<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บินไทย’เล็งนำอาหาร-เบเกอรี่ขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64-นางวรางคณา ลือโรจน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับแผนธุรกิจของครัวการบินในปี 2564 ยังคงเน้นขยายฐานลูกค้าในการเพิ่มรายได้จากบริการภาคพื้น เพื่อทดแทนรายได้หลักจากธุรกิจอาหารบนเครื่อง (In-flight) ที่ยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากยังไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปีนี้ครัวการบินได้เพิ่มพันธมิตรในการจำหน่ายอาหารมากขึ้น โดยเปิดตลาดไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านโมเดิร์นเทรด&amp;nbsp;ตลอดจนร้านสะดวกซื้อ ล่าสุดการบินไทยได้ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) เตรียมวางจำหน่ายเมนูน้ำพริกลงเรือในร้านสะดวกซื้อ 7-11 (เซเว่นอีเลฟเว่น) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายหลังหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ในเดือน เม.ย.64 อีกทั้งยังมีแผนวางจำหน่ายเมนูฮาลาล เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยจะจำหน่ายเมนูแรก คือ ข้าวหมกไก่ด้วย&amp;rdquo;นางวรางคณา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ปัจจุบันครัวการบินยังได้เจาะตลาดร้านกาแฟ เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย อาทิ ร้านกาแฟอเมซอน มีการวางจำหน่ายสินค้าประเภทเบเกอรี่ ร้านกาแฟอินทนิล วางจำหน่ายเบเกอรี่ และอาหารกล่อง ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และคาดว่าในปีนี้จะมีการขยายสาขาวางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันครัวการบิน ยังได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด เพื่อร่วมกันจัดทำระบบซัพพลายเชน รองรับบริการคลาวด์ คิทเช่น หรือครัวกลางที่รวบรวมเมนูอาหารจากครัวการบินไทย และอาหารจากร้านเด็ดทุกภูมิภาคทั่วไทย พร้อมส่งตรงจากร้านถึงมือผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้สินค้าของครัวการบินไทย สามารถส่งถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ จากสาขาไปรษณีย์ไทยที่ให้บริการทั่วประเทศอยู่กว่า 1 พันสาขา จะช่วยให้ครัวการบินขยายฐานลูกค้าได้เยอะมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจประเภทสสแน็คบ็อก หรืออาหารกล่อง ที่ลูกค้าสามารถสั่งล่วงหน้า 1 วัน และรอรับวัดถัดไปได้เลย ซึ่งกระบวนการทำงานจะเป็นการรับออเดอร์เข้ามา และไปรษณีย์ไทยจะเป็นจุดกระจายสินค้าส่งให้ถึงปลายทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ปกติครัวการบินทำรายได้เดือนละ 700-800 ล้านบาท แต่หลังจากวิกฤติโควิด-19 รายได้ปรับลดลงมาก โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.2563) ทำยอดขายได้เพียง 1,900 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดขายทั้งปี เมื่อปี 2562 อยู่ที่ 8,900 ล้านบาท ส่วนปีนี้ทั้งปีหากสามารถทำยอดขายได้ 50%ของปีก่อน หรือราว 4,450 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขณะนี้อยู่ระหว่างเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการจึงพยายามหารายได้เพิ่ม ด้วยการนำอาหารและสินค้าต่างๆ มาจำหน่าย เพื่อช่วยพยุงธุรกิจการบิน ที่สร้างความฮือฮาในช่วงที่ผ่านมาคือ ปาท่องโก๋ การบินไทยที่ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงสินค้าหมวดแฟชั่น เช่น กระเป๋าที่ดัดแปลงจากเสื้อชูชีพ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุด การบินไทยได้เปิดขายครัวซองต์ มาในรูปแบบ DIY ครัวซองต์ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกท็อปปิ้งได้ด้วยตัวเอง ได้แก่ Coconut sauce, Dark chocolate sauce, Lemon curd, Dulcey topping และ Almond sauce และสามารถเพิ่มความอร่อยเเละมิติของรสชาติไปอีกขั้นกับ Roasted Coconut, Almond Sliced, Crusted Macadamia, Hazelnut และ Cashew Nut โดยตัวครัวซองต์ขายราคาชิ้นละ 75 บาท ส่วนท็อปปิ้ง อย่างละ 18 บาท เริ่มจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นวันแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98215</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายอาหาร, ครัวการบินไทย, เซเว่นอีเลฟเว่น, เบเกอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60684d397defc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขมันพอกตับ..ภัยเงียบมะเร็งตับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันผู้คนสามารถเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายขึ้น ยิ่งโรคที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน ยิ่งพบเจอได้ง่าย เวลาตรวจสุขภาพต้องมานั่งลุ้นว่าคอเลสเตอรอลจะเกินไหม ไตรกลีเซอไรด์จะพุ่งหรือไม่ โดยเฉพาะค่าน้ำตาลในเลือดที่มีผลให้เกิดความเสี่ยงสารพัดโรค ซึ่งนอกจากโรคเบาหวานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัวไม่แพ้กัน คือ ไขมันพอกตับ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่รับประทานแล้วไปใช้ได้หมดจนทำให้เกิดการสะสมอยู่ที่ตับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ไขมันพอกตับเป็นภัยเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตับมีความผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการใดๆ มักตรวจพบและได้รับการวินิจฉัยเมื่อมาตรวจสุขภาพประจำปี อาจมีอาการอ่อนเพลียควบคู่ไปด้วย มีอาการจุกแน่นบริเวณชายโครงขวา ภาวะไขมันพอกตับโดยส่วนใหญ่มักพบในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง กลุ่มอาการอ้วนลงพุง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก ชอบรับประทานอาหารหวาน ไม่ออกกำลังกาย และโดยส่วนใหญ่ไขมันพอกตับระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้กลายเป็นตับแข็ง และอาจนำไปสู่การเกิดเป็นมะเร็งตับในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันพอกตับพบความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะไขมันพอกตับ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำไขมันที่เรารับประทานไปใช้ได้หมด ส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่มีอาการ จึงอาจทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะไขมันพอกตับ ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หรือทุก 6 เดือน จะช่วยให้พบความผิดปกติของตับได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะไขมันพอกตับสามารถตรวจเจอในระยะแรกๆ ด้วยวิธีการตรวจเลือด อัลตราซาวด์ หรือการตรวจด้วยเครื่อง FibroScan ประกอบกับวิธีการป้องกันควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว หรืออาหารที่มีไขมันทรานส์สูง เช่น เนื้อติดมัน เบคอน แฮม น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว เบเกอรี่ ครีมเทียม หลีกเลี่ยงน้ำตาลฟรักโทส เช่น เครื่องดื่มที่มีรสหวาน คุกกี้ ลูกอม น้ำผลไม้ (ควรรับประทานผลไม้ทั้งผลมากกว่า) และแนะนำว่าควรรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วต่างๆ ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อย 4-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากใครอยู่ในเกณฑ์อ้วน คือ มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ให้ลดน้ำหนักตัว สามารถปรึกษาแพทย์ได้เช่นกันว่าควรจะมีน้ำหนักประมาณเท่าไร ลดการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 5-6 ชั่วโมงต่อวัน และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ก็จะช่วยให้สุขภาพตับของเราแข็งแรง พร้อมทำงานในทุกวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71327</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ตับ, น้ำมันปาล์ม, น้ำมันมะพร้าว, พญ.ปิติญา รุ่งภูวภัทร, เบเกอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c3fc8c0a3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
