<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.‘เก่งกว่า’ขอเป็นรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตีปี๊บอภิปรายไม่ไว้วางใจ! &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ยันเป้าหมายชัดคือเปลี่ยนรัฐบาล ทำงานไม่ได้เรื่อง ล้มเหลว ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก ยืนยันเพื่อไทยพร้อมเสียบแทนเพราะทำได้ดีกว่าแน่นอน ไม่สนโหวตแพ้ในสภาเพราะนอกสภาจะชนะใจประชาชน ฝันหวานซ้ำรอย ส.ป.ก.4-01-หนี้เน่าบีบีซี จนพรรคร่วมถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 นายสุทิน คลังแสง&amp;nbsp; ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)&amp;nbsp; กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ว่า เป็นมาตรการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลตามกลไกของสภาผู้แทนราษฎรที่เข้มข้นที่สุด โดยหลังจากการอภิปรายจะต้องให้&amp;nbsp; ส.ส.ลงมติว่าจะไว้วางใจให้รัฐบาลบริหารงานต่อไปหรือไม่&amp;nbsp; หากเสียงลงมติไม่ไว้วางใจมีมากกว่า พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง เป็นการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรีโดยใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือกันเรื่องนี้มาแล้วระยะหนึ่ง จนได้ข้อสรุปว่าจะต้องอภิปรายเพื่อทำให้สังคมได้ตระหนักรู้และเห็นว่า รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพชุดนี้ทำงานไม่ได้เรื่อง ล้มเหลว ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก จนสร้างความเสียหายให้ประชาชนและประเทศชาติอย่างรุนแรง จนวันนี้พี่น้องประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลที่ทำให้ต้องทุกข์ยาก เสียงสะท้อนทุกฝ่ายเจ็บปวดไม่แตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าปล่อยให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปประชาชนก็ต้องลำบากมากขึ้น สถานการณ์ก็มีแต่จะหนักมากขึ้น ดังนั้นทางรอดน่าจะมีเพียงทางเดียว คือหาคนใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความหวังอยู่บ้าง พรรคเพื่อไทยจึงไม่สามารถปล่อยให้รัฐบาลอยู่ต่อไปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย ทำงานการเมืองมาแล้วทั้งในสภาและนอกสภาที่เป็นการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ทำงานร่วมกับประชาชนมาตลอด วิกฤติครั้งนี้ทุกองคาพยพในพรรคก็ลงช่วยบรรเทาความทุกข์ยากให้พี่น้องประชาชนทุกทางที่จะทำได้ สถานการณ์ขณะนี้ถือว่าหนักมาก พรรคต้องหาหนทางแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการใช้กลไกของสภาที่พรรคมีบทบาทอยู่เป็นที่พึ่งหลักของประชาชนให้ได้ และเป็นหนทางการเปลี่ยนแปลงที่ปลอดภัยกับประเทศมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พรรคมีเป้าหมายที่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพราะประเทศขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้นำที่มีศักยภาพและมีความสามารถมาแก้ไขปัญหา แต่เราไม่เกี่ยงว่าจะเป็นใคร ขอให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถจริงๆ และมีที่มาตามครรลองกติกาประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็จะยอมรับ แต่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาทำหน้าที่ เราก็พร้อมเพราะเชื่อว่าเราทำได้ดีกว่ารัฐบาลชุดนี้แน่นอน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวอีกว่า ไม่ห่วงว่าเสียงของฝ่ายค้านในสภาจะยังน้อยกว่าเสียงของฝ่ายรัฐบาล เพราะเชื่อว่าแม้การนับมือในสภาอาจล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่การเปิดเผยข้อมูลความไม่ดีไม่งามของรัฐบาลที่ซุกไว้ให้ประชาชนและสังคมได้เห็น จะทำให้ประชาชนตระหนัก แม้ยกมือในสภาจะแพ้แต่นอกสภาจะชนะใจประชาชน แล้วในที่สุดรัฐบาลก็จะไปไม่รอด เป็นการทำให้ความเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลต่อเนื่องจากในสภามาสู่ประชาชน ในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับหลายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกรณี ส.ป.ก.4-01 หรือกรณีหนี้เน่าธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ซึ่งในที่สุดรัฐบาลก็อยู่ต่อไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลหวั่นไหวมากที่สุด และเชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงแบบไหน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีโดยใช้กลไกสภา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า วันนี้ประเทศเจอปัญหาหนักมากแล้ว ประชาชนประจักษ์แล้วว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้&amp;nbsp; ภัยอันตรายกำลังรออยู่ข้างหน้า ความตายอันเกิดจากเชื้อโรคและความอดอยากเกิดขึ้นอย่างมาก สังคมเรียกร้องทั่วไปให้ #ประยุทธ์ออกไป สถานการณ์อย่างนี้ไม่แน่อาจเกิดกรณีพรรคร่วมรัฐบาลประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลตั้งแต่ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเริ่มขึ้น หรือพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคยกมือโหวตสวนรัฐบาล เพราะบางพรรคก็อาจหาจังหวะตีจากการร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตลอด 7 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำครบหมดแล้ว แต่ผลงานห่วย เดินหน้าต่อไปลำบาก สถานการณ์ประเทศสลดหดหู่มากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp; ระบบสาธารณสุขที่เคยเข้มแข็งวันนี้กลับอ่อนแอ กลุ่มเสี่ยงหาสถานที่ตรวจคัดกรองโรคไม่ได้ คนฉีดวัคซีน 1 เข็ม 2&amp;nbsp; เข็มยังหลอน เพราะวัคซีนที่ฉีดทำได้แค่กันตาย ไม่ได้กันติด ผู้ติดเชื้อนอนตายคาบ้านเพิ่มขึ้น ติดยกครัวยังไม่มีที่รักษา ถึงจุดวิกฤติทั้งเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาด เตียงขาดแคลน การจัดหาวัคซีนไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ก่อนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน กลุ่มพลังมวลชนก็เคลื่อนไหวกดดันนอกสภาอย่างหนัก ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์แทบไม่เหลือภูมิคุ้มกัน สภาพเหมือนเรือแป๊ะรั่วทั้งลำ พร้อมอับปางได้ตลอดเวลา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยู่ถึงวันอภิปราย&amp;nbsp; คาดว่าอาจจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของรัฐบาลประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีปาฏิหาริย์ใดที่จะทำให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไปต่อได้ท่ามกลางเสียงก่นด่าของคนทั้งประเทศ พรรคร่วมรัฐบาลจะทนฟังเสียงร้องไห้ของประชาชนได้อีกนานแค่ไหน ไม่มีเหตุผลที่จะยอมถูกกล่าวหาว่าร่วมก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังกรณีฝ่ายค้านพยายามออกมาสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยในเรื่องวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ว่า ได้สอบถามส่วนตัวไปยังนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไม่ได้มีปัญหากับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงไม่มีความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ยังสามารถทำงานไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยพยายามปลุกกระแสนิรโทษกรรมให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เพื่อกลับประเทศไทย ขณะที่กระแสความนิยมของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ไม่ว่ากระแสนิยมรัฐบาลจะเป็นอย่างไร แต่การกลับมาต้องยึดกฎหมายด้วยการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้นายทักษิณถูกศาลพิพากษาให้จำคุกอยู่ หากกลับเข้ามาก็ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากกลับมาด้วยการใช้วิธีพิเศษ เช่นการออกกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างที่เคยดำเนินการมาในอดีต ก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะมีประชาชนออกมาต่อต้าน คัดค้าน จนเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้เกิดรัฐประหาร&amp;nbsp; ดังนั้นถ้าจะกลับมาด้วยวิธีนี้ ต้องมองถึงความเหมาะสมและการได้รับการยอมรับหรือไม่&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิจารณ์&amp;nbsp; เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฟันธงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงมีชื่ออภิปรายนายกฯ และนายอนุทินที่แก้โควิดล้มเหลวว่า ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น นายกฯ&amp;nbsp; รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้ แต่พรรคร่วมฝ่ายค้านกลับใช้โอกาสนี้เอาประเด็นโควิดมาอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองเท่านั้น โดยไม่คิดถึงคนทำงานและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การที่พรรคฝ่ายค้านจะเอาเวลาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ก็ขอให้คิดถึงคนที่ต้องใช้เวลาทุกชั่วโมงทุกวินาทีไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ทั้งนายกฯ นายอนุทินและรัฐมนตรีทุกคนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในขณะนี้ที่รัฐสภายังมีผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และกำลังเร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกอยู่ พรรคฝ่ายค้านก็ยังจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ได้ แม้การยื่นขออภิปรายสามารถทำได้ แต่ถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่&amp;nbsp; และที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลก็ได้เห็นแล้วว่ามี ส.ส.ของพรรคก้าวไกลเองติดเชื้อโควิด-19 อยู่ และหากเกิดการติดเชื้อเพิ่มกลายเป็นคลัสเตอร์ ฝ่ายค้านจะรับผิดชอบในเรื่องนี้หรือไม่ ดังนั้นก็ขอให้คิดถึงข้อนี้ด้วย อย่าคิดแต่หวังทำลายกันทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะที่บ้านเมืองต้องการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา การขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านจึงไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และหากพรรคฝ่ายค้านกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมากก็ยังมีเวลาอีก แต่ขณะนี้ขอให้เป็นเวลาของการแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองก่อน พรรคฝ่ายค้านควรมีจิตสำนึกมากกว่านี้ มีจิตสำนึกที่จะช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนมากกว่าที่จะเอาแต่ผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง หรืออยากที่จะเข้ามามีอำนาจมากเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าท่านนายกฯ และคุณอนุทิน หรือรัฐมนตรีทุกคนไม่ได้กลัวการถูกซักฟอก หรือคิดจะหนี แต่ขณะนี้ไม่ใช่เวลาของการที่จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหากพรรคฝ่ายค้านจะเสนอแนวคิดเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาก็สามารถเสนอมาได้ทุกเวลา นายกฯ พร้อมรับฟังจากทุกภาคส่วนอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า ไม่เข้าใจจิตสำนึกของฝ่ายค้านเมืองไทย ทำไมไม่มีสมองที่จะคิดร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศชาติประชาชน&amp;nbsp; ฝ่ายค้านเมืองไทยคิดเป็นแต่เล่นเกมการเมือง มุ่งหวังแต่ทำลายล้างกันทางการเมือง ประชาชนจะเดือดร้อนอย่างไรช่างปะไร อย่างนั้นใช่ไหม ขอเพียงได้ล้มรัฐบาลเพื่อให้พวกตัวเองมีอำนาจรัฐคือสิ่งที่ต้องการ นี่คือฝ่ายค้านประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110103</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ทำงานไม่ได้เรื่อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เปลี่ยนรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2764aa461f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มลิมา&#039; หนุนเวเนซุเอลาเปลี่ยนรัฐบาล ค้านแทรกแซงทางทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประเทศลาตินอเมริกาและแคนาดาในกลุ่มลิมาเรียกร้องประชาคมนานาชาติสนับสนุน &amp;quot;ฮวน ไกวโด&amp;quot; ยืนยันหนุนเวเนซุเอลาเปลี่ยนรัฐบาลอย่างสันติโดยปราศจากการแทรกแซงทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดา แถลงข่าวภายหลังปิดการประชุมกลุ่มลิมาครั้งที่ 10 ที่กรุงออตตาวา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มลิมา 11 ชาติ ประชุมกันที่กรุงออตตาวาของแคนาดาเมื่อวันจันทร์ที่ 4&amp;nbsp; กุมภาพันธ์ และได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในเวเนซุเอลาอย่างสันติและใช้วิถีทางการเมือง โดยปราศจากการใช้กำลังทหาร และขณะเดียวกันกลุ่มลิมาได้เรียกร้องให้กองทัพเวเนซุเอลาสนับสนุนฮวน ไกวโด เป็นประธานาธิบดีชั่วคราวของประเทศ และอย่าได้ขัดขวางการนำเข้าและส่งผ่านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสู่ชาวเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกวโดกล่าวโทษกองทัพซึ่งยังภักดีและอยู่ใต้การควบคุมของมาดูโร ว่าวางแผนจะแย่งชิงสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่นานาชาติส่งเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมครั้งนี้ยังได้ต้อนรับรัฐบาลของไกวโดเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม ในฐานะรัฐบาลของเวเนซุเอลาที่ชอบด้วยกฎหมาย และแต่ละประเทศยังให้คำมั่นว่าจะยอมรับและทำงานร่วมกับตัวแทนของรัฐบาลไกวโด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงบุกเข้าไปในสถานที่แถลงข่าว เพื่อชูป้ายและร้องตะโกนคัดค้านภายนอกแทรกแซงเวเนซุเอลา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวหลังปิดการประชุม คริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศของแคนาดา กล่าวว่า ขณะนี้มี 34 ประเทศแล้วที่ให้การยอมรับว่าไกวโดเป็นผู้นำเฉพาะกาลของเวเนซุเอลาจนกว่าจะถึงการเลือกตั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีหญิงผู้นี้ยังกดดันให้ประชาคมระหว่างประเทศที่เหลือทั้งหมดกระทำในแบบเดียวกัน และขอให้อายัดทรัพย์สินของระบอบเผด็จการของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้นควรอยู่ในเมืองของรัฐบาลถ่ายโอนอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟรีแลนด์ยังปฏิเสธความเป็นไปได้ของการแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลาด้วยว่าไม่ใช่ทางเลือก&amp;nbsp; กระบวนการนี้ประชาชนชาวเวเนซุเอลาคือผู้นำการต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อนำประเทศของพวกเขากลับคืนสู่ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนสตอร์ โปโปลิซิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของเปรู ยืนยันเช่นกันว่า กลุ่มลิมาจะไม่พิจารณาเรื่องการใช้กำลังทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ให้คำมั่นว่าแคนาดาจะมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเวเนซุเอลา 53 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 1,265 ล้านบาท) โดยเงินก้อนนี้จะส่งไปยัง &amp;quot;หุ้นส่วนที่ไว้ใจได้&amp;quot; และประเทศเพื่อนบ้านของเวเนซุเอลา เพื่อช่วยเหลือพวกเขาในการสนับสนุนผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลา 3 ล้านคนที่หนีออกนอกประเทศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28411</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มลิมา, ลิมากรุ๊ป, ฮวน ไกวโด, เปลี่ยนรัฐบาล, เวเนซุเอลา, แทรกแซงทางทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59994486b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2018 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2018 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคมยันเมกะโปรเจ็กต์ 2 ล้านล้านไม่แท้งแม้เปลี่ยนรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาคม&amp;quot; ยันเมกะโปรเจ็กต์ 2 ล้านล้านไม่มีแท้ง เดินต่อฉลุยแม้เปลี่ยนรัฐบาล แจงแนวทางลงทุนแก้เกมเพดานหนี้สาธารณะ รฟม.เผยยอดคนใช้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่ำกว่าเป้า 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงว่ายุทธศาสตร์คมนาคมขนส่งปี ‭2558-2565‬ วงเงิน 2 ล้านล้านบาทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะไม่ราบรื่นต่อเนื่องหรือถูกล้มเลิกโครงการเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลยืนยันว่ากรอบยุทธศาสตร์ 20 ปีเป็นกรอบนำทางซึ่งวันนี้ได้มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็ต้องมีกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปีที่กำกับการทำงานของรัฐบาลในทุกรัฐบาล ซึ่งแผนยุทธศาสตร์นี้จะเป็นแผนทอนเป็นรองลงมา เช่นโครงการรถไฟทางคู่ เฟส1,2และ3 ซึ่ง เฟสที่2 จะเร่งดำเนินในเรื่องของการเห็นชอบและอนุมัติให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ หลังจากนั้นนะเป็นกระบวนการออกทีโออาร์และเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป และมีบางโครงการที่ขณะนี้มีการทยอยประมูลและก่อสร้างไปบ้างแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเรื่องความเป็นห่วงตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศที่ค่อนข้างสูง รวมถึงงบประมาณที่จำกัดจนอาจกระทบแผนลงทุนนั้น &amp;nbsp;ขณะนี้มีการส่งเสริมให้เกิดการระดมทุนโครงสร้างพื้นฐาน(TFF) นอกจากนี้ยังมีอีกรูปแบบคือให้เอกชนร่วมลงทุน จึงจะเห็นว่าโครงการที่ทยอยดำเนินการขณะนี้ 100% &amp;nbsp; มีการลงทุนไม่ผ่านระบบงบประมาณ เพราะใช้วิธีการระดมทุนในตลาด แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนก็ยังมีในส่วนของภาครัฐที่ต้องรับผิดชอบคือการเวนคืน เนื่องจากเอกชนไม่มีอำนาจในการเวนคืนและจัดกรรมสิทธ์ที่ดินเรื่องนี้ก็ต้องใช้อำนวจของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าแผนการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า10เส้นทาง ในเขตกรุงเทพ ตอนนี้เกือบครบหมดแล้ว เหลือเพียงสายสีส้มตะวันตก วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท และสายสีแดง(มิสซิ่งลิ้งค์) วงเงินราว 4 หมื่นล้านบาท จะนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ได้เตรียมแผนมาสเตอร์แพลนรถไฟฟ้า เฟส 2 ไว้สำหรับรัฐบาลชุดต่อๆไป เนื่องจากโครงข่ายการเติบโตของเมืองไม่รอโครงสร้างพื้นฐาน เพราะฉะนั้นเมืองต่างๆเติบโตเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร เมื่อโครงข่ายไม่พอเราต้องเติมให้เพียงพอ หรือกรณีที่มีรถไฟฟ้าขัดข้อง ผู้โดยสารสามารถเลือกเส้นทางโดยการเปลี่ยนแนวอื่นได้&amp;quot;นายอาคมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมประสงค์ สัตยมัลลี ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจบัตรโดยสาร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)กล่าวว่า ปัจจุบันความนิยมการใช้รถไฟฟ้าแค่ 5% ที่เหลือ 57%รถส่วนบุคคล และ36% ยังใช้รถเมล์ ดังนั้นผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าอยู่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ เช่นสายสีน้ำเงินผู้โดยสารต้องใช้บริการ 7-8 แสนคน แต่ปัจจุบันใช้บริการแค่ 3แสนคน ถือว่าต่ำกว่าเป้ามากกว่า 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ดังนั้นเส้นทางใหม่ๆที่กำลังก่อสร้าง จะต้องจัดการผังเมืองและจัดทำฟีดเดอร์เพื่อให้ดึงประชาชนมาใช้บริการ ให้ได้ ขณะเดียวกันการก่อสร้างรถไฟฟ้าในต่างจังหวัด อาจไม่จำเป็นในทุกเส้นทาง ต้องดูบริบทของเมืองเนื่องจากรถไฟค่าก่อสร้่างสูง โดยดูว่าจังหวัดที่เหมาะสมคือภูเก็ต ด้วยเพราะมีนักท่องเที่ยวถึงปีละ 40 ล้านคน&amp;quot;นายสมประสงค์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21258</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เปลี่ยนรัฐบาล, เมกะโปรเจ็กต์, เมกะโปรเจ็กต์ 2 ล้านล้านไม่มีแท้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bce8dfa86e08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
