<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 23:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาร์เบโดสปลดแอก เตรียมถอดควีนเอลิซาเบธที่ 2 พ้นประมุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศบาร์เบโดส รัฐเอกราชในเครือจักรภพที่อยู่ในทะเลแคริบเบียน ประกาศจะเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐและปลดสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ พ้นตำแหน่งองค์ประมุขในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ อ่านพระราชดำรัสจากบัลลังก์ในสภาขุนนาง ระหว่างการเปิดสมัยการประชุมสภาสามัญชนอังกฤษเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธกล่าวว่า บาร์เบโดสประกาศการตัดสินใจอย่างเป็นทางการผ่านสุนทรพจน์เปิดสมัยการประชุมรัฐสภาของนายกรัฐมนตรีมีอา ม็อตลีย์ โดยแซนดรา เมสัน ข้าหลวงต่างพระองค์ประจำบาร์เบโดส เป็นผู้อ่าน เพื่อทำพิธีเปิดสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเวลามากกว่าครึ่งศตวรรษภายหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ ถึงเวลาแล้วที่เราจะทิ้งอดีตความเป็นอาณานิคมของเราไว้เบื้องหลัง&amp;quot; เมสันกล่าว &amp;quot;ชาวบาร์เบโดสต้องการมีประมุขเป็นชาวบาร์เบโดส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์กล่าวด้วยว่า บาร์เบโดสจะดำเนินการตามสมควรต่อไปเพื่ออำนาจอธิปไตยโดยสมบูรณ์ และเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ ซึ่งตรงกับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับคำประกาศนี้ โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลและประชาชนชาวบาร์เบโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควีนเอลิซาเบธทรงเป็นองค์ประมุขของสหราชอาณาจักร และอดีตอาณานิคมอีก 15 ประเทศ โดยมีข้าหลวงต่างพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการ ประเทศเหล่านี้ประกอบด้วย แอนติกาและบาร์บูดา, ออสเตรเลีย, บาฮามาส, บาร์เบโดส, เบลีซ, แคนาดา, เกรนาดา, จาเมกา, นิวซีแลนด์, ปาปัวนิวกินี, เซนต์คิดและเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, หมู่เกาะโซโลมอน และตูวาลู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตชาวบาร์เบโดสเคยเรียกร้องให้ถอดควีนพ้นสถานะประมุขของประเทศมาแล้ว และผู้นำของประเทศเกาะในทะเลแคริบเบียนฝั่งตะวันออกแห่งนี้หลายคนในอดีตก็สนับสนุนการเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ เมื่อปี 2541 คณะกรรมการที่รัฐบาลแต่งตั้งชุดหนึ่งเคยให้ข้อสรุปว่า บาร์เบโดสควรเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดีที่มีอำนาจบริหาร เป็นประมุขของประเทศแทนที่ควีน แต่คำแนะนำนี้ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีประเทศอาณานิคมหลายประเทศที่ถอดฐานะประมุขของควีนภายหลังได้รับเอกราช แต่ยังคงสถานะความเป็นสมาชิกในเครือจักรภพ 54 ชาติเอาไว้ มอริเชียสเป็นประเทศล่าสุดที่เปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี 2535&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัชสมัยของควีนเอลิซาเบธ มีการจัดประชามติ 8 ครั้งในประเทศเครือจักรภพเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นสาธารณรัฐ โดยมี 3 ครั้งที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ได้แก่ กานาและแอฟริกาใต้ ปี 2503 และแกมเบีย ปี 2510.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควีนเอลิซาเบธ, บาร์เบโดส, ปลดพ้นประมุข, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, เปลียนเป็นสาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f623840a3004.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
