<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐถอนทหารพ้นซีเรีย เปิดทางตุรกีขยี้กองกำลังชาวเคิร์ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เสร็จศึกฆ่าขุนพล กองทัพสหรัฐเริ่มถอนทหารออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียเมื่อวันจันทร์ เปิดทางให้ตุรกีเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ด ที่เคยเป็นกำลังสำคัญในการโค่นกลุ่มไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวประกาศข่าวการถอนกำลังทหาร ซึ่งถูกกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียประณามว่าเป็นการแทงข้างหลัง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า เมื่อสหรัฐถอนกำลังแล้ว ตุรกีจะเดินหน้าปฏิบัติการที่วางแผนมายาวนานภายในภาคเหนือของซีเรียในไม่ช้า กองทัพสหรัฐจะไม่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของซีเรีย และกำลังพลของสหรัฐซึ่งได้โค่นดินแดนคอลิฟะห์ของไอเอสได้แล้ว จะไม่อยู่ในพื้นที่นั้นอีกต่อไป นอกจากนี้ ตุรกีจะรับผิดชอบเกี่ยวกับนักรบไอเอสทั้งหมดที่กองกำลังชาวเคิร์ดจับตัวไว้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ด ซึ่งมีชื่อเรียกว่ากองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) กล่าวโจมตีสหรัฐว่า ทรยศพันธมิตร และเตือนว่าจะส่งผลกระทบแง่ลบต่อสงครามต่อต้านพวกนักรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านองค์การสหประชาชาติแสดงความวิตกว่าปฏิบัติการของกองทัพตุรกีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียจะก่อวิกฤติด้านมนุษยธรรม พวกเขากำลังเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ขณะที่สหภาพยุโรปเตือนว่าพลเรือนจะต้องรับผลกระทบของการโจมตีทางทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า ทหารอเมริกันได้เริ่มถอนกำลังออกจากที่มั่นตรวจการณ์ 2 จุดบริเวณชายแดนซีเรีย-ตุรกี ในเมืองเทลอับยัดและรัสอัลเอน และได้แจ้งต่อผู้บัญชาการของเอสดีเอฟว่าสหรัฐจะไม่ปกป้องเอสดีเอฟจากการรุกโจมตีของตุรกีอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวว่า เขามีแผนไปพบกับทรัมป์ที่กรุงวอชิงตันในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน เพื่อหารือแผนเรื่อง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาตุรกีพยายามผลักดันการจัดตั้ง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; ระยะ 32 กิโลเมตรตลอดชายแดนซีเรียโดยตุรกีเป็นผู้ควบคุม เพื่อขับไล่นักรบเคิร์ดซีเรียกลุ่มวายพีจี ซึ่งเป็นกองกำลังหลักในกลุ่มพันธมิตรเอสดีเอฟ แต่ตุรกีถือว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสดีเอฟออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐว่า ไม่ทำตามคำมั่นสัญญาและได้ถอนกำลังจากชายแดนติดกับตุรกี ตอนนี้ตุรกีกำลังเตรียมปฏิบัติการรุกทางเหนือและตะวันออกของซีเรีย ซึ่งจะทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นแดนสงคราม &amp;quot;คำแถลงของสหรัฐวันนี้น่าประหลาดใจ พูดได้ว่าเป็นการแทงข้างหลังเอสดีเอฟ&amp;quot; คิโน กาเบรียล โฆษกเอสดีเอฟกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังชาวเคิร์ด, กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย, ซีเรีย, ตุรกี, สหรัฐถอนทหาร, เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, เอสดีเอฟ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
