<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Apple เปิดตัว iPhone 13 ชาวไทยเฮ จองได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา &amp;nbsp; Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ &amp;nbsp;iPhone 13 ซึ่งดีไซน์หลักยังคงเดิม แต่ปรับรูปแบบการเรียงกล้องใหม่ มาในแนวทะแยงมุม มาพร้อม 5 สีสันใหม่ คือ ชมพู น้ำเงิน มิดไนท์ สตาร์ไลท์และแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ iPhone 13 และ iPhone 13 Pro มีการเพิ่มฟีเจอร์หลากหลายเข้ามา ทั้งชิป A15 bionic ใหม่, กล้องใหม่พร้อมโหมด Cinematic และโหมดถ่ายรูประยะใกล้(มาโคร) &amp;nbsp; แต่ที่น่าสนใจคือ iPhone 13 Pro Max มีการเพิ่มความจุเข้าไปมากถึง 1TB ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขณะที่จอภาพ Super Retina XDR เพิ่มความสว่างถึง 28% ประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้น ใช้ชิป A15 Bionic&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ Apple ประกาศวันเปิดขายในไทยที่เร็วกว่าเดิม คือขายวันที่ 8 ตุลาคมนี้เลย ใครสนใจรอสั่ง Pre-Order ได้วันที่ 1 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยราคาวางจำหน่ายสำหรับราคาแต่ละรุ่นที่ประกาศใน Apple Store Thailand ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;iPhone13 mini หน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว
128 GB เริ่มที่ 25,900 บาท
256 GB เริ่มที่ 29,900 บาท
512 GB เริ่มที่ 37,900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;iPhone13 หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว
128 GB เริ่มที่ 29,900 บาท
256 GB เริ่มที่ 33,900 บาท
512 GB เริ่มที่ 41,900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;iPhone13 Pro หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว
128 GB เริ่มที่ 38,900 บาท
256 GB เริ่มที่ 42,900 บาท
512 GB เริ่มที่ 50,900 บาท
1 TB เริ่มต้นที่ 58,900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;iPhone13 Pro Max หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว
128 GB เริ่มที่ 42,900 บาท
256 GB เริ่มที่ 46,900 บาท
512 GB เริ่มที่ 54,900 บาท
1 TB เริ่มต้นที่ 62,900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสามารถผ่อน 0% ได้ยาว 10 เดือน เมื่อซื้อผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เช่น SCB, KTC , กรุงเทพ กสิกรไทย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนใจกด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116747</URL_LINK>
                <HASHTAG>Apple, iPhone 13, เปิดจอง, แอปเปิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_614153f163df6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดจอง&#039;ซิโนฟาร์ม&#039;ระยะ3 รอบ&#039;องค์กร-นิติบุคคล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดลงทะเบียนยื่นขอรับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือก &amp;ldquo;ซิโนฟาร์ม&amp;rdquo; ระยะที่ 3 สำหรับองค์กร/นิติบุคคล เริ่ม 23 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. &amp;ndash; 27 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 น. ผ่านระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ https://vaccine.cra.ac.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือก &amp;ldquo;คลิกเมนู&amp;rdquo; ตามประเภทองค์กร/หน่วยงานของท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.องค์กรขนาด 50 &amp;ndash; 999 คน เลือกเมนูสีส้ม &amp;ldquo;ยื่นความประสงค์ขอจัดสรร สำหรับองค์กร 50 &amp;ndash; 999 คน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.องค์กรขนาด 1,000 คนขึ้นไป เลือกเมนูสีส้ม &amp;ldquo;ยื่นความประสงค์ขอจัดสรร สำหรับองค์กร 1,000 คนขึ้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เลือกเมนูสีส้ม &amp;ldquo;ยื่นความประสงค์ขอจัดสรรสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.โรงพยาบาล เลือกเมนูสีฟ้า &amp;quot;โรงพยาบาลยื่นความประสงค์ขอจัดสรรให้ผู้ป่วยและผู้ใช้บริการในโรงพยาบาล&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : กรุณาตรวจสอบจำนวนคนที่ขอรับจัดสรร ข้อมูลและเอกสารของท่านให้ถูกต้อง ก่อนกด &amp;ldquo;ยืนยัน&amp;rdquo; การลงทะเบียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนฟาร์ม, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีน, องค์กร, เปิดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_6123180636552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เมดพาร์ค เผยทั่วโลกกำลังวิจัยเพื่อใช้วัคซีน MODERNA ทั้งเป็นเข็มที่ 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลเมดพาร์ค เปิดจองวัคซีนทางเลือก MODERNA (mRNA Technology) 3,300 บาท (2 เข็ม) สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถอ่านเงื่อนไข จองและชำระเงินผ่าน: https://medpark.hospital/Moderna&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าโรงพยาบาลจะเริ่มได้รับวัคซีนปลายเดือนตุลาคม 2564 - 31 มีนาคม 2565 ตามงวดการส่งมอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้กำลังมีการศึกษาวิจัยเพื่อใช้วัคซีน MODERNA ทั้งเป็นเข็มที่ 3 และเข็มที่ 2 ใน ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ ทั้งแบบสลับยี่ห้อ (Heterologous) และยี่ห้อเดียวกัน (Homologous) ใช้เวลาศึกษา 1 ปี (เริ่ม มิถุนายน 2564) คาดว่าจะมีผลการศึกษาออกมาเป็นระยะๆ ปัจจุบันยังไม่ถือเป็นคำแนะนำมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางโรงพยาบาลจึงเปิดให้จองวัคซีนเป็น primary series แบบ 2 เข็มยี่ห้อเดียว (Homologous Prime/Boost) ตามมาตรฐานของโรงงานผู้ผลิตเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108442</URL_LINK>
                <HASHTAG>mRNA Technology, วัคซีนทางเลือก MODERNA, เปิดจอง, โรงพยาบาลเมดพาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df16e65fea5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;ลุยคอนโดข้าราชการเฟส2 ชี้ปี64เตรียมแผนสร้างไม่ต่ำกว่า 2พันยูนิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค. 2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงานและศูนย์บริการของข้าราชการพลเรือนสามัญเป็นจำนวนมาก กรมจึงเตรียมเดินหน้าโครงการสวัสดิการที่พักอาศัยของข้าราชการในที่ราชพัสดุ เพิ่มอีกใน 9 พื้นที่ ได้แก่ 1. กรุงเทพมหานคร 2. นครนายก 3. สงขลา 4. สุราษฎร์ธานี 5. ประจวบคีรีขันธ์ 6. เชียงราย 7. อุบลราชธานี 8. อุดรธานี และ 9. มหาสารคาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ ยังเตรียมเปิดให้ข้าราชการที่สนใจจองสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว ในพื้นที่แปลง กท. 0475 (บางส่วน) แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เพิ่มเติมอีก 700-800 ยูนิต หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดให้ข้าราชการที่สนใจจองสิทธิ์ที่พักอาศัยเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการพลเรือนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ในลักษณะอาคารพักอาศัยรวม (คอนโด) 7 ชั้น ซึ่งพบว่ามีผู้สนใจจองกวา 300 ราย ซึ่งเกินกว่าจำนวนห้องพักที่มีรองรับเพียง 76 ห้อง ทำให้ต้องมีการขยายโครงการเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังสามารถรองรับโครงการในเฟส 2 ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การเปิดให้จองสิทธิ์ในโครงการดังกล่าวในพื้นที่แปลง กท.1060 ถนนเพชรบุรี เขตบางกะปิ กรุงเทพ มียอดจองสิทธิ์ 270 ราย จากจำนวนห้อง 76 ห้อง, พื้นที่แปลง กท.2918 (บางส่วน) ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพ มีผู้ของสิทธิ์กว่า 300 ราย จากจำนวนห้อง 76 ห้อง และพื้นที่แปลง นบ. 380 (บางส่วน) ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี มีผู้จองสิทธิ์ 200 กว่าราย จากจำนวนห้องเพียง 76 ห้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีแปลงที่ยังมีผู้จองไม่เต็มจำนวน กรมธนารักษ์ได้มีการปรับเพิ่มคุณสาบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ จากข้าราชการพลเรือนสามัญ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญหรือข้าราชการประเภทอื่น และขยายระยะเวลาการรับจองจนถึงวันที่ 22 ต.ค. 2563 โดยโครงการทั้งหมดจะเริ่มก่อสร้างภายในเดือน พ.ย. นี้ และคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 12 เดือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปีงบประมาณ 2564 กรมธนารักษ์มีแผนดำเนินโครงการพัฒนาที่พักอาศัยเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญ ในพื้นที่ราชพัสดุต่าง ๆ ทั่วประเทศอีกประมาณ 2 พันห้อง ทั้งในพื้นที่ใหม่ ๆ และพื้นที่ที่ได้เคยดำเนินการไปแล้ว แต่ยังสามารถรองรับการดำเนินการในระยะที่ 2 ได้&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและข้าราชการประเภทอื่น โดยไม่ต้องมีสถานทีทำงานหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ของโครงการ แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการมีสถานที่ทำงานหรือมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่โครงการ จะได้รับการพิจารณาก่อนเป็นลำดับแรกและจะได้รับสิทธิ์การเข้า 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างกระบวนการสำรวจข้อมูลบ้านทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในพื้นที่ส่วนราชการ โดยหากไม่มีการใช้ประโยชน์ จะมีการขอคืน เพื่อนำมาพัฒนาโดยการเปิดให้เอกชนพัฒนาเชิงอนุรักษ์ เช่น กรณีบ้านเขียว หรือบ้านเขียวขุนพิทักษ์ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก็จะเปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนาในเชิงอนุรักษ่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คอนโดข้าราชการ, ยุทธนา หยิมการุณ, เปิดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f55ab98b7025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;เตรียมเปิดจองเหรียญพระคลังรุ่น3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ก.ย.2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์กำลังผลิตเหรียญพระคลังมหาสมบัติ รุ่นที่ 3 เนื่องในโอกาสกรมธนารักษ์ครบรอบ 88 ปี เพื่อจำหน่ายแก่ประชาชน ทั่วประเทศ โดยจะเปิดให้จองผ่านกรมธนารักษ์พื้นที่ทั่วประเทศ 76 จังหวัด ในวันที่ 1 พ.ย. 2563 ก่อนแจกจ่ายประชาชนที่จองซื้อได้ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหรียญพระคลังมหาสมบัติ รุ่นที่ 3 มี 4 แบบ ประกอบด้วย ทองคำ จำนวน 888 เหรียญ ราคาเหรียญละ 55,000 บาท เหรียญเงินจำนวน 8,888 เหรียญ ราคาเหรียญละ 3,000 บาท เหรียญทองแดงจำนวน 888,888 เหรียญ ราคาเหรียญละ 100 บาท และเหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายขนาด จำนวน 38,888 เหรียญ ราคาเหรียญละ 3,000 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา กล่าวว่า เหรียญพระคลังมหาสมบัติ รุ่นที่ 3 ผลิตจำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลยไม่มีการผลิตเพิ่ม โดยทุกเหรียญจะมีการพิมพ์หมายเลขของเหรียญไว้ทุกเหรียญ เพื่อป้องกันการปลอมแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหรียญพระคลังมหาสมบัติ รุ่นที่ 3 จะปลุกเสกที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ 12 ธ.ค. 2563 เพื่อเป็นศิริมงคลให้กับผู้ที่ซื้อ และจะเริ่มได้รับเหรียญที่จองไว้ในวันที่ 16 ธ.ค. 2563&amp;quot; นายยุทธนา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธนา กล่าวอีกว่า การจำหน่ายเหรียญพระคลังมหาสมบัติ รุ่นที่ 3 นี้ จะมีกำไร จำนวน 150 ล้านบาท ก็จะนำไปดูแลแลสังคมและชนบท ที่กรมธนารักษ์ได้เข้าไปพัฒนาที่ราชพัสดุให้เป็นห้องประชุม ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังเชิญชวนประชาชน ร่วมงานกรมธนารักษ์ จัดงาน 160 ปี โรงกระสาปน์สิทธิการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 ก.ย.2563 ณ โรงกษาปณ์ รังสิต จ.ปทุมธานี โดยผู้ร่วมงาน จะได้รับเหรียญที่ระลึก 160 ปี โรงกษาปณ์ไทย ไม่มีการผลิตเพื่อจำหน่าย คาดว่า ตลอดระยะเวลาจัดงาน จะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 10,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธนา หยิมการุณ, อธิบดีกรมธนารักษ์, เปิดจอง, เหรียญพระคลังมหาสมบัติ รุ่นที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f630909bff34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;เปิดจองคอนโดข้าราชการกดปุ่มขายราคาห้องละ999,999บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย. 2563 รายงานข่าวจากกรมธนารักษ์ ระบุว่า ตามที่กรมธนารักษ์มีนโยบายนำที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของส่วนราชการมาดำเนินการจัดสวัสดิการ เพื่อเป็นที่พักอาศัยให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ตามโครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงาน และศูนย์บริการของข้าราชการพลเรือนสามัญ จำนวน 9 แปลง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจของข้าราชการ และลูกจ้างตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานนั้น ขณะนี้กรมฯ เตรียมเปิดให้ข้าราชการพลเรือนสามัญจองสิทธิ์ในโครงการดังกล่าว ในวันที่ 9-13 ก.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการบูรณาการสวัสดิการที่พักอาศัยกับสถานที่ทำงาน และศูนย์บริการของข้าราชการพลเรือนสามัญดังกล่าวจะดำเนินการบนพื้นที่ราชพัสดุ 9 แปลง ได้แก่ 1. ที่ราชพัสดุ เลขที่ กท.2918 ถ.พระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. 2. ที่ราชพัสดุ เลขที่ กท.0475 ถ.สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนก กทม. 3. ที่ราชพัสดุ เลขที่ กท.1060 ถ.เพชรบุรี แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 4. ที่ราชพัสดุ เลขที่ นบ.993 ซ.วัดกู้ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
5. ที่ราชพัสดุ เลขที่ นบ. 973 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ. นนทบุรี 6. ที่ราชพัสดุ เลขที่ นบ. 380 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 7. ที่ราชพัสดุ เลขที่ อ.ขก.1 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ. ขอนแก่น 8. ที่ราชพัสดุ เลขที่ นม.58 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ 9. ที่ราชพัสดุ เลขที่ สฎ.736 ต.บางใบไม้ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยหน่วยงานต้นสังกัดต้องมีหนังสือให้ความเห็นชอบและยินยอมให้หักเงินเดือนเป็นค่าผ่อนชำระค่าก่อสร้าง และสามารถรับเงื่อนไขการกู้จากสถาบันการเงินและต้องดำเนินการจัดเตรียม รวมถึงส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องตามที่สถาบันการเงินกำหนดได้ ทั้งนี้คณะกรรมการโครงการฯ สามารถพิจารณาออกประกาศคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ข้าราชการพลเรือนที่สนใจจะต้องจองสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านระบบรับจองพร้อมแนบไฟล์หลักฐานประกอบการจองสิทธิ และผู้จองจะต้องมีสถานที่ทำงาน หรือมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ของโครงการนั้น ๆ โดยให้เลือกจองได้ 1 โครงการเท่านั้น โดยผู้ได้รับสิทธิต้องเข้าร่วมโครงการกู้เงินกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อชำระค่าก่อสร้าง ซึ่งมีระยะเวลาในการผ่อนชำระ ไม่น้อยกว่า 3 ปี ตามเงื่อนไขที่ ธอส. กำหนด และสามารถโอนสิทธิให้ทายาทหรือคู่สมรสได้ เมื่อผ่อนชำระไม่น้อยกว่า 3 ปี และสามารถโอนสิทธิให้บุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดได้ เมื่อครบกำหนด 5 ปี&amp;ldquo;ข้าราชการพลเรือนที่สนใจจองสิทธิในโครงการ จะต้องเตรียมสำเนาบัตรข้าราชการพลเรือน สำเนาทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้จากหน่วยงาน รวมถึงเอกสารที่ส่วนราชการต้นสังกัดของผู้จองสิทธิ หรือเอกสารรับรองระบุสถานที่ปฏิบัติงานของผู้จองสิทธิ&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมธนารักษ์, สำนักงาน ก.พ.,ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ในการพัฒนาที่พักอาศัยเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในลักษณะอาคารพักอาศัยรวม (คอนโด) 7 ชั้น โดยแต่ละโครงการมี 76 ห้อง พื้นที่ใช้สอย ห้องละประมาณ 40 ตารางเมตร ราคาห้องละ 999,999 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76716</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, คอนโดข้าราชการ, เปิดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f55ab98b7025.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนารักษ์&#039;เตรียมเปิดจองซีเนียร์คอมเพล็กซ์ให้อยู่หลังเกษียณ-ใกล้มือหมอเคาะยูนิตละ 1.9 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.2563 นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เตรียมนำพื้นที่ราชพัสดุแปลงสุขุมวิทสายเก่า ที่ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จำนวน 20 ไร่ ที่อยู่ติดกับสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาจัดสร้างคอนโดมีเนียมสำหรับผู้สูงอายุ หรือ ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อให้ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ได้สิทธิ์เช่าระยะยาว 30 ปีขึ้นไป ซึ่งคาดว่าจะเปิดจองได้ภายในปลายปี 2563 และใช้เวลาการก่อสร้างประมาณ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการออกแบบอาคารไว้ว่ามีจำนวนทั้งหมด 900 ยูนิต ขนาดต่อยูนิตไม่ต่ำกว่า 35 ตารางเมตร โดยจะขายสิทธิ์เช่าในราคายูนิตละ 1.8-1.9 ล้านบาท แต่กรมฯ จะร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อจูงใจให้ผู้สูงอายุ หรือบุตรหลานเช่าซื้อคอนโดมิเนียมได้มากขึ้น เมื่อได้จำนวนผู้จองสิทธิ์เช่าแล้ว ก็จะเปิดให้เอกชนประมูลลงทุน โดยคาดว่ามูลค่าลงทุนทั้งโครงการรวมมูลค่าที่ดินประมาณ 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงื่อนไขการจองผู้จองต้องมีอายุ 58 ปีขึ้นไป เพื่อให้สามารถเข้าอยู่ได้เมื่ออายุ 60 ปี หรือบุตรหลานสามารถจองซื้อเพื่อให้สิทธิ์บุพการีเป็นผู้พักอาศัยได้ แต่เบื้องต้นอยากให้ผู้สูงอายุอยู่ 1 คนต่อ 1 ยูนิต โดยไม่ควรมีลูกหลานด้วย จึงต้องรับผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลัก คือผู้ที่ต้องการรักษาตัวในโรงพยาบาลรามาฯ อยู่แล้ว โดยตอนนี้รามามีรองรับผู้ป่วยได้ 400 เตียง แล้วก็มีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกำลังก่อสร้างอยู่ เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุแน่นอน&amp;rdquo; นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่นั้น จะแบ่งพื้นที่ 30% เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ทั้งสวนสาธารณะ มีสภาการแพทย์มาออกตรวจประจำ และมีพื้นที่สันทนาการเพื่อให้ผู้สูงอายุได้พบปะสังสรรค์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากซีเนียร์ คอมเพล็กซ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จ กรมจะพิจารณาเปิดเฟส 2 และ 3 ในเนื้อที่ 40 ไร่ ที่อยู่พื้นที่เดียวกัน เพื่อขยายให้ผู้สูงอายุที่ต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมดูแลสุขภาพไปด้วย ได้อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยในเฟส 2 และ 3 นี้ จะเปิดให้ต่างชาติได้สิทธิ์เช่าดังกล่าวด้วย ซึ่งสามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นการเช่าระยะยาว ไม่ได้ขายสิทธิ์ขาดให้กับต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้สามารถใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังเป็นการทำเพื่อสังคมมากขึ้นไปในตัวด้วย โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุ กรมยังมองว่าการทำโครงการขนาดใหญ่ขณะนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ ให้ภาคเอกชนรับเหมาโครงการขนาดใหญ่ จะสามารถลดปัญหาการเลิกจ้างงานในช่วงโควิดได้ระดับหนึ่ง เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&amp;rdquo;นายยุทธนา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69202</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, จ.สมุทรปราการ, ซีเนียร์ คอมเพล็กซ์, บางพลี, ยุทธนา หยิมการุณ, เปิดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d9406312d9cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
