<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้าทายขบวนเสด็จฯ ม็อบเหิมอ้างเป็นจุดพีก/ประยุทธ์ชี้อย่าทำกรรมชั่วช่วงมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; แกนนำม็อบคณะราษฎร 2563 เปิดบัญชีระดมทุนชุมนุม 14 ตุลา. พร้อมรับสมัครทีมงานการ์ด &amp;quot;อานนท์&amp;quot; โวย ตร.ขอศาลออกหมายจับสกัด โทษ ตร. จัดขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุม &amp;quot;โตโต้&amp;quot; กร้าวจุดพีกอยู่ที่วันขบวนเสด็จฯ ผ่าน รอง ผบ.ตร.ลั่นมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด &amp;quot;กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม&amp;quot; จี้อธิการ มธ.เอาผิดม็อบบุกรุก มธ. จาบจ้วงสถาบันฯ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; อัดม็อบทำลายบรรยากาศทำบุญประเทศ ปลุกประชาชนปกป้องสถาบันฯ ถามลั่นถ้าปล่อยให้ก้าวล่วง ปท.คงอยู่ไม่ได้ ทบ.ปัดทำไอโอ ซัดทวิตเตอร์โยงมั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม นายอานนท์ นำภา พร้อมด้วย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นักเคลื่อนไหวสายมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมกันเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เพื่อใช้เป็นบัญชีหลักระดมทุนเพื่อการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเปิดรับสมัครทีมงานตำแหน่งการ์ด โดยบุคคลที่มาสมัครต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 2 ข้อ ได้แก่ 1.เป็นผู้ที่มีอายุ 18-25 ปี ที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่า 2.สามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2563 เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์ นำภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า &amp;quot;ตามฟอร์ม ตำรวจมาขอให้ศาลอาญาออกหมายจับผมกับน้องๆ นักศึกษา เพื่อจับไม่ให้ไปชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ก็ดี ให้มันพังไปพร้อมๆ กัน แล้วสร้างขึ้นมาให้ให้มั่นคง แข็งแรงกว่าเดิม ถ้าผมเป็นอะไรไป ฝากทุกคนไปทวงคืนศักดิ์ความเป็นคนที่ราชดำเนินด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์โพสต์อีกว่า จริงๆ เรื่องขบวนเสด็จฯ ที่ตำรวจจงใจจัดให้ตรงกับการชุมนุมขนาดใหญ่ ทั้งที่รู้ว่าประเด็นหลักใหญ่ใจความของการชุมนุมคือการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ต้องถือว่าเป็นการหาเรื่องผู้ชุมนุม คือพยายามป้ายสีและสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งให้บานปลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รู้ทั้งรู้ว่าคนรุ่นใหม่เขาเคยแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับขบวนเสด็จฯ จนติดเทรนทวิตเตอร์มาแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าถ้ามีขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุมมันจะเกิดความวุ่นวายขนาดไหน ยังดึงดันที่จะจัดขบวนเสด็จฯ ผ่านที่ชุมนุมให้ได้ ถ้าเกิดความวุ่นวายขึ้น ต้องถือว่าตำรวจจงใจให้เกิดขึ้นเอง จะมาโทษผู้ชุมนุมไม่ได้เลย&amp;quot; นายอานนท์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1&amp;nbsp; พรรคอนาคตใหม่ แกนนำม็อบปลดแอก โพสต์ข้อความว่า เราจะมีการจัดชุมนุมตามที่มีการแถลงข่าวกันไปเมื่อราว 14.15 น. ของเมื่อวานที่สนามราษฎร์ (เดิมชื่อสนามหลวง) การชุมนุมจะมีขึ้นตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป เริ่มขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน แล้วเรารอฟังประกาศบนเวทีให้ดีๆ ว่าจะมีการจัดกิจกรรมอะไรต่อไป รับประกันว่ารอบนี้มีการออกกำลังกายอย่างแน่นอน เช่น การช่วยกันดูแลต้นไม้ของ กทม.ที่เกะกะอนุสาวรีย์ฯ รอบนี้ทราบว่าในหลวงเลือกที่จะเสด็จฯ ผ่าน ถนนราชดำเนิน เพื่อเสด็จฯ ต่อไปยังวัดพระแก้ว ในวันและเวลาตรงกันกับการชุมนุมของประชาชนที่ชูข้อเรียกร้อง 1 คือปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จุดพีกสุดของวันน่าจะอยู่ที่ภาพของขบวนเสด็จฯ จะแล่นผ่าน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ท่ามกลางมวลหมู่ประชาชนจำนวนมากได้อย่างไร นี้คือเรื่องที่ท้าทายสำหรับทุกฝ่าย โดยเฉพาะทางฝั่งนั้นก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทางฝั่งเราก็คือมวลชนอาสา แต่เมื่อต้องการอย่างนั้น เราก็คงทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ และปล่อยให้เป็นโดยธรรมชาติ คิดเสียว่าอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด&amp;quot; นายปิยรัฐระบุ
ศาลปล่อยตัวม็อบขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ จ.ขอนแก่น เวลา 10.00 น. นายธนภณ เดิมทำรัมย์ หรืออาร์ตยุ่น พร้อมด้วยนายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง หรือเซฟ, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุม ได้รวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อนำแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมด รวมทั้งผู้ให้การสนับสนุน ร่วมเดินขบวนรณรงค์ให้ประชาชนชาวขอนแก่นออกมาร่วมชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.
และการร่วมกันเข้าพบพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ตามขั้นตอนการสอบสวน ภายหลังจากวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นได้มีหมายเรียกให้แกนนำกลุ่มที่ร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่สวนรัชดานุสรณ์ หลังการสอบสวนตามข้อกล่าวหาแล้วเสร็จ ในฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย หรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบวางกำลังเข้มโดยรอบพื้นที่ดังกล่าว ก่อนที่ พ.ต.อ.ปรีชา เร่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้ใช้เครื่องขยายเสียงแจ้งสิทธิ์การชุมนุม ข้อกฎหมาย และมาตรการควบคุมโรคจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบป้ายที่ผู้ชุมนุมนำมาใช้ในการเดินขบวน โดยพบว่ามีป้าย 1 ป้ายที่มีข้อความที่เกี่ยวข้องและหมิ่นเหม่ต่อสถาบันฯ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบและตรวจยึด ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจและยื้อแย่งป้ายดังกล่าวจนเกือบเกิดการปะทะเกิดขึ้น จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันเดินขบวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดตามการนัดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมด้วยนายธนภณ เดิมทำรัมย์ หรืออาร์ตยุ่น, นายวชิรวิทย์ เทศศรี เมือง หรือเซฟ, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน&amp;nbsp; และ นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำเเบงค์ 5 นักจัดกิจกรรมซึ่งถูกดำเนินคดี เดินจากสำนักอัยการ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; มายังศาลแขวง จ.ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 1 กม. ภายหลังจากพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย กระทั่งเวลา 16.00 น. ศาลแขวง จ.ขอนแก่น มีคำสั่งให้ประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนมารายงานตัวต่อศาล ในวันที่ 2 ธ.ค.2563 เวลา 13.00 น. หากไม่มารายงานตัวมีคำสั่งปรับคนละ 20,000 บาท และออกหมายจับทันที &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้เดินออกมาจากห้องพิจารณาคดีมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาปักหลักรอบริเวณด้านหน้าศาล ก่อนร่วมกันถ่ายภาพและแยกย้ายกันเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้ เวลา 10.00 น. กลุ่มธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม ซึ่งเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยในการชุมนุมทางการเมืองที่นำไปสู่ความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย นำโดยนายอาณัศ ช้างอินทร์ นิติศาสตร์ มธ.รุ่น&amp;nbsp; 09 อ่านแถลงการณ์ถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4 ข้อ&amp;nbsp; คือ 1.เรียกร้องให้อธิการบดีแจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด เนื่องจากอธิการบดีเคยมีคำสั่งชัดเจนไม่ให้ใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในการชุมนุม แต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้บุกรุกเข้าไปมหาวิทยาลัย ฝ่าฝืนคำสั่ง ทำให้ทรัพย์สินภายในมหาวิทยาลัยเสียหาย ดังนั้นขอให้ดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในอนาคต หากปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินคดี อาจมีความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ศิษย์เก่าจี้มธ.ฟันแกนนำม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เรียกร้องให้สั่งห้ามไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ชื่อมหาวิทยาลัยในการชุมนุมทางการเมือง ที่เป็นการสร้างความอับอายและความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่มหาวิทยาลัย และห้ามไม่ให้ใช้ตราสัญลักษณ์และสถานที่ของมหาวิทยาลัยในการชุมนุมทางการเมืองที่มีเนื้อหาปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ 3.ขอให้ลงโทษนักศึกษาตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย ที่ใช้เสรีภาพการชุมนุมต้องไม่ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน และทำลายวัฒนธรรมของชาติเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างแก่นักศึกษาคนอื่นๆ 4.ขอให้สั่งห้ามไม่ให้อาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่สอนด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แฝงไปด้วยวาระทางการเมือง มีเนื้อหาเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ เพื่อไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวมีบรรดาศิษย์?เก่า ?ม.ธรรมศาสตร์ ?ที่ร่วมเข้าชื่อจำนวน 626 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาณัศกล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้วจริง เราเคารพผู้ที่เห็นต่าง เราจะไม่ก่อม็อบมาชนม็อบ หรือชวนทะเลาะวิวาทอย่างแน่นอน เพื่อให้เป็นเงื่อนไขทำให้บ้านเมือง?ไม่สงบสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 14.00 น. นายอาณัศ ในฐานะตัวแทนกลุ่ม เข้ายื่นหนังสือพร้อมกระเช้าดอกไม้ต่ออธิการบดี ?ม.ธรรมศาสตร์? ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีตัวแทนมารับหนังสือ โดยนายอาณัศกล่าวว่า ขอให้กำลังอธิการบดี โดยขอให้ดำเนินตามข้อเรียกร้องของกลุ่ม เพื่อเกียรติภูมิของอธิการบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;เบื้องหลังความฝันเพ้อเจ้อและคำสัญญาที่เผลอหลุดปากว่าอาจลี้ภัย ส่วนหนึ่งจากรายงานลับจากหน่วยงานประมวลข่าวกรอง โดยได้หยิบยกข้อความว่า &amp;quot;การชุมนุมจะจบลงภายในวันเดียวเท่านั้น เพราะจะไม่มีประชาชนเข้าร่วมเลย นอกจากพวกที่ถูกเกณฑ์เข้ามาชุมนุม และแกนนำที่เคลื่อนไหวได้รับคำสัญญาว่าจะมีทุนการศึกษาให้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐเป็นแรงจูงใจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับม็อบวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า ทางแกนนำยังไม่ได้แจ้งการชุมนุม ซึ่งตำรวจคงใช้แผนการชุมนุมเหมือนกับเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. รวมทั้งตั้งด่านคัด กรองโควิด-19 และด่านคัดกรองอาวุธ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่มาร่วมการชุมนุม ตำรวจไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายใด เราต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ต้องเตรียมการตามสถานการณ์ด้านการข่าว จึงอยากขอความร่วมมือผู้ชุมนุม ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และการชุมนุมสาธารณะต้องแจ้งการชุมนุม เมื่อแจ้งการชุมนุมตำรวจจะออกเงื่อนไขว่าทำอะไรได้หรือไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กรณีผู้ชุมนุมประกาศปักหลักในเส้นทางเสด็จฯ วันที่ 14 ตุลาคมนั้น ต้องเน้นการเจรจาพูดคุยกับแกนนำเป็นหลักก่อน ตำรวจมีหน้าที่ถวายความปลอดภัย ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ และปรับการทำงานตามการข่าว ใกล้ถึงวันชุมนุมจะมีการประเมินอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบการชุมนุม มีจำนวนพอสมควร เนื่องจากการข่าวผู้ชุมนุมพยายามที่จะปักหลักค้างคืน ตำรวจมีแผนรองรับอยู่แล้ว เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันมือที่สามอาศัยโอกาสสร้างการกระทบกระทั่งกัน
ม็อบทำลายบรรยากาศทำบุญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางเข้าพบนายกฯ ที่ห้องทำงาน โดยไม่มีวาระแจ้งล่วงหน้า คาดว่าเป็นการมารายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ทั่วไป และการเตรียมรับมือการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคมที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลาในการหารือประมาณ 10 นาที โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้มาเพื่อเชิญนายชวนไปร่วมงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพของบิดา นายชวนยังได้มอบต้นลิ้นมังกรให้เป็นที่ระลึก ไม่มีความหมายอะไร แค่ชื่อดูน่ากลัว แต่ท่านบอกว่าเป็นต้นไม้ช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ได้หารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในสภา ได้ยืนยันกับนายชวนว่าตนไม่ได้ขัดแย้งกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคการเมืองต่างๆ เพราะถือว่ามาตามกระบวนการประชาธิปไตยและตามรัฐธรรมนูญ ถือเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลา.ว่า ไม่อยากให้เกิดขึ้น จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังลูกหลานให้ดี อะไรที่ไม่ถูกต้องไม่ควร ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว รัฐบาลมุ่งหวังแต่จะทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่ได้หวังเป็นศัตรูกับใคร ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ถ้าไม่ทำก็โดนอาญามาตรา 157 ถ้าทุกคนไม่อยากโดนกระบวนการทางกฎหมายก็อย่าทำ ทุกคนทราบกฎหมายทุกตัวอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องไปดูจุดมุ่งหมายของพวกเขาว่าทำเพื่ออะไร&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยและเคารพสถาบันฯ ก็ขออย่าตีกัน ที่ผ่านมาตั้งแต่ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลปี 57 ผมไม่ได้ต้องการที่จะเข้ามา แต่ขอให้ย้อนไปดูว่าเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น แล้วผมเข้ามาแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะว่าผมไปจำกัดสิทธิ หรือทำลายใคร ผมก็ไม่ได้ทำ เพียงแต่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน และไม่ได้ก้าวล่วง ผมก็ได้พยายามรักษาความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ถ้าเขาไม่ไปละเมิด ไม่ไปก้าวล่วงสถาบันฯ หรือไม่ไปด่าใคร ก็ไม่มีปัญหา แต่ถามว่าตอนนี้เขาทำไปเพื่ออะไร และพวกเรายอมได้หรือ ยอมตามที่เขาเสนอมาได้หรือ ที่เขาเกลียดชัง ไม่เคารพสถาบันฯ ทุกคนยอมหรือ ผมก็คิดว่าประเทศไทยคงอยู่ไม่ได้หรอก&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องการชุมนุมกับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไปพระบรมมหาราชวังในวันที่ 14 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขามีแผนอยู่แล้วในการถวายความปลอดภัย และคงมีประชาชนออกมาเฝ้าฯ รับเสด็จจำนวนมาก จึงไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งใช้สถานการณ์ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นเวลาอันมงคล ทำกรรมดีก็ได้ดี ทำกรรมชั่วก็ได้ชั่ว ช่วงนี้เป็นช่วงพระราชทานผ้าพระกฐิน เขาทำบุญกันทั้งประเทศ มาทำลายบรรยากาศการกุศลได้อย่างไร ไม่ควรเลย โตๆ กันแล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากพวกเราทุกคนช่วยกัน ช่วยนายกฯ ดูแลบ้านเมือง เพื่อลูกหลานทั้งนั้น ถ้ามันลำบากวันนี้ วันหน้าก็ลูกพวกเรา อนาคตมันมีอยู่ แต่อย่าทำอนาคตให้เสีย ด้วยการทำอะไรที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ผมฝากด้วยเเล้วกัน คนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะใครก็เกิดในเมืองไทยทั้งสิ้น อย่าลืมแผ่นดินชาติเกิด ไม่ว่าจะมาจากไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยก็แผ่นดินผืนนี้ เขาปกป้องมาเท่าไหร่บรรพบุรุษ พระมหากษัตริย์กี่พระองค์ จนเรามีที่อยู่ตรงนี้ ซึ่งถือว่าดีที่สุดในอาเซียน แล้วจะทำลายไปทำไม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร วันที่ 14 ต.ค. ว่า ไม่มีความกังวลอะไร เราไม่เห็นว่ามีอะไรแตกต่างจากครั้งก่อน และนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย ถือเป็นการแสดงออกของนักเรียนและนักศึกษาซึ่งเป็นลูกหลานที่มาแสดงออก อยากให้ทุกฝ่ายดำเนินการตามขอบเขตรัฐธรรมนูญ ผู้ชุมนุมคงไม่แตกต่างไปกว่าเดิม อยากวิงวอนหันหน้ามาคุยกันเพื่อหาทางออกให้ประเทศรัฐบาลและนายกฯ มีความจริงใจ ไม่มีความคิดเป็นอย่างอื่น แต่บางครั้งผู้ชุมนุมอาจเกินเลยขอบเขตกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บ้านเมืองเรามีเสาหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มานาน ที่เราไม่ต้องเป็นเมืองขึ้นของใคร ไม่อยู่ภายใต้ระบบเผด็จการ นับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่เรามีเสาหลักที่สามารถคานอำนาจสิ่งที่ไม่คาดฝันเหมือนที่ประเทศอื่นได้รับ นี่คือสิ่งที่เป็นคุณูปการที่เราได้รับมา ส่วนตัวถ้ามีเรื่องนี้ไม่เอาแน่นอน ถ้ามีเรื่องนี้ผมก็เดินตรงข้ามอย่างเต็มที่ เว้นเรื่องนี้เรื่องเดียว เรื่องอื่นคุยได้หมด&amp;quot; นายอนุชากล่าวถึงข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ &amp;nbsp;
&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;พร้อมไปร่วมม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ระบุคนเสื้อแดงส่วนใหญ่จะไม่เข้าร่วมชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.ว่า วันที่ 14 ต.ค. นักศึกษาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย และต้องการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นอุดมการณ์ที่ตรงกับคนเสื้อแดงที่เคยร่วมชุมนุมกันมา การชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็นการสานต่ออุดมการณ์ของคนเสื้อแดง และวันนี้ไม่ใช่แค่คนเสื้อแดง แต่คนเสื้อเหลืองหลายกลุ่มก็มีความคิดเห็นเหมือนกัน ที่ต้องการประชาธิปไตย ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และต้องผู้บริหารประเทศที่มี ความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะมีผู้ออกมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงคณะก้าวหน้าจะไปร่วมชุมนุมในวันที่ 14&amp;nbsp; ต.ค.ว่า คณะก้าวหน้าจะเข้าร่วมชุมนุมอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า การชุมนุมครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมครั้งสุดท้ายหรือไม่ และทางออกที่ดีที่สุดควรเป็นอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า นักศึกษา เยาวชน และประชาชนได้ส่งเสียงและความต้องการของพวกเขาแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวครั้งไหนที่นิสิต นักศึกษา เยาวชน&amp;nbsp; เคลื่อนไหวด้วยข้อเรียกร้องเดียวกันทั่วประเทศอย่างกว้างขวางเช่นนี้ ดังนั้นการจะตอบคำถามนี้คือการถามผู้มีอำนาจว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และพร้อมที่จะรับผิดต่อการกระทำที่ผ่านมา แล้วหาทางออกร่วมกันหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่มีการทาบทามให้ตนขึ้นปราศรัยบนเวที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ นำหลักฐานเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำต่างๆ ในต่างสถานการณ์ที่เป็นการสนับสนุนการกระทำผิดตามมาตรา 111 พร้อมหนังสือร้องเรียนเพื่อให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รับไว้พิจารณาในการดำเนินคดีกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมี พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.สส.2 บก.สส. บช.น. เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิญากล่าวว่า นายธนาธรมีส่วนสนับสนุนในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 111 และพิจารณาว่าเข้าข่ายผิดมาตรา 112 ด้วยหรือไม่ เนื่องจากพบว่าการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต มีการปราศรัยเนื้อหามีลักษณะจาบจ้วงสถาบันฯ นายธนาธรยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลายครั้งในลักษณะสนับสนุนให้มีการชุมนุมและสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันฯ รวมทั้งยังเข้าร่วมการชุมนุมที่สนามหลวงเมื่อวันที่&amp;nbsp; 19 กันยายนอีกด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวอรุณี&amp;nbsp; กาสยานนท์&amp;nbsp; โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่ทวิตเตอร์รายงานถึงเรื่องปฏิบัติการไอโอ (information&amp;nbsp; operations) ของรัฐบาลและกองทัพ ซึ่งประเทศไทยเป็น&amp;nbsp; 1 ใน 5 ประเทศที่มีการตรวจพบปฏิบัติการไอโอ จำนวน 1,594 บัญชี โดยมี 926 บัญชีในไทยที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกองทัพบกไทยและรัฐบาล โดยมีพฤติกรรมมุ่งโจมตีฝั่งตรงข้ามทางการเมืองและประชาชนที่มีความเห็นต่างเป็นสิ่งที่ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้กองทัพเป็นเครื่องมือบิดเบือนข้อเท็จจริงทำสังคม เกิดความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เกิดความเข้าใจที่ผิดๆ ในหมู่ประชาชนและคนรุ่นใหม่ จนลุกลามไปสู่ความเกลียดชังบุคคลและองค์กรต่างๆ สิ่งที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงการคุกคามของรัฐบาลที่มีต่อประชาชน เผด็จการซ่อนรูปของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดเผยตัวตน
ทบ.ปัดทำไอโอบนทวิตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์ว่า กองทัพนำงบประมาณและทรัพยากรที่มาจากเงินภาษีของประชาชน มาใช้ปลุกปั่นประชาชนให้เกิดความแตกแยกกัน โดยการเอาคำว่า &amp;quot;ชังชาติ&amp;quot; และ &amp;quot;ล้มเจ้า&amp;quot; มาปลุกปั่นประชาชน&amp;nbsp; การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่ความจงรักภักดี แต่เป็นการกระทำที่บังอาจ และระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ที่เจตนาเอาชาติและสถาบัน มาใส่ร้ายสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เพื่อจะได้ปราบปรามประชาชนที่คิดต่างคนที่ควรถูกดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่นใน ม.116 ไม่ใช่นักศึกษาและประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยแต่ต้องเป็นกลุ่มทหาร ที่ส่งไอโอมาปลุกปั่นทำให้ประชาชนแตกแยกกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ในสื่อโซเชียลทั้งหมดที่กองทัพบกใช้นั้น ยืนยันว่าใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์งานของกองทัพบก โดยเฉพาะงานช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ เพราะประเทศไทยในขณะนี้จะมีสถานการณ์ที่วิกฤติเสมอ เช่นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากพายุ จึงต้องนำสื่อทางโซเชียลมีเดียมาเพื่อรายงานและติดตามสถานการณ์ รวมถึงสั่งหน่วยทหารในพื้นที่ดังกล่าวไปทำหน้าที่เข้าพื้นที่เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะต้องมีการชี้แจงข้อมูลไปทางทวิตเตอร์หรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์กล่าวว่า ขั้นต้นได้ประสานงานยืนยันกับทางทวิตเตอร์ไปแล้วว่าไม่ได้ใช้ในลักษณะตามที่ถูกกล่าวหา แต่ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมดที่ถูกระงับ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะตรวจสอบได้แค่ไหน ยืนยันว่ากองทัพบกไม่มีนโยบายทำทวิตเตอร์อวตารเพื่อไอโอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลกับทางทวิตเตอร์ก่อน เพื่อดูรายละเอียด แต่จากที่เห็นตามข่าวที่มีการเผยแพร่เป็นไปในลักษณะการเชื่อมโยงข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนได้แล้ววิเคราะห์สรุปว่ามีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบกนั้นน่าจะไม่เป็นธรรมกับกองทัพบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะโฆษกอนุกรรมาธิการ(กมธ.) พิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมายในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ รัฐสภา เปิดเผยข้อสรุปของอนุ กมธ.ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อนุกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เป็น ส.ส. และนักวิชาการ ได้ข้อสรุปแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นไปตามกระบวนการมาตรา 256 แต่มีเสียงส่วนน้อยที่เป็น ส.ว.เห็นว่ายังขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า กมธ.เสียงข้างมากเห็นว่าการทำประชามติ ให้ทำหลังผ่านการแก้ไขในวาระที่ 3 ก่อนที่นายกฯ นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามกระบวนการในมาตรา 256 วรรค 8 แต่เสียงส่วนน้อยที่เป็น ส.ว. เห็นว่าควรทำประชามติ 2 ครั้ง คือ ก่อนรับหลักการ และก่อนที่นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายซึ่งตนยังเห็นแย้งกับความเห็นของวุฒิสภา ซึ่ง กมธ.ก็จะนำข้อ สรุปความเห็นทั้งหมดเสนอต่อ กมธ.ชุดใหญ่ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยว่า การเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่าเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการฯ ที่จะพิจารณา ซึ่งเมื่อเปิดการประชุมมา ก็คงจะนำไปดูว่าจะรับร่างใด จะตั้งหรือไม่ตั้ง ส.ส.ร. ทุกอย่างใช้กฎหมายหมด จะออกหรือจะเข้ามีกฎหมายทุกตัว แต่ตนก็ต้องรับผิดชอบต่อไป ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ออกก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 60.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80007</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ตุลา., ขบวนเสด็จฯ, ปลุกประชาชนปกป้องสถาบัน, ม็อบคณะราษฎร 2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดบัญชีระดมทุนชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f806c1a28b55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
