<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้าเฮรวยกันทั่วหน้า&#039;สุชาติ&#039;แจงยิบพปชร.เปลี่ยนส.ป.ก.4-01เป็นที่ดินทองคำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.62 - นายสุชาติ ตันเจริญ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ผู้เสนอนโยบาย &amp;quot;เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นที่ดินทองคำ&amp;quot; หรือ &amp;ldquo;ส.ป.ก. 4.0&amp;rdquo; กล่าวถึงกรณีที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย สปก.4.0 ว่าอาจเปิดช่องให้นายทุนเข้าซื้อที่ดิน สปก. และเพิ่มปัญหาความเหลื่อมล้ำว่า สิ่งที่นายสาทิตย์โจมตีนั้น เป็นแค่เพียงพาดหัวข่าว อยากแนะนำให้นายสาทิตย์ศึกษารายละเอียดในสิ่งที่ตนเสนอให้ชัดเจนอย่างเข้าใจเสียก่อน อีกทั้งตนยังทราบดีถึงเจตนารมณ์ของ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในฐานะแกนนำ ส.ส.กลุ่ม 16 ที่เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณี ส.ป.ก.4-01 จนกระทั่งกลายเป็นฝันร้ายของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องลาออก เพราะปล่อยให้คนรวยได้ที่ดิน ส.ป.ก. เช่น จ.ภูเก็ต เป็นการผิดหลักการของ ส.ป.ก.มากกว่าใช่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝากไปถึงคุณสาทิตย์ อย่าเพิ่งชกลม โดยอ่านแค่พาดหัวข่าว และต้องขอขอบคุณที่นำเรื่องนี้กลับมาให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความเลวร้ายของ ส.ป.ก.4-01 ในอดีต ที่เป็นผลพวงมาถึงปัจจุบันที่รัฐบาลชุดนี้ต้องไล่ตามยึดที่ ส.ป.ก. คนรวยหลายแห่ง เช่น ที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.เลย ฯลฯ เมื่อเรารู้ปัญหานี้ ผมจึงต้องแก้กฎหมายโดยเร็ว แล้วจะพบทางออกที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้&amp;rdquo; นายสุชาติ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า วันนี้เราจะต้องพัฒนาไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ และต้องยอมรับความจริงกันก่อนว่า 30-40 ปีที่แล้วกับวันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก สมัยนั้นที่ดินเหมาะกับการทำการเกษตร นโยบายจึงเน้นปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่มาถึงวันนี้การทำเกษตรกรรมทำให้เกษตรกรเป็นหนี้ วัตถุประสงค์ของ ส.ป.ก.ต้องการช่วยเหลือคนจน แต่ไม่ใช่ต้องให้จนดักดาน การช่วยเหลือคนจน โดยรัฐสนับสนุนให้ประชาชนมีที่ดินทำกิน ก็ควรจะหาทางทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ และสามารถอยู่ดีมีสุขเพิ่มขึ้น หรือเป็นคนรวยไปเลยก็ได้ ทำไมจะต้องตีกรอบว่า คนที่จะได้รับที่ดิน ส.ป.ก.ต้องจนดักดานอยู่อย่างนั้น เราไม่ใจดำกับประชาชนเกินไปหรือ ต้องกดหัวให้เขาต้องเหนื่อยทุกข์ยาก ทำไร่ไถนาเลือดตาแทบกระเด็น แล้วก็เป็นหนี้อยู่อย่างนั้น ชั่วนาตาปี พอจะมีเงินเดี๋ยวคุณสมบัติก็ขาดจะถูกยึด ส.ป.ก.คืนอย่างนั้นน่ะหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า อยากจะบอกกับนายสาทิตย์หลายประการ 1.ไม่ต้องห่วงนโยบายนี้ไม่ได้ทำให้ที่ดินหลุดไปเป็นของนายทุนและต่างชาติแน่นอน เพราะชื่อเจ้าของที่ดิน เป็นของ&amp;nbsp; ส.ป.ก.อยู่ทุกตารางนิ้ว ผู้ครอบครองได้เพียง &amp;quot;ใบสลักสิทธิ์&amp;quot; ที่เปลี่ยนมือได้เท่านั้น พร้อมทั้งมีมาตรการและกลไกอื่นๆมาป้องกัน เช่น การใช้อัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมแบบก้าวหน้า อาจจะใช้จำนวนถือครองที่ดินแต่ละขนาด ที่เกินจำนวนเท่าไร จะต้องให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเป็นผู้กำหนด&amp;nbsp; ตนจึงชี้ให้เห็นว่าต้องมีการเพิ่มวัตถุประสงค์เพิ่มเข้าไปอีกแค่ไม่กี่บรรทัด ใน พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ซึ่งมีการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กำหนดอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการที่ดินให้กับ ส.ป.ก.ได้จำแนกที่ดิน และอัตราภาษีและค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับศักยภาพของที่ดินนั้นให้ชัดเจน 3.การป้องกันการบุกรุกที่ดิน ต้องดำเนินคดีไม่ไว้หน้า ไม่ใช่แค่เอามาคืนเท่านั้นยังต้องมีโทษทั้งจำทั้งปรับที่มีอัตราค่าปรับที่เหมาะสม ย้อนหลังตั้งแต่ต้นของการกระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พัฒนากองทุน ส.ป.ก. ให้รองรับบทบาทใหม่ ในการบริหารที่ดินของ ส.ป.ก.ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่นายสาทิตย์สร้างภาพว่านโยบายนี้อันตราย เพราะเขายังได้ข้อมูลไม่ครบ และตนยืนยันไม่มีแน่นอน ในอนาคต กองทุน ส.ป.ก.จะใหญ่โต จน ส.ป.ก.อาจจะไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากรัฐบาลเลยก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สำหรับประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน กองทุน ส.ป.ก.จะเข้าไปจัดสรรให้กับผู้ที่มีคุณสมบัติ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนปี 2554 จำนวน 3.3 แสนคนได้มีที่ดินทำกิน และต้องนำที่ดินไปใช้ตามศักยภาพโดย ส.ป.ก.เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง สำหรับรายใหม่จะต้องถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงจะสามารถเปลี่ยนมือได้ ซึ่งเป็นการตอบที่นายสาทิตย์กล่าวว่า จะทำให้คนจนไม่มีที่ดินทำกินนั้น จึงไม่จริง กลับจะยิ่งดูแลคนจนได้มากขึ้นและดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ตนตระหนักถึงการทำนโยบาย ต้องดีมีประโยชน์ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกแบบให้เพิ่มวัตถุประสงค์ในการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อให้เป็นไปตามศักยภาพของที่ดิน ผมจึงกล้าประกาศว่า สปก.จะเป็นที่ดินทองคำ&amp;nbsp;และต้องทำให้เปลี่ยนมือได้ เพื่อรองรับศักยภาพของคนที่จะนำไปพัฒนาในการใช้ที่ดินทำให้เกิดรายได้มากขึ้น ยิ่งทำให้คนที่ถือครองที่ดินร่ำรวยขึ้น เศรษฐกิจประเทศก็ดีขึ้นเป็นเงาตามตัว&amp;nbsp; ประเทศชาติก็พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ถือครองที่ดิน สปก.ร่ำรวย ช่วยพัฒนาประเทศชาติ&amp;quot; ไม่ดีหรือ ส่วนคนที่ไม่มีศักยภาพ เช่นผู้สูงอายุกว่า 1 ล้านคน ที่เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ไม่มีลูกหลาน ไม่สามารถทำงานได้ กองทุน ส.ป.ก.ก็จะเข้าไปช่วยบริหารให้เกิดรายได้ให้กับพวกเขา หรือแม้กระทั่งการใช้การปลูกต้นไม้ที่มีค่าในที่ดินของผู้ถือครองก็อาจสนับสนุนโดยกองทุน สปก.ให้เป็นนโยบายต่อยอด รัฐได้ป่า ประชาได้ทรัพย์สินและที่ดินทำกิน&amp;quot; นายสุชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ยังกล่าวอีกว่า ตนเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ของประเทศ ไม่อยากเสียเวลา จึงพยายามจะเสนอและผลักดันให้รีบดำเนินการในรัฐบาลนี้ เพราะเชื่อว่าถ้านโยบายดี รัฐบาลก็ควรสนับสนุน&amp;nbsp;นมั่นใจและจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ คอยดูผลงานและช่วยกันทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติกันดีกว่า อย่ามัวแต่เล่นการเมืองแบบเก่าๆเลย เพราะถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนการทำงานการเมืองเพื่อบ้านเมืองกันดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26150</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ตันเจริญ, สาทิตย์  วงศ์หนองเตย, เปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นที่ดินทองคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35acd9ab2a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
