<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่เมืองไทยมาเกือบ 90ปี &#039;รองเท้าบาจา&#039; ตื่นเร่งปรับภาพลักษณ์แบรนด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บาจา&amp;rdquo; ยกเครื่องครั้งใหญ่ ลุยรีเฟรชแบรนด์ ส่งรองเท้าดีไซน์ทันสมัย เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ควบปรับโฉมสาขาให้มีภาพลักษณ์สดใส หวังดึงคนเข้าร้านเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเปาโล แกรสซี ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากตัวเองได้เข้ามาดูแลตลาดของประเทศไทย นับจากนี้เตรียมนำนโยบายจากของบริษัทแม่ เข้ามาขับเคลื่อนให้แบรนด์บาจาในเมืองไทยมีภาพลักษณ์ทันสมัยมากยิ่งขึ้นหรือเป็นการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่รอบหลายปี โดยบาจาได้อยู่ในไทยมาแล้วกว่า 89 ปี บริษัทเชื่อว่าแม้ภาพรวมตลาดจะมีผู้ประกอบการจำนวนมาก และแข่งขันราคารุนแรง แต่เชื่อว่ากลยุทธ์ของบริษัทจะนำพาให้ธุรกิจเติบโตได้สองหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรีเฟรชแบรนด์เบื้องต้นจะมีความใหม่ด้วยกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ถูกออกแบบมาอย่างรวมสมัย ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่กำลังขยายตัวและเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น รวมถึงกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเองก็มีฐานลูกค้าเก่าอยู่ไม่น้อย จึงยังคงสินค้ารูปแบบดั้งเดิมเพื่อตอบสอนงรักษากลุ่มผู้บริโภคดังกล่าว ให้สามารถเติบโตกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังพยายามผลักดันด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทแม่มองว่าตลาดเมืองไทยมีศักยภาพมากแห่งหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดมีอัตราการเติบโต 4% และคาดการณ์ว่าอีก 3 ปีข้างหน้าเติบโตต่อเนื่องที่ 3.4% ตอนนี้โจทย์ใหญ่คงเป็นการสร้างความเข้าใจกับลูกค้าให้หนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารทุกช่องทางไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ บวกกับการเพิ่มสินค้าที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะหากยังมีเพียงแค่รูปแบบเดิมๆ ลูกค้าจะซื้อเมื่อจำเป็น แต่หากมีดีไซน์เข้ามาเพิ่ม การตัดสินใจซื้อจะเกิดจากการชอบ ส่งผลให้เพิ่มความถี่และดึงลูกค้าเข้ามาเพิ่ม &amp;nbsp;&amp;rdquo; นายเปาโล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการมีสินค้ารูปแบบใหม่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้น ที่จะทำให้อนาคสัดส่วนภายในนร้านบาจาอาจมีแบรนด์อื่นเพิ่มกว่าเดิม จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% และที่เหลือเป็นบาจา 90% แล้ว บริษัทยังมีการปรับโฉมร้านใหม่ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแฟล็กชิพสโตร์รูปแบบใหม่ ซึ่งกำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ พร้อมกันนี้ยังได้รีโนเวทสาขาเดิมให้มีความสดใส และเร่งขยาย 15 สาขาใหม่ เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าของบาจา และสร้างการเติบโตจากปีก่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการแข่งขันของตลาดจะแข่งขันราคากันอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าตามตลาดนัดหรือแม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีราคาถูก แต่ในส่วนของบริษัทคงไม่เน้นเรื่องดังกล่าว เลือกให้ความสำคัญกับสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากกว่า โดยการจะทำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา จึงต้องมีการทำตลาดและสำรวจความต้องการ เพื่อให้เข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องของคุณภาพที่ดีในราคาจับต้องได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6983</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตลาด, ธุรกิจ, บาจา, รองเท้า, สาขา, เปาโล แกรสซี, แบรนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5aceca4597d95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
