<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ‘ไผ่ ดาวดิน’พร้อมพวก ดักทาง‘เต้น’เผาเมืองรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะลุฟ้าโผล่ห้องขัง ตร.รวบ &amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot; พร้อมพวกนำมวลชนปิดล้อม บช.ปส. เรียกร้องปล่อยตัวพวกป่วนหน้าบ้านนายกฯ โฆษก บช.น.แจงยิบใช้ปืน-กระสุนยาง เพราะม็อบใช้ของแข็งปา &amp;quot;ณัฐวุฒิ&amp;quot; ปลุกระดมต่อ คล้ายช่วงเผาบ้านเผาเมืองแล้ว &amp;quot;เสกสกล&amp;quot; สวนทันควัน ต้องการก่อจลาจลกลางเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประธานาธิบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า นำมวลชนประท้วง &amp;nbsp; โดยนำแผ่นผ้าเขียนข้อความโจมตีรัฐบาลติดไว้ตามรั้ว พร้อมทั้งตะโกนให้เจ้าหน้าที่ปล่อยมวลชนที่ถูกคุมตัวมาในเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา &amp;nbsp; โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังนำรถยนต์มาจอดปิดทางเข้า-ออก บช.ปส.อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุภัทร์กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่มาในวันนี้เพื่อต้องการให้ตำรวจปล่อยผู้ชุมนุม โดยหากตำรวจปล่อยตัวกลุ่มที่ถูกจับกุม จะยุติการชุมนุม และอยากให้ตำรวจเลิกสนับสนุนการทำงานให้นายกรัฐมนตรี เพราะทุกวันนี้รัฐบาลชุดนี้มีการบริหารงานที่ล้มเหลว ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอยากเชิญชวนประชาชนทุกคนออกมาช่วยกันขับไล่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ภูวไนย เสนาวุธ ผกก.ทุ่งสองห้อง เดินทางมายังจุดที่ชุมนุม พร้อมอ่านประกาศให้ยุติการชุมนุม และเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ทำให้มวลชนไม่พอใจ ต่างพากันตะโกน พร้อมชู 3 นิ้วว่าประยุทธ์ออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อยได้เข้าทำการกระชับพื้นที่การชุมนุม พร้อมชุดปราบจลาจล โล่ กระบอง ควบคุมตัวนายจตุภัทร์และมวลชนจำนวนหลายคนขึ้นรถผู้ต้องขังที่มาจอดรอรับ พร้อมทั้งกันสื่อมวลชนและผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไผ่ ดาวดิน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปทำการสอบสวนที่ ตชด.ภาค 1 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.และโฆษก บช.น. เผยว่า กรณีที่มีภาพปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ลักษณะเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้อาวุธปืนจ่อไปที่ชายขี่รถจักรยานยนต์คนหนึ่งว่า จากการตรวจสอบเป็นภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 ส.ค. &amp;nbsp;บริเวณใกล้แยกดินแดง ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ระดับหมวด ขณะปฏิบัติภารกิจตักเตือนประชาสัมพันธ์ประชาชนในบริเวณนั้นให้กลับเข้าเคหสถาน เนื่องจากใกล้เวลาห้ามออกนอกเคหสถาน ตามข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายติดตามเข้าไป โดยปืนดังกล่าวเป็นอาวุธปืนลูกซองสำหรับยิงกระสุนยาง ซึ่งเป็นเครื่องมือควบคุมฝูงชน ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง เครื่องมือควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ และกองร้อยควบคุมฝูงชนของ บช.น. จะมีสติกเกอร์ติดแสดงให้ทราบว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ควบคุมฝูงชนโดยชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเตรียมใช้กระสุนยาง เพื่อเป็นการป้องกันอันตราย เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มใช้วัตถุของแข็งขว้างเข้ามายังเจ้าหน้าที่ และตามภาพสื่อที่ปรากฏเจ้าหน้าที่ผู้ถือปืนวางนิ้วชี้ทาบไปกับตัวปืน ยังไม่ได้นำเข้าในโก่งไกปืนแต่อย่างใด ซึ่งปรากฏว่าชายดังกล่าวได้เร่งเครื่องยนต์ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปในทันที และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการยิงปืนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง อ้างว่านี่คือสถานการณ์ไล่ประยุทธ์ ถ้าไม่มีโควิดคนจะล้นถนน ทั้งหมดเป็นวาระของประชาชนที่ผู้มีอำนาจต้องตระหนัก พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งต่อ นอกจากแก้ปัญหาเดิมไม่ได้ ยังทำให้ปัญหาใหม่ลงลึกและขยายตัวมากขึ้น การใช้กำลังกับผู้ชุมนุมบางส่วนในช่วงเย็นถึงค่ำคือการเพิ่มเงื่อนไขให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด การกล่าวอ้างว่ามีการยั่วยุเจ้าหน้าที่ไร้น้ำหนักทันทีเมื่อเห็นการปฏิบัติเกินเหตุ ทั้งยิงจากจุดสูงข่ม ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง วิ่งเข้าใส่เหมือนเอาให้ตาย ใครขวางต้องเจ็บ ไม่สนใจว่าเป็นคนค้าขายหรือผ่านไปมา ท่าทางการยิงเล็งเป้าหวังผล ไม่ได้ยิงขู่ ไม่ใช่กึ่งยิงกึ่งผ่าน แต่ใครผ่านกูยิง เรื่องแบบนี้ยอมรับไม่ได้ และควรประณาม โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาล ซึ่งสั่งให้ทำได้ และจะสั่งให้หยุดก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับฝ่ายประชาชนก็มีข้อควรคิด คือชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่ารัฐต้องการสร้างแนวปะทะ การขึ้นที่สูงของกำลังตำรวจพร้อมปืนแก๊สน้ำตา คล้ายเหตุการณ์ปี 2553 ที่ขณะนั้นใช้กำลังทหารอยู่บนตึกกับปืนติดกล้อง จัดกิจกรรมแต่ละครั้งต้องรัดกุม ชัดเจน เริ่มเมื่อไหร่ ทำอะไรบ้าง และจบคือจบอย่างทรงพลัง การห้อยท้ายของพี่น้องจำนวนหนึ่งในพื้นที่เปราะบาง เขาจะหาโอกาสเข้าตี และตีแตกทุกครั้ง เพราะประชาชนไม่ได้เตรียมยุทธวิธีมาสู้รบ ไม่ได้หมายความว่าต้องกลัว แต่ถ้าชนต้องมีความหมายและเตรียมการจนมั่นใจพอว่าชนได้ ในที่นี้หมายถึงตัวแบบการแหกฝ่าแนวกั้น ซึ่งหลายครั้งหลายยุคทำได้เพราะมีการวางแผน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคงพูดเยอะเกินไปแล้ว แต่ขอให้เข้าใจว่าด้วยรัก ปรารถนาดี ไม่มีเจตนาก้าวก่ายหรือวางตนเหนือกว่า ผมเคยอยู่ท่ามกลางควันปืนคลื่นเลือด รู้ว่าคนพวกนี้อำมหิต เห็นชีวิตคนร่วงหล่นไม่ไยดี จากนี้ไปทุกอย่างจะแหลมคมมากขึ้น หวังว่าทุกขบวนจะเดินด้วยสติและปัญญาที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ปลอดภัยและสำเร็จ&amp;quot; นายณัฐวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการที่นายณัฐวุฒิบอกว่าออกมาเคลื่อนไหวกับกลุ่ม 3 นิ้วครั้งนี้ เนื่องจากนายกฯ บริหารสถานการณ์โควิด-19 ล้มเหลวนั้น ก็ถือเป็นข้ออ้าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่านายณัฐวุฒิเคยเป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย ดังนั้นการเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นการเอาใจนายใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศ ต่อสู้เพื่อเอานายใหญ่กลับมา และยังมีเป้าหมายที่ยึดโยงกับสถาบัน อยากปฏิรูปสถาบัน โดยไม่มีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่นายณัฐวุฒิได้รับการอภัยโทษ กลับคิดมาเป็นแกนนำกับม็อบ 3 นิ้วที่คิดล้มล้างสถาบัน แสดงว่านายณัฐวุฒิมีจิตใจไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ร่วมกับกลุ่มนายอานนท์และนายเพนกวินเช่นนั้นแน่นอนแล้วใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสมัยที่ผมเคยร่วมชุมนุมกลุ่มนปช. คุณณัฐวุฒิเองมิใช่หรือที่มีการสั่งให้เผาบ้านเผาเมือง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมาคุณณัฐวุฒิประกาศจะรับผิดชอบเอง คราวนี้คิดจะเผาบ้านเผาเมืองรอบสองให้หายนะอีกครั้งใช่ไหม คุณณัฐวุฒิมาเป็นแกนนำม็อบ 3 นิ้วครั้งนี้คงสนุกแน่ คราวนี้ประเทศคงลุกเป็นไฟหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะสไตล์การปลุกระดมที่รุนแรงของคุณณัฐวุฒิ บวกกับการเคลื่อนไหวของม็อบ 3 นิ้ว อาจจะเกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงหนักยิ่งขึ้น เหมือนเหตุการณ์เมื่อวาน เริ่มจากใช้ระเบิดที่ผลิตขึ้นมาเอง ระเบิดไฟ ระเบิดปิงปอง หนังสติ๊กลูกเหล็ก ถล่มโจมตีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเมามัน ยังมีอาวุธมากมายหลายชนิดเล่นงานเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา เพื่อต้องการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ปฏิบัติการเย้ยฟ้าท้าดินอย่างไม่คิดเกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤติโควิด กลับไม่มีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ไม่ได้สงสาร ห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเลยสักนิด คิดแต่จะล้มนายกฯ อยากมีอำนาจ และปฏิรูปสถาบันให้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลเชื่อว่า นายณัฐวุฒิมาเป็นแกนนำอาจจะยิ่งรุนแรงหนักขึ้นแน่ คิดว่าเป้าหมายคือต้องการจลาจลกลางเมือง เพื่อให้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประธานาธิบดี และเป้าหมายเอานายทักษิณนายใหญ่ของนายณัฐวุฒิให้พ้นคดีทุจริต และนำกลับประเทศให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเคยตกหลุมพราง เคยหลงเชื่อ หลอกให้ตนต่อสู้เพื่อให้คนอยู่เบื้องหลังตระกูลชินวัตรกลับมามีอำนาจ สุดท้ายเขาก็ไปแสวงหาผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง ไม่สนใจปัญหาประเทศชาติประชาชน มีแต่การทุจริตโกงกินมากมาย&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111994</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ทะลุฟ้าโผล่ห้องขัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปลี่ยนแปลงการปกครอง, เรียกร้องปล่อยตัวพวกป่วนหน้าบ้านนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61079ea782961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจตนาอะไร?&#039;ปิยบุตร&#039;โพสต์เหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส 3 วันอันรุ่งโรจน์ในเดือนกรกฎาคมโค่นล้มกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63-นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่า 27-29 กรกฎาคม 1830 : 3 วันอันยิ่งใหญ่ของประชาชนในการลุกขึ้นสู้โค่นล้ม Charles X เปลี่ยนเป็นระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเขียนที่คนรู้จักกันมากและถูกนำมาเผยแพร่ ดัดแปลง ประยุกต์ใช้กับการต่อสู้ทางการเมืองมากที่สุดภาพหนึ่ง คือ ภาพ La Libert&amp;eacute; guidant le peuple ซึ่ง Eug&amp;egrave;ne Delacroix วาดขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ปฏิวัติ 3 วันอันรุ่งโรจน์ในเดือนกรกฎาคม 1830&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิวัติ 27-29 กรกฎาคม 1830 คือ การผนึกกำลังระหว่างฝ่ายสาธารณรัฐนิยม ฝ่ายกษัตริย์นิยมสายเสรีนิยม-ปฏิรูป ฝ่ายกระฎุมพี ฝ่ายชนชั้นล่าง กรรมกร ฝ่ายปัญญาชน เพื่อโค่นล้มกษัตริย์ Charles X ที่มีแนวนโยบายนำพาฝรั่งเศสกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก่อน 1789 ภายใต้การสนับสนุนของปีก Ultra-Royalist&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 กันยายน 1824 หลุยส์ที่ 18 เสียชีวิต กลุ่ม Ultra-royaliste ได้ผลักดันน้องชายของหลุยส์ที่ 18 ขึ้นครองราชย์แทนในนามชาร์ลส์ที่ 10 กลุ่ม Ultra-royaliste และชาร์ลส์ที่ 10 ร่วมมือกันสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบเก่าด้วยการรื้อฟื้นสัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ก่อนปฏิวัติ 1789 กลับมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพิธีราชาภิเษก การก่อสร้างอนุสาวรีย์พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งโดนคณะปฏิวัติประหารด้วยเครื่องกีโยติน การออกกฎหมายชดเชยค่าเสียหายให้แก่เจ้าและขุนนางที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 ซึ่งคำนวณกันว่าต้องใช้งบประมาณถึง 630 ล้านฟรังค์ ตลอดจนการออกกฎหมายกำหนดโทษแก่ผู้หลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะผู้ที่ขโมยหรือทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะมีโทษถึงประหารชีวิต นอกจากนี้ยังเพิ่มความเข้มงวดการเซ็นเซอร์สื่อและการจำกัดเสรีภาพการพิมพ์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจบีบบังคับให้ชาร์ลส์ที่ 10 ต้องยุบสภา ผลการเลือกตั้งทำให้ได้สภาที่มีสมาชิกสายปฏิรูปมากขึ้น ชาร์ลส์ที่ 10 จึงจำใจต้องตั้ง Martignac นักการเมืองนิยมเจ้าสายปฏิรูปเป็นนายกรัฐมนตรี การดำเนินนโยบายของรัฐบาลไม่เป็นที่สบอารมณ์ของชาร์ลส์ที่ 10 และกลุ่ม Ultra-royaliste ที่เห็นว่ารัฐบาลโน้มเอียงไปทางเสรีนิยม ในขณะที่กลุ่มเสรีนิยมก็มองว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายปฏิรูปแบบกระมิดกระเมี้ยน ในที่สุด Martignac จึงลาออกจากตำแหน่ง ชาร์ลส์ที่ ๑๐ ตัดสินใจตั้ง Prince de Polignac นักการเมืองกลุ่ม Ultra-royaliste ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกสภาประท้วงและไม่พอใจกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 10 เพราะ พระองค์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามอำเภอใจ โดยไม่ให้สมาชิกสภาลงมติให้ความเห็นชอบเสียก่อน แต่ก็ไม่เป็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Prince de Polignac บริหารประเทศด้วยนโยบายแข็งกร้าวตามบัญชาของชาร์ลส์ที่ 10 ทำให้สมาชิกสภาและประชาชนต่อต้านจำนวนมาก ในท้ายที่สุดชาร์ลส์ที่ 10 จึงตัดสินใจยุบสภาเพื่อผ่าทางตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าฝ่ายค้านได้สมาชิกสภาเพิ่มเป็น 270 ที่นั่งจากเดิม 221 ที่นั่ง ในขณะที่รัฐบาลเก่าได้เสียงลดลงเหลือ 145 ที่นั่ง จากเดิม 181 ที่นั่ง ผลการเลือกตั้งเช่นนี้ คือ การแสดงออกถึงความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลของชาร์ลส์ที่ 10 อย่างชัดเจน แต่แทนที่ชาร์ลส์ที่ 10 จะโอนอ่อนหรือประนีประนอมตามเสียงของประชาชน กลับกลายเป็นว่า พระองค์ตัดสินใจเปิดหน้าสู้กับประชาชน ด้วยการออกประกาศพระบรมราชโองการ Saint-Cloud รวม 4 ฉบับในวันที่ 25 กรกฎาคม 1830 ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศยุบสภา (ห่างจากยุบสภาครั้งก่อนครั้งก่อนเพียง 70 วันและหลังเลือกตั้งไม่ถึงเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศยกเลิกเสรีภาพการพิมพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศจำกัดผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เฉพาะคนที่เสียภาษีเกิน 300 ฟรังค์ ประมาณการกันว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลดลงเหลือเพียง 25,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเดือนกันยายน 1830&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวกันว่าประกาศทั้ง 4 ฉบับเสมือนเป็นการรัฐประหารโดยชาร์ลส์ที่ 10 ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดนักหนังสือพิมพ์ ปัญญาชน กรรมกร ชนชั้นกระฎุมพี ฝ่ายสาธารณรัฐนิยม ฝ่ายกษัตริย์นิยมสายปฏิรูป จึงรวมตัวกันโค่นล้มชาร์ลส์ที่ 10 โดยใช้เวลาเพียง 3 วันตั้งแต่ 27 &amp;ndash; 29 กรกฎาคม 1830&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาร์ลส์ที่ 10 และครอบครัวลี้ภัยไปประเทศอังกฤษ เกิดข้อถกเถียงกันว่าฝรั่งเศสจะยังคงมีกษัตริย์ต่อไปหรือเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐอีกครั้ง ในท้ายที่สุด นักการเมืองปีกเสรีนิยมนำโดย Adolphe Thiers, Fran&amp;ccedil;ois Guizot, Talleyrand, Lafayette รีบเข้าช่วงชิงการนำจากฝ่ายสาธารณรัฐนิยม พวกเขาสนับสนุนให้มีกษัตริย์ต่อไป เพราะ เกรงว่าหากก่อตั้งสาธารณรัฐขึ้นมาทันที อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งรุนแรง และกลายพันธุ์เป็นเผด็จการอำนาจนิยมเหมือนสมัย Bonaparte ได้ รวมทั้งอาจถูกประเทศมหาอำนาจอื่นในยุโรปที่ยังมีกษัตริย์อยู่เข้าโจมตีได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายกระฎุมพีเสรีนิยมมองว่า ฝรั่งเศสต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญให้ได้ จึงตัดสินใจเชิญเจ้าสายราชวงศ์ออร์เลอองอย่างหลุยส์ ฟิลิปป์ขึ้นเป็นกษัตริย์ พร้อมกับออก Charte ลงวันที่ 14 สิงหาคม 1830 ใช้เป็นรัฐธรรมนูญแทน
เราเรียกระบอบนี้ว่า &amp;ldquo; Monarchie de Juillet&amp;rdquo; เพราะเหตุการณ์ที่ประชาชนร่วมกันขับไล่ชาร์ลส์ที่ ๑๐ เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม (Juillet)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย Thiers ยืนยันลักษณะกษัตริย์ของระบอบใหม่นี้ด้วยประโยคที่นิยมใช้แพร่หลายกันจนถึงทุกวันนี้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กษัตริย์ปกเกล้า แต่ไม่ปกครอง&amp;quot; หรือ &amp;quot;กษัตริย์ครองราชย์ แต่ไม่ครองรัฐ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72678</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร แสกกนกกุล, ล้มล้างสถาบัน, เปลี่ยนแปลงการปกครอง, เลขาธิการคณะก้าวหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1f74d08e035.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 06:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 06:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กเพื่อไทย&#039;ฟันธง สงคราม 2 ระบอบกำลังเกิดขึ้น ชมเผด็จการแข็งแกร่ง สมบูรณ์แบบที่สุดจนยากที่จะโค่นล้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 &amp;nbsp;มิ.ย.63-นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การอภิวัฒน์ประเทศไทยอีกครั้งจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิถุนายน 2475 คณะราษฏรที่ประกอบด้วย ฝ่ายพลเรือน ทหาร ข้าราชการหัวก้าวหน้าสามารถทำการอภิวัฒน์สยาม เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยได้สำเร็จ แต่ไม่เด็ดขาดมีการประนีประนอมกันของสองระบอบ และได้ทำสงครามต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันมาโดยตลอด กลายเป็นสงคราม 2 ระบอบ ประชาธิปไตย กับ เผด็จการ ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะตลอดระยะเวลา 88 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับถอยหลังไป 6 ปี ที่คณะ คสช นำโดย พลเอกประยุทธ์ ตัวแทนของระบอบเผด็จการเข้ามายึดอำนาจทำรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 พวกเขาตกผลึกทางความคิด ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง อย่างเป็นระบบ มีการวางยุทธศาตร์ มีการวางแผนยุทธวิธี มีการสมคบคิดยึดอำนาจมีการร่างพิมพ์เขียวมาเป็นอย่างดี เพื่อให้การยึดอำนาจครั้งนี้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด สร้างระบอบเผด็จการให้เข้มแข็ง แก้ไขจุดอ่อนของระบอบเผด็จการ จึงให้มีรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ คสช. ปี 2560 มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาสร้างองคาพยพครอบคลุมทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ศาล องค์กรอิสระ รวมศูนย์อำนาจอยู่ในระบอบเผด็จการ สร้างรัฐไทย ให้เป็นรัฐทหาร ให้เป็นรัฐราชการ รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ขัดขวางการกระจายอำนาจ ทำลายประชาธิปไตยรูปแบบตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐสภาปัจจุบันเนื่องจาก กฎ กติกา เกมแห่งอำนาจฝ่ายรัฐบาลเผด็จการเป็นผู้กำหนดทั้งหมด ฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝ่ายประชาธิปไตยถูกทำให้ง่อยเปลี้ยเสียขา ถูกฝ่ายเผด็จการทรราช และองคาพยพของระบอบเผด็จการทำลาย จนไม่สามารถต่อกรกับระบอบเผด็จการได้ ฝ่ายค้านจึงเป็นแค่เพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้เผด็จการทรราชเท่านั้น
โดยองค์รวม ถือได้ว่าระบอบเผด็จการแข็งแกร่ง สมบูรณ์แบบที่สุดจนยากที่จะโค่นล้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่โลกยุคปัจจุบัน เป็นโลกการสื่อสารไร้พรมแดน คนไทยส่วนใหญ่ตื่นรู้แล้วเห็นความจริงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐบาลเผด็จการนี้สร้างวิกฤตทางการเมือง ทำให้ประเทศไทยของเราล้าหลังไปหลายสิบปี มีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีกฎหมายที่ไม่ใช่กฎหมาย ไม่มีความยุติธรรม เป็นยุคมืดของประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รัฐบาลเผด็จการนี้ สร้างวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรง สร้างหนี้สินสูงที่สุด ทำให้สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงเป็น อันดับหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. หลายองค์กร หลายสถาบันที่เคยศักดิ์สิทธิ์ กำลังเสื่อมและใกล้จะพังทลายลงจากภายในที่เขาทำลายตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อประชาชนตื่นรู้ ถึงความเลวร้ายของระบอบเผด็จการ เมื่อประชาชนไม่สยบยอมอีกต่อไป เมื่อประชาชนไม่หวาดกลัว และเมื่อประชาชนลุกขึ้นสู้ ในทางทฤษฎีนั่นคือสถานการณ์ปฏิวัติโดยประชาชน ต่อให้ระบอบเผด็จการจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็อาจพังทลายลงได้ ซึ่งนั่นคือการอภิวัฒน์ประเทศไทยของเราอีกครั้งหนึ่ง และคงจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69530</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, นคร มาฉิม, รัฐบาลเผด็จการ, เปลี่ยนแปลงการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce51abdf2eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039; บ่นพึมพำ 88 ปีผ่านไป อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ ไม่เคยตกเป็นของราษฎร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย. 63 - นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;88 ปีผ่านไป แทนที่อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศนั้น จะเป็นของราษฎรทั้งหลายอย่างแท้จริง กลับกลายเป็นว่า อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศนั้น เป็นของพวกเผด็จการทหารที่ยึดอำนาจได้ทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตจำนงอันแน่วแน่ของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 24 มิถุนายน 2475ของคณะราษฎรปรากฏอยู่ในมาตรา1.ของ &amp;quot;พรบ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พศ.2475&amp;quot; ที่ประกาศใช้บังคับในวันที่27 มิถุนายน 2475 ในมาตราที่1.ซึ่งบัญญัติไว้ว่า &amp;quot;อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;88 ปีที่ผ่านมาได้หมุนเข็มนาฬิกาการเมืองของประเทศกลับไปเป็น &amp;quot;อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของคณะเผด็จการทหาร ที่ทำการยึดอำนาจรัฐประหารสำเร็จ&amp;quot; ชุดแล้วชุดเล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันอำนาจสูงสุดของการปกครองประเทศอยู่ในเงื้อมมือของสว.ลากตั้ง 250 คนโดยคสช. รวมไปถึงอำนาจในการชี้ชะตาประเทศในด้านต่างอยู่ในเงื้อมมือขององค์กรอิสระชุดต่างๆที่คสช.ตั้งเข้ามา
&amp;nbsp;
โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ แม้โดยตัวอักษรจะเขียนไว้ว่าให้วินิจฉัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ แต่ในความเป็นจริงคำวินิจฉัยบางเรื่องกลับเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดยศาลรัฐธรรมนูญเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรทั้งหมดที่ตั้งโดยคณะเผด็จการทหารที่ยึดอำนาจสำเร็จ มีอำนาจให้คุณให้โทษต่อตัวแทนที่ราษฎรทั้งประเทศเลือกเข้ามา กระทั่งอาจจะลงโทษปลดหรือถอดถอนออกจากผู้แทนและห้ามลงการเมืองห้าปีสิบปีได้ซึ่งก็คือองค์กรของคณะรัฐประหารประหารชีวิตทางการเมืองของตัวแทนราษฎรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการเลือกตั้งตัวแทนหรือผู้แทนราษฎรจึงเป็นเพียงการเล่นจำอวด เพียงให้ดูราวกับว่าประชาชนได้ใช้อำนาจสูงสุดทางการเมืองของพวกตนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อันที่จริงไม่ใช่ อำนาจสูงสุดอยู่ที่คณะเผด็จการทหารที่ยึดอำนาจสำเร็จต่างหากเล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;88 ปีที่ผ่านไป การเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร ถูกฝ่ายเผด็จการทหารทำลายล้างลงไปอย่างสิ้นเชิง และสร้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยปลอมขึ้นมาแทนที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงเพื่อหลอกลวงประขาชนไทยและประเทศต่างๆทั่วโลกว่า ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69495</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, การเมือง, คณะราษฎร, นปช., เปลี่ยนแปลงการปกครอง, เหวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe4e4e3b8f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;สั่งระดมตร.ใน-นอกเครื่องแบบ หาข่าว ตั้งจุดตรวจอาวุธรับการชุมนุม 24 มิ.ย.หลังพบคลังแสง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่จะมีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครบรอบ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 นั้น ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.(มค) , พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงไปกำกับดูแลความสงบเรียบร้อย และเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวเเล้ว โดยได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ทั้งในเครื่องเเบบ และนอกเครื่องแบบ ออกปฏิบัติหน้าที่ สืบสวนหาข่าว ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นอาวุธ หรือสิ่งของผิดกฎหมาย เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในบริเวณพื้นที่จัดกิจกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งได้รับรายงานว่า ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 346 ร่วมกับ ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ยึดอาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 , เอ็ม 79 , อาร์ก้า, ปืนกล ขนาด.62 และ ปืนเล็กยาว รวม 33 กระบอก และวัตถุระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง ได้ที่บ้านหลังหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมควบคุมตัวชายไทย 2 คน ไว้สอบสวนขยายผล ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่า ถูกตระเตรียมการไว้ใช้ในการเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ทางการเมือง เนื่องจาก สอดคล้องกับข้อมูลทางการข่าวของฝ่ายความมั่นคง ที่รายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่เตรียมฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวายทางการเมือง แต่ไม่ยืนยันว่า กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายใด โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งท่าน ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ 10 จังหวัดเสี่ยง อาทิ ขอนแก่น แพร่ นครราชสีมา อยุธยา เชียงใหม่ เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ในวันที่ 24 มิถุนายน เนื่องจาก อาจจะมีการนัดชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ในวันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและมีความเป็นห่วงเยาวชน นักศึกษา อาจถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา พบว่าแกนนำหรือกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง อาจจะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งหากพบการกระทำผิดที่ชัดเจน ก็มีการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากประชาสัมพันธ์กลุ่มคนที่จัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นสิทธิที่สามารถทำได้หากกระทำภายใต้กรอบกฎหมาย โดยขอให้คำนึงถึงในภาพรวมอย่าไปริดรอน หรือกระทบสิทธิของผู้อื่น ไม่ฝ่าฝืน ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง หรือสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการรวมตัว หรือชุมนุมทำกิจกรรมใดๆ เพื่อเป็นการลดโอกาสในการเเพร่เชื้อโรค อีกทั้งการทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดตามประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่อง การห้ามชุมนุมการทำกิจกรรม การมั่วสุม ลงวันที่ 3 เม.ย.63 ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่กิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติ เหตุด่วน เหตุร้าย สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69488</URL_LINK>
                <HASHTAG>2547, บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, เปลี่ยนแปลงการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1bd6ce410b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันก่อการที่หัวมุมถนนประดิพัทธ์ตัดทางรถไฟสายเหนือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นัดหมายผู้นำทหารของคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตอนเช้ามืดเวลา 05.00 น. ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 คือ ที่ตรงทางรถไฟตัดถนนห่างจากบ้านพระยาทรงสุรเดช ประมาณ 200 เมตร ตามที่ปรากฏใน บันทึกการปฏิวัติ 24 มิถุนายน 2475 ของพันเอกพระยาทรงสุรเดช สถานที่นี้ก็คือทางรถไฟสายเหนือตัดกับถนนประดิพัทธ์ ทางด้านเหนือสถานีรถไฟสามเสนนั่นเอง จุดนัดพบนี้ห่างจากบ้านพักพระยาทรงสุรเดช ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของถนนประดิพัทธ์เมื่อยืนอยู่บนถนนประดิพัทธ์และหันหน้าไปทางตะวันตกด้านทางรถไฟ ประมาณ 200 เมตรจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากจุดนี้จะไปสู่จุดเป้าหมายของคณะที่จะเข้าไปจู่โจมยึดกำลังอาวุธยุทโธปกรณ์และขนกำลังพลก็อยู่บนถนนทหารที่อยู่เบื้องหน้าต่อจากถนนประดิพัทธ์นั่นเอง เมื่อ 82 ปีก่อนบริเวณนี้น่าจะเปลี่ยวมาก แต่ถึงวันนี้ก็ไม่ได้มีบ้านเรือนชาวบ้านทั่วไปเพิ่มขึ้นมากแต่อย่างใด เพราะถนนทหารทั้งถนนก็มีหน่วยงานของทหารไปทั้ง 2 ฝั่งถนนไปตลอดผ่านสะพานแดงจนถึงเกียกกายที่อยู่ปลายถนนทางด้านตะวันตก สถานที่แห่งนี้ไม่มีอนุสาวรีย์หรืออาคารสัญลักษณ์อะไร ยังเป็นสถานที่โล่งแจ้ง กระนั้นก็มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ดังที่ประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับวันนี้ (24 มิถุนายน พ.ศ.2475-ผู้เขียน) ผู้อำนวยการฝ่ายทหาร (พระยาทรงสุรเดช-ผู้เขียน) &amp;nbsp;ได้นัดเวลาพบ 05.00 น. โดยกะว่าจะสั่งมอบหน้าที่ให้เสร็จภายในเวลาเพียงประมาณ 15 นาที แล้วจะได้รีบไปยังกรมทหารม้าซึ่งกะไว้เป็นที่หมายอันแรก ให้ถึงก่อนเวลาเป่าแตรปลุกทหารเพียงเล็กน้อย (เวลาปลุกทหาร 05.30 น.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายร้อยเอกหลวงทัศนัยฯ นายทหารม้าชั้นนายร้อยโทและนายร้อยตรีอีก 3 นาย มาถึงบ้านพระยาทรงสุรเดชเป็นพวกแรกเวลา 04.00 น. เศษ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้างบนนี้เป็นข้อเขียนที่ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช บันทึกเอาไว้ ส่วน พ.ท.พระประศาสน์ฯ ซึ่งเป็นผู้เอารถไปรับตัว พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่บ้านพักและนำมายังจุดนัดหมายที่ถนนประดิพัทธ์นั้นได้เขียนเล่าสิ่งที่ท่านคิดและปฏิบัติในตอนเช้ามืดวันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในคืนวันนั้น พวกเราทั้งหมดคงจะมีลักษณะการเตรียมตัวและจิตใจต่างๆ กัน สำหรับข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้ามั่นใจในความสำเร็จก็จริง แต่รู้สึกตัวว่าจะยอมตายในคราวนี้อย่างชายชาติทหาร ข้าพเจ้ายอมตายบูชาชาติในด้านอุดมคติ ใจข้าพเจ้าไม่หวั่นไหวสิ่งใด ข้าพเจ้ารู้ดีว่าตำรวจมาคุมบ้านข้าพเจ้า ถ้าเขากล้าเข้ามาพบ ข้าพเจ้าก็ควรจะต่อสู้อย่างทหาร ข้าพเจ้าเอากรรไกรเหล็กกล้าเตรียมไว้สำหรับเจ้าคุณพหลฯ จะได้ใช้ตัดกุญแจคลังกระสุนของกรมทหารม้ารักษาพระองค์ ข้าพเจ้าเตรียมดูรถยนต์ไว้ให้พร้อมไม่ให้บกพร่อง ข้าพเจ้าจะต้องใช้มันวิ่งอย่างเต็มที่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาเช้ามืดของวันทำการปฏิวัติ คือวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 บรรดาแกนนำคนสำคัญได้กำหนดเวลานัดหมายไว้คือตีห้า ดังนั้นประมาณตีสี่ ท่านเหล่านี้ก็ต้องตื่นและเตรียมตัวออกมาปฏิบัติการ สมัยนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์ไม่เสียเวลาอะไรมาก พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตีสี่ เอารถยนต์ของตนออกเพื่อจะไปรับพระยาพหลพลพยุหเสนาที่บ้านเพื่อนำท่านไปยังจุดนัดหมาย สี่แยกตรงทางรถไฟไปดอนเมืองที่ใกล้บ้านเจ้าคุณทรง เพื่อจะได้เริ่มปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาทรงสุรเดช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนเช้ามืด ข้าพเจ้าตื่นตามเวลาที่กำหนดไว้ แต่งตัวเครื่องแบบเสร็จเรียบร้อย เอากรรไกรสำหรับตัดเหล็กใส่ในรถยนต์ของข้าพเจ้าและเตรียมพร้อมออกจากบ้านซึ่งอยู่ทางวัดราชาธิวาสเวลาราวตีสี่ครึ่ง &amp;nbsp;เขียนหนังสือสองสามตัวลาภรรยาว่าจะขอลาไปก่อน ขอฝากบุตรด้วย ถ้าชีวิตรอดมาจึงค่อยพบกัน แล้วสอดไว้ให้เขาทราบได้เวลาเช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาดึกสงัดใกล้รุ่งราวตี 4 ครึ่งเศษๆ รถยนต์ส่วนตัวของข้าพเจ้าแล่นอย่างรวดเร็วออกจากบ้านไป เห็นตำรวจที่มาคุมบ้านเดินอยู่หน้าบ้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การของพระประศาสน์ฯ ตรงนี้ดูจะตรงกันกับของท่านอื่น ๆ เรื่องว่าทางฝ่ายรัฐบาลคงจะรู้ระแคะระคายเกี่ยวกับการที่มีคณะผู้ที่จะคิดเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือล้มรัฐบาล และได้ให้ตำรวจติดตามเฝ้าตามบ้านบุคคลที่สงสัย พ.อ.พระยาทรงสุรเดช เองได้เขียนเล่าถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนทราบล่วงหน้า ฉะนั้นก่อนหน้าวันที่ 24 จึงมีพลตำรวจมาคุมบ้านผู้อำนวยการฝ่ายทหาร (พระยาทรงฯ-ผู้เขียน) พระประศาสน์ฯ และหัวหน้าสำคัญๆ แต่ก็มิได้จับกุมอย่างไร &amp;nbsp;อาจเป็นเพราะตำรวจรู้สึกว่าถ้าทหารทำการปฏิวัติเขาก็มีเหตุผลเห็นสมควรด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระประศาสน์ฯ เล่าเรื่องต่อถึงการเดินทางจากบ้านไปรับ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา ผู้ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...รถข้าพเจ้าแล่นเร็วไปยังบางซื่อถึงบ้านเจ้าคุณพหลฯ ข้าพเจ้าก็เข้าไปเคาะประตูเรียก คุณหญิงพิศออกมาถามว่าใคร ข้าพเจ้าบอกว่า &amp;#39;ผมเอง พระประศาสน์ฯ&amp;#39; ซึ่งท่านจำเสียงได้ ก็เปิดประตูรับข้าพเจ้า เข้าไปพบเจ้าคุณพหลฯ ซึ่งแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย พร้อมแล้วกำลังรอข้าพเจ้าอยู่ทีเดียว เราทั้งสองรีบขึ้นรถออกแล่นไปทางบ้านเจ้าคุณทรงฯ ทันที&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจว่าคุณหญิงพิศ ภริยาเจ้าคุณพหลฯ จะเป็นภริยาของผู้นำสำคัญเพียงท่านเดียวที่ทราบว่าสามีจะไปทำงานสำคัญอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถยนต์ของ พ.ท.พระประศาสน์ฯ ได้แล่นไปยังที่นัดหมายโดยมิได้แวะไปบ้านพระยาทรงฯ อันที่นัดหมาย &amp;quot;สี่แยกถนนตรงรางรถไฟ&amp;quot; คือถนนประดิพัทธ์ตัดกับทางรถไฟสายเหนือ ซึ่งห่างจากบ้านพระยาทรงฯ ที่อยู่บนถนนประดิพัทธ์ประมาณ 200 เมตร และก็ได้พบผู้ก่อการฝ่ายทหารหลายคนรวมทั้ง พ.ต.หลวงพิบูลสงคราม&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เมื่อรถยนต์แล่นมาถึงสี่แยกถนนตรงรางรถไฟตามนัดก็เห็นมีคนหลายคนอยู่ก่อนแล้ว มีหลวงพิบูลฯ หลวงทัศนัยฯ หลวงพรหมโยธี ขุนปลดปรปักษ์ ขุนเรืองวีรยุทธฯ คุณไชย ประทีปเสน และคนอื่นๆ อีกที่เป็นศิษย์ข้าพเจ้าทั้งนั้น เรารีบสั่งการกันทันที ทุกๆ คนก็เข้าใจและรับงานอย่างไม่รีรอเลย พอดีใกล้เวลา 05.00 น. เจ้าคุณทรงฯ ก็ปรากฏตัวออกมายังที่นัดหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลวงพิบูลสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พระยาทรงสุรเดชนั้นเดินมาจากบ้าน ซึ่งห่างจากที่นัดหมายประมาณ 200 เมตร ก่อนหน้านี้ในเวลาตีสี่ ร.อ.หลวงทัศนัยฯ และ ร.ต.ไชย ประทีปเสน ก็ได้แวะไปหาท่านที่บ้านพักกับเพื่อนทหารอีก 2 &amp;nbsp;คน จึงแสดงว่า ร.อ.หลวงทัศนัยฯ และ ร.ต.ไชย ประทีปเสน แยกออกมาก่อนที่จุดนัดหมาย พระยาทรงฯ &amp;nbsp;ได้มาเมื่อเวลาใกล้ตีห้ากับนายทหารที่เหลืออีก 2 คน ซึ่งคงเป็น ร.ท.น้อม เกตุนุติ กับ ร.ท.ทวน วิชัยขัทคะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงที่นัดหมายนี่เอง เวลาประมาณตีห้าที่คณะผู้ก่อการฝ่ายทหารที่มาพบกันตามนัดได้ทราบแผนการที่จะปฏิบัติในนาทีต่อไป เราเผยแผนการให้พวกเหล่านี้ทราบ โดยสั่งให้ทำหน้าที่ต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำให้การตรงนี้ของพระประศาสน์ฯ จึงแสดงว่า แผนการที่พระยาทรงฯ ได้กำหนดทุกขั้นตอนนั้นมีพระประศาสน์ฯ ร่วมรู้อยู่ด้วยตั้งแต่ต้น เพราะพระยาทรงฯ ได้เคยบอกว่าได้ให้พระประศาสน์ฯ ช่วย แต่คนอื่นๆ นั้นน่าจะไม่ได้ทราบรายละเอียดมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมากันพร้อม สั่งการทำความเข้าใจกันเสร็จแล้ว จึงเริ่มออกปฏิบัติการ โดยมุ่งไปที่กรมทหารม้าเป็นแห่งแรก เพื่อให้ได้รถยนต์เกราะและรถรบเล็กไว้ในมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระยาทรงสุรเดชได้บันทึกเล่าเอาไว้ตอนนี้อีกว่า&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...พระยาพหลฯ มีหน้าที่งัดคลังกระสุนของกรมทหารม้ากับหลวงสฤษดิ์ยุทธศิลป์ แล้วผู้อำนวยการขนกระสุนมาขึ้นรถ...พระประศาสน์ฯ มีหน้าที่ไปปลุกและคุมตัวนายดาบพระองค์เจ้ากาณุพันธุ์ฯ มาที่หน้าที่ว่าการทหารม้าผู้อำนวยการ (พระยาทรงฯ-ผู้เขียน) จะรวมนายทหารม้าของกรมทหารม้าทั้งหมด &amp;nbsp;ณ ที่นั่น หลวงชำนาญยุทธศิลป์ หลวงสวัสดิ์รณรงค์และหลวงรณสิทธิพิชัยมีหน้าที่ขึ้นไปบนโรงทหารแล้ว ปลุกเร่งทหารแต่งตัวโดยเร็วไม่ให้ล้างหน้าและเรียกแถวคุมจากโรงม้าที่ถนนหน้ากรมทหารม้าและนำเดินไปกองทหารปืนใหญ่ (โรงม้าอยู่ห่างจากโรงทหารปืนใหญ่ระยะเดินทางประมาณ 10 นาที)&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะทางจากจุดนัดหมายไปที่เป้าหมายแรกคือ กรมทหารม้านั้นอยู่ไปทางเกียกกาย ซึ่งก็ไม่ไกลนักทางฝั่งตะวันตกของรางรถไฟนั้น สองข้างถนนก็เป็นบริเวณที่ตั้งของหน่วยทหารทั้งนั้น จากสะพานแดงบางซื่อจนถึงเกียกกาย ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเขตที่ตั้งหน่วยทหารอยู่และจากกรมทหารม้าเมื่อได้อาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังทหารส่วนหนึ่งแล้วใช้รถยนต์วิ่งกลับมาที่กรมทหารปืนใหญ่ที่ พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์ และหน่วยกำลังของทหารปืนใหญ่กำลังฝึกซ้อมรอท่าอยู่ในตอนเช้ามืดนั้นก็จะเป็นเวลาที่น้อยไปกว่าสิบนาทีเสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.พระยาทรงฯ ยังเล่าต่อไปอีกว่า&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลาสุดท้ายก่อนสั่งเสร็จ พวกหลวงพิบูลฯ มาถึง มีทหารมาด้วยอีกหลายนาย จำไม่ได้ว่ากี่คน ผู้อำนวยการฝ่ายทหารจึงได้มอบหน้าที่ให้ไปคุมบ้านผู้การทหารม้า และถ้าออกมาก็ให้เชิญตัวขึ้นรถคุมไว้ อย่าให้ติดต่อกับทหารได้เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประยูร ภมรมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ ร.ท.ประยูร ภมรมนตรี ที่ต่อมาได้ยศสุดท้ายเป็นพลโท ได้เขียนเล่าขยายความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วน พ.ท.พระปฏิยุทธอริยั่น ผู้บังคับการกรม ได้มี ดร.ตั้ว ลพานุกรม หลวงชำนาญนิติเกษตร กับคณะผู้ก่อการฝ่ายพลเรือนอีกบางคนที่มีอาวุธพร้อมได้ควบคุมตัวมิให้ลงจากบ้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นนอกจาก พ.ต.หลวงพิบูลสงคราม และนายทหารอื่นๆ แล้ว จึงยังมีพลเรือนได้ร่วมออกปฏิบัติการในการยึดอำนาจในภาคสนามได้หลายคนและหลายแห่ง ในการปฏิบัติการแรกที่กรมทหารม้านั้น พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธได้บันทึกคำให้การว่าตัวท่านเองได้รับคำสั่งให้เป็นผู้ควบคุมการจัดการทั้งหมด และคำสั่งที่สำคัญและแสดงถึงความรอบคอบของผู้ออกคำสั่ง คือ พ.อ.พระยาทรงสุรเดช นั้นมีว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุณพระประศาสน์ฯ ต้องเอารถออกมาให้หมดจนคันสุดท้ายนะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าสำคัญนั้น คุณพระประศาสน์ฯ ก็ได้เป็นผู้อธิบายเอาไว้เองว่า&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เพราะรถยนต์แม้แต่คันเดียวก็อาจวิ่งแตกฝูงไป บอกปรปักษ์ให้รู้ตัว เตรียมต่อสู้เราได้ ฉะนั้นรถยนต์คันสุดท้ายคงดังก้องอยู่ในหูข้าพเจ้า จะต้องไม่มีรถยนต์เหลืออยู่ในกรมทหารม้าเลย และข้าพเจ้าจะมาในคันสุดท้าย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปฏิบัติการแรกที่กรมทหารม้ารักษาพระองค์นั้นมีผู้ให้การอยู่หลายคน แต่รู้สึกว่าคำให้การของพระประศาสน์ฯ ดูจะมีความน่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าพเจ้าตรงไปหานายทหารเวรรักษาการณ์ทันที เผอิญนายทหารคนนั้นเป็นศิษย์ข้าพเจ้า เขาจำข้าพเจ้าได้ดี จึงทำความเคารพทันทีพอเขาเห็นข้าพเจ้าเข้ามาทำการ ดังนั้นเขาก็ทราบได้ทันที คืนนี้น่าจะมีอะไรแน่แล้ว อาจารย์จึงได้มาทำอะไรในเวลาวิกาลเช่นนี้...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นความบังเอิญที่ช่วยทางด้านผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายทหารที่เข้าเวรรักษาการณ์เป็นศิษย์ของพระประศาสน์พิทยายุทธ และน่าจะเป็นศิษย์ที่มีความเคารพอาจารย์อย่างพระประศาสน์พิทยายุทธมากด้วย ทำให้พระประศาสน์ฯ สั่งเปิดประตูกรมทหารม้าได้ง่าย และพานายทหารชั้นผู้ใหญ่ของคณะผู้ก่อการเข้าไปในกรมทหารม้าได้ในเช้ามืดของวันที่ &amp;nbsp;24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ดังที่ท่านได้บันทึกเล่าเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...โชคอำนวยข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีว่า การยึดอำนาจปกครอง การทำการปฏิวัติ เปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนี้ ท่าจะไม่มีการนองเลือดแน่แล้ว เพราะศิษย์ข้าพเจ้าเข้าใจอุดมคติอันสูงโดยไม่ต้องบอกกันเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นผู้นำทหารทั้ง 3 ท่าน คือ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา พระยาทรงสุรเดช และ พระประศาสน์พิทยายุทธ ก็นำพวกเข้าไปในกรมทหารม้า และสั่งทหารที่รักษาการณ์ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เฮ้ยรู้ไหม เวลานี้เกิดกบฏกลางเมืองขึ้นแล้วนะ เอารถเกราะ รถรบ ทหารม้าทั้งหมดออกช่วยเดี๋ยวนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการลวงให้เข้าใจว่ามีเหตุการณ์กบฏ แล้วพระประศาสน์ฯ ก็ให้นายทหารเวรรักษาการณ์ที่เป็นศิษย์สั่งเป่าแตรสัญญาณเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาฤทธิอัคเนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...นายทหารเวรรักษาการณ์ศิษย์ข้าพเจ้าก็สั่งเป่าแตรอาณัติสัญญาณเกิดเหตุสำคัญขึ้นทันที เสียงแตรเกิดเหตุสำคัญดังกังวานในยามดึกสงัด พร้อมทั้งทหารรักษาการณ์ แยกย้ายออกปลุกทหารทั้งกรม เสียงอึกทึกโกลาหลอย่างถึงขนาด...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทหารในกรมทหารม้าถูกปลุกขึ้นอย่างสับสนอลหม่านนั้น พระประศาสน์พิทยายุทธได้เล่าถึงสิ่งที่ผู้นำทหารและท่านเองได้ปฏิบัติว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...ข้าพเจ้าก็ปราดเข้าไปในกรมทันที สั่งคนไปคุมผู้บังคับการกรมและพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ไว้ได้ แล้วเข้าเร่งนายทหารทั่วไปให้เอารถออกจากโรงรถอย่างเร่งรีบ...ต่างเร่งต้อนทหารเข้าจัดการเอารถออกจากโรง เสียงรถยนต์ต่างๆ สตาร์ตเครื่องดังพรืดๆ แล่นดังสนั่นหวั่นไหว รถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ และรถต่างๆ เริ่มแล่นออกเป็นสายๆ ตรงไปยังหน้ากรม...โชคดีแท้ๆ ที่รถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ และรถบรรทุกต่างก็แล่นไปจอดอยู่หน้าคลังกระสุน และในรถคันสุดท้ายข้าพเจ้านั่งคุมมา...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหัวหน้าใหญ่ พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่ระบุว่าจะต้องเป็นผู้ตัดกุญแจ เพราะมีร่างกายล่ำสันแข็งแรงนั้น พระประศาสน์ฯ ก็บันทึกเล่าว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เจ้าคุณพหลฯ และหลวงสฤษดิ์ยุทธศิลปสามารถอย่างที่สุดสามารถตัดกุญแจเหล็กขาดได้ และสั่งการอย่างเด็ดขาดแก่ทหารเหล่านั้นให้ขนกระสุนทั้งปวงทั้งหมดในคลังกระสุนขึ้นรถยนต์ รถเกราะและรถบรรทุกจนหมดสิ้นในคืนนั้น เหลือแต่ตัวคลังตั้งตระหง่าน ยืนนิ่งทะมึนอยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พระยาทรงสุรเดช ซึ่งเป็นผู้สั่งการในการปฏิบัติการทางทหารนั้นพระประศาสน์ฯ ก็บันทึกเล่าไว้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เจ้าคุณทรงฯ ผู้อำนวยการฝ่ายทหารสั่งรถยนต์ทุกชนิดเข้าแถวเป็นประเภท สั่งทหารประจำขึ้นรถเหล่านั้น สั่งทหารเข้าไปขึ้นรถยนต์ที่กรมทหารปืนใหญ่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก มีหลวงชำนาญยุทธศิลป์ &amp;nbsp;หลวงรณสิทธิพิชัย หลวงสวัสดิ์รณรงค์เป็นผู้นำ เสียงหลวงรณสิทธิพิชัยดังลั่นก้องกังวาน เร่งทหารน่าเกรงขาม...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามผู้นำทหารสั่งปฏิบัติการจู่โจมยึดอาวุธยุทโธปกรณ์และขนทหาร โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ดังที่พระประศาสน์ฯ สรุปความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภายในครึ่งชั่วโมง ขบวนรถยนต์หุ้มเกราะ รถเกราะ รถบรรทุก และรถนั่งอันยาวเหยียด พร้อมด้วยทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ บรรจุกระสุนพร้อมเพรียง ก็แล่นออกจากกรมทหารม้ารักษาพระองค์ ตามกันเป็นทิวแถวไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นส่วนใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระยาพหลพลพยุหเสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงตรงนี้คำให้การของพระประศาสน์พิทยายุทธอาจรวบรัดไปเล็กน้อย เพราะนอกจากทหารม้าแล้ว ยังมีทหารปืนใหญ่ด้วยจึงต้องไปสมทบเอาทหารปืนใหญ่กับ พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์ที่รออยู่ในบริเวณใกล้เคียงมาด้วย ดังที่พระยาทรงสุรเดชบันทึกเอาไว้เกี่ยวกับตอนนี้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อขบวนเดินเท้าเหล่าทหารม้ามาถึงโรงทหารปืนใหญ่ ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้สั่งทหารทั้งหมดทั้งพวกทหารม้าและปืนใหญ่ขึ้นรถยนต์ของกรมทหารปืนใหญ่ ซึ่งเรียงแถวอยู่ในลานฝึกหัดของกรมทหารปืนใหญ่ของพระยาฤทธิ์อัคเนย์...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะได้ทหารปืนใหญ่มาอีกหน่วยแล้ว ก่อนจะไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ยังต้องการทหารอีกหน่วยไปร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้ทหารปืนใหญ่กับ พ.อ.พระยาฤทธิ์อัคเนย์มาแล้ว ขบวนรถทหารของคณะผู้ก่อการฯ ก็แล่นผ่านมาที่กองพันทหารช่างที่ทหารกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ พระยาทรงสุรเดชก็ตะโกนเรียกทหารช่างเหล่านั้นให้ขึ้นรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้คงจำกันได้ว่าในตอนต้นๆ ได้บอกเอาไว้แล้วถึงการนัดหมายในวันที่ 23 มิถุนายน ก่อนวันทำการจริงหนึ่งวัน ที่พระยาทรงสุรเดช &amp;quot;ได้ไปหาผู้บังคับกองพันทหารช่างที่บางซื่อ ขอร้องให้เขานำทหารของเขาทั้งหลายมาฝึกหัดที่สนามหน้าโรงทหารของเขา&amp;quot; และผู้บังคับกองพันทหารช่างก็นำมาฝึกซ้อมจริงๆ ในเช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เพราะเป็นเรื่องคุยนัดหมายกันเมื่อวานนี้นั่นเอง แต่ก็มิได้นัดหมายว่าจะเอาทหารไปปฏิวัติแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระยาทรงสุรเดช ได้บันทึกเล่าถึงการได้ทหารช่างมาร่วมขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...ขบวนรถผ่านหน้ากองพันทหารช่าง ทหารกำลังฝึกหัดอยู่บนสนามหน้ากองพัน ด้วยการกวักมือประกอบด้วยเรียกตะโกนของผู้อำนวยการฝ่ายทหาร ผู้บังคับกองพันทหารช่างเข้าใจว่าถึงเวลาที่ผู้อำนวยการฝ่ายทหารต้องใช้ทหารของตัวตามที่ได้ตกลงกันไว้แต่เย็นวานแล้วจึงสั่งทหารขึ้นรถ พวกทหารวิ่งแข่งกันขึ้นรถด้วยความร่าเริง...รถบรรทุกขบวนยืดยาวเท่าที่มีมาเต็มเสียแล้ว ต่อไปนี้แล่นรวดเดียวถึงหน้าพระลาน โดยไม่หยุดเรียก ทหารในกรมทหารราบที่ 3 ซึ่งอยู่ติดกับกองพันทหารช่าง ขบวนรถยนต์ถึงหน้าพระลานเวลา 06.05 น.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระประศาสน์พิทยายุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 มีทหาร 4 หน่วยมาพร้อมอยู่แล้ว &amp;nbsp;หน่วยแรกเป็นทหารเรือจำนวนประมาณ 100 นาย มีอาวุธครบมือ นำโดย น.ต.หลวงสินธุ์สงครามชัย &amp;nbsp;กับ น.ต.หลวงศุภชลาศัย หน่วยที่สองเป็นนักเรียนนายร้อยทั้งหมดของโรงเรียนที่นำโดย ผู้บังคับการโรงเรียน พ.ท.พระเหี้ยมใจหาญ ซึ่งพระยาทรงฯ ขอให้นำนักเรียนนายร้อยมา &amp;quot;ดูการฝึกหัดต่อสู้รถรบ โดยจะมีรถจริงๆ มาให้ดู&amp;quot; หน่วยที่สามกับหน่วยที่สี่เป็นทหารในกองพันทหารราบที่ 1 และที่ 2 ที่พระยาทรงฯ &amp;quot;ให้นำทหารของตัวไปฝึกหัดที่หน้าพระลานในเช้าวันที่ 24 เวลา 06.00 น. เพื่อจะได้ขอแรงให้ทหารเหล่านั้นได้มีส่วนช่วยเหลือเล็กน้อยเท่านั้น&amp;quot; ทั้งสามหน่วยหลังนี้ต่างกับหน่วยแรก คือ ไม่ได้ร่วมรู้ด้วยในแผนปฏิวัติ แต่ถูกขอให้มาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในเวลาเช้ามืดวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 &amp;nbsp;และทั้งสามหน่วยนี้ก็มิได้มีอาวุธครบมืออย่างหน่วยแรกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อเวลา 06.05 น. ทหารทั้งที่รู้ด้วยกับแผนปฏิวัติและที่มิได้รู้ด้วยมีจำนวนรวมกันค่อนข้างมาก จึงอยู่เต็มลานพระบรมรูปทางม้า ฝ่ายที่รู้ด้วยกับแผนการปฏิวัตินั้นมีอาวุธครบมือก็ได้เปรียบอยู่บ้าง ต่อเมื่อขบวนรถขนทหารและรถรบทั้งหลายมาถึงก็เท่ากับว่ามีอาวุธที่ได้เปรียบมากมาเสริม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตอนนี้ พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธ ได้เล่าว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พวกเราทั้งหลายที่เป็นผู้ก่อการกันมหึมานี้ขึ้น บัดนี้อยู่ไหนกันบ้างเล่า เจ้าคุณพหลกำลังอ่านประกาศเปลี่ยนระบอบการปกครองอยู่ท่ามกลางทหาร สนามพระที่นั่งอนันตสมาคม ท่านเป็นหัวหน้าของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ในบัดนี้แล้ว เจ้าคุณทรงฯ เป็นผู้อำนวยการทหารทั้งปวง รับผิดชอบในการสั่งงานการใช้กำลังทั้งปวงอยู่ที่ศูนย์กลาง ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศเปลี่ยนระบอบการปกครองที่หัวหน้าคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระยาพหลพยุหเสนา ยืนอ่านวันนั้นคือแถลงการณ์ของคณะราษฎร ฉบับแรกที่ถึงประชาชนโดยขึ้นต้นนั้นใช้คำว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ราษฎรทั้งหลาย&amp;quot; มีเนื้อหาสาระสำคัญที่โจมตีการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และเสนอการปกครองแบบใหม่ที่ยังไม่มีชื่อแน่ชัดในวันนั้น แต่จะมีสภาผู้แทนราษฎร มีกฎหมายธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน และมีประมุขของประเทศเป็นกษัตริย์ที่อยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระยาทรงสุรเดช ผู้ที่สั่งให้นำทหารทั้งหมดเข้าไปในประตูรั้วเหล็กของพระที่นั่งอนันตสมาคม &amp;nbsp;หลังจากที่พระยาพหลฯ ได้อ่านแถลงการณ์ของคณะราษฎรฉบับแรกแล้ว ได้บันทึกเล่าเรื่องตอนนี้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;...เมื่อทหารเข้าไปในรั้วแล้ว ผู้อำนวยการฝ่ายทหารได้สั่งให้เข้าแถวคละกันทั้งหมดทุกเหล่า เตรียมสำหรับที่จะสั่งใช้ได้ต่อไป การที่ให้เข้าแถวคละกันเช่นนี้ย่อมเป็นการป้องกันมิให้ผู้บังคับบัญชาคนใดคนหนึ่งสั่งการแก่ทหารของตัวได้สะดวก เพราะทหารของตัวมิได้รวมกันอยู่ กระจายแทรกอยู่ทั่วไป...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อดำเนินมาได้ถึงขั้นนี้ก็ถือว่าการปฏิบัติการตามแผนการขั้นที่หนึ่ง &amp;ldquo;ต้องรวบรวมทหารให้มากที่สุดเท่าที่จะรวมมาได้ จากกรมกองทหารในกรุงเทพฯ ไปรวมไว้พระที่นั่งอนันต์และบังคับทหารเหล่านั้นไว้ให้อยู่ในมือ&amp;rdquo; สำเร็จแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นคณะผู้ก่อการฯ ก็จะต้องดำเนินการต่อไปในขั้นที่สอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------
สถาบันพระปกเกล้า, ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51854</URL_LINK>
                <HASHTAG>2475, กาลครั้งหนึ่ง, คณะราษฎร์, พระยาทรงสุรเดช, เปลี่ยนแปลงการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8c423a2185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยนแปลงการปกครอง?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็แปลก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดเองกลับจำคำพูดตัวเองไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตส่าห์ไปแกะคำต่อคำ สุดท้าย มัดคอตัวเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์&amp;quot; รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นครูบาอาจารย์ แต่พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;...มีสื่อและบุคคลตัดตอนเอาเนื้อหาที่ดิฉันได้ไปบรรยายในเวทีเสวนา ๗ พรรคฝ่ายค้าน ที่จังหวัด ปัตตานี ในลักษณะที่ไม่ตรงกับเจตนาและความตั้งใจของดิฉันในการนำเสนอ นำไปสู่การตีความที่ออกมหาสมุทรและจับแพะชนแกะกันมากมาย ดังนั้นดิฉันจึงขอนำ #บทถอดเทปเนื้อหา การนำเสนอของดิฉันในวันดังกล่าวมาให้ดูกันคำต่อคำ ขอเชิญเพื่อนๆ ที่สนใจและไม่มีเวลาฟังคลิปมาอ่านกันค่ะ รวมทั้งขอเชิญสื่อและบุคคลที่ไม่เข้าใจเนื้อหากลับมาอ่านใหม่อีกรอบหรืออีกหลายๆ รอบให้เข้าใจด้วยค่ะ (ขอบคุณน้องท่านหนึ่งที่ช่วยถอดเทปให้ค่ะ)...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเอาทั้งหมดที่เธอพูดมาลงก็คงไม่พอ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปดูบทสรุปสุดท้าย แบบคำต่อคำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สรุปสุดท้าย ดิฉันเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข รธน.ใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ในบริบทของ จชต.คิดว่าเราสามารถใช้เวที รธน.มาถกเถียงถึงใจกลางของปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ที่ผ่านมามีงานวิชาการหลายชิ้นที่บอกว่า ปัญหา จชต.ที่จริงแล้วเป็นเรื่องอำนาจอธิปไตยของรัฐไทยในแบบปัจจุบัน ที่ไม่สามารถเผชิญกับความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธุ์ได้ ฉะนั้นเราต้องการรัฐที่มีความแยกย่อย ยืดหยุ่น มีการใช้อำนาจอธิปไตยที่จะโอบรับความแตกต่างหลากหลายได้ สามารถจินตนาการถึงการเมืองประเภทต่างๆ ได้ เช่น ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ดิฉันหวังว่าในกระบวนการแก้ รธน.เราจะมีพื้นที่จะสามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ เราจะต้องทำให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะถกเถียงกันในมาตราต่างๆ ใน รธน.ที่เราจะแก้ไข (ปัญหาชายแดนใต้) ได้โดยตรง ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ ๑ ด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ขอบคุณค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีตัดทอน... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายที่พูดก็ยังเป็น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...แก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีอะไรต้องตีความ ไม่จับแพะชนแกะ ทุกอย่างตรงตามตัวอักษร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หาก &amp;quot;ดร.ชลิตา&amp;quot; อยากให้ตีความ ก็ฟันธงได้ว่า...การพูดลักษณะเช่นนี้แปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47166</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง, เปลี่ยนแปลงการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
