<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอเลยคลังพร้อมโอนเงินผู้สูงอายุ-พิการ 17 ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 63 - นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้โอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำเดือนกันยายน 2563 เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้มีสิทธิในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบยอดเงินในบัญชีได้ (ตามระยะเวลาของการดำเนินการของแต่ละธนาคาร) กรณีผู้มีสิทธิที่ไม่มีบัญชีธนาคาร กรมบัญชีกลางจะโอนเงินไปยัง อปท.เพื่อจ่ายเป็นเงินสดให้แก่ผู้มีสิทธิต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77658</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมบัญชีกลาง, วิลาวรรณ พยาน้อย, เบี้ยคนพิการ, เบี้ยผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61fafba4df0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดตูดขาดโวเงินสำรองอื้อ เบี้ยคนพิการโทษกันอุตลุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โวเงินสำรองมีมากมาย รัฐบาลไม่ได้ตูดขาดแม้ใช้จ่ายงบปี 63 สำรอง สำนักงบฯ เตรียมชง ครม.อนุมัติหลักเกณฑ์ใช้งบ 63 แทน 64 ไปพลางก่อนไม่เกิน 25% เชื่อเบิกได้ไปถึงสิ้นปี โทษกันอุตลุด &amp;rdquo;เบี้ยคนพิการ-สูงอายุ&amp;rdquo; ล่าช้า อ้างเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ-ข้อมูลไม่อัพเดต โอ่หลังปีนี้ไม่เกิดเหตุซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์อย่างมีอารมณ์ถึงกรณีสำนักงบประมาณทำหนังสือด่วนที่สุดถึงทุกหน่วยงาน ให้ใช้งบประมาณปี 2563 แทนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ไปพลางก่อนในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 จนทำให้เกิดการตีความว่ารัฐบาลถังแตกว่า &amp;quot;เขาพูดกันมาร้อยครั้งร้อยเที่ยวแล้ว เธอไม่ได้ยินอะไรเลยหรือ กระทรวงการคลังก็พูด ดังนั้นต้องไปดูว่าคนที่ออกมาเขียนในลักษณะเงินหมด รัฐบาลตูดขาด ก็มีการยืนยันแล้วว่าเงินสำรองมีมากมาย จึงสามารถเอาเงินเหล่านี้ออกมาใช้ก่อนที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 จะออกมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเรื่องนี้ในตอนแรกว่า&amp;nbsp; &amp;quot;หมายความว่าอะไร ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ทันล่ะ&amp;quot; หลังจากนั้นจึงตอบอีกครั้งว่า หากงบปี 2564 ใช้ได้ไม่ทันหรือล่าช้าไปก็ไม่มาก ซึ่งการเบิกจ่ายสามารถใช้กรอบของงบประมาณปี 2563 เบิกจ่ายไปได้ก่อน คาดว่าจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น เพราะทางกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณางบประมาณ 2564 ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาในวาระที่ 2 และ 3&amp;nbsp; ในสัปดาห์นี้ หากเกิดความล่าช้าก็ไม่น่าเกิน 1 สัปดาห์ ส่วนการชี้แจงรายละเอียดจะดำเนินการในวันที่&amp;nbsp; 15 ก.ย.อีกครั้งหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสำนักงบประมาณจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อรับทราบ เพราะจะต้องมีการใช้งบประมาณปี 2563 ไปพลางก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำนักงบฯ จะเสนอที่ประชุม&amp;nbsp; ครม.ในวันที่ 15 ก.ย.เพื่ออนุมัติกรอบการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไปพลางก่อน ในสัดส่วนไม่เกิน 25% ของวงเงินงบประมาณ เพราะการประกาศใช้งบประมาณปี 2564 ไม่ทันวันที่ 1 ต.ค.63 โดยวงเงินนี้จะนำไปใช้ในส่วนของงบประจำที่เป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร ส่วนงบลงทุนขณะนี้งบบางส่วนสามารถใช้ไปพลางก่อนในวงเงินที่ผูกพันสัญญาโครงการ ซึ่งมีไม่มาก ส่วนโครงการใหม่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ขอให้ชะลอเอาไว้ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ก็ได้มอบหมายให้ทุกส่วนราชการได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของทีโออาร์การจัดซื้อจัดจ้างเอาไว้ล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาสำนักงบฯ ได้ให้ทุกหน่วยงานงดรายการที่ชะลอได้ เช่นไปต่างประเทศ ได้วงเงินมาประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ตรงนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์ในการทบทวนและเสนอเข้า ครม. ก่อนทำประชาพิจารณ์ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ทำให้การทูลเกล้าฯ ถวายล่าช้าออกไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นการเสนอให้ใช้งบประมาณไปพลางก่อน 25% ก็พอสำหรับใช้จนถึงเดือน ธ.ค.นี้&amp;rdquo;
ข้าราชการไม่ต้องกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; ชี้แจงว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ที่ล่าช้าออกไปจะไม่กระทบต่อการเบิกจ่ายเงินเดือนของข้าราชการ&amp;nbsp; รวมถึงการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ เพราะเงินส่วนนี้เป็นงบประมาณประจำ ซึ่งตามกฎหมายสามารถนำกรอบของงบปี 2563 มาใช้ไปพลางก่อนได้ ขอให้ข้าราชการไม่ต้องกังวลใจไปว่าจะไม่ได้เงินเดือน รวมถึงโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่างๆ ก็ยังได้รับเงินเป็นปกติอยู่ รวมถึงโครงการลงทุนที่เป็นงบผูกพันจากปีงบประมาณก่อนหน้าก็เดินหน้าต่อได้ เพราะสำนักงบฯ ให้เบิกใช้งบได้ 1 ใน 4&amp;nbsp; ของกรอบงบปี 2563 ยกเว้นโครงการลงทุนใหม่อาจต้องชะลอออกไปจนกว่าจะใช้ พ.ร.บ.งบประมาณปี&amp;nbsp; 2564 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณของไทยยืดหยุ่น สามารถเบิกใช้ได้กรณีมีเหตุจำเป็นที่ประกาศใช้ไม่ทัน เช่นงบประมาณปี 2563 ที่เคยประกาศใช้ล่าช้า ก็ยังเบิกจ่ายงบประจำได้อยู่และไม่กระทบต่อการทำงานภาพรวมของเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นการเลื่อนเก็บภาษีเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp; นั้น ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้การประกาศใช้ พ.ร.บ.งบปี 2564 ล่าช้า เพราะการเลื่อนเก็บภาษีสามารถใช้เงินคงคลังสำรองออกไปก่อนได้&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 16-18 ก.ย.ว่า ได้สอบถามนายสันติในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งขอให้เร่งออกมา เพราะหลายคนมองว่าวันนี้เราใช้งบประมาณน้อยเกินไปหรือเปล่าในเรื่องแก้ปัญหาโควิด-19 โดยความจริงแล้วเรามีมาตรการการใช้จ่ายงบประมาณไปพลางก่อนเหมือนครั้งที่ผ่านมา ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าไหร่เดี๋ยวสรุปให้ทราบ
&amp;ldquo;วันนี้การแก้ปัญหาโควิด-19 ที่หลายคนมองว่า 4 แสนล้านบาทแล้วทำไมถึงได้น้อยเกินไป ซึ่งเราต้องเผื่อไว้ก่อนและมีการใช้ไปแล้วบางส่วน โดยใช้งบกลางและงบโอนจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เข้ามาช่วย ดังนั้นยอดจึงไม่ได้น้อย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสันติยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณ 2564 เป็นไปตามขั้นตอน โดยในวันที่ 16 และ&amp;nbsp; 17 หรืออาจเพิ่มวันที่ 18 ก.ย.นี้อีก 1 วัน ที่สภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณวาระ 3 และในวันที่&amp;nbsp; 21-22 ก.ย.63 ก็เป็นการพิจารณาของวุฒิสมาชิก ซึ่งเชื่อว่าการพิจารณางบประมาณในสภาวาระ 3 จะไม่มีปัญหาจนทำให้งบประมาณ 2564 ไม่ผ่าน เพราะที่ผ่านมา กมธ.ทุกคนโดยเฉพาะสำนักงบประมาณได้ดูอย่างรอบคอบและ กมธ.พร้อมชี้แจงฝ่ายที่ต้องการตรวจสอบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีข่าวเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการมีปัญหานั้น นายสันติกล่าวว่าจริงๆ ไม่ได้ติดขัด แต่เป็นขั้นตอนวิธีการของสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และกระทรวงมหาดไทยในช่วงปลายปีงบประมาณ&amp;nbsp; แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินจ่ายเพียงพอ นอกจากนี้ปี 2564 ยังมีการแปรญัตติเพิ่มงบเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการเพิ่มอีกกว่า 500 ล้านบาท งบของกระทรวงสาธารณสุขอีกกว่า 5,000 ล้านบาท และงบของท้องถิ่นเรื่องการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ ก็ได้จัดสรรงบประมาณไปชดเชยอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนการจัดเก็บภาษีลดลงไปบ้างเล็กน้อย ไม่กระทบงบประมาณในการใช้จ่ายของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีการเบิกจ่ายเบี้ยยังชีพที่ล่าช้าว่า ต้องถามกระทรวงการคลัง แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 กำลังเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ในวันที่ 16-18 ก.ย.นี้ และจะเข้าวุฒิสภาพิจารณาในวันที่ 21 ก.ย.นี้ หลังจากนั้นจะใช้เวลาอีก 7 วันพิมพ์ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งอาจช้าไปหนึ่งเดือนจากปีงบประมาณใหม่ หากเทียบกับงบปี 63 งบดังกล่าวล่าช้าไปถึง 6 เดือน ดังนั้นการล่าช้าไปหนึ่งเดือนไม่น่ามีปัญหามาก สามารถใช้งบปี 2563 ไปพลางก่อน
โทษข้อมูลไม่อัพเดต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยอมรับว่าการตั้งงบประมาณปี 2563 เป็นข้อมูลจำนวนของผู้สูงอายุ และคนพิการ เป็นข้อมูลของเดือน ก.พ. ปี 2562 ดังนั้นตัวเลขการชำระเงินและจำนวนคนที่ได้รับเบี้ยไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยเบี้ยของคนพิการเมื่อเดือน ก.พ.62 มีจำนวน 1.8 ล้านคน แต่ตัวเลขใหม่ในเดือน ก.ย. ปี 2563 ต้องชำระเพิ่มขึ้นมา 2.6 แสนคน ขณะที่ผู้สูงอายุยอดในเดือน ก.พ.62 มีจำนวน 8.7&amp;nbsp; ล้านคน ขณะที่เดือน ก.ย.63 มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอีก 1.8 แสนคน ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าตัวเลขจำนวนผู้ได้สิทธิ์เพิ่มขึ้น ส่วนที่เกิดความล่าช้านั้นนอกจากจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นแล้วยังไม่ได้ใช้ระบบอีเพย์เมนต์ แต่พบว่าปีนี้ได้เริ่มใช้ระบบอีเพย์เมนต์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนรับเงินเข้าบัญชีจากกรมบัญชีกลางได้ทันทีประมาณ 80% ส่วนอีก 20% จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบ โดยใช้เงินสดหรือมารับด้วยตัวเอง ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะไม่มีงบประมาณ แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนระบบและวิธีการชำระเงิน รวมทั้งจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์เพิ่มขึ้น และเชื่อว่าหลังจากปี 2563 ที่เปลี่ยนระบบแล้ว เมื่อผู้ลงทะเบียนได้รับสิทธิ์แล้วก็จะได้รับเงินทันทีในเดือนถัดไป และจะไม่เกิดความล่าช้าอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;เงินมี แต่เบิกไม่ได้&amp;rdquo; ว่าการบริหารระบบเบิกจ่ายเงินของรัฐติดขัดอย่างหนัก ขอให้นายกฯ เร่งแก้ไขก่อนเศรษฐกิจโคม่าหนัก&amp;nbsp; สภาวะไร้ตัวจริงของ รมว.การคลังท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ เริ่มส่งผลต่อการบริหารรายจ่ายภาครัฐ ทั้งเรื่องการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุล่าช้า การไม่สามารถเบิกใช้งบปี 2564 รวมถึงการโยกงบประมาณในปี 2563&amp;nbsp; มาช่วยโควิด-19 และ พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งอาการวันนี้กลายเป็นว่ามีเงิน แต่เงินคาท่อบริหารไม่ได้ อาการนี้ไม่ปกติ ไม่มี รมว.การคลังติดตามใกล้ชิด ขณะที่ระบบราชการเองไม่ได้ถูกออกแบบให้ทันต่อเหตุการณ์&amp;nbsp; ในการรับมือวิกฤติระหว่างนี้ ขอความกรุณานายกฯ เร่งขันนอตเรื่องการเบิกจ่ายที่กรมบัญชีกลางไปก่อน มิฉะนั้นเศรษฐกิจจะโคม่าหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนต้องตั้งคำถามว่าตกลงรัฐบาลถังแตกหรือบริหารงานห่วยแตก เดือนตุลาคมนี้จะมีเงินเพียงพอจ่ายเงินเดือนข้าราชการหรือไม่ รัฐบาลจะโยนโควิด-19 ให้ตกเป็นแพะรับบาปไปทุกเรื่องไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤติซ้อนวิกฤติหนักขนาดนี้จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77449</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปี, สำนักงบประมาณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบี้ยคนพิการ, เบี้ยสูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f7d7462419.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันติ&#039;เพิ่งรู้งบปี 64 ดีเลย์ยันรัฐมีเงินพอจ่ายเบี้ยคนแก่-พิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.2563 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่บประมาณรายจ่ายปี 2564 ที่ใช้ไม่ทันวันที่ 1 ต.ค. นี้ ว่า &amp;quot;หมายความว่าอะไร ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ทันล่ะ&amp;quot; โดยหลังจากนั้น รมช.การคลัง จึงทราบว่าทางสำนักงบประมาณได้ออกหนังสือถึงหน่วยงานต่าง ๆ ว่างบประมาณ 2564 ใช้ไม่ทัน 1 ต.ค.นี้ ให้ใช้กรอบงบประมาณ 2563 เบิกใช้ไปพรางก่อน พร้อมระบุว่า หากงบปี 2564 ใช้ได้ไม่ทันหรือล่าช้าไปก็ไม่มาก ซึ่งการเบิกจ่ายสามารถใช้กรอบของงบประมาณปี 2563 เบิกจ่ายไปได้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คาดว่าจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะทางกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ 2564 ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ไม่มีปัญหา&amp;quot; นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณ 2564 เป็นไปตามขั้นตอน โดยในวันที่ 16 และ 17 หรือ อาจเพิ่มวันที่ 18 ก.ย. นี้อีก 1 วัน ที่สภาผู้แทนราษฏรจะพิจารณร่าง พ.ร.บ.งบประมาณวาระ 3 และในวันที่ 21 และ 22 ก.ย. 2563 ก็เป็นการพิจารณาของวุฒิสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าการพิจารณางบประมาณในสภาวาระ 3 จะไม่มีปัญหาจนทำให้งบประมาณ 2564 ไม่ผ่าน เพราะที่ผ่านมากรรมาธิการทุกคน โดยเฉพาะสำนักงบประมาณ ได้ดูรอบคอบ และกรรมาธิการพร้อมชี้แจงฝ่ายที่ต้องการตรวจสอบทั้งหมด&amp;quot; นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่า เบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการมีปัญหานั้น จริงๆ ไม่ได้ติดขัด แต่เป็นขั้นตอนวิธีการของสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และกระทรวงมหาดไทย ที่ปลายปีงบประมาณต้องไม่การเกลี่ยงบประมาณอยู่เป็นประจำ ยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินจ่ายเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ปี 2564 ได้มีการแปรญัตติเพิ่มงบเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการเพิ่มอีก 500 กว่าล้านบาท งบของกระทรวงสาธารณสุขอีก 5,000 กว่าล้านบาท และงบของท้องถิ่นเรื่องการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ ก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณไปชดเชยอีก 1 หมื่นกว่าล้านบาท ส่วนการจัดเก็บภาษีลดลงไปบ้างเล็กน้อย ไม่กระทบงบประมาณในการใช้จ่ายของประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77403</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบปี 2564, งบปี 64 ล่าช้า, สันติ พร้อมพัฒน์, เบี้ยคนชรา, เบี้ยคนพิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f524c566b4a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำสั่งด่วนที่สุด! ให้ทุกหน่วยงาน ใช้งบ63แทน64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สะท้อนการบริหารจัดการห่วย &amp;quot;สำนักงบประมาณ&amp;quot;&amp;nbsp; ร่อนหนังสือด่วนถึงส่วนราชการ งบปี 64 ใช้ไม่ทัน 1 ต.ค. สั่งขูดใช้จาก 63 ไปก่อน ขณะที่ สถ.ดิ้นตาเหลือก แจงโยกเงินจ่ายเบี้ยสูงอายุ-คนพิการ จบ 22 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 สำนักงบประมาณได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงหน่วยงานราชการทั้งหมดทั่วประเทศ เรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ไม่ทันวันที่ 1 ต.ค.2563 ดังนั้นให้หน่วยงานต่างๆ เบิกจ่ายงบประมาณโดยใช้กรอบของงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไปพลางก่อน โดยการเบิกจ่ายจะได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของงบประมาณที่ตั้งไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุล 6.23 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ขาดดุล 4.69 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า ยืนยันว่างบประมาณ 2564 ใช้ไม่ทันกำหนด 1 ต.ค.2563 จะไม่กระทบกับการเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการและพนักงาน รวมถึงโครงการลงทุนเก่าที่ก่อหนี้ผูกพันมาจากงบประมาณปีก่อนหน้า แต่การลงทุนโครงการใหม่ยังไม่สามารถเดินหน้าได้ จนกว่างบประมาณจะมีผลบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 2564 จำนวน 6.23 แสนล้านบาท ก็ยังทำไม่ได้เช่นกัน จนกว่า พ.ร.บ.งบประมาณจะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่กระทบกับเงินคงคลังของประเทศที่ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 5 แสนล้านบาท เนื่องจากได้มีการกู้เงินมาเติมไว้รองรับการเบิกจ่ายในช่วงบประมาณ 2564 ล่าช้าออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เงินคงคลังของประเทศไม่มีปัญหาถังแตก เนื่องจากมีรายได้และมีเงินกู้ชดเชยขาดดุลปี 2563 จำนวน 4.69 แสนล้านบาท และมีการขอกู้เงินเพิ่มอีก 2 แสนล้านบาท กรณีที่รายจ่ายมากกว่ารายได้ ก็ได้มีการกู้เงินส่วนนี้มาเตรียมรองรับการเบิกจ่าย ไม่มีปัญหาสะดุด หรือไม่มีปัญหาถังแตกรัฐบาล หรือปัญหารัฐบาลไม่มีเงินอย่างที่สังคมวิตกกังวลกันอยู่&amp;quot; รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ขณะนี้ยังอยู่การพิจารณาวาระที่ 2 ชั้นของกรรมาธิการ ซึ่งยังไม่เสร็จ หลังจากนี้ต้องเสนอให้สภาพิจารณาในวาระ 3 ที่ยังคาดไม่ได้ว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทยด้วยว่า จากกรณีที่เมื่อวันที่ 8 ก.ย.63 กรมบัญชีกลางได้ประกาศเลื่อนการโอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการประจำเดือน ก.ย.63 ตามกำหนดเดิมภายในวันที่ 10 ก.ย.ออกไปก่อน เนื่องจากกรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีสิทธิรับเงินและโอนเข้าบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ภายในกำหนด เนื่องจากติดขัดขั้นตอนเรื่องการจัดสรรงบประมาณไป-กลับ ระหว่างกรมบัญชีกลาง (บช.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จนเกิดกระแสข่าวว่างบประมาณไม่เพียงพอ หรือรัฐบาลถังแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สถ.เตรียมโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากรายการอื่นมาจ่ายเป็นเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุและคนพิการแล้ว โดยจะเร่งรัดจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 22 ก.ย.63 นี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา สถ.แจ้งเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด สรุปรายละเอียดประกอบการโอนเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป งวดที่ 4 (เดือนกันยายน 2563)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายสำหรับสนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 6,949,343 ราย 7,766 อปท. วงเงินรวม 4,866,832,800 บาท และโครงการสนับสนุนการเสริมสร้างสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ ค่าใช้จ่ายสำหรับสนับสนุนการสงเคราะห์เบี้ยยังชีพความพิการ 1,850,944 ราย 7,770 อปท. วงเงินรวม 1,480,755,200 บาท โดยคาดว่าเตรียมโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณส่วนอื่นมาเป็นงบอุดหนุนทั้ง 2 โครงการ วงเงินรวม 6,347,588,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77337</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายปี, สำนักงบประมาณ, ส่วนราชการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เบี้ยคนพิการ, เบี้ยสูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5e2e97bb079.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดร้อนเงินไม่พอจ่ายเบี้ยคนชรา-พิการ!เดือน ก.ย. กรมบัญชีกลางแจงท้องถิ่นถูกตัดงบ3พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 เฟสบุ๊ค &amp;ldquo;กรมบัญชีกลาง&amp;rdquo; ได้เผยแพร่ ประกาศเรื่องการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ เบี้ยความพิการ โดยมีใจความระบุว่า กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำเดือน ก.ย. 2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงต้องขอจัดสรรเพิ่ม เมื่อ สถ. ได้รับงบประมาณพร้อมแล้ว กรมบัญชีกลางพร้อมโอนให้ผู้มีสิทธิ์โดยเร็ว ภายในเดือน ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ เฟสบุ๊คเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ได้โพสต์ข้อความ ว่า เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำเดือน ก.ย. 2563 กรมบัญชีกลาง ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ เนื่องจากติดขัดขั้นตอน เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ไป-กลับ ระหว่างกรมบัญชีกลาง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง ระบุว่า การจ่ายเบี้ยคนชรา - พิการ จะโอนได้ทุกวันที่ 10 ของเดือน แต่เนื่องจาก สถ. ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ระบุว่า ไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงต้องขอหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อจัดสรร พิจารณาโยกงบ มาใช้ในส่วนนี้ก่อน ซึ่งทำให้โอนได้ไม่ทันกำหนดเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบิกจ่ายเบี้ยคนพิการ คนชราได้หรือไม่ คนเข้าใจผิดว่า กรมบัญชีกลาง เงินหมด ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริง เรามีหน้าที่แค่เบิกจ่ายตามที่หน่วยงานต้นเรื่องเสนอมาเท่านั้น&amp;quot; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเบี้ยสูงอายุสำหรับ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ โดยเงินช่วยเหลือเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 600 บาท -1,000 บาทต่อเดือน ส่วนความพิการ ได้รับมีเบี้ยเงินพิการ 800 บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ และคนพิการ ในเดือน ก.ย. 2563 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 มีปัญหาไม่สามารถจ่ายได้ทันในวันที่ 10 ของเดือน เนื่องจากงบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณไม่เพียงพอ ทำให้ระบบ GSMIS ของกรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินกระจายไปให้ท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 7 พันแห่งทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และคนพิการ ต้องจ่ายอยู่เดือนละ 4-5 พันล้านบาท แต่เงินมีไม่ถึง ระบบก็จะไม่โอนเงิน เพราะต้องมีเงินครบให้กับทุกแห่งระบบถึงจะทำการโอน เรื่องนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำลังประสานกับสำนักงบประมาณ เพื่อขอเงินที่ขาดมาเติมให้เต็มเพื่อให้ระบบโอนเงินไปได้ ทางกรมบัญชีกลางเป็นผู้ทำหน้าที่โอนเงินเท่านั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าจะโอนเงินได้เมื่อไร ขึ้นอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะได้รับเงินจากสำนักงบประมาณมาเมื่อไร&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สาเหตุหนึ่งที่เงินไม่พอจ่ายเพราะกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ถูกตัดงบประมาณส่วนนี้ไป 3 พันล้านบาท ทำให้การจ่ายเงินเดือนสุดท้ายมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, เงินไม่พอแจก, เบี้ยคนพิการ, เบี้ยคนแก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59f22183cf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
