<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยนครเพนท์ ทุ่มงบกว่า 400 ลบ. เปิดตัวโรงงานใหม่ เสริมแกร่ง ขยายฐานตลาด CLMV</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ไทยนครเพนท์แอนด์เคมีคอล ทุ่มงบกว่า 400 ลบ. เปิดตัวโรงงานใหม่บนพื้นที่กว่า 27 ไร่&amp;nbsp;ที่อำเภอแปลงยาว เสริมศักยภาพความแข็งแกร่งธุรกิจ รองรับการเจริญเติบโตในประเทศ CLMV และการแข่งขันที่เกิดขึ้นในตลาดต่างประเทศ พร้อมเป็นฐานการผลิตสินค้า OEM ให้กับแบรนด์อื่นๆ ที่มีแนวโน้มจะว่าจ้างผลิตจากผู้ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น พร้อมเปิดใจผู้บริหารรุ่นใหม่ ชูวิสัยทัศน์ Customer Centric Mindset ในการขับเคลื่อน ตั้งเป้าขยายตลาดในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 30% ภายใน 2 ปี และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ LEZZON และ PETER ติดอันดับ 1-3 ของตลาดประเทศ CLMV และประเทศในภูมิภาค SEA&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายภูมิภัทร์ ตรรกสกุลวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยนครเพนท์แอนด์เคมีคอล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทไทยนครเพนท์แอนด์เคมิคอล จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทผลิตสีชั้นนำของประเทศ มีชื่อเสียงและ ได้รับการยอมรับจากลูกค้ามายาวนาน กว่าทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เติบโต ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกขอบเขต ของผลิตภัณฑ์สีพ่นรถยนต์ จึงทำให้บริษัทฯ เพิ่มขีดความสามารถในตลาดโลกได้ โดยปัจจุบันนี้ได้ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณภาพสูงและได้รับความไว้วางใจ ภายใต้แบรนด์ LEZZON และ PETER ออกจำหน่ายแก่ลูกค้าผ่านทางตัวแทนจำหน่ายทั้งในระดับท้องถิ่นและ ระดับภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สำหรับงานเปิดตัวโรงงานแห่งใหม่ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท เพื่อย้ายฐานการผลิตจากมีนบุรี มาที่อำเภอแปลงยาว บนพื้นที่กว่า 27 ไร่ เนื่องจากเล็งเห็นถึงการเจริญเติบโตในประเทศ CLMV พร้อมกับการแข่งขันที่เกิดขึ้นในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้แข่งขันจากประเทศจีนทำให้ต้องเพิ่มกำลังผลิต และดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฏหมายเรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อลดการกีดกันทางการค้าที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้บริษัทฯ ยังตั้งเป้าเป็นฐานการผลิตสินค้า OEM ให้กับแบรนด์อื่นๆ ที่มีแนวโน้มจะว่าจ้างผลิตจากผู้ผลิตในประเทศไทยมากขึ้นอีกด้วย โดยในปัจจุบันโรงงานงานแห่งใหม่ มีความสามารถในการผลิตสินค้าดังนี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่มทินเนอร์ 4,920 ตัน/เดือน ผลิตภัณฑ์ประเภทสีโป๊ 750 ตัน/เดือน ผลิตภัณฑ์ สี/แลคเกอร์ 300 ตัน/เดือน และผลิตภัณฑ์ เรซิ่น 300 ตัน/เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;quot;กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ปัจจุบันแบ่งสินค้าของเราออกเป็น 2 กลุ่มหลัก 4 กลุ่มย่อย โดยในส่วนของ 2 กลุ่มหลักแบ่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ ประเภท สี กับ เคมีภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสี (สัดส่วน 50:50) ในส่วนของ 4 กลุ่มย่อยแบ่งออกเป้น สีพ่นรถยนต์และเคมีภัณฑ์เกี่ยวกับสีพ่นรถยนต์ (30%) สีพ่นทั่วไป (30%)&amp;nbsp; ทินเนอร์ทั่วไป (30%) และทินเนอร์เกรดพรีเมี่ยม (10%) ที่ส่วนมาจะใช้เพื่อวัตถุประสงศ์ในการผลิตเฉพาะทาง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในขณะเดียวกันการผลิตทินเนอร์ในโรงงานแห่งใหม่ จะผลิตภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้ผลิตสีให้กับโรงงานผลิตสีรถยนต์ ซึ่งมาตรฐานนี้เป็นมาตรฐานเดียวกับโรงกลั่นน้ำมันชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งความสามารถของเราในการผลิตสินค้ากลุ่มประเภทนี้ เราสามารถจัดเก็บวัตถุดิบได้ 1.5 ล้านลิตร และในการผลิตแต่ละครั้งสามารถทำได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที และในอนาคตเราจะมีเพิ่มอีก 2 กลุ่มย่อย ก็คือตรงส่วนสารสังเคราะห์ที่จะนำมาใช้ในการผลิตสินค้าของบริษัทก่อนในเบื้องต้น และสีอาคารที่มีความเฉพาะทางมากกว่าที่สีที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้บริโภค&amp;quot; นายภูมิภัทร ตรรกสกุลวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;อย่างไรก็ดี ด้านแผนการบริหารงานในขณะนี้ ทางบริษัทฯ ได้วางวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Customer Centric Mindset เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอดธุรกิจ โดยเน้นการสำรวจความต้องการและปัญหาของลูกค้า เพื่อให้เราได้เป็น Solution ที่สามารถแก้ไขปัญหาของลูกค้าทุกๆ เรื่องได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้การบริหารข้อมูลภายใน เรายังให้ความสำคัญ ในเรื่องของการปรับกระบวนการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัล (Digitalization) มากขึ้น โดยทุกข้อมูลที่เป็นส่วนของลูกค้าเรานำมาใช้ในการเชื่อมโยงกับทุกส่วนของบริษัทฯ เพื่อลดการสื่อสารที่ซ้ำซ้อน และสามารถให้คำตอบกับลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น โดยเราตั้งเป้าว่าด้วยรูปแบบนี้เราจะสามารถขยายตลาดของเราในประเทศไทยได้มากขึ้นกว่าเดิม 30% ภายใน 2 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;border:none; padding:0in&quot;&gt;นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ตั้งแผนกวิจัยและพัฒนา (R&amp;amp;D) มาเพื่อหาค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเป็น นิวเอสเคิฟ โดยบริษัทฯ กำลังพัฒนา สินค้ากลุ่มสีงานก่อสร้าง โดยจะเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีนาโนที่บริษัทได้ร่วมกันวิจัยกับสถาบันระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย และเทคโนโลยีการสังเคราะห์เรซิ่นจากขวดพลาสติก ทั้งนี้ปัจจุบันเราได้ผลิตสินค้าประเภทดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว แต่อยู่ในการทดสอบกับภาครัฐเพื่อให้ผ่านมาตรฐาน ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยีเราได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการส่งเสริมการลงทุนในประเภทกิจการ ผลิตสินค้าวัสดุนาโน โดยถือเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับบัตรส่งเสริมในกิจการดังกล่าว (เน้นการค้นคว้าและวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อหา นิวเอสเคิฟ) ซึ่งในอนาคต บริษัทฯ วางเป้าหมายของสินค้า ภายใต้แบรนด์ LEZZON และ PETER จะต้องเข้าไปอยู่ในอันดับ 1-3 ในตลาดประเทศ CLMV และ ประเทศอื่นๆ ใน ภูมิภาค SEA ให้ได้ภายใน 3-5 ปี&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83743</URL_LINK>
                <HASHTAG>เปิดตัวโรงงานใหม่, ไทยนครเพนท์แอนด์เคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae65e1846de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
