<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เป๊ก-ธัญญ่า&#039;สวนกระแสโควิด  ทุ่มเงิน 8 หลักเปิดสองธุรกิจใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหุ้นส่วนชีวิตและล่าสุดยังเป็นหุ้นส่วนธุรกิจร่วมกันอีก สำหรับ เป๊ก-สัณณ์ชัย เองตระกูล กับภรรยาสาว ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล ที่ทุ่มเงิน 8 หลัก เปิดตัว 2 ธุรกิจใหม่ล่าสุด ทั้ง คลับอี ครีเอชั่น&amp;nbsp; และ มาเจนต้า26 อาหารเสริมที่กลายเป็นแฮชแทคชื่อดังอย่าง #เมียยืนหนึ่ง ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว ณ โรงแรม เอส พาร์ค โฮเต็ล รังสิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ธัญญ่า ธัญญาเรศ ได้กล่าวถึงการลงทุนในครั้งนี้ว่า &amp;ldquo;ทั้งสองธุรกิจรวมกันเราใช้เงินลงทุนกว่า 8 หลัก แต่ก็มองว่าเป็นการสร้างงาน สร้างโอกาส สร้างอาชีพให้ใครๆ อีกหลายคน ถึงแม้ว่าการเริ่มต้นธุรกิจในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็ถือว่าเรามีประสบการณ์ อีกอย่างพี่เป๊กก็ทำธุรกิจอีเว้นท์มานานแล้ว ส่วนตัวเองก็คลุกคลีอยู่กับแวดวงความสวย ความงามอย่างบีบี คลินิก มาเป็นสิบปีแล้วเช่นกัน ก็คิดว่าน่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี ก็ขอฝากให้ทุกคนมาร่วมสัมผัสและร่วมเป็นหนึ่งไปกับเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธัญญ่า ธัญญาเรศ, เปิดธุรกิจใหม่, เป๊ก สัณณ์ชัย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facc3c58f2ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอพี กางแผน 4 ปี ลุย 3 ธุรกิจใหม่ หวังเติบโตยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุพงศ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยถึงเแผนการดำเนินธุรกิจในระยะ 4 ปี (2562-2565) ว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และมีแผนในการขยายการบริการให้ครอบคลุมครบวงจรภายใต้แนวคิด AP World , A New Vision of Quality of Life หรือวิสัยทัศน์ในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า ทั้งนี้บริษัทจึงได้เปิดตัว 3 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการสร้างระบบนิเวศ (วาริ) ธุรกิจการสร้างนวัตกรรมดีไซน์ (เคลย์มอร์) และ ธุรกิจในการดิสรัปวิธีการเรียนรู้ของคนในองค์กรและสังคม (เอสอีเอซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดตัว 3 ธุรกิจใหม่นอกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทเชื่อว่าจะเป็นการมุ่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกและการเติบโตที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมวิสัยทัศน์ในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประสบความสำเร็จควบคู่ไปกับธุรกิจหลักของบริษัท คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัทในเครือที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2565 จะมีรายได้รวมของบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยจะเป็นในส่วนของรายได้จาก 3 ธุรกิจใหม่อยู่ที่ประมาณ 10% หรือ 6,000 ล้านบาท&amp;rdquo;นายอนุพงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา 4-5 ปีข้างหน้า บริษัทเชื่อว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ในทิศทางทางที่ดี ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตามการลงทุนของภาครัฐที่ได้มีการเร่งลงทุนโครงการเมกะโปรเจคต่างๆ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งยิ่งสร้างมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุนมากยิ่งขึ้น และเติบโตตามเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีการขยายได้ที่ประมาณ 4% นอกจากนี้ในอีกหลายปีประเทศไทยจะมีผู้บริโภคที่เป็นผู้สูงวัย กละกลุ่มวัยทำงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการจำนวน 39 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 56,800 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแนวสูง 5 โครงการ มูลค่า 22,400 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุน 3 โครงการ และ โครงการแนวราบ 34 โครงการ มูลค่ารวม 34,400 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทตั้งงบซื้อที่ดินอยู่ที่ 9,500 ล้านบาท และบริษัทตั้งเป้ามียอดขายรวม เติบโต 5-10% และรายได้โต 15% สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 41,300 ล้านบาท และคาดว่าจะมีรายได้รวมเติบโต 30%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของธุรกิจในเครือของบริษัท จากธุรกิจ พร็อพเพอร์ตี้ เอเจ้นท์ ภายในชื่อบริษัท บีซี ให้บริการรับฝากขายเช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ สามารถรายได้มูลค่ารวมสูงกว่า 12,000 ล้านบาท และธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ เมเนจเม้นท์ ภายใช้ชื่อบริษัท สมาร์ท เป็นธุรกิจบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร สามารถบริหารโครงการทั้งของบริษัทและโครงการอื่นรวมกว่า 200 โครงการ จำนวน 55,000 ครอบครัว อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทในเครือทั้งสองบริษัทจะเดินหน้าขยายขอบเขตการให้บริการเพื่อพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29018</URL_LINK>
                <HASHTAG>.เอพี (ไทยแลนด์), AP, บมจ.เอพี, อนุพงศ์ อัศวโภคิน, เปิดธุรกิจใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c6396b7852b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พาที&quot;ทุ่มงบ32ล้านเปิดตัวธุรกิจท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พาที&amp;quot;อัดงบ32ล้าน เปิดตัวธุรกิจใหม่ &amp;ldquo;Really Really Cool&amp;rdquo; ผนึกธุรกิจการท่องเที่ยวของตัวเอง มั่นใจอนาคตของอุตสาหกรรมนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง หสังจับกลุ่มลูกค้าจากทั่วโลกที่เดินทางมาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพาที สารสิน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยภายหลังเปิดตัว &amp;ldquo;Really Really Cool&amp;rdquo; ธุรกิจการท่องเที่ยวใหม่ล่าสุดผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์บนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการส่งมอบแพ็คเกจการท่องเที่ยวสุดพิเศษ และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใครที่เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวตัวยงได้มากขึ้น และเชื่อมั่นว่าอนาคตของอุตสาหกรรมนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าสามารถจับกลุ่มลูกค้าจากทั่วโลกที่เดินทางมาประเทศไทยได้ เบื้องต้นทุ่มงบ 32 ล้านบาท ในการเปิดตัวธุรกิจใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพาที กล่าวว่าจากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในแวดวงการบินกว่า 14 ปี จึงทำให้เล็งเห็นถึงโอกาสและความเป็นได้ที่มีอยู่ในบางอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่ยังไม่ได้รับการดูแลจากผู้ประกอบการนัก ประกอบกับการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มสูงขึ้นของจำนวนสายการบินและความถี่ทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศไทยไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ&amp;ldquo;Really Really Cool&amp;rdquo; จะเน้นแพ็กเกจการท่องเที่ยวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นแพ็กเกจที่อิงจากการบริการดูแลจัดการ ความแท้จริงผ่านประสบการณ์ และไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่จุดหมายปลายทางนั้นๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ให้ความสำคัญเพราะสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่จะทำให้เกิดความแตกต่าง และไม่ใช่เพียงแค่ราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักท่องเที่ยวสมัยใหม่มองหาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เพื่อค้นพบประสบการณ์ในการท่องเที่ยวที่ไม่ซ้ำใครอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เราเริ่มที่จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งยังได้หามุมมองใหม่ๆ ในการเดินทางซึ่งรวมไปถึงการทำการตลาดผ่านจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ&amp;rdquo; นายพาทีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะจะแนะนำจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าชาวไทยเพื่อให้พวกเขาได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลกได้อย่างดีที่สุด แพ็กเกจการท่องเที่ยวที่แตกต่างและโดดเด่นนี้ถูกพัฒนาด้วยผู้ให้บริการทางด้านที่พัก และการท่องเที่ยวชั้นนำระดับประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่อง คนกลุ่มนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เราเลือกมัลดีฟส์เป็นจุดหมายปลายทางแรกของการเปิดตัวครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพาที กล่าวว่าขณะนี้ทางบริษัทฯ ได้อยู่ในช่วงเจรจาพูดคุยกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินชั้นนำต่างๆ เพื่อที่บริษัทฯ จะมอบโปรโมชันการท่องเที่ยวสุดพิเศษในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18086</URL_LINK>
                <HASHTAG>Really Really Cool, ธุรกิจท่องเที่ยว, นายพาที สารสิน, เปิดธุรกิจใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180921/image_big_5ba44b6c299d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
