<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาความปลอดภัยเข้ม ติดวงจรปิดรอบพื้นที่ประชุมอาเซียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 3 พ.ย.62 วันที่ &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานการรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พ.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตั้งด่านตรวจเข้มตลอดทั้งวันบนถนนทุกเส้นที่มุ่งหน้าเข้าศูนย์ประชุมอิมแพ็คฯ ซึ่งแต่ละด่านตรวจมีวงจรปิดบันทึกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ขับผ่านบริเวณโดยต้องลดกระจกทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริเวณสามแยกมหาลัยวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช หรือสามแยกกรมที่ดิน ถนนแจ้งวัฒนะ33 - ปากเกร็ด มุ่งหน้าเมืองทอง เจ้าหน้าที่ได้นำกล้องวงจรปิด จำนวน 4 ตัว ติดตั้งเพิ่มที่ฟุตบาต คอยบันทึกรถยนต์ที่สัญจรไปมาเพื่อป้องกันเหตุ และตลอดทั้งวันสถานการณ์ปกติไม่มีเหตุร้ายหรือกลุ่มที่จะมาป่วนการประชุมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49424</URL_LINK>
                <HASHTAG>อิมแพ็คเมืองทองธานี, เปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbe99157cd9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บิ๊กตู่”เปิดประชุมสุดยอดอาเซียน​ ลั่นร่วมมือร่วมใจก้าวไปข้างหน้าสร้างภูมิภาคที่มั่งคั่งและยั่งยืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 พ.ย. 2562 เมื่อเวลา​ 09.15 น. ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ตนกล่าวถึงเนื้อร้องของเพลงประจำอาเซียน &amp;quot;ดิอาเซียนเวย์&amp;quot;ในท่อน &amp;quot;we dare to dream, we care to share.&amp;quot; เพื่อให้พวกเราทบทวนความกล้าที่จะฝันจากรุ่นสู่รุ่นและหารือถึงแนวทางร่วมกันที่จะสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและมองไปสู่อนาคต ภายใต้แนวคิดหลัค&amp;quot;ร่วมมือร่วมใจ ก้าวไกลยั่งยืน&amp;quot; ด้วยความร่วมมือร่วมใจในครั้งนั้น เราสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลายประการอาทิการรับรองวิสัยทัศน์ผู้นำอาเชียนว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน และเอกสารมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิกเพื่อสานต่อผลของการประชุมสุดยอดครั้งนั้นวันนี้ผมขอกล่าวถึงเนื้อร้องของเพลงดังกล่าวอีกท่อนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือ &amp;quot;ASEAN we are bonded as one. Looking out to the world.&amp;quot; &amp;quot;อาเซียนเราผูกพันกันเป็นหนึ่งมองออกไปสู่โลก&amp;quot; เนื้อเพลงท่อนนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของอาเซียน ที่ไม่เพียงร่วมมือร่วมใจกันในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับหุ้นส่วนนอกภูมิภาค ซึ่งถือเป็น &amp;quot;กัลยาณมิตร&amp;quot; ที่ช่วยสนับสนุนให้อาเชียนบรรลุเป้าหมายที่วาดฝันไว้และขยายผลไปสู่นอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ปัจจุบันอาเซียนและโลกเผชิญกับความททายและความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มจะขยายตัวต่ำสุดในรอบสิบปีจากการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ การแข่งขันทางภูมิยุทธศาสตร์ทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของความขัดแย้งทางการค้าและปัญหาอื่น ระหว่างบางประเทศ ความท้าทายต่อระบบพหุภาคีนิยม ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปัญหสิ่งแวดล้อมและขยะทะเล ดังนั้น ความเป็นหุ้นส่วนและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นจึงมีความสำคัญยิ่งที่จะทำให้ภูมิภาคเราที่ครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรแปชิฟิกและมหาสมุทรอินเดียสามารถรับมือและก้าวข้ามความท้าทายเหล่านี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ​ กล่าวว่า​ การประชุมตลอดสองวันจากนี้ นับเป็นวาระสำคัญที่จะแสดงความเป็นหุ้นส่วนและมิตรภาพระหว่างอาเซียนกับประชาคมโลก เพื่อร่วมมือร่วมใจ สานต่อผลลัพธ์จากการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ผ่านมา และวางแนวทางร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากความเป็นแกนกลางและจุดแข็งของอาเชียนที่เป็นมิตรกับทุกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และไม่เป็นศัตรูกับใคร เพื่อรับมืและแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาคและระดับโลก และสร้างความยั่งยืนในทุกมิติโดยดำเนินการในสองแนวทางคือ การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับสันติภาพและเสถียรภาพในระยะยาวควบคู่ไปกับการส่งเสริมการจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัตและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งทั้งสองมิตินี้ถือว่าเป็น&amp;quot;สองด้านของเหรียญเดียวกัน&amp;quot; ที่จะนำมาซึ่งภูมิภาคที่ยั่งยืนในประการแรก การสร้างภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ ต้องมุ่งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์บนพื้นฐานของหลักการ​ 3M คือการเคารพซึ่งกันและกัน การไว้เนื้อเชื่อใจและการมีผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อลดการเผชิญหน้ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ต้องมุ่งวางรากฐานด้านกฎกติกาด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสำคัญที่อาเชียนมีอยู่ ทั้งการนำหลักการสำคัญของสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ TAC (แท็ค) มาใช้ในบริบทที่กว้างกว่าอาเซียน ซึ่งเป็นที่ยินดีที่เราได้ต้อนรับอัครภาคีของสนธิสัญญาฯเพิ่มเติมสะท้อนให้เห็นถึงการที่ประเทศต่าง ๆยอมรับในหลักการพื้นฐานและกฎกติกาของการดำเนินความสัมพันธ์ในภูมิภาค รวมถึงการมีกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน การมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาคที่เข้มแข็งและมีอาเซียนเป็นแกนกลางไม่ว่าจะเป็น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก อาเซียนบวกสาม เออาร์เอฟ และความร่วมมืออาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการจัดทำประมวลการปฏิบัติ หรือ COC (ซีโอซี)ในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียนกับจีนและการฝึกผสมทางทะเลระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ​ กล่าวอีกว่า​ อีกประการหนึ่งคือ การสร้างภูมิภาคที่มั่งคั่งและยั่งยืน ผ่านการผลักดันให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคหรือ RCEP ในสาระสำคัญแล้วเสร็จในปีนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีภายใต้กรอบองค์การการค้าโลกควบคู่ไปกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคทั้งกรอบความร่วมมือ ACMECS และเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือจีบีเอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับอาเซียนและภูมิภาคในอนาคต นอกจากนี้ ยังต้องมุ่งส่งเสริมความเชื่อมโยงที่ไร้รอยต่อในอาเซียน ด้วยการสร้างความเกื้อกูลระหว่างยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงต่าง ๆทั้งภายในอาเซียนและนอกภูมิภาคตั้งแต่การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ระหว่างประชาชนทางการเงิน และด้านดิจิทัล อีกทั้งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในยุค 4R เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ​ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมของอาเชียนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ทั้งนี้ อาเซียนจำเป็นต้องมี &amp;quot;กระบวนทัศน์&amp;quot;ใหม่สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีพลวัต มีความยั่งยืนและครอบคลุมทุกภาคส่วนไม่ทิ้งใครข้างหลังโดยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ และการรักษาสภาพแวดล้อมควบคู่กันไป โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาขยะทะเลด้วยการดำเนินการตามกรอบการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาเซียนว่าด้วยขยะทะเล ปัญหามลพิษทางอากาศด้วยการปฏิบัติตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และปัญหาประมงเบบ ด้วยการพัฒนาเครือข่ายอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการประมง ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องพึ่งพาความร่วมมือกับหุ้นส่วนอาเซียนและมิตรประเทศ ความมั่นคงที่ยั่งยืนและการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน​ที่ตนกล่าวมานี้ จำเป็นต้องได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค​ ดังนั้น​ การสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างประชาชน ผ่านการส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาเซียนและสายใยทางวัฒนธรรมระหว่างกัน​ จึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับภาคีภายนอก​ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ตลอดปีที่ผ่านมาด้วยความร่วมมือร่วมใจของประเทศสมาชิกอาเชียนและประชาชนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราบรลุเป้าหมายและร่วมสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลายประการ หนึ่งในนั้นคือศูนย์อาเซียนทั้ง​ 7​ แห่งในประเทศไทย​ ซึ่งในวันนี้ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราจะร่วมเปิดตัว 3 ศูนย์สุดท้าย​ ในบรรดา​ 7​ ศูนย์นี้ให้เป็นมรดกของการลงทุนจากความร่วมมือร่วมใจเพื่อประโยชน์ต่อทุกคนในภูมิภาคนี้เพื่อลูกหลานของพวกเรา และเพื่ออนาคตของภูมิภาค วันนี้ ตนขอเชิญชวนทุกท่านร่วมมือ ร่วมใจกันอีกครั้ง และจับมือกับหุ้นส่วนให้แน่นขึ้น เพื่อร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งอาเซียนที่จะสร้างภูมิภาคที่มีสันติภาพ มีเสถียรภาพ และมีความไพบูลย์เพื่อวางรากฐานประชาคมอาเซียนที่มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนให้แก่คนรุ่นนี้และคนรุ่นหน้า โดยให้ประชาคมอาเซียนของพวกเราที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและมองไปสู่อนาคต สามารถเป็นพลังสำคัญในการบรลุความฝันนี้โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภูมิภาคและประชาคมโลกเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติต่อไป​ ตนขอต้อนรับทุกท่านสู่ประเทศไทยอีกครั้งครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49407</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อาเซียน, เปิดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbe4d573e420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
