั้งคณะทำงานดูแล ติดตามการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงิน และแจ้งปัญหาอุปสรรค เพื่อให้สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที และส่งผลให้เม็ดเงินในการเบิกจ่ายช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18891</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, เบิกง่ายงบลงทุนพลาดเป้า, เบิกจ่ายงบประมาณ, เบิกจ่ายงบประมาณปี 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังตั้งแท่นเบิกจ่ายงบปี62 ให้ถึง 3 ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังตั้งแท่นเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท จี้ส่วนราชการเร่งทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หวังช่วยเบิกจ่ายลื่นปรื๊ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2561 &amp;nbsp;ได้มีการสั่งการทุกหน่วยงานราชการที่มีงบลงทุนและรู้วงเงินชัดเจนตั้งงบประมาณอยู่ระหว่างการพิจาณาของชั้นกรรมาธิการ ให้เริ่มดำเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อที่จะได้เซ็นสัญญาเมื่องบประมาณเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค. นี้ โดยจะให้แต่ละหน่วยงานคณะทำงานขึ้นมาดูแลให้มีการเร่งเบิกจ่ายได้จริงและรวดเร็วหลังการมีเซ็นต์สัญญาไปแล้วด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2562 ตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบในภาพรวมไว้ 96% และงบลงทุน 88% ในส่วนของการเบิกจ่ายงบประประจำไม่มีปัญหา แต่ในส่วนของงบลงทุนจะมีปัญหาเบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงต้องมีมาตรการเร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนตั้งแต่ต้นปีงบประมาณทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีงบประมาณ 2561 วงเงิน 2.9 ล้านล้านบาท ที่กำลังจะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. นี้ เป้าหมายการเบิกจ่ายเท่ากับงบประมาณปี 2562 คาดว่าภาพรวมจะเบิกจ่ายได้ 92-93% จากตอนนี้เบิกจ่ายได้แล้ว 2.54 ล้านล้านบาท หรือ 87% และงบลงทุนวงเงิน 6.5 แสนล้านบาท ตอนนี้เบิกจ่ายได้ 52% ทั้งปีคาดว่าจะได้ประมาณ 70% ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 20-30% เนื่องจากเป้าหมายที่ตั้งไว้สูง แต่หากเทียบปีงบประมาณก่อนหน้างบลงทุนยังเบิกได้สูงกว่าปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2562 จะพยายามให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเงินลงทุนที่ได้รับการจัดสรร ต้องเร่งรัดเบิกจ่าย นอกจากนี้ยังมีปัญหาพ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้หน่วยงานต่างๆ กังวล ทำให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า บางครั้งทำไปแล้วกลังผิดก็เริ่มทำใหม่ทำให้เสียเวลา ซึ่งกรมบัญชีกลางจะเร่งทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายใหม่และให้การเดินหน้าเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนสูงและติดปัญหากับกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่จำนวน 33 แห่ง ได้แก้ไขให้ออกจากการบังคับใช้ของกฎหมายตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 ซึ่งเป็นการยกเว้นให้ถาวร ดังนั้นการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2562 จึงจะไม่มีปัญหาล่าช้าเหมือนที่ผ่านมาได้อีกต่อไป หากล่าช้าก็ไม่ได้เกิดจากกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าวว่า มั่นใจว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2562 จะได้สูงขึ้น เพราะ พ.ร.บ.งบประมาณใหม่ที่กำลังมีผลบังคับใช้ใหม่ ไม่ให้กันเงินงบประมาณที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาได้อีกต่อไปเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นทุกหน่วยงานจะต้องทำการเซ็นสัญญาโครงการก่อนสิ้นปีงบประมาณ ไม่เช่นนั้นงบประมาณดังกล่าวจะถูกยกเลิกและต้องไปเริ่มกระบวนการขอใหม่ในปีงบประมาณต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในกฎหมายงบประมาณเก่า ให้มีการกันเงินได้ทั้งแบบกันแบบทั้งมีหนี้และกันแบบไม่มีหนี้ ซึ่งกฎหมายงบประมาณใหม่กำหนดให้การกันงบประมาณแบบไม่มีหนี้ให้สูญพันธุ์ไป ทำให้เป็นตัวเร่งหน่วยงานต้องเร่งเซ็นสัญญาโครงการลงทุนก่อนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากเพิ่มขึ้นไปด้วย&amp;quot; น.ส.สุทธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีงบประมาณ 2561 มีวงเงินงบลงทุนที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ประมาณ 1 แสนล้านบาท หากกฎหมายงบประมาณใหม่มีผลบังคับใช้ภายในเดือนนี้ งบประมาณส่วนนี้จะถูกพับยกเลิกไปทันที ทำให้หน่วยงานต่างพยายามเร่งทำสัญญาให้ได้ก่อนสิ้นเดือนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18276</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดซื้อจัดจ้าง, จี้ส่วนราชการเร่งทำสัญญา, น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ, วงเงิน 3 ล้านล้านบาท, เบิกจ่ายงบประมาณปี 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa9bb9c445f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
