<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียกคืนเบี้ยคนแก่ พบอีก1.5หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อนุพงษ์&amp;quot; สั่งท้องถิ่นเจรจาเบี้ยคนชราซ้ำซ้อน ให้รับผลกระทบน้อยสุด เผยมีปัญหามากกว่า 1.5 หมื่นคน &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอ มท.แก้ระเบียบจ่ายเงินผู้สูงอายุ วอนรัฐบาลออก กม.นิรโทษกรรมคนแก่รับเงินแบบผิดพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 ม.ค. ที่รัฐสภา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ให้สัมภาษณ์กรณีเรียกคืนเบี้ยผู้สูงอายุว่า เรื่องทั้งหมดมีการจ่ายเงินซ้ำซ้อนกันเกิดขึ้น ซึ่งกรมบัญชีกลางเป็นผู้แจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย หลังพบข้อมูลช่วงปลายปี 62 ว่า มีการจ่ายเงินผู้สูงอายุซ้ำกับคนที่เขารับเงินอื่นๆ ไปแล้ว ซึ่งผิดระเบียบกว่า 1.5 หมื่นคน มีหลายกรณี โดยเป็นเรื่องทางกฎหมายที่ไม่สามารถทำได้ ส่วนกระแสที่เกิดขึ้นเพราะมีการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุที่ลูกได้เสียชีวิตลง และเขาได้รับเงินซ้ำซ้อน เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว จะหาทางออกด้วยกฎหมาย โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้เบื้องต้นเราหาทางออกด้วยวิธีเจรจา รอมชอม เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่ทางกฎหมายมีคำสั่งให้หาวิธีที่เหมาะสม ต้องดูรายละเอียดกฎหมายว่าจะแก้ไขอย่างไร ขั้นต้นท้องถิ่นใช้วิธีเจรจาไปก่อน&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ขอให้เร่งตรวจสอบกรณีกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพราะได้รับเงินบำนาญพิเศษ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในหลายจังหวัด อาทิ กรณีนางบวน โลห์สุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ถูกเรียกเก็บเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืน 10 ปี เป็นเงิน 84,000 บาท เนื่องจากได้รับบำนาญกรณีบุตรชายที่เป็นทหารเสียชีวิต นางทิม สังข์สนิท จ.บุรีรัมย์ ถูกเรียกเงินคืน 121,800 บาท เนื่องจากได้รับบำนาญกรณีลูกชายที่เป็น ตชด.เสียชีวิต นางมาก ช่วยหลำ จ.สุโขทัย ถูกเรียกเงินคืน 93,400 บาท กรณีรับบำนาญบุตรชายเสียชีวิตจากการรับราชการทหาร นางประจวบ ผะดาวัลย์ จ.นครราชสีมา ถูกเรียกเงินคืน 76,400 บาท กรณีรับเงินบำนาญพิเศษของสามีที่เป็น ตชด. นางฟอง อินต๊ะปัญญา จ.เชียงราย ถูกเรียกเงินคืน 99,200 บาท หลังได้รับบำนาญกรณีบุตรชายที่เป็นทหารเสียชีวิต และนางมะลิ เณรแขก จ.ชัยนาท ถูกเรียกเงินคืน 102,800 บาท กรณีแม่รับเงินบำนาญพี่ชายที่เป็นทหารอากาศเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การออกระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่เป็นธรรมต่อประชาชน จนทำให้กรมบัญชีกลางสั่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปเรียกเก็บเงินคืน ขอให้ผู้ตรวจฯ พิจารณาและเสนอแนะไปยัง มท. เพื่อให้แก้ไขระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2561 โดยให้ยกเลิกที่กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุว่า ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน และเสนอไปยังกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางให้ระงับการเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั่วประเทศ รวมทั้งเสนอไปยังรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้สูงอายุต่างๆ ทั่วประเทศที่ได้รับเบี้ยบำนาญพิเศษต่างๆ ที่ผิดพลาดมาก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้สูงอายุทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยะกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนผู้สูงอายุ ซึ่งเรื่องนี้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความสนใจ ทางสำนักงานฯ จะเร่งรัดและเสนอเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมผู้ตรวจฯ พิจารณาโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91311</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรโทษกรรมคนแก่, นิรโทษกรรมคนแก่รับเงินแบบผิดพลาด, ผลกระทบน้อยสุด, เบี้ยคนแก่, เรียกคืนเบี้ยคนแก่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012af3ae3420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;ขุนคลัง&#039;จ่อถกหาทางออกปมเรียกคืนเบี้ยคนแก่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่กรมบัญชีกลางเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ รวมดอกเบี้ย จำนวน 84,000 บาท คืนจากนางบวน โล่สุวรรณ อายุ 89 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากนางบวนได้รับบำนาญพิเศษ ภายหลังจากลูกชายที่เป็นทหารเสียชีวิตหลังจากเหตุคลังแสงระเบิด ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายที่มีการกำหนดมาก่อนหน้าแล้วว่า หากผู้สูงอายุได้รับบำนาญพิเศษจากรัฐ ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์รับเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานท้องถิ่น เป็นต้น ต้องหารือกันว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาส่วนนี้อย่างไร เพราะในความคิดเห็นส่วนตัว มองว่า ควรแยกสิทธิส่วนบุคคลที่ผู้สูงอายุควรได้รับอยู่แล้ว นั่นคือ เบี้ยผู้สูงอายุ ออกจากสิทธิพิเศษที่ได้รับตามกรณี เพราะทั้ง 2 สิทธิไม่เกี่ยวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริง ๆ มองว่าสิทธิที่ผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุเป็นไปตามหลักเกณฑ์สำหรับผู้ที่ไม่มีหลักประกันหลังเกษียณ ตรงนี้ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ควรจะได้รับ และควรจะต้องแยกกับสิทธิพิเศษ อาทิ บำนาญต่าง ๆ ที่ได้รับจากรัฐ เช่น กรณีนี้ที่ได้รับจากการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของลูกชาย ซึ่งเรื่องนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมดคงต้องมาคุยกัน เพื่อแยกสิทธิต่าง ๆ อย่างชัดเจน แม้ว่าในอดีตจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องมาคุยเพื่อหาข้อสรุป&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นางนิโลบล &amp;nbsp;แวววับศรี รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรณีนางบวน โล่สุวรรณ ชาว จ.บุรีรัมย์ ที่ถูกเรียกเก็บเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนรวมดอกเบี้ยนั้น เนื่องจากหลักเกณฑ์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561 ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ว่าจะต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ซึ่งแต่เดิม องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เจริญสุข จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่นางบวน โล่สุวรรณ ตลอดมา ต่อมาในปี 2563 ได้มีการดำเนินการโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม ผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-social welfare) เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจ่ายตรงเบี้ยชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ระหว่างกรมบัญชีกลางและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อ อบต. มีหนังสือสอบถามกรมบัญชีกลางให้ตรวจสอบกับฐานข้อมูลผู้รับบำนาญ ว่าผู้สูงอายุรายดังกล่าวเป็นผู้รับบำนาญหรือไม่ กรมบัญชีกลาง ได้ตรวจสอบพบว่า เป็นผู้รับบำนาญพิเศษ พร้อมทั้งได้มีหนังสือตอบ อบต. แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ได้รับเงินเบี้ยสูงอายุไปโดยไม่มีสิทธิ อบต. จะเรียกคืนเงินตามขั้นตอนและวิธีการที่ อบต. กำหนด &amp;nbsp;ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรมบัญชีกลางที่จะดำเนินการได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมบัญชีกลางมีความห่วงใย และเข้าใจสถานการณ์ ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงได้มอบหมายคลังจังหวัดบุรีรัมย์ ประสาน อบต. เร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้สูงอายุรายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; นางนิโลบล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91141</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลางเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เบี้ยคนแก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa8f61da2d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดร้อนเงินไม่พอจ่ายเบี้ยคนชรา-พิการ!เดือน ก.ย. กรมบัญชีกลางแจงท้องถิ่นถูกตัดงบ3พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2563 เฟสบุ๊ค &amp;ldquo;กรมบัญชีกลาง&amp;rdquo; ได้เผยแพร่ ประกาศเรื่องการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ เบี้ยความพิการ โดยมีใจความระบุว่า กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบข้อมูลการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำเดือน ก.ย. 2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงต้องขอจัดสรรเพิ่ม เมื่อ สถ. ได้รับงบประมาณพร้อมแล้ว กรมบัญชีกลางพร้อมโอนให้ผู้มีสิทธิ์โดยเร็ว ภายในเดือน ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ เฟสบุ๊คเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ได้โพสต์ข้อความ ว่า เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำเดือน ก.ย. 2563 กรมบัญชีกลาง ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ เนื่องจากติดขัดขั้นตอน เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ไป-กลับ ระหว่างกรมบัญชีกลาง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง ระบุว่า การจ่ายเบี้ยคนชรา - พิการ จะโอนได้ทุกวันที่ 10 ของเดือน แต่เนื่องจาก สถ. ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ระบุว่า ไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงต้องขอหารือกับสำนักงบประมาณ เพื่อจัดสรร พิจารณาโยกงบ มาใช้ในส่วนนี้ก่อน ซึ่งทำให้โอนได้ไม่ทันกำหนดเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบิกจ่ายเบี้ยคนพิการ คนชราได้หรือไม่ คนเข้าใจผิดว่า กรมบัญชีกลาง เงินหมด ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริง เรามีหน้าที่แค่เบิกจ่ายตามที่หน่วยงานต้นเรื่องเสนอมาเท่านั้น&amp;quot; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเบี้ยสูงอายุสำหรับ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ โดยเงินช่วยเหลือเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 600 บาท -1,000 บาทต่อเดือน ส่วนความพิการ ได้รับมีเบี้ยเงินพิการ 800 บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ และคนพิการ ในเดือน ก.ย. 2563 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 มีปัญหาไม่สามารถจ่ายได้ทันในวันที่ 10 ของเดือน เนื่องจากงบประมาณที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณไม่เพียงพอ ทำให้ระบบ GSMIS ของกรมบัญชีกลางไม่สามารถโอนเงินกระจายไปให้ท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 7 พันแห่งทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และคนพิการ ต้องจ่ายอยู่เดือนละ 4-5 พันล้านบาท แต่เงินมีไม่ถึง ระบบก็จะไม่โอนเงิน เพราะต้องมีเงินครบให้กับทุกแห่งระบบถึงจะทำการโอน เรื่องนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำลังประสานกับสำนักงบประมาณ เพื่อขอเงินที่ขาดมาเติมให้เต็มเพื่อให้ระบบโอนเงินไปได้ ทางกรมบัญชีกลางเป็นผู้ทำหน้าที่โอนเงินเท่านั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าจะโอนเงินได้เมื่อไร ขึ้นอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะได้รับเงินจากสำนักงบประมาณมาเมื่อไร&amp;quot; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สาเหตุหนึ่งที่เงินไม่พอจ่ายเพราะกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ถูกตัดงบประมาณส่วนนี้ไป 3 พันล้านบาท ทำให้การจ่ายเงินเดือนสุดท้ายมีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, เงินไม่พอแจก, เบี้ยคนพิการ, เบี้ยคนแก่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59f22183cf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
