<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด‘งบกลาง’ 1.8หมื่นล้านบ. สู้ไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เปิดงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 1.8 หมื่นบาทสู้โควิด-19 &amp;quot;กรณ์&amp;quot; เสนอปรับลดงบประมาณทุกกระทรวง 10% ได้เม็ดเงิน 3.3 แสนล้าน ชดเชยรายได้คนไทย ฟื้นชีวิตธุรกิจขนาดเล็ก ก่อนเผาจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;นโยบายคลัง ต้องกล้ายิงตรงสู่ประชาชน 1.ประชาชนขาดเงินสด รัฐต้องประคองเงินหมุนให้ทัน 2.รัฐเตรียมกระสุนให้พร้อมได้ทันที จากงบไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน 3.ทุกกระทรวงปรับงบคืนมา 10% ได้ 3.3 แสนล้าน และ 4.จัดสรรเร่งด่วน 1.8 แสนล้าน ชดเชยรายได้คนไทย ฟื้นชีวิตธุรกิจขนาดเล็ก ก่อนเผาจริง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เสนอความเห็นไปแล้วว่ารัฐบาลควรมีนโยบายประคองเงินหมุน ด้วยการยิงตรงไปที่ประชาชนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะการดูแลคนไทยที่สูญเสียรายได้ในสภาวะวิกฤติ Covid-19 สิ่งแรกที่ต้องทำคือเตรียมกระสุนให้พอ ด้วยการโอนงบที่ยังไม่จำเป็นมารองรับการช่วยเหลือประชาชน ทุกกระทรวงโอนงบ 10% มาเพื่อใช้ในการนี้ แผนการใช้งานเดิมในสภาวะปกติ วันนี้ต้องปรับ และจะไม่กระทบต่อการคลังของประเทศ เพราะใช้เงินเท่าเดิม ส่วนมาตรการต้องให้ถึงมือผู้เดือดร้อน คือผู้ที่ถูกปลดออกจากงาน หรือผู้ที่รายได้ลดลง เพราะทำมาหากินไม่ได้ และยังต้องช่วยผู้ประกอบการ SME แบกรับภาระเงินเดือนเพื่อเขาจะได้ฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ เพื่อความอยู่รอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่อังกฤษ รัฐมนตรีคลังเพิ่งประกาศมาตรการในแนวเดียวกันกับที่ผมเสนอ คือจ่ายเงินเดือนแทน 80% สูงสุด 2,500 GBP ต่อเดือน (100,000 บาท) เป็นเวลา 3 เดือน ของเราไม่ต้องมากขนาดนั้น ขอให้ไม่มีใครอดตาย รัฐสามารถช่วยเหลือได้ครัวเรือนละ 15,000 บาทต่อเดือน (ประมาณเท่ากับเงินเดือนขั้นต่ำ) 1 ล้านครัวเรือนที่ตกงานคือ 180,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับการรองรับวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังจะมาแบบตั้งตัวไม่ทัน หากรัฐจัดสรรใหม่ด้วยการโอนงบ 10% รัฐจะมีเงิน 330,000 ล้านบาทในมือ รับภาระนี้ได้สามเดือนโดยไม่ต้องขาดดุล หรือกู้เพิ่มเติม แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนรุนแรงขึ้น หรือรุนแรงน้อยลง ก็ต้องพร้อมปรับแผนสอดรับให้ทันท่วงทีด้วยชุดข้อมูลที่แท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้ที่ไม่เป็นลูกจ้าง แต่มีอาชีพอิสระ รัฐน่าจะมีข้อมูลแล้วจากโครงการอื่น เช่น บัตรสวัสดิการ และโครงการประกันรายได้เกษตรกร รัฐต้องช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ด้วย วันนี้คือเวลาที่ต้องกล้าลงมือทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการด้านการงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา โดยใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยเป็นรายการงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กรณีหน่วยงานรับงบประมาณมีภารกิจ จำนวน 15 หน่วยงาน 1 โครงการ ยื่นคำของบประมาณ 46,194.88 ล้านบาท ได้รับอนุมัติในกรอบวงเงิน 15,304.8506 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจ้างงาน 2,700 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข 8 หน่วยงาน ยื่นคำขอ 6,573.6287 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 5,488.5096 ล้านบาท ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยื่นคำขอ 1,700.1440 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 1,551.4 ล้านบาท, &amp;nbsp;กรมการแพทย์ ยื่นคำขอ 84.38 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 84.38 ล้านบาท, กรมควบคุมโรค ยื่นคำขอ 572.3975 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 520.3096 ล้านบาท, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยื่นคำขอ 88.6228 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 65.2950 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมสุขภาพจิต ยื่นคำขอ 80.5460 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 7 ล้านบาท, กรมอนามัย ยื่นคำขอ 15.15 ล้านบาท ไม่ได้รับการจัดสรร, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยื่นคำขอ 3,629 ล้านบาท ได้รับจัดสรรเต็มจำนวน 3,260 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติงบกลางไปแล้วก้อนหนึ่ง จำนวน 1,233 ล้านบาท และสุดท้าย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ขอรับจัดสรร 403.388 ล้านบาท ไม่ได้รับการจัดสรร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม 1 หน่วยงาน กรมท่าอากาศยาน ยื่นคำขอ 500 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 159 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 3 หน่วยงาน ยื่นคำขอ 9,915.3085 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 143.5036 ล้านบาท ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสาตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยื่นคำขอ 9,197.2108 ล้านบาท ไม่ได้รับการจัดสรร, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยื่นคำขอ 35 ล้านบาท ไม่ได้รับการจัดสรร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ยื่นคำขอ 56.7592 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 47.8463 ล้านบาท, มหาวิทยาลัยมหิดล ยื่นคำขอ 626.3385 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 95.6573 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหม 2 หน่วยงาน ยื่นคำขอ 122.3073 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 115.411 ล้านบาท ได้แก่ กองทัพเรือ ยื่นคำขอ 115.411 ล้านบาท ได้รับจัดสรรเต็มจำนวน 115.411 ล้านบาท, กองทัพอากาศ ยื่นคำขอ 6.8963 ล้านบาท ไม่ได้รับการจัดสรร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์ 1 หน่วยงาน กรมการค้าภายใน ยื่นคำขอ 157.9650 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 108 ล้านบาท, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 4 หน่วยงาน ยื่นคำขอ 927.83 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 45.0372 ล้านบาท ได้แก่ กรมส่งเสริมการสหกรณ์ ยื่นคำขอ 414.2 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 45.0372 ล้านบาท ขณะที่กรมวิชาการเกษตร ยื่นคำขอ 42.76 ล้านบาท กรมประมง ยื่นคำขอ 59 ล้านบาท กรมปศุสัตว์ ยื่นคำขอ 411.87 ล้านบาท แต่ทั้ง 3 หน่วยงาน ไม่ได้รับการจัดสรรงบกลาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม 1 หน่วยงาน สำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ยื่นคำขอ 55 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 35 ล้านบาท ยังพบว่า กระทรวงศึกษาธิการ 3 หน่วยงาน ยื่นคำขอ 25,140.6347 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรร ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยื่นคำขอ 2,102.0572 ล้านบาท, &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยื่นคำขอ 15,778.5950 ล้านบาท, สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยื่นคำขอ 7,259.9825 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับจัดสรรงบกลาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ อีก 2 หน่วยงาน ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ยื่นของบกลาง 1,252.1862 ล้านบาท ก็ไม่ได้รับการจัดสรร ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ยื่นคำขอ 1,162.1862 ล้านบาท และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ยื่นคำขอ 90 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ หน่วยงานเช่น &amp;ldquo;กรุงเทพมหานคร&amp;rdquo; ยื่นคำของบกลาง 90.0986 ล้านบาท ได้รับการจัดสรร 50.0656 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน รัฐวิสากิจ 4 หน่วยงาน ยื่นคำขอรวม 1,354.9 ล้านบาท ได้รับการจัดสรรเพียง 53.1 ล้านบาท โดย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพียงหน่วยงานเดียวที่ได้รับการจัด 53.1 ล้านบาท โดยยื่นคำขอ 54.9 ล้านบาท ขณะที่อีก 3 รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ยื่นคำขอ 200 ล้านบาท, การยางแห่งประเทศไทย ยื่นคำขอ 600 ล้านบาท, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยื่นคำขอ 500 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 รัฐวิสาหกิจไม่ได้รับการจัดสรรงบกลาง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ยื่นคำขอ 105.0210 ล้านบาท ได้รับจัดสรร 104.7983 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการอนุมัติงบกลางเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจ้างงาน ระยะเวลาจ้างไม่เกิน 6 เดือน อัตราค่าจ้างเดือนละไม่เกิน 9,000 บาท โดยรับการจัดสรร 2,700 ล้านบาท.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60474</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, งบกลาง, สำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน, สู้โควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดงบกลาง, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200321/image_big_5e762590eba6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
