<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปลี่ยนโบนัสปีนี้ ให้เป็นโบนัสตลอดชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย วลีรัตน์ มิ่งศูนย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ผู้เขียนขอถ่ายทอดการบรรยายเกี่ยวกับ Financial Literacy เรื่อง &amp;ldquo;เปลี่ยนโบนัสปีนี้ ให้เป็นโบนัสตลอดชีพ&amp;rdquo; โดย ดร.อัฉรา โยมสินธุ์ (อาจารย์รัก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและหลักธรรมะในการจัดการการเงิน เราเคยสงสัยไหมว่า เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการทำงานหาเงิน แต่ทำไมเราไม่สามารถเก็บรักษาเงินไว้ได้ ไม่ว่าเราจะหาเงินได้เก่งแค่ไหน แต่หากเราไม่สามารถ &amp;ldquo;รู้ตัวรู้ใจ&amp;rdquo; ของตนเอง เราก็ไม่สามารถที่จะชนะกิเลสในใจของเราได้ เพราะคนเราส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตแบบ Happy Moment คือ ความสุขระยะสั้น เช่น การติดหรู ใช้ก่อน ผ่อนทีหลัง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากสถิติ พบว่า คนไทยติดอันดับ 3 ของโลก ในการ &amp;ldquo;Shopping Online on Mobile&amp;rdquo; เพราะคนไทยส่วนใหญ่ทำงานหนัก รู้จักวิธีหาเงิน แต่ไม่รู้จักวิธีเก็บเงิน จึงทำให้เป็นหนี้รวม 2.13 ล้านล้านบาท การ &amp;ldquo;ฝึกฝืนใจอย่างมีสติ&amp;rdquo;จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถเอาชนะความอยากหรือกิเลสที่เกิดขึ้นภายในใจตัวเองได้ เพราะก่อนจะใช้เงินทุกครั้ง เราต้องลองถามตัวเองว่า สิ่งที่จะซื้อนั้น เป็น Need หรือ Want ในขีวิตของเรา Need คือ ความต้องการแท้จริง Want คือ ความต้องการเกินจำเป็นเช่นโทรศัพท์เป็น Need ในปัจจุบัน แต่หากซื้อเกินราคาที่เราจ่ายไหว ก็จะกลายเป็น Want และเกิดภาระหนี้สินให้กับตัวเราทันที เพราะชีวิตของเราอยู่กับ Want เยอะ จึงทำให้เราใช้จ่ายเยอะแต่หากเราฝึกฝืนใจ ตั้งคำถามกับตัวเองว่า สิ่งที่เราจะซื้อนั้น มันคุ้ม มีคุณค่า และจำเป็นกับเราไหม ? จะช่วยให้เรามีสติก่อนใช้จ่ายเงินมากขึ้น ( inside out มากกว่า Outside in)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3 หลักควรรู้ ที่ช่วยให้เรา &amp;ldquo;เปลี่ยนโบนัสปีนี้ ให้เป็นโบนัสตลอดชีพ&amp;rdquo; คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1.รู้อะไรก็ไม่สู้ &amp;ldquo;รู้จักตนเอง&amp;rdquo;การที่เรารู้จัก &amp;ldquo;สินทรัพย์ หนี้สิน รายรับ ค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; ของตนเอง จะช่วยให้เราประเมินและวางแผนการเงินของตนเองได้ ด้วยวิธีการ &amp;ldquo;จจจ : จดเจอจัดการ&amp;rdquo; ผ่านการ &amp;ldquo;ทำบัญชีรายรับรายจ่าย&amp;rdquo; จะช่วยให้เราเห็นวิธีการใช้เงินของตัวเอง และวางแผนจัดการการเงินของตนเองได้ เช่น เราไม่ควรผ่อนหนี้เกิน 40% ของรายรับ หากเรามีเงินเดือน 10,000 บาท ไม่ควรผ่อนหนี้เกิน 4,000 บาท เพราะจะทำให้เราไม่สามารถจัดการชีวิตได้ และการประเมินตนเอง ด้วยการทำ Timeline Money จะช่วยให้เรารู้ว่าตอนนี้สถานการณ์การเงินเราเป็นอย่างไร และเราจะวางแผนการเงินใช้หลังเกษียณอย่างไรบ้าง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.รู้อะไรก็ไม่สู้ &amp;ldquo;รู้จักพอ&amp;rdquo; เป็นการนำ &amp;ldquo;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ( 2 เงื่อนไข 3 ห่วง 4 มิติ) ของในหลวง ร.9 มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต เงื่อนไขพื้นฐาน ( ความรู้และคุณธรรม) + หลักในการวางแผนและตัดสินใจ (พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน) = เป้าหมายเพื่อความสมดุลและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง (วัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม)เช่น หากเราจะทำธุรกิจ เราต้องมีความรู้อะไร เรามีต้นทุนเท่าไหร่ เราจะมีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและลูกค้าอย่างไร เราจะวางแผนทำธุรกิจด้วยวิธีการไหน สินค้านี้มีประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างไร และสินค้าที่เราทำมีผลกระทบต่อโลกใบนี้ไหม เป็นต้นซึ่งการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต จะช่วยให้เราวางแผนรอบด้าน ใช้ชีวิตแบบไม่แยกส่วน จนทำให้ &amp;ldquo;เรามีความสุขแบบพอดีพอใจ&amp;rdquo; และที่สำคัญเป็นมิตรทั้งต่อตัวเอง ผู้อื่น และโลกใบนี้ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3.รู้อะไรก็ไม่สู้ &amp;ldquo;รู้แล้วทำทันที&amp;rdquo; เป้าหมายที่เรามีจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากเราไม่ลงมือ &amp;ldquo;ทำทันที&amp;rdquo; เช่น การออมเงิน 1 บาท ในระยะเวลา 21 วัน หรือ 108 วัน จะช่วยให้เราเกิดนิสัยการออม เป็นต้น และการที่เราจะมี &amp;ldquo;หัวใจเศรษฐี &amp;rdquo; ได้นั้น เราต้องสร้าง &amp;ldquo;อุ อา กะ สะ&amp;rdquo; ให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อุ&amp;nbsp; อุฎฐานสัมปทา : ขยันหมั่นหา &amp;ldquo;ทรัพย์&amp;rdquo;และ &amp;ldquo;ความรู้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อา&amp;nbsp; อารักขสัมปทา : รู้จักรักษา &amp;ldquo;ทรัพย์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความรับผิดชอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กะ&amp;nbsp; กัลยาณมิตตา : เพื่อนดีจะทำให้รวย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สะ&amp;nbsp; สมชีวิตา &amp;nbsp;: ใช้ชีวิตพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และสิ่งที่เราได้เรียนรู้มากที่สุดในวันนี้ คือ &amp;ldquo;การรู้จักใจตนเอง&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากเราสามารถควบคุมจิตใจ เอาชนะกิเลสได้ ไม่ว่าเราจะวางแผนการเงินหรือวางแผนชีวิต เราก็จะสามารถควบคุมจิตใจทำตามแผนได้สำเร็จ เพราะทุกอย่างสำเร็จได้ด้วย &amp;ldquo;ใจ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51417</URL_LINK>
                <HASHTAG>เปลี่ยนโบนัสปีนี้ ให้เป็นโบนัสตลอดชีพ, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
