<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดชุดความรู้&quot;ไขมันทรานส์&quot;อย.จับตาฉลากฉวยโอกาสอ้างปลอดไขมันทรานส์ 0%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดชุดความรู้ &amp;ldquo;ความจริงไขมันทรานส์&amp;rdquo; อย. ข้อความติดฉลากแสดงไขมันทรานส์ให้ชัด อย่าฉวยโอกาสโฆษณาปลอดไขมันทราน์ 0% นักวิชาการเผย แม้ไขมันทรานส์จะอันตรายกว่าไขมันอิ่มตัว แต่ปริมาณการได้รับของคนไทยยังน้อยกว่าไขมันอิ่มตัว ชี้การทอดซ้ำเกิดไขมันทราน์น้อย ให้ไปกังวลในเรื่องไฮโดรคาร์บอนที่ทำให้เกิดมะเร็งดีกว่า &amp;nbsp;แนะกินอาหารให้หลากหลายเพื่อสุขภาพ อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61- &amp;nbsp;ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดแถลงข่าว &amp;ldquo;ความจริงไขมันทรานส์&amp;rdquo; โดยมี น.ส.สุภัทรา บุญเสริม ผู้อำนวยการสำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ และ นพ.ฆนัท ครุฑกุล เครือข่ายคนไทยไร้พุง แพทย์ผู้เชียวชาญด้านหัวใจและโภชนาการวิทยาคลินิก โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกันแถลงข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภัทรา กล่าวว่า จากการที่อย.ในฐานะหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลสำรวจสถานการณ์การใช้น้ำมันที่ผ่านไฮโดรเจนบางส่วนก่อให้เกิดไขมันทรานส์ที่เป็นอันตราต่อสุขภาพ และร่วมหารือกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เห็นพ้องกันว่ามีการใช้และมีอันตรายจริง จึงร่วมกันว่าจะไม่มีการใช้น้ำมันดังกล่าว กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันก็จะไม่ผลิต กลุ่มผู้ผลิตสินค้าก็จะมีการปรับสูตรต่างๆ จนได้มีการประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ.2561 ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนเป็นส่วนประกอบ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ม.ค.2562 เป็นต้นไป หรือหลังจาก 6 เดือนที่มีการประกาศ ทั้งนี้ก็ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะน้ำมันที่ใช้ตามบ้าน ทั้งน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.สำนักอาหาร กล่าวว่า สิ่งที่อย.ต้องติดตามเฝ้าระวัง หลังจากประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คือ การเฝ้าระวังสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่จำหน่ายอย่างเข้มงวด โดยอาจมีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์กลุ่มเสี่ยง โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการบางรายใช้โอกาสนี้ในการโฆษณาในการกล่าวอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ปลอดไขมันทรานส์ หรือเป็น 0 % บนผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน จึงให้ใช้ข้อความ &amp;ldquo;ปราศจาก/ไม่ใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ซึ่งเป็นแหล่งหลักของไขมันทรานส์&amp;rdquo; และแสดงปริมาณไขมันทรานส์ได้เฉพาะในกรอบโภชนาการแบบเต็มร่วมกับการแสดงส่วนประกอบอื่นๆเท่านั้น โดยให้แสดงไว้ที่ตำแหน่งใต้ไขมันอิ่มตัว และใช้หลักเกณฑ์เดียวกับไขมันอิ่มตัว ในกรณีฝาฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6เดือน ถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันบาท ถึง 2 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีการระบุว่า ปลอดไขมันทรานส์ 0% จะต้องมีการกำเนินการตรวจสอบอย่างไร น.ส.สุภัทรา กล่าวว่า &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นธรรม อย.จะมีการตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเป็นจริง โดยการส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ซึ่ง ต้องไม่เจอจริงๆถึงจะไม่เป็นการโอ้อวด และข้อความดังกล่าวก็จะต้องแสดงในกรอบโภชนาการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.วันทนีย์ กล่าวว่า ไขมันทรานส์พบได้ในอาหารตามธรรมชาติ แต่พบเป็นจำนวนที่น้อย โดยปริมาณไขมันทรานส์ที่องค์การอนามัยโลก หรือ Whoแนะนำคือจะต้องไม่เกิน 1% ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด ซึ่งวันหนึ่งควรได้รับพลังงาน 2,000 แคลลอรี่ ดังนั้นใน 1 วัน ต้องได้รับเพียง 2 กรัม หรือ 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค โดยจากการที่สถาบันสุ่มสำรวจการปนเปื้อนไขมันทรานส์ในผลิตอาหารจำนวน 162 ตัวอย่าง โดยพิจารณาจากปริมาณไขมันทรานส์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ พบว่า &amp;nbsp;53% พบไขมันอิ่มตัวสูงกว่าเกณฑ์ ประมาณ 13% พบไขมันทรานส์สูงกว่าเกณฑ์ และประมาณ 34 % พบว่ามีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าเกณฑ์ &amp;nbsp;สรุปว่าพบการปนเปื้อนไขมันทรานส์น้อยกว่าเมื่อเทียบกับไขมันอิ่มตัว สะท้อนว่าแม้ว่าไขมันทรานส์จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าไขมันอิ่มตัว แต่การได้รับไขมันทรานส์ในวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยน้อยกว่าความเสี่ยงในการได้รับไขมันอิ่มตัว ซึ่งการแก้ปัญหาของแต่ละประเทศที่มีบริบทการกินอาหารที่แตกต่างกัน บริบทการแก้ปัญหาก็แตกต่างกัน ซึ่งหลายประเทศก็แก้ปัญหาด้วยการแบนไขมันทรานส์ แต่ประเทศไทยก็ไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับความเสี่ยง จึงต้องมีการออกเป็นกฎหมายควบคุมออกมา ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนตระหนักในเรื่องของการรับประทานอาหารโดยการปรับเปลี่ยนรับประทานอาหารที่หลากหลาย และอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไขมันทรานส์ และเกิดความตื่นตระหนกในการบริโภค สสส.จึงร่วมกับ อย. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดทำสื่อความรู้ที่เข้าใจง่ายและถูกต้องทางวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;ความจริงไขมันทรานส์&amp;rdquo; เพื่อสื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภค อาทิ อาหารที่มีส่วนผสมของเนยขาว เนยเทียม เป็นส่วนประกอบผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ตามปกติในปริมาณที่เหมาะสม เพราะผู้ประกอบการได้ปรับสูตรและกระบวนการผลิตของเนยขาวและเนยเทียมที่ไม่ทำให้เกิดไขมันทรานส์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ฆนัท กล่าวว่า กล่าวว่า ไขมันทรานส์จะไปเพิ่มไขมันตัวร้าย และลดไขมันดี มีผลต่อสุขภาพในเรื่องหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องความจำเสื่อม เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด และภาวะโรคอ้วนได้มากขึ้น แต่ในการได้รับไขมันทรานส์จากอาหารตามธรรมชาติไม่ต้องกังวล เพราะไขมันทรานส์จำนวนมากๆนั้นเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม โดยขณะนี้ที่ประชาชนเกิดความกังวลว่าการทอดซ้ำจะเกิดไขมันทรานส์หรือไม่นั้น การทอดซ้ำนั้นไม่ได้มีการเติมไฮโดรเจนบางส่วน แต่กระบวนการสามารถทำให้เกิดได้แต่ไม่มาก ซึ่งควรจะไปกังวลในเรื่องไฮโดรคาร์บอนที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งมากกว่า ทั้งนี้ไขมันทรานส์เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือของหลายภาคส่วนเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แต่ประชาชนก็ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะการที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้นต้องมาจากการปรับชีวิต การกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ การลดอาหารทอด อาหารมัน กินเค๊ก กินขนมได้ แต่ในปริมาณที่น้อยลง อย่าวิตกกังวลมากเกินไป ก็ จะทำให้สุขภาพดีขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, นพ.ฆนัท ครุฑกุล, รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ, เครือข่ายคนไทยไร้พุง, เปิดชุดความรู้ไขมันทรานส์, “ปราศจาก/ไม่ใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ซึ่งเป็นแหล่งหลักของไขมันทรานส์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56f347c9965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
