<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก6เดือนเปรมชัยซุกปืน ไม่รอลงอาญาให้ประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก 6 เดือน &amp;quot;เจ้าสัวเปรมชัย&amp;quot; ไม่รอลงอาญา คดีซุกปืนยาวในบ้าน พร้อมอนุญาตประกันตัว ตีราคาประกัน 5 แสนบาท โดยไม่กำหนดเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หมายเลขดำ อ.1144/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 66 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนฯ พ.ศ.2490
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2561 จำเลยกระทำผิดกฎหมายด้วยการมีอาวุธปืนยาวไรเฟิล 3 กระบอก และปืนแก๊ป&amp;nbsp; 1 กระบอกไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตภายในบ้านพัก ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. โดยนายเปรมชัยให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2562 เห็นว่า เมื่อพิเคราะห์รายงานสืบเสาะประวัติ ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทให้จำคุก 1 ปี ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน แต่เนื่องจากจำเลยยังมีโทษคดีอาญาจำคุกอีก 2 คดี ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยได้รับการประกันตัว 2 แสนบาทระหว่างอุทธรณ์คดี โดยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้นายเปรมชัย จำเลย เดินทางมาศาล ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่โจทก์อุทธรณ์เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน อาวุธปืนมีหลายกระบอก ได้ปืนมาคนละครั้งคราวนั้น ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีการกล่าวอ้างในคำฟ้องตั้งแต่ในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย อีกทั้งโจทก์ไม่บรรยายว่าอาวุธแต่ละกระบอกได้มาอย่างไร และการตรวจยึดอาวุธปืนได้ในคราวเดียวกัน ฟังไม่ได้ว่าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ส่วนที่โจทก์ขออุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานหนักนั้น เห็นว่าศาลชั้นต้นวางโทษไว้เหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าเป็นอาวุธของบิดาที่ถึงแก่กรรมแล้ว ซึ่งลูกจ้างได้ขนย้ายเอามาวางไว้ในบ้านโดยจำเลยไม่ทราบ ศาลเห็นว่าขัดกับคำรับสารภาพ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ว่ากันในศาลชั้นต้น จึงไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น จำเลยมีอาวุธ 5 กระบอก บางส่วนใช้ล่าสัตว์ หากมีการนำไปใช้ก่ออาชญากรรม หรือกระทำความผิดล่าสัตว์ จะยากแก่การติดตามหาผู้กระทำผิด ถือเป็นเรื่องร้ายแรง และที่จำเลยอุทธรณ์ว่าป่วยร้ายแรงนั้น ในเรือนจำมีโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งมีแพทย์ให้การรักษาอยู่แล้ว หากมีอาการร้ายแรงอาจส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลภายนอกเรือนจำได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน จำคุก 6 เดือน ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทนายความของนายเปรมชัย จำเลย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา จนกระทั่งเวลา 14.00 น. ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้นายเปรมชัยประกันตัวไประหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 5 แสนบาท และไม่กำหนดเงื่อนไขใดๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74153</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีซุกปืนยาวในบ้าน, คุก 6 เดือน, ศาลอุทธรณ์พิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าสัวเปรมชัย, เปรมชัย กรรณสูต, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a66a32db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนคุก‘เปรมชัย’ติดสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา &amp;ldquo;เปรมชัย&amp;rdquo; เสนอสินบนเจ้าหน้าที่คดีล่าเสือดำ ยื่น 5 แสนประกันตัวสู้คดีชั้นฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 10/2561 (คดีหมายเลขแดง อท.ที่ 13/2562) ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต เป็นจำเลยที่ 1 และนายยงค์ โดดเครือ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ (ไม่รอลงอาญา) ส่วนนายยงค์ จำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้อง ต่อมานายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp; ซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น ศาลพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตฯ แล้ว วันนี้นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72867</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล่าเสือดำ, ศาลอุทธรณ์พิพากษา, เปรมชัย กรรณสูต, เสนอสินบนเจ้าหน้า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21745817488.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา &#039;เปรมชัย&#039; ติดสินบนเจ้าหน้าที่คดีล่าเสือดำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 10/2561 (คดีหมายเลขแดง อท.ที่&amp;nbsp; 13/2562) ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต เป็นจำเลยที่ 1 และนายยงค์&amp;nbsp; โดดเครือ (คนขับรถ) จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน เพื่อจูงใจให้กระทําการ ไม่กระทําการ หรือประวิงการกระทําอันมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 ประกอบมาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่&amp;nbsp; 11 มิ.ย. 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษ (ไม่รอลงอาญา) ส่วนนายยงค์ จำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้อง ต่อมานายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp; ซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ด้วยหลักทรัพย์ 200,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนั้น ศาลพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตฯ แล้ว วันนี้นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72849</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, จำคุก, ติดสินบนเจ้าหน้าที่คดีเสือดำ, เปรมชัย กรรณสูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21549cc54cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการศาลสูงเห็นชอบตามศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำคุก &#039;เปรมชัย&#039; กับพวก ไม่ฎีกาต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาฎีกาคดีร่วมล่าเสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เพิ่มโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 66 ปี ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับคนขับรถและนายพรานรวม 3 คน ว่า ก่อนหน้านี้อัยการได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาคดีดังกล่าว ซึ่งครบกำหนดการขยายเวลาฎีกาของอัยการในวันนี้ (12 มี.ค.) นั้น ปรากฏว่าอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 ได้พิจารณาประเด็นเหตุผล รวมทั้งบทลงโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาแล้ว เห็นว่าครบถ้วนตามที่อัยการฟ้องแล้ว จึงมีความเห็นไม่ยื่นฎีกาอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ กล่าวต่อไปว่า ตามขั้นตอนก็ได้ส่งความเห็นนี้ไปยัง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) เพื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดย ผบช.ภ.7 ได้ส่งความเห็นกลับมาแล้วว่า เห็นตรงตามอัยการ ดังนั้นความเห็นจึงเป็นที่ยุติแล้วว่าไม่ฎีกาเกี่ยวกับผลคดีดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งวันนี้ (12 มี.ค.) ที่ครบกำหนดระยะขยายฎีกาในส่วนของโจทก์นั้น พนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ ก็ได้เดินทางไปยืนยันต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิแล้ว ว่าอัยการโจทก์ไม่ฎีกาคดี อย่างไรก็ดี ในส่วนที่มีข่าวว่าฝ่ายจำเลย ยื่นขอขยายเวลาฎีกาไปแล้วนั้น สุดท้ายหากเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นฎีกาของจำเลย อัยการโจทก์ก็จะพิจารณาแก้ประเด็นฎีกาซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนความคืบหน้าการยื่นฎีกาของกลุ่มจำเลยนั้น นายเปรมชัย กับพวกได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีดังกล่าวเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งศาลพิจารณาให้ขยายเวลาได้อีกครั้ง ถึงวันที่ 10 เม.ย.นี้ โดยระหว่างรอยื่นฎีกาสู้คดีนี้ นายเปรมชัย, คนขับรถ และนายพราน ได้ประกันตัวไปคนละ 1 ล้านบาท พร้อมการติดกำไลข้อเท้า EM และเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยระหว่างประกันนี้ นายเปรมชัยกับพวกจะต้องเดินทามารายงานตัวต่อศาลทุก 1 เดือนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับคดีร่วมล่าเสือดำ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ นี้ ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.62 ซึ่งพิพากษาแก้เป็นเพิ่มโทษจำคุกโดยไม่ให้รอลงอาญา นายเปรมชัย จำเลยที่ 1 กำหนด 2 ปี 14 เดือน (จากเดิมศาลชั้นต้นจำคุก 16 เดือน), นายยงค์ โดดเครือ อายุ 68 ปี คนขับรถและคนใกล้ชิดนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 กำหนด 2 ปี 17 เดือน (จากเดิมศาลชั้นต้นจำคุก 13 เดือน) และนายธานี ทุมมาศ หรือพรานแกละ อายุ 59 ปี นายพรานนำนายเปรมชัยเข้าป่า จำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 21 เดือน (จากเดิมศาลชั้นต้น จำคุก 2 ปี 17 เดือน) ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, 31 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16, 19 วรรคหนึ่ง, 36, 47, 53, 55 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83 พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องและกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานร่วมกันทําให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ, ร่วมกันล่าสัตว์ป่า (เสือดำ สัตว์ป่าคุ้มครอง) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ไก่ฟ้าหลังเทา) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และนายพราน ยังมีโทษฐานพยายามล่าสัตว์ป่า (กระรอก) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางนที เรียมแสน อายุ 46 ปี แม่ครัว จำเลยที่ 3 จำคุกมีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาท ฐานร่วมกันทําให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ, ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (เสือดำ) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยโทษจำคุกของแม่ครัวจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (จากเดิมศาลชั้นต้นจำคุก 4 เดือนและปรับ 10,000 บาท ฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองเสือดำและไก่ฟ้าหลังเทา ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และยกฟ้อง 3 ข้อหาเกี่ยวกับความผิดอาวุธปืน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 2 ล้านบาท (มูลค่าความเสียหายเสือดำ) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2561 ซึ่งเป็นวันที่เจ้าหน้าที่พบการกระทำผิด (จากเดิมให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมชดใช้) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแก่ผู้ร้องด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ เพชรคุณ, เปรมชัย กรรณสูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c2e19da7e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการ-กลุ่มเปรมชัย ขอขยายฎีกาคดีล่าเสือดำครั้งที่ 2 ศาลอนุญาตถึง 11-12 มี.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการยื่นฎีกาคดีร่วมล่าเสือดำ ที่นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 66 ปี ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), นายยงค์ โดดเครือ อายุ 68 ปี คนขับรถและคนใกล้ชิดนายเปรมชัย และนายธานี ทุมมาศ หรือพรานแกละ อายุ 59 ปี นายพรานนำนายเปรมชัยเข้าป่า เป็นจำเลยที่ 1-2, 4 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้โทษให้จำคุกเพิ่มขึ้น ว่า ล่าสุดวันนี้ (7 ก.พ.) พนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ โจทก์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 เป็นเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. &amp;ndash; 12 มี.ค.นี้ เนื่องจากอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 ได้ส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) เพื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 เมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยศาลจังหวัดทองผาภูมิพิจารณาแล้ว ก็อนุญาตให้อัยการโจทก์ขยายเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 2 จนถึงวันที่ 12 มี.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่จำเลยที่ 1-2, 4 ก็ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ขอให้ศาลจังหวัดทองผาภูมิพิจารณาขยายระยะเวลาฎีกาครั้งที่ 2 เช่นกัน ซึ่งศาลก็อนุญาตให้จำเลยขยายเวลายื่นฎีกาจนถึงวันที่ 11 มี.ค. นี้ อย่างไรก็ดี ส่วนที่ศาลกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยทั้ง 3 จะต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกเดือนนั้น ซึ่งในเดือน ก.พ.นี้ กำหนดนัดให้รายงานตัววันอังคารที่ 11 ก.พ. 2563 โดยจำเลยทั้ง 3 ได้เข้ารายงานตัวต่อศาลก่อนกำหนดในวันนี้ (7 ก.พ.) แล้ว ศาลอนุญาต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีนี้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 วันที่ 12 ธ.ค. 2562 พิพากษาแก้จำคุกนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 14 เดือน (เดิมศาลชั้นต้น จำคุก 16 เดือน), นายยงค์ คนขับรถ จำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 &amp;nbsp;ปี 17 เดือน (เดิมศาลชั้นต้น จำคุก 13 เดือน) และจำคุกนายธานี นายพราน จำเลยที่ 4 มีกำหนด 2 ปี 21 เดือน (เดิมศาลชั้นต้น จำคุก 2 ปี 17 เดือน) ส่วนนางนที เรียมแสน อายุ 46 ปี แม่ครัว จำเลยที่ 3 จำคุกมีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 40,000 บาทโดยโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยที่ 1-4 ชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 2 ล้านบาท (มูลค่าความเสียหายเสือดำ) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ. 2561 (วันที่เจ้าหน้าที่พบการกระทำผิด) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ &amp;nbsp;ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแก่ผู้ร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56561</URL_LINK>
                <HASHTAG>เปรมชัย กรรณสูต, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d92ca639b8cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์เพิ่มโทษ เปรมชัยยิงเสือดำ จำคุก2ปี14เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษ &amp;quot;เปรมชัย กรรณสูต&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา คดียิงเสือดำในป่าทุ่งใหญ่ฯ &amp;nbsp;&amp;quot;ธานี ทุมมาศ&amp;quot; รับสารภาพว่าเป็นคนยิง จำคุก 2 ปี 21 เดือน ส่วนพวกอีก 2 ก็เพิ่มโทษทุกคน พร้อมสั่งชดใช้กรมอุทยานฯ 2 ล้านบาท &amp;quot;หน.วิเชียร&amp;quot; พอใจคำตัดสิน คืนความยุติธรรมให้เสือดำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ศาลจังหวัดทองผาภูมินัดฟังคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ คดีล่าเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร (ฝั่งตะวันตก) โดยมีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1, นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2, นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วพิพากษาแก้โทษจำเลยทั้งหมด โดยจำเลยที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูต จำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ จำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา, จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน (แม่ครัว) จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และจำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนยิงเสือดำ จำคุก 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนในเรื่องเงินค่าปรับ ให้จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 4 ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวสู้คดีในชั้นฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก กล่าวว่า พอใจศาลอุทธรณ์แก้เพิ่มโทษคืนความยุติธรรมให้เสือดำ รู้สึกพอใจกับคำพิพากษา เป็นการคืนความยุติธรรมให้แก่เสือดำ ส่วนเรื่องที่ว่าได้มีโอกาสคุยกับนายเปรมชัยบ้างหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด และไม่คิดจะพูดคุยด้วยอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายจะฎีกาต่อสู้คดีต่อไปนั้น ก็เป็นสิทธิที่จะทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งประเทศ เนื่องจากจำเลยเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2561 นายวิเชียรนำกำลังเข้าจับกุม นายเปรมชัยและพวกอีก 3 คน ประกอบด้วย นายยงค์ โดดเครือ, &amp;nbsp;นางนที เรียมแสน, นายธานี ทุมมาศ ขณะเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่า บริเวณริมห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ พร้อมของกลางประกอบด้วย ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง รวมทั้งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก และนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิดำเนินคดี โดยนายเปรมชัยและพวกให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ จำนวน 32 ปาก รวม 10 นัด และสืบพยานจำเลยจำนวน 17 ปาก รวม 6 นัด หลังสืบพยานทั้ง 2ฝ่ายจนครบ ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้นัดฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 โดยมีคำพิพากษานายเปรมชัย จำเลยที่ 1 ถูกลงโทษข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน, ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจำคุก 8 เดือน, ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไก่ฟ้าหลังเทาไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 16 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่ยกฟ้องในข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองเสือดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จำเลยที่ 2 คือนายยงค์ โดดเครือ ศาลพิพากษาลงโทษ รวมโทษจำคุก 13 เดือน ไม่รอลงอาญา, จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี, จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ ศาลพิพากษาลงโทษ รวมจำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาในส่วนของค่าเสียหายทางแพ่ง ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ &amp;nbsp;7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระแก่กรมอุทยานฯ เรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวโดยนายเปรมชัยและนายยงค์ ศาลให้ประกันตัวโดยใช้เงินสดคนละ 400,000 บาท ส่วนนายธานี ทุมมาศ ศาลให้ประกันตัวโดยใช้เงินสด 500,000 บาท พร้อมตั้งเงื่อนไขห้ามทั้งสามคนเดินทางออกนอกประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายเปรมชัย กรรณสูต และพวกประกันตัวไม่ทันตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เตรียมรอรับตัว คืนนี้นายเปรมชัย ต้องนอนในเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ 1 คืน เพื่อรอการพิจารณาประกันตัวใหม่ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ ขั้นตอนการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์นั้น กระบวนการจะต้องผ่านองค์คณะศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวิทูล แย้มพราย ทนายความของนายเปรมชัย กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ต้องรอคำสั่งศาล และจะดำเนินการเรื่องประกันตัว โดยเพิ่มหลักทรัพย์จากเดิมเป็นเงินสดอีกรายละ 2 แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากในวันที่ 13 ธ.ค. ศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายเปรมชัยและนายยงค์ ต้องใช้เงินสดประกันคนละ 600,000 บาท ส่วนนายธานี ทุมมาศ ประกันตัวโดยใช้เงินสด 700,000 บาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52367</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียิงเสือดำ, พิพากษาเพิ่มโทษ, ศาลอุทธรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรมชัย กรรณสูต, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df24a438a65a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปรมชัย&#039; นอนเรือนจำ! ศาลพิจารณาประกันตัวไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&amp;nbsp;ธ.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต&amp;nbsp;พร้อมพวกเข้าไปล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ&amp;nbsp;ได้มีรถควบคุมผู้ต้องหาของเรือนจำขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าศาล สร้างความฮือฮาให้กับบรรดาสื่อมวลชนที่รอคอย แต่ก็มีกระแสข่าวว่าศาลอาจพิจารณาการประกันตัวไม่ทัน ถ้าเป็นดังนั้นนายเปรมชัยพร้อมพวก ก็จะต้องถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำ อ.ทองผาภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลา 18.10&amp;nbsp;น.เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ศาลได้ยืนเรียงรายจากทางลงบันไดจนถึงรถเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเปรมชัย กรรณสูต&amp;nbsp;ซึ่งมีสีหน้าสลดอย่างเห็นได้ชัด พร้อมนายยงค์ โดดเครือ นายธานี ทุมมาศ เดินลงบันไดมาจากชั้นสองของศาล ตรงมายังรถของเรือนจำที่เจ้าหน้าที่เปิดประตูรอไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเปรมชัยพร้อมพวก ขึ้นรถเรือนจำและรีบปิดประตู พร้อมทั้งเปิดสัญญานไฟและไซเรนนำตัวนายเปรมชัยพร้อมพวกรวม 3 คนไปคุมขังที่เรือนจำอ.ทองผาภูมิทันที โดยมีทีมทนายความยืนดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทูล แย้มพราย ทนายความของนายเปรมชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่า ต้องรอคำสั่งศาล และจะดำเนินการเรื่องประกันตัว โดยเพิ่มหลักทรัพย์จากเดิมเป็นเงินสดอีกรายละ 2 แสนบาท จากนั้นทีมทนายความได้ขึ้นรถออกไปจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากในวันพรุ่งนี้ 13 ธ.ค. ศาลอนุญาตให้ประกันตัวนายเปรมชัย และนายยงค์ต้องใช้เงินสดประกัน คนละ&amp;nbsp;600,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนนายธานี ทุมมาศ ประกันตัวโดยใช้เงินสด&amp;nbsp;700,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายเปรมชัย กรรณสูตรจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนจำเลยที่ 2 นายยงค์ โดดเครือ จำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จำเลยที่ 3 นางนที เรียมแสน (แม่ครัว)&amp;nbsp;จำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และ จำเลยที่ 4 นายธานี ทุมมาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นคนยิง เสือดำ&amp;nbsp;จำคุก 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วนในเรื่องเงินค่าปรับ ให้จำเลยทั้ง 4 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนเงินรวม 2 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52346</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, ประกันตัว, ศาลจังหวัดทองผาภูมิ, เจ้าสัวเปรมชัย, เปรมชัย กรรณสูต, เปรมชัยนอนคุก, โทษจำคุกไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df2306f5f22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
