<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นสื่อส่อโดมิโน&#039;พปชร.&#039;ก็ไม่รอด!เปิดอีกคดีเจ้าของสื่อ-หยุดพิมพ์ 20 ปี ไม่จดเลิก กกต.เชือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอิศรา&amp;nbsp;รายงานว่า การเพิกถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 อันเนื่องมาจากกรณีการถือครองหุ้นสื่อมวลชน มิใช่มิเฉพาะ คดีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร , นายคมสัน ศรีวนิชย์ ผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาชาติ ตามที่ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้เป็นกรณี ผู้สมัคร ส.ส. ระยอง พรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 8 มี.ค.2562 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษา ที่ 1111/2562 เพิกถอนชื่อ นายทวีป ขวัญบุรี ออกจากประกาศรายชื่อผู้รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้ง 1 จ.ระยอง เนื่องจาก เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ คำพิพากษาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ร้อง (นายทวีป ขวัญบุรี) ยื่นคำร้องว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรแบบแบ่งของพรรคพลังประชารัฐ ผู้คัดค้าน (ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดระยอง) ไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร โดยอ้างว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญํติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ ผู้ร้องมิได้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ขอให้มีคําสั่งให้ผู้คัดค้านเพิ่มชื่อผู้ร้องในรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตของพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านว่า ก่อนประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต ผู้คัดค้านได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตแล้ว ปรากฏว่าผู้ร้องขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ให้ยกคําร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ...&amp;rdquo; และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 บัญญัติเช่นเดียวกันว่า &amp;ldquo;บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ... (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ...&amp;rdquo; ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ มิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงตามคําร้อง คําคัดค้าน เอกสารพยานหลักฐานแห่งคดีและตามที่ปรากฏในทางการไต่สวนปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน โดยผู้ร้องได้รับอนุญาตจดแจ้งการพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2538 ต่อมาหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวันได้ หยุดตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2540 เมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 มาตรา 18 บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้ง ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์&amp;rdquo; ซึ่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 หาได้มี บทบัญญัติให้หนังสือพิมพ์รายวัน ถ้ามิได้ออกโฆษณาต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาสามสิบวัน หรือหนังสือพิมพ์รายคาบ ถ้ามิได้ออกโฆษณาต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาสี่คราวหรือเกินกว่าสองปี ทําให้การเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์เป็นอันสิ้นสุดลงดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 45 แต่อย่างใดไม่ หากแต่บัญญัติให้ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการ หนังสือพิมพ์ที่ประสงค์จะเลิกกิจการหนังสือพิมพ์จะต้องแจ้งเลิกกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกกิจการ เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้เคยยื่นแจ้งเลิกกิจการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้งการพิมพ์แล้ว จึงต้องถือว่าผู้ร้องยังเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์สื่อกลางรายวัน ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) ที่ผู้คัดค้านไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตของพรรคพลังประชารัฐ ชอบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงมีคําสั่งให้ยกคําร้อง.อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถือหุ้นสื่อ, ธนาธรถือหุ้นสื่อ, ผู้สมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อ, ภูเบศวร์ เห็นหลอด, เบิกถอนสิทธิเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf48098d6155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
