<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตลาดแข่งขัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อพูดถึงพลังงานที่เราใช้กันอยู่ที่วันนี้บนโลกก็มีไม่กี่ชนิด และยิ่งในประเทศไทยเองเชื้อเพลิงแรกที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงคงหนีไม่พ้นก๊าซธรรมชาติ เพราะว่าสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศเพื่อไปแปรรูปเป็นพลังงานต่างๆ โดยเฉพาะไฟฟ้านั้นมีปริมาณเกิน 50% ไปแล้ว จะบอกว่าเพราะความมีเสถียรภาพของเชื้อเพลิงดังกล่าวจึงได้รับความนิยมสูงก็ไม่ใช่ซะทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากประเทศไทยนั้นเคยกำหนดการใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ&amp;nbsp; ให้มากขึ้นแล้ว แต่ก็ด้วยความที่เสียงแตก สรุปไม่ได้ในหลายๆ&amp;nbsp; ฝ่าย ทำให้เชื้อเพลิงบางตัวต้องถูกลดบทบาทลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถ่านหิน ที่ตอนนี้พับแผนสร้างโรงไฟฟ้าในภาคใต้ไปแล้วเป็นปีๆ และยังไม่เห็นทีท่าว่าจะมีการสรุปได้ ถึงแม้จะใช้เงินประเมินผลกระทบในด้านต่างๆ ไปแล้วหลากหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยความที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นถึงข้อเสียของการใช้ก๊าซธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ จึงทำให้ความต้องการใช้นั้นมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าในอนาคตจะเบนเข็มไปส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ครึ่งของก๊าซธรรมชาติ และความต้องการดังกล่าวก็ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศเช่นกัน ถึงในประเทศไทยจะมีแหล่งขุดเจาะปิโตรเลียมหลายแท่น แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าก๊าซธรรมชาติไม่ได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี ที่เป็นวัตถุดิบนำมาผลิตไฟฟ้าแจกจ่ายใช้สอยในทุกภาคส่วนของประเทศนั้น ก็จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าที่สูงเป็นธรรมดา และในอดีตเองผู้ดำเนินการที่ได้รับสิทธิ์ในการนำเข้าแอลเอ็นจีมาขายในประเทศนั้น ก็ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เนื่องจากเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจแนวนี้อยู่แล้ว และยังเป็นรัฐวิสาหกิจที่จะต้องปันผลประโยชน์ให้รัฐบาลด้วย แถมความพร้อมของคลังกักเก็บก๊าซของ ปตท.ก็พร้อมที่สุด จึงได้สิทธิ์นั้นไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หลังจากที่มองแล้วว่าเมื่อความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; การจะให้ ปตท.นำเข้าแต่เพียงผู้เดียวนั้นอาจจะไม่เพียงพอซักเท่าไหร่ จึงปิ๊งไอเดียที่จะเปิดให้สิทธิ์การนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีนั้นกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ด้วย และหลังจากกำหนดนโยบายอยู่นานแสนนาน ตั้งแต่รัฐมนตรีคนก่อนจนถึงคนปัจจุบัน ล่าสุดแผนดังกล่าวก็สำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว โดยสิทธิ์ที่สองที่ได้นำเข้าก๊าซ ก็ตามที่เห็นในข่าวกันคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็ด้วยเหตุผลหลายอย่าง กฟผ.จึงได้สิทธิ์ในการ &amp;quot;นำร่อง&amp;quot; ทดลองนำเข้าแอลเอ็นจีเป็นอีกรายหนึ่งนอกเหนือจาก ปตท. โดยก๊าซที่นำเข้ามาไม่ใช่เพื่อขาย เพราะกฎหมายที่คุม&amp;nbsp; กฟผ.อยู่นั้นกำหนดว่าไม่สามารถขายก๊าซได้ จึงต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าอย่างเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และดีเดย์วันที่ 28 ธ.ค.2562 ก่อนจะฉลองปีใหม่ กฟผ. ร่วมกับบริษัท ปิโตรนาส แอลเอ็นจี จำกัด จัดพิธีฉลองรับเรือ Seri Angkasa ที่บรรทุกก๊าซแอลเอ็นจีลำแรก ปริมาณ 65,000 ตัน เข้ามาส่ง ณ ท่าเทียบเรือ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) อ.มาบตาพุด จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินการตามนโยบายการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีแอลเอ็นจีแก่บุคคลที่สามของรัฐบาลที่มอบหมายให้ กฟผ.เป็นผู้นำเข้า (ชิปปิ้ง) รายใหม่ ในการดำเนินการจัดหาแอลเอ็นจีในปริมาณ 65,000 ตัน จำนวน 2 ลำเรือ รวม 130,000 ตัน ซึ่งการนำเข้าแอลเอ็นจีล็อตแรกในวันนั้นนับเป็นนิมิตหมายอันดีของการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน บริษัท ปิโตรนาส แอลเอ็นจี จำกัด เองก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้จัดหาแอลเอ็นจีให้กับ กฟผ.&amp;nbsp; ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ และความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศไทย แถมบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการนำเข้าครั้งนี้จะมีความราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่รัฐบาลตั้งเป้าประสงค์ไว้ และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับ กฟผ. และหน่วยงานด้านพลังงานของประเทศอีกในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแอลเอ็นจีดังกล่าวจะส่งไปใช้เป็นเชื้อเพลิงที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 5 และโรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 ซึ่งจากการคำนวณจะช่วยให้ค่าไฟฟ้ามีราคาถูกลงประมาณ 0.01 สตางค์ต่อหน่วย และเรือลำที่ 2 เดือน เม.ย.2563 จะนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ชุดที่ 5 โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 4 และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ทดแทน ชุดที่ 1 จะช่วยทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลงประมาณ 0.42 สตางค์ต่อหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถือว่านโยบายดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ เพื่อทดสอบระบบการแข่งขันการจัดหาแอลเอ็นจี และเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้ถูกจุด เหมาะสมกับคำที่ประกาศไปว่าประเทศไทยจะเป็นฮับแอลเอ็นจีของอาเซียน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, เปิดตลาดแข่งขัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
