<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดทำเนียบฉีดวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดทำเนียบฯ ฉีดวัคซีนแอสตราฯ เข็มแรก พ่วง ครม.-แพทย์อาวุโสเรียกความเชื่อมั่น หลัง คกก.สธ.ไฟเขียวยันไม่ทำลิ่มเลือดอุดตัน ก่อนลุยฉีดประชาชนกลุ่มเสี่ยงวัย 60 ปีขึ้นไป ศบค.เผยคลัสเตอร์บางแคกระจาย 5 จังหวัด พบผู้ป่วยรายแรกเป็นพ่อค้าขายไก่-เจ้ามือแชร์เดินเก็บเงินทั่วตลาด มั่นใจคุมอยู่ใช้โมเดลปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เวลา 11.30&amp;nbsp; น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 78 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ&amp;nbsp; 74 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 15 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 59 ราย นอกจากนี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 27,005&amp;nbsp; ราย หายป่วยสะสม 26,123 ราย อยู่ระหว่างรักษา 684&amp;nbsp; ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 88 ปี ชาว&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเนื้องอกในสมอง มีคนในครอบครัวค้าขายอยู่ในตลาดพรพัฒน์ ไม่พบว่าคนในบ้านติดเชื้อ แต่บ้านอยู่ใกล้ตลาดพรพัฒน์อาจมีคนจากตลาดไปมาหาสู่จนติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยวันที่ 15 ก.พ.ตรวจพบเชื้อโควิด-19 มีอาการเหนื่อยมากขึ้นและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ต่อมาวันที่ 28 ก.พ. ติดเชื้อในกระแสเลือด ไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตต่ำ&amp;nbsp; อาการแย่ลงเรื่อยๆ กระทั่งเสียชีวิตวันที่ 23 มี.ค. ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 87 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศมีทิศทางที่ควบคุมได้ แนวโน้มไม่มียอดกราฟที่พุ่งสูงขึ้น ยังเป็นตัวเลขสองหลัก ยังเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงสถานการณ์การติดเชื้อที่ตลาดบางแค เนื่องจากมีการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยพบว่าผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นชายไทยอายุ&amp;nbsp; 21 ปี มีแผงขายไก่และไข่ไก่ 4 แผงอยู่ในตลาดวันเดอร์ อีกทั้งยังเป็นเจ้ามือแชร์ที่มีพฤติกรรมต้องเดินเก็บเงินไปมารอบตลาด โดยวันที่ 1 มี.ค.มีอาการไอ จมูกไม่ได้กลิ่น&amp;nbsp; ลิ้นไม่รับรส จากนั้นวันที่ 5 มี.ค.ไปตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 กรมควบคุมโรคจึงไปทำการสอบสวนโรคสมาชิกในครอบครัวและผู้ค้าแผงติดกันในวันดังกล่าว พบผู้ติดเชื้อ 7&amp;nbsp; ราย จึงมีการปิดตลาดและทำความสะอาด และเริ่มการค้นหาเชิงรุกในตลาดและชุมชนใกล้เคียง ตัวเลขการค้นหาเชิงรุกในวันที่ 11 มี.ค. ตรวจไปทั้งสิ้น 684 ราย พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; 85 ราย และจนถึงวันที่ 15 มี.ค. มีการค้นหาเชิงรุกไปแล้วทั้งสิ้น 995 ราย พบผู้ติดเชื้อ 107 ราย นอกจากนี้ยังมีการตรวจหาเชื้อทางน้ำลาย 2,772 ราย ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลัสเตอร์ตลาดบางแค ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงไป 4 จังหวัดที่มีเส้นทางคมนาคมติดต่อกัน ได้แก่&amp;nbsp; สุพรรณบุรี, นครปฐม, เพชรบุรี และสมุทรสาคร เนื่องจากผู้ค้าจะรับของตลาดหนึ่งเพื่อไปยังอีกตลาดหนึ่ง โดยวันที่ 15 มี.ค.จะมีรถพระราชทานชีวนิรภัยไปจอดให้บริการที่ตลาดบางแค ใครที่อยู่บริเวณโดยรอบหรือมีประวัติเชื่อมโยงสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ในส่วนของตลาดวันเดอร์มีแผงค้าทั้งสิ้น 1,000 แผง มีผู้ค้าและลูกจ้าง 1,200 คน มีทางเข้าออกเชื่อมต่อกับ 6 ตลาด ทำให้การคัดกรองย่อหย่อน พื้นที่ไม่ระบายอากาศ ดังนั้นจึงขอให้แต่ละตลาดรักษาสภาพแวดล้อม เคร่งครัดตามมาตรการของสาธารณสุข ขณะที่สถานการณ์ใน จ.สมุทรสาครดีขึ้น มีการรายงานตัวเลขค้นหาเชิงรุกผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คาดหวัง ขณะนี้มีผู้ที่อยู่ระหว่างรักษาตัว 332 ราย โดยการคัดกรองเชิงรุกดำเนินการมาแล้วทั้งหมด 115,587 ราย หรือ&amp;nbsp; 96.2% จึงพิจารณาเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ขอผ่อนคลายทั้งจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยผลการประชุม ศบค.ชุดเล็กว่า ที่ประชุมได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุขถึงสถานการณ์ที่ตลาดบางแคว่า จะมีลักษณะคล้ายกันกับตลาดที่อื่นๆ คือเจ้าของตลาดเป็นคนไทยและมีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่ในตลาด ซึ่งเขาก็มีการไปมาหาสู่กัน ความระมัดระวังยังมีไม่เพียงพอ เช่นเดียวกับที่ตลาดพรพัฒน์ จ.ปทุมธานี ซึ่งสามารถควบคุมได้และนำมาเป็นโมเดลตัวอย่าง และต่อไปจะต้องเฝ้าระวังในตลาดสดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์ตลาดบางแคจะส่งผลต่อการพิจารณามาตรการผ่อนคลายในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ยังเห็นว่าไม่น่าเป็นข้อกังวลมากนัก แต่เป็นข้อที่พึงระวังไว้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาพิจารณาและประเมินภาพรวมของประเทศ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีผลกระทบถึงกับทำให้ต้องยกเลิกทั้งหมด ไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมของการผ่อนคลายในช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp; ส่วนมาตรการผ่อนคลายการจัดงานสงกรานต์นั้น คาดว่าในการประชุม ศบค.ชุดเล็ก วันที่ 17 มี.ค.จะได้ข้อเสนอ&amp;nbsp; ก่อนจะเตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันที่ 19 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 มี.ค. เวลา 08.55 น.&amp;nbsp; ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเข้ารับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรก ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน&amp;nbsp; ทำเนียบรัฐบาล โดย นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; จะเป็นผู้ฉีดวัคซีนให้ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและความพร้อม โดยให้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมขอให้ยืนยันความประสงค์การเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน ทั้งนี้หลังการฉีดวัคซีนแล้วต้องให้แพทย์สังเกตอาการ 30 นาที จึงทำให้ต้องเลื่อนการประชุม ครม.วันที่ 16 มี.ค.ไปเป็นเวลา 09.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนให้นายกฯ ครั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ แต่จะมีการไลฟ์สดผ่านทางเพจไทยคู่ฟ้า ซึ่งหลังจากรับวัคซีนแล้วนายกฯ จะพูดสดถึงภาพรวมและการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การกลับคืนสู่ภาวะปกติของประเทศ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะพูดถึงแผนบริหารจัดการภาพรวมทั้งหมดของวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทินกล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมควบคุมโรค ได้รวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดจากต่างประเทศและองค์การอนามัยโลก ซึ่งยืนยันว่าวัคซีนแอสตราเซเนกาไม่เกี่ยวกับการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ&amp;nbsp; สามารถฉีดได้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้คนไทย และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ให้ความเห็นว่าสามารถเดินหน้าฉีดต่อไปได้ โดยช่วงบ่ายมีการประชุมคณะกรรมการวิชาการเพื่อให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น หากไม่มีข้อมูลขัดแย้งเพิ่มเติมจะได้เริ่มทำการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอายุ 60 ปีขึ้นไปในจังหวัดเป้าหมายตามแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวด้วยว่า นายกฯ แสดงเจตจำนงว่ามีความพร้อมในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตลอดเวลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยการฉีดวัคซีนให้ผู้นำประเทศต้องได้รับคำยินยอมจากคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งวันที่ 16 มี.ค.ได้เตรียมวัคซีนทั้งจากแอสตราเซเนกาและซิโนแวคเพื่อฉีดให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่สมัครใจ ตาม 8 ขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุข ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล มีการจัดห้องสังเกตอาการ และกรมการแพทย์ได้จัดรถพยาบาลพร้อมส่งต่อไปยังโรงพยาบาลราชวิถีกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยอาจารย์ยง&amp;nbsp; ภู่วรวรรณ จะเป็นผู้ฉีดให้นายกฯ และจะรับการฉีดพร้อมกับอาจารย์แพทย์อาวุโสท่านอื่น เช่น ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสมศรี เผ่าสวัสดิ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีวัคซีนจากแอสตราเซเนกา จำนวน 117,300&amp;nbsp; โดส ซึ่งจะเน้นฉีดให้กลุ่มเสี่ยงเป้าหมายที่อายุเกิน 60 ปี&amp;nbsp; และจะได้รับจำนวนมากในเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป ขอยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอ ซึ่งวันที่ 20 มี.ค.นี้จะได้รับวัคซีนจากซิโนแวคอีก 800,000 โดส รวมทั้งได้เจรจาจัดหาวัคซีนจากซิโนแวคเพิ่มอีกจำนวน 5 ล้านโดส และได้มีการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นๆ ที่สามารถนำส่งวัคซีนมายังประเทศไทย ก่อนที่วัคซีนจากแอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทยจะผลิตออกมา สำหรับภาคเอกชนคาดว่าอีกไม่กี่เดือน จะสามารถติดต่อเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนที่ได้รับการผ่อนคลายจากสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้นและใช้ในสถานการณ์ปกติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท&amp;nbsp; ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน&amp;nbsp; กรมควบคุมโรค แถลงว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-14 มี.ค.ได้ให้บริการฉีดวัคซีนสะสม 46,598 คน คิดเป็นร้อยละ 50&amp;nbsp; ของจำนวนวัคซีน ยังไม่พบผู้ที่มีอาการรุนแรงที่ต้องเข้ารับการดูแลจากคณะกรรมการติดตามอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีน ส่วนผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ชนิดไม่รุนแรงมีจำนวน 4,229 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96168</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดทำเนียบ, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f6a943474e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กไทยโดนรังแกอันดับโลก กระทุ้งศธ.-ผู้ปกครองแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; เปิดทำเนียบฯ วันเด็ก ให้นั่งเก้าอี้นายกฯ เรียนรู้ไดโนเสาร์-จำลองถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน น่าห่วง! &amp;quot;บูลลี่&amp;quot; เด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก พบ 91% เคยถูกกลั่นแกล้ง &amp;quot;ตบหัว-ล้อบุพการี&amp;quot; เครือข่ายเยาวชนกระทุ้ง ศธ.เร่งแก้ปัญหา ผู้ปกครองและครูต้องเอาใจใส่ใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมมอบของขวัญให้แก่เด็กๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเหมือนเช่นทุกปี โดยเด็กและเยาวชนที่จะได้นั่งเก้าอี้นายกฯ 20 คนแรก ได้แก่ เด็กด้อยโอกาส เด็กที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ และเด็กจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมภายในตึกไทยคู่ฟ้าและตึกภักดีบดินทร์ ขณะที่ทำเนียบฯ ได้เริ่มจัดเตรียมสถานที่และซุ้มกิจกรรมต่างๆ เช่น นำไดโนเสาร์มาติดตั้งถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจำลอง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์ที่น่าสนใจให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมเรียนรู้ควบคู่การเล่นเกม เช่น กิจกรรมให้ความรู้เรื่องสัตว์ ไดโนเสาร์ การสร้างจิตสำนึกส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการนำขยะ ขวด กระป๋อง มาแลกสิ่งของ การระบายสีถุงผ้าลดโลกร้อน จัดห้องแล็บ เพื่อให้เด็กได้ทำการทดลองและทดสอบด้านวิทยาศาสตร์ การประกวดคัดลายมืออาลักษณ์ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ การจัดแสดงรถโบราณของเจษฎาเทคนิคมิวเชียม รวมไปถึงการเปิดศูนย์ข่าวทำเนียบรัฐบาล ตึกนารีสโมสร จำลองเป็นสถานีโทรทัศน์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกและทดลองอ่านข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 ม.ค. จะมีการจัดงานวันเด็กล่วงหน้าให้กับลูกหลานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เดอะฮอลล์ บางกอก เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ร่วมกับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;BULLYING&amp;rdquo; กลั่นแกล้ง ความรุนแรงที่รอวันปะทุ&amp;rdquo; เพื่อหาทางออกและวิธีแก้ไขปัญหาเด็กโดนกลั่นแกล้ง หรือบูลลี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอธิวัฒน์ เนียมมีศรี เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เครือข่ายได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นเรื่อง &amp;ldquo;บลูลี่ กลั่นแกล้ง ความรุนแรง ในสถานศึกษา&amp;rdquo; ในกลุ่มเด็ก อายุ10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน พบว่า ร้อยละ 91.79 เคยถูกบูลลี่ ส่วนวิธีที่ใช้บูลลี่คือการตบหัว ร้อยละ 62.07 รองลงมา ล้อบุพการี ร้อยละ 43.57, พูดจาเหยียดหยาม ร้อยละ 41.78 และอื่นๆ เช่น นินทา ด่าทอ ชกต่อย ล้อปมด้อย พูดเชิงให้ร้าย เสียดสี กลั่นแกล้งในสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 35.33 ระบุว่า เคยถูกกลั่นแกล้งประมาณเทอมละ 2 ครั้ง ที่น่าห่วงคือ 1 ใน 4 หรือ ร้อยละ 24.86 ถูกกลั่นแกล้งมากถึงสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ส่วนคนที่แกล้งคือ เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เด็กๆ ร้อยละ 68.93 มองว่าการบูลลี่ถือเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง และผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ร้อยละ 42.86 คิดจะโต้ตอบเอาคืน, ร้อยละ 26.33 มีความเครียด, ร้อยละ 18.2 ไม่มีสมาธิกับการเรียน, ร้อยละ 15.73 ไม่อยากไปโรงเรียน, ร้อยละ 15.6 เก็บตัว และร้อยละ 13.4 &amp;nbsp;ซึมเศร้า นอกจากนี้ เด็กๆ ยังต้องการให้ทางโรงเรียนมีบทลงโทษที่ชัดเจน มีครูให้คำปรึกษา จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจ&amp;rdquo; นายอธิวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สังคมไทยต้องเลิกมองเรื่องบูลลี่ กลั่นแกล้งกัน เป็นเรื่องเด็กๆ ปกติธรรมดาแล้วปล่อยผ่าน &amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสำคัญกับปัญหาบูลลี่ ควรกำหนดให้สถานศึกษามีช่องทางให้เด็กๆ สามารถบอกเล่าปัญหา เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเป็นมิตร และปิดลับ และหากสถานศึกษาไม่สามารถรับมือกับปัญหาและสุ่มเสี่ยงที่ปัญหาจะใหญ่ขึ้น ต้องใช้กลไกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีกลไกพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ ต้องเร่งออกแบบกระบวนการช่วยเหลือให้เป็นระบบ โดยอาจดึงองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรด้านเด็กเข้ามามีส่วนร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า จากงานวิจัยของกรมสุขภาพจิตพบว่า การใช้ความรุนแรง การข่มเหงรังแกกันหรือการบูลลี่ ในประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่าการบูลลี่ในไทยมีระดับความถี่ที่รุนแรง นอกจากนี้ยังพบว่าอายุเด็กที่ถูกบูลลี่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ จากงานวิจัยยังพบอีกว่าเด็กที่รังแกคนอื่น มีพื้นฐานด้านการขาดอำนาจบางอย่างในวัยเด็ก ถูกการเลี้ยงดูเชิงลบ รวมถึงพันธุกรรมทางสมอง จนนำไปสู่การรังแกกลั่นแกล้งคนอื่นในวัยที่โตขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความเคยชิน ทำได้แนบเนียนและรุนแรงขึ้น ส่วนเด็กที่ถูกบูลลี่จะมีอาการซึมเศร้า ไม่อยากไปโรงเรียน ในบางรายอาจถึงขั้นคิดสั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ปกครองอย่าปล่อยให้เด็กเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ต้องคอยสังเกตอาการและสอบถาม เมื่อเด็กส่งสัญญาณที่ผิดปกติ เช่น ดูหงุดหงิด วิตกกังวล มีความกลัว ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากคุยกับใคร หรือมีร่องรอยตามร่างกาย ผู้ปกครองควรสร้างบรรยากาศแห่งความไว้ใจ ชวนคุยให้เขาเล่าปัญหาเพื่อช่วยหาทางออก หารือกับครูที่ปรึกษา ข้อสำคัญคือการเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เด็กนำสิ่งเหล่านี้ไปแก้ปัญหา เลี้ยงดูเชิงบวก และอยากเสนอให้โรงเรียนมีมาตรการครูแนะแนวปรึกษาปัญหา เปิดพื้นที่สำหรับเด็ก กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนในโรงเรียน เมื่อเกิดเหตุให้แจ้งทันที&amp;rdquo; นางสาวฐาณิชชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า เครื่องมือที่ช่วยลดความรุนแรง คือการเปิดพื้นที่เรียนวิชาชีวิตกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีข่าวการบูลลี่ ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ ทางบ้านกาญจนาฯ จะนำมาถอดบทเรียน เพื่อระดมความคิด ร่วมหาคำตอบด้วยกัน ดังนั้นหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กที่เปราะบางคงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ ควรเพิ่มพื้นที่ให้เด็กเหล่านี้มากขึ้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54212</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลองถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ตบหัว-ล้อบุพการี, วันเด็กแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดทำเนียบ, เร่งแก้ปัญหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e1733c63669e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
