<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สคร.&#039;โชว์รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายกระฉูด 1.6 แสนล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.2563 นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร. ได้ติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2563 ของรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแล โดย ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2563 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมจำนวน 160,498 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82% ของแผนการเบิกจ่ายสะสมและในกรณีที่ไม่รวมโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ดำเนินการล่าช้ามาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ในภาพรวมรัฐวิสาหกิจมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมคิดเป็น 95% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม โดย สคร. ยังคงติดตามดูแลโครงการลงทุนที่เบิกจ่ายล่าช้าอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับงบลงทุนปี 2564 ที่กำลังจะเริ่มในเดือน ต.ค. นี้ สคร. ได้เตรียมความพร้อมในการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2564 อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการเร่งรัดโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศและจะกำกับดูแลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจมีความสอดคล้องกับมาตรการการบริหารเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาวของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ต่อไป&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สคร. กล่าวว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง แบ่งเป็นการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 34 แห่ง จำนวน 84,792 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 11 เดือน (ตั้งแต่เดือน ต.ค. 62 &amp;ndash; ส.ค. 63) และการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน 10 แห่ง จำนวน 75,706 ล้านบาท หรือคิดเป็น 104% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 8 เดือน (ตั้งแต่เดือน ม.ค. &amp;ndash; ส.ค. 2563) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในกรณีที่ไม่รวมโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ติดประเด็นทางเทคนิคและดำเนินการล่าช้ามาอย่างต่อเนื่อง 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย &amp;ndash; จีน ระยะที่ 1 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 &amp;ndash; ดาวคะนอง &amp;ndash; วงแหวนรอบนอกตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณคิดเป็น 87% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งปีงบประมาณและปีปฏิทินส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าเป้าหมาย เช่น โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าภาคใต้ตอนล่างและภาคตะวันตกของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม &amp;ndash; มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต &amp;ndash; สะพานใหม่ &amp;ndash; คูคต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)&amp;rdquo; นางสาวปิยวรรณ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78871</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประภาศ คงเอียด, ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), เบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
