<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตห่วงสถานการณ์ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศเชิญคณะทูตแจงสถานการณ์ม็อบ ยันทำตามหลักสากลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เหตุมีแนวโน้มรุนแรงกระทบต่อสาธารณะและขบวนเสด็จฯ รวมทั้งเสี่ยงต่อโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครม.มีมติให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ 26-27 ต.ค.นี้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ขอเป็นรองนายกฯ สยบข่าวแคนดิเดตเสียบแทน &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ชงตั้ง กมธ.พิจารณาข้อเรียกร้อง &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; จี้ประยุทธ์ลาออก-ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-พรรคร่วมถอนตัว กมธ.ศึกษาแก้ รธน. คาดสรุปรายงานส่งประธานรัฐสภาสัปดาห์หน้า โยนสมาชิกตัดสินตั้ง ส.ส.ร.ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการต่างประเทศ เวลา 15.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม&amp;nbsp; นายธานี ทองภักดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร่วมกันบรรยายสรุปให้แก่คณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมในประเทศไทย รวมทั้งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ทำหน้าที่ดำเนินรายการ ทั้งนี้ มีคณะทูตและผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ 84 คน รวมถึงระดับเอกอัครราชทูต 37 คน เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.00 น. นายธานีแถลงภายหลังบรรยายสรุปว่า ในการชี้แจง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้บรรยายให้คณะทูตทราบถึงสถานการณ์การชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา ที่เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่มีการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมได้แสดงออกตามสิทธิเสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้มีกลไกในการนำข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา รวมถึงชี้แจงเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เริ่มมีเหตุเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อสาธารณะ รวมถึงเหตุการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม ที่ส่งผลกระทบต่อขบวนเสด็จฯ ประกอบกับความเสี่ยงต่อสถานการณ์โควิด-19 จึงนำไปสู่การออกประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธานีกล่าวว่า สำหรับ พ.ต.ท.กฤษณะได้ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกคำสั่ง หรือข้อกำหนด โดยยืนยันว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อเข้าควบคุมพื้นที่ตามหลักสากล และดำเนินการอย่างมีขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก นอกจากนี้ นายอนุชายังได้อธิบายกระบวนการดำเนินการในขั้นต่อไปของรัฐบาล โดยจะรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องจากประชาชนทุกฝ่าย การสร้างความเข้าใจกับประชาชน รวมถึงชี้แจงว่ารัฐบาลเตรียมเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเป็นทางออก และลดความตึงเครียด ซึ่งสอดคล้องกับการเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะทูตได้สอบถามถึงการคาดหวังของสภาจะเป็นอย่างไร ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เพื่อนำไปรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในสภา รวมถึงสอบถามเรื่องการทำหน้าที่ของสื่อ ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า การดำเนินการของรัฐได้เคารพสิทธิของสื่อและผู้ชุมนุม ส่วนเรื่องการสลายการชุมนุมวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น เนื่องจากเกิดพัฒนาการของการชุมนุมที่รุนแรงขึ้น เกิดความเสี่ยงของการกระทบกระทั่งระหว่างฝ่ายผู้ชุมนุมและผู้เห็นต่าง รวมถึงมีผลกระทบต่อขบวนเสด็จฯ จึงจำเป็นต้องดำเนินการสลายการชุมนุม&amp;quot; นายธานีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบออกร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 ซึ่งในรายละเอียดยังไม่ได้มีการกำหนดเรื่องวันที่จะเปิดประชุม อาจจะต้องมีการพูดคุยกับประธานสภาผู้แทนราษฎร และต้องทูลเกล้าฯ ถวายร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวก่อน
เคาะ26-27ต.ค.เปิดวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานสภาผู้แทนราษฎรได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบถึงการไปร่วมประชุมกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ตัวแทนฝ่ายค้าน ตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนจากพรรคการเมือง เรื่องการพิจารณาสมควรเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ซึ่งที่ประชุมมีมติให้มารายงาน ครม.ในกรณีที่เห็นชอบให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 เพื่อให้ทุกฝ่ายมีโอกาสอภิปรายแสดงความคิดเห็นและชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และลดปัญหาข้อขัดแย้ง รวมถึงประเด็นที่ ครม.ควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา 165 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครม.ได้หารือกำหนดวันและมีมติให้กำหนดข้อเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ และให้เลื่อนการประชุม ครม.ไปเป็นวันพุธที่ 28 ต.ค.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดเรื่องวัน แต่อยากให้เปิดเร็วที่สุด ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าจะเปิดวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ เพราะว่าเร็วที่สุดแล้ว เนื่องจากวันที่ 21-22 ต.ค. เป็นวันเปิดทำการ ส่วน 23-25 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการ วันที่ 26 ต.ค.จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้จะพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมประเด็นเดียวหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะขอเรื่องอะไรไปบ้าง แต่ตอนนี้ขอตามมาตรา 165 ซึ่งเป็นอำนาจของ ครม. ไม่ใช่แค่ของนายกฯ ส่วนจะคุยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ ไม่ทราบ เพราะตนก็ไม่รู้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญฉบับของไอลอว์นั้นไปถึงไหนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีถึงรัฐบาลต้องการให้ที่ประชุมรัฐสภาคลี่คลายสถานการณ์ในประเด็นไหนบ้างว่า ก็ต้องไปพูดคุยกัน เรายังไม่ได้สรุปประเด็นว่าเปิดประชุมแล้วจะพูดไปไหนบ้าง จะคุยประเด็นใดบ้าง แต่ทุกปัญหาจะนำเข้าสู่ที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะยังไม่รอการประชุมของรัฐสภาเพราะมีการยื่นเงื่อนไข ให้ทำตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ นายอนุชา กล่าวว่า เป็นความเห็นที่แตกต่างจะต้องนำไปพิจารณาในสภา เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นเพียงข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในสังคมประชาธิปไตยการเรียกร้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าการบังคับหรือขู่เข็ญไม่น่าจะใช่เรื่องที่ถูกต้อง และบางเรื่องจุดยืนของแต่ละพรรคมีอยู่แล้ว เช่น ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องสถาบัน จึงอยากฝากถึงผู้ชุมนุมว่า สิ่งที่เราพยายามทำนั้นทำเพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่ทุกความเห็นจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน คงต้องมาพูดคุยหาทางออกร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจใช้เวลาพูดคุยในสภาประมาณ 1-3 วัน เชื่อว่าคงจะสะเด็ดน้ำแล้วว่าจะไปในทิศทางไหน แม้เวลาแค่ 1-2 ชั่วโมงเราก็เห็นตรงกันว่ามีค่าสำหรับการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน เราจะมีมติออกมาร่วมกัน ซึ่งนักการเมืองทุกคนก็อยากเห็นความสงบสุข&amp;nbsp; ส่วนหากการประชุมผ่านไปแล้ว แต่ม็อบยังคงอยู่ก็ค่อยว่ากัน หาวิธีที่จะมีบทสรุปร่วมกันอย่างสันติวิธี&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot;สยบข่าวเสียบแทนนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.วันนี้ได้รับทราบว่าจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ดังนั้นอะไรที่เราทำได้ก็ทำ และรับฟังด้วย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าเปิดประชุมในวันที่ 26-27 ต.ค.นั้น เราไปกำหนดเองไม่ได้ ต้องรอโปรดเกล้าฯ ลงมาก่อน ทั้งนี้คิดว่าไม่มีช้า ไม่มีเร็ว ทุกอย่างมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมอยู่แล้ว และมีกระบวนการทำงานเป็นทีม ไม่มีใครตัดสินใจคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ หากมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;quot;ผมขอเป็นรองนายกฯ ที่มีนายกฯ ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์&amp;quot; ยืนยันพรรคภูมิใจไทยปกป้องเทิดทูนสถาบัน เปลี่ยนอย่างอื่นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญได้จริง อย่างน้อยที่สุดการรับฟังความเห็นของสมาชิกเพื่อหาทางออกประเทศตามมาตรา 165 คงจะได้ถูกดำเนินการ และหากเป็นไปได้ อยากเห็นผลข้อสรุปของการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย คงจะมีคณะทำงานหรือคณะกรรมาธิการที่ประกอบด้วย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้เป็นเวทีต่อเนื่องในการรับฟังความคิดเห็นและแสวงหาทางออกร่วมกัน จะเป็นทางออกของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐสภาควรทำหน้าที่หาทางออกให้กับประเทศ เพราะในระบอบประชาธิปไตยถือเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาที่ชัดเจนควรจะใช้เวลาเท่าไรเพื่อให้แก้ปัญหาให้ทัน นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องเร่งดำเนินการ สิ่งไหนต้องเร็วที่สุด สิ่งไหนต้องปานกลาง หรือสิ่งไหนต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เป็นเรื่องที่คณะทำงานชุดดังกล่าวจะเป็นผู้พิจารณาเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่รวดเร็ว สำหรับเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องนโยบายประกันรายได้และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หากเป็นไปได้จะนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาร่วมพิจารณาด้วยก็ได้ เพราะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ต้องทำโดยเร็วที่สุด และเป็นเรื่องแรกในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกล นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค พร้อมด้วยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค, น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ถึงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย น.ส.สุทธวรรณอ่านแถลงการณ์สรุปว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มุ่งสืบทอดอำนาจจากเผด็จการ โดยใช้รัฐธรรมนูญ 60 ส.ว. 250 คน และองค์กรอิสระ ที่มาจากกลไกการแต่งตั้งของ คสช. เป็นเครื่องมือในการค้ำจุนอำนาจของตน เพื่อให้ตนและพวกสามารถครอบงำและปกครองประเทศเอาไว้เพื่อประโยชน์ส่วนตน โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อเกิดการประท้วงต่อต้านโดยประชาชน แทนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะสำนึกว่าตนเองกำลังหลงใหลมัวเมาในอำนาจ เสพติดความเป็นเผด็จการ&amp;nbsp; กลับไม่เคยสำนึกผิดอะไรเลย หนำซ้ำยังใช้ความรุนแรงที่ขัดกับหลักสากลในการสลายการชุมนุมของประชาชน และยังลุแก่อำนาจ ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างขาดสติ ใช้กฎหมายในการคุกคามประชาชนไม่จบไม่สิ้น
ก้าวไกลยื้อเสนอ4ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ บัดนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้หมดความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จึงขอเสนอข้อเรียกร้องที่เป็นทางออกของประเทศชาติบ้านเมือง ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและปล่อยประชาชนผู้บริสุทธิ์โดยทันที 2.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 3.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของวุฒิสภา และ 4.ต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน ยุติอำนาจของวุฒิสภา ในการเลือกนายกรัฐมนตรี และลงมติกฎหมายปฏิรูปประเทศ รวมถึงการออกแบบระบบการเลือกตั้งที่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลหยิบยกเอาประเด็นในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้สร้างสถานการณ์ ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน เพื่อให้รัฐบาลนำมาใช้เป็นเหตุในการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมือง ชาติคือประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชากล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา มุ่งมั่นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมและข้อเสนอทางออกของประเทศของพรรคก้าวไกลใกล้เคียงกัน สิ่งที่ทำได้และตัดสินใจได้ทันทีนั้นคือการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์ กว่า 6 ปีที่ผ่านมาทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าสถานการณ์ตอนนี้ตัวเองทำถูกหรือทำผิด มาถึงขนาดนี้ จนประชาชนออกมาเรียกร้องทั่วประเทศ ฉะนั้นคิดว่าความจริงใจเท่านั้นที่จะทำให้ข้อเรียกร้องของพรรคก้าวไกลเป็นจริงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิโรจน์กล่าวว่า สมัยก่อนคราวที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้เคยพูดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ สมัยนั้นว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยิ่งจะทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น ตนอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2557 นั่งไทม์แมชชีนมาเตือน พล.อ.ประยุทธ์ปี 2563 ด้วย และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ในปี 2557 มาเข้าฝัน พล.อ.ประยุทธ์ ในปี 2563 เตือนสติเขาให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสำนึกในโทษานุโทษของตัวเอง ลาออก และคืนสังคม เศรษฐกิจที่เป็นความหวังให้กับประชาชนได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วยที่จะให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อที่จะหาทางออกประเทศ เป็นการตัดสินใจที่ช้ามาก เพราะที่ผ่านมาพรรคร่วมฝ่ายค้านเคยเสนอไปแล้ว แต่รัฐบาลไม่สนใจ ทางออกเดียวที่รัฐบาลมีอยู่คือเปิดประชุมวิสามัญร่วมรัฐสภาเลย เพื่อนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าภายในสัปดาห์นี้ ไม่ต้องรอวันที่ 1 พฤศจิกายน ส่วนจะส่งผลให้ผู้ชุมนุมพอใจหรือไม่นั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สามารถคาดการณ์ได้กรณีดังกล่าว แต่เป็นทางออกที่ดีที่สุดของรัฐบาลในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่า เป็นทางออกอีกทางหนึ่ง ที่จะทำให้ประเทศไม่เดินไปถึงทางตัน เพราะการให้ฝ่ายค้าน รัฐบาล และ ส.ว.ใช้เวทีรัฐสภา แสดงความเห็น ก็ดีกว่าการใช้เวทีอื่นที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งหรือการใช้ความรุนแรง หรือการรัฐประหาร ดังเช่นปี 2557 ที่เคยพยายามใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ปัญหา ซึ่งก็เป็นบทเรียนว่าหากทางออกในสภาเดินต่อไปได้ ความขัดแย้งหรือการลงถนนก็จะคลี่คลายลง ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะใช้เวลาประชุมประมาณ 2 วัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลา ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอยากล้มก็ล้มเลย ต้องกลับไปถามประชาชนอีกกว่า 60 ล้านคน ว่าเห็นด้วยหรือไม่ จุดอ่อนของกฎหมายสามารถแก้ไขได้ แต่จะแก้ประเด็นใดเพื่อผลประโยชน์ของใคร ยังไม่มีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ใช่ว่าไม่พอใจก็จะร่างใหม่ทั้งหมด เหมือนเป็นการเล่นเกมหรือไม่ และเมื่อแก้เสร็จก็จะมีมวลชนที่ต้องการอีกอย่างออกมาเคลื่อนไหวอีก ดังนั้นเราต้องยึดหลักการของกฎหมายควบคู่ไปกับการรับฟังความเห็นของผู้เห็นต่างโดยเอาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นหลัก ไม่มีใครได้อะไรทั้งหมด&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว และว่า 3 ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรนั้น 2 ข้อแรกไม่น่าจะมีปัญหา แต่ข้อที่ 3 เรื่องปฏิรูปสถาบันต้องดูเรื่องความเหมาะสม
สัปดาห์หน้าเสนอรายงานแก้ไข รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ แถลงว่า คณะ กมธ.จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ ให้เสร็จภายในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นการพิจารณาตามกำหนดเวลา 30 วัน คาดว่าจะส่งให้สภาได้ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ เพื่อให้ประธานรัฐสภา บรรจุระเบียบวาระการประชุม และคาดว่าจะพิจารณาได้สัปดาห์หน้าหรือต้นเดือนพ.ย. ดังนั้นการทำงานของคณะ กมธ. จึงเป็นไปตามกำหนด ในส่วนของความเห็นเรื่องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ความเห็นยังเป็น 2 แนวทาง คือ 1.สามารถทำได้โดยการตั้ง ส.ส.ร. และมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ 2.ยังทำไม่ได้ เพราะขัดต่อคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในอดีตเมื่อปี 2555 ว่าการจะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องทำประชามติก่อน จึงต้องให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจในวันที่พิจารณารับหลักการอีกครั้ง ส่วนญัตติอื่นๆ กมธ.ได้พิจารณาข้อดี-ข้อเสีย และหาข้อสรุปเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำด้วยความรอบคอบ เพราะมีข้อจำกัดหลายเรื่อง ไม่ใช่ว่าเราอยากจะแก้ได้ทุกเรื่อง นอกจากจะพูดถึงมาตรา 256 ยังมีมาตรา 255 ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ จะกระทำมิได้ สมาชิกรัฐสภาทุกคนเห็นพ้องกันว่ารัฐธรรมนูญอาจมีบางประเด็น บางมาตราที่ต้องแก้ไข และยินดีที่จะแก้ไข แต่ประเด็นที่มีความเป็นห่วงตอนนี้คือเรื่องการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ และขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือเรื่องใหญ่ที่ทำให้ถกเถียงกันนานเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา กล่าวถึงการชุมนุมแฟลชม็อบของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่กระจายไปทั่วประเทศว่า ต้องใช้คำ &amp;quot;อย่างนี้ก็ยุ่งตายห่า..&amp;quot; ที่นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ อดีตประธานรัฐสภาเคยอุทานวลีนี้ขณะประชุมสภาช่วงปี 2518 เพราะเกิดความวุ่นวายสับสนในระหว่างประชุมสภา&amp;nbsp; ปัญหาบ้านเมืองเวลานี้เป็นผลมาจากการยึดอำนาจของ คสช. หรือจะเรียกว่ามรดกบาปจากการรัฐประหารปี 2557 ก็ได้ การแก้ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกตอนนั้นถือว่าพอไปได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยึดอำนาจแล้วไม่คืนอำนาจ มิหนำซ้ำบอกว่าจะคืนความสุข ก็ไม่เห็นความสุข ตรงกันข้าม ประชาชนมีแต่ความทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเคยเตือน พล.อ.ประยุทธ์แล้วแต่ไม่ฟัง พล.อ.ประยุทธ์เป็นได้แค่กรรมการห้ามมวย อย่าลงไปต่อยเอง แต่ไม่เชื่อ แล้วเป็นไง รัฐธรรมนูญเขียนให้สืบทอดอำนาจ วางกลไกที่เป็นพวกพ้องไว้หมด คอยเล่นงานฝ่ายตรงข้าม เกือบ 7 ปี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ล้มเหลวทุกเรื่อง คอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมาย คนยากจนเต็มไปหมด ทำให้คนออกมาขับไล่ให้ออกจากนายกฯ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมออก อย่างนี้ก็ยุ่งตายห่าน่ะสิ&amp;quot; นายอุทัยกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81296</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ส.ส.ร., สถานการณ์ม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, แก้ รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8efa7896ee4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ้องถล่ม3ปมวิกฤติ ฝ่ายค้านซักฟอกทั่วไปบี้‘ประยุทธ์’ลาออก/ส.ว.แตก3ฝ่าย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านจัดเต็มจ้องยำใหญ่-ไล่ถลุง &amp;quot;บิ๊กตู่-รัฐบาล&amp;quot; กลางสภาพุธนี้ 10 ชั่วโมง ขึงพืด 3 ปมวิกฤติเศรษฐกิจ-ปัญหาประเทศ-การเมืองร้อนพอคางเหลือง จบที่เรียกร้องประยุทธ์ลาออกแบบมึนๆ ไม่ปิดประตูนายกฯ นอกบัญชี แต่ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ วิปสภาสูงปิดห้องหารือแก้ รธน.พุธนี้ หลังเสียงยังแตกเป็นสามกลุ่ม ลั่นถึงม็อบพรึ่บธรรมศาสตร์ 19 ก.ย.ก็ไม่มีผลต่อการลงมติ ฝ่ายค้านเร่งเครื่องหนักเตรียมเสนอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันพุธที่ 9 กันยายนนี้ จะมีความน่าสนใจไม่น้อยเพราะที่ประชุมจะพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องวิกฤติทางเศรษฐกิจและวิกฤติทางการเมืองโดยไม่มีการลงมติ ที่ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 99 คนที่แทบทั้งหมดเป็น ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยญัตติดังกล่าวระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;สถานการณ์ของประเทศขณะนี้มีความน่าเป็นห่วงในทุกด้าน&amp;nbsp; โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ด้านการเมือง จากผลกระทบเรื่องโควิดที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ขณะเดียวกันก็เกิดสถานการณ์ทางการเมืองแทรกซ้อน อันเป็นผลมาจากความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลในการเข้าสู่อำนาจ เพื่อสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จึงเกิดการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน และมีการใช้กฎหมายข่มขู่คุกคามและจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีก&amp;quot; ญัตติดังกล่าวระบุตอนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยเตรียม ส.ส.อภิปรายในวันที่ 9 ก.ย.ไว้ 15 คน ยังไม่รวม ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นที่ยังไม่รู้จะมีผู้อภิปรายกี่คน พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายให้เห็นถึงความล้มเหลวเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่มีผลเชื่อมโยงไปถึงปัญหาการเมือง เพื่อให้รัฐบาลหาทางแก้ปัญหา เพราะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ของรัฐบาลด้วยการแจกเงินไม่ได้ผล จะมีมาตรการอะไรใหม่ที่เป็นความหวังของประชาชน คาดหวังว่าประชาชนจะได้เห็นแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้ว่าจะมีความหวังหรือหมดหวังกับรัฐบาลชุดนี้ และจะกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลกระตือรือร้นทุ่มเทการแก้ปัญหาให้มากขึ้นกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พรรคฝ่ายค้านได้รับเวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง และได้จัดสรรให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอภิปราย พรรคเพื่อไทยได้รับเวลาทั้งสิ้น 310 นาที มี ส.ส.อภิปราย 11-12 คน อภิปรายในสาระสำคัญ 3 ประเด็น คือ 1.วิกฤติเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งรัฐบาลล้มเหลวทางด้านแก้ไข รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการทุจริตในภาระงานด้านต่างๆ 2.ปัญหาระดับเจาะลึก เช่น&amp;nbsp; ปัญหาสินค้าเกษตรแต่ละด้าน และ 3.วิกฤติทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านพุ่งเป้าไปที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยในภาพสรุปของการอภิปราย ฝ่ายค้านจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เพื่อปลดล็อกปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวไม่สุดโต่งเกินไป เพราะทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อนายกฯ ลาออก เท่ากับว่าคณะรัฐมนตรีต้องพ้นไป และต้องเลือกนายกฯ และรัฐมนตรีคณะใหม่ ซึ่งกระทำได้ภายใต้การประชุมรัฐสภา มีการเสนอชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีบุคคลที่พรรคเสนอให้รัฐสภาเลือกเป็นนายกฯ หรือหากไม่มีบุคคลในบัญชีสามารถขอเสียงจากรัฐสภาเพื่องดเว้นได้ ซึ่งไม่เหมือนกับการเคลื่อนไหวนอกสภา&amp;quot;&amp;nbsp; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะใช้วิธียุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งใหม่ เพราะผลที่ได้ไม่คุ้มกับการเลือกตั้ง เนื่องจากหากเลือกตั้งภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะได้คนเดิมเข้าสู่สภา ส่วนนายกฯ จะลาออกตามข้อเสนอหรือไม่นั้นอยู่ที่มโนธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะหากนายกฯ&amp;nbsp; ไม่ลาออก เท่ากับว่าประเทศไม่ปลดล็อกการแก้ปัญหา ส่วนบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำการบริหารประเทศ คือคนที่มีความรู้ความสามารถและได้รับการยอมรับในเชิงระบบ รวมถึงมีความเป็นกลาง ทั้งนี้ ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่การให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ
ส.ว.เสียงแตกกลุ่มแทงกั๊กมากสุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในวันที่ 23-24 กันยายนนี้ มีรายงานข่าวจากวุฒิสภาว่า การแก้ไข รธน.มาตรา 256 ตามร่างของพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่เสนอให้ตั้งสภาร่าง รธน.นั้น พบว่าล่าสุดท่าทีของ ส.ว. 250 คนยังคงเสียงแตก มีความเห็นไม่ตรงกัน ทำให้ยากต่อการประเมินทิศทางการลงมติในวาระแรกขั้นรับหลักการ ที่จะต้องมีเสียง ส.ว.สนับสนุน 84 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ท่าทีของ ส.ว.แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่สงวนท่าทีขอรอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ค่อยตัดสินใจ เป็นกลุ่มใหญ่สุด มีอยู่ประมาณกว่า 100 คนที่ยังไม่ตัดสินใจอะไรชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอดีตข้าราชการทหาร ตำรวจ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 2.กลุ่มที่พร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส.รัฐบาลและ ส.ส.ฝ่ายค้าน มีอยู่ประมาณ 20-30 คน มีจุดยืนชัดเจนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการตั้ง ส.ส.ร.หรือการแก้ไขเป็นรายมาตรา เพื่อลดความขัดแย้งในประเทศ อาทิ นายวันชัย สอนศิริ, นายคำนูณ สิทธิสมาน รวมถึง ส.ว.แถบภาคอีสานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ รับรู้ถึงความต้องการของชาวบ้าน พร้อมสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่ม ส.ว.อิสระ 60 คน ที่ถึงแม้จะแสดงเจตนาพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ให้ลดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นการแก้เฉพาะรายมาตราเท่านั้น ไม่เอาการตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ส.ว.กลุ่มนี้จะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้นความชัดเจนของ ส.ว.ทั้ง 250 คน คงต้องรอการส่งสัญญาณสุดท้ายมาจากฝั่งรัฐบาลว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาและอดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยุครัฐบาล คสช. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของ ส.ว.ต่อเรื่องนี้ว่า วิปวุฒิสภาได้นัดหารือเพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยกันเรื่องการแก้ไข รธน.ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่า ส.ว.แต่ละคนได้แลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องนี้กันค่อนข้างมาก เพราะการแก้ไข รธน.เป็นเรื่องใหญ่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกพอสมควร ส.ว.ก็กำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ โดยการพิจารณาของ ส.ว.ในเรื่องแก้ รธน.ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเตรียมนัดชุมนุมใหญ่ทางการเมืองใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาและหนึ่งในวิปวุฒิสภา เปิดเผยว่า การประชุมวิปวุฒิสภาวันพุธที่ 9 กันยายนนี้ เป็นการประชุมเพื่อหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยจะเป็นการประชุมหารือกันภายในเพื่อให้ ส.ว.แต่ละคนร่วมกันแสดงความเห็นต่อญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านที่จะเสนอแก้มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่าง รธน. รวมถึงญัตติแก้ไข รธน.มาตราอื่นๆ ที่มีข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านบางพรรคจะยื่นเพิ่มเติมด้วย เพื่อร่วมหารือกันว่าการแก้ไข รธน.ดังกล่าวตามญัตติที่เสนอมาแต่ละร่างที่เสนอมา มีข้อดีข้อเสียอย่างไร และหาก ส.ว.ร่วมลงมติแล้วจะมีผลอย่างไรตามมา เช่นหากลงมติเห็นด้วยจะเป็นอย่างไร และหากไม่ลงมติจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วการลงมติของ ส.ว.ทั้งหมดเป็นดุลยพินิจของ ส.ว.แต่ละคนเอง วิปวุฒิสภาไม่สามารถไปก้าวล่วงหรือไปบอกให้ ส.ว.ลงมติแบบไหนได้ ถึงตอนนี้ก็ตอบลำบากว่า ส.ว.แต่ละคนคิดเห็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของ ส.ว.แต่ละคน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจับกลุ่มพูดคุยกันเรื่องนี้หลายวงมาก แต่ยืนยันได้ว่าเรื่องการลงมติของ ส.ว.ต่อการแก้ไข รธน. ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมารอสัญญาณจากฝ่ายรัฐบาลใดๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการตัดสินใจของ ส.ว.แต่ละคน
ม็อบไม่มีผลต่อการลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจตน์กล่าวว่า เรื่องแก้ไข รธน.จุดยืนชัดเจนอยู่แล้ว่าไม่เอาด้วยกับการแก้มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือจะไม่ลงมติสนับสนุนตามร่างที่มาทั้งสองร่าง เพราะมองว่าแนวทางการตั้ง ส.ส.ร.คือการตีเช็คเปล่า เพื่อไปเขียนรัฐธรรมนูญที่ไม่รู้ว่าจะเขียนออกมาอย่างไร และหากไปเขียนแล้วบางเรื่องที่เป็นเรื่องดีๆ ที่เขียนไว้ใน รธน.ปัจจุบันอาจจะหายไป เช่นเรื่องการป้องกันผลประโยชน์ขัดกัน การป้องกันการทุจริต เพราะ รธน.ปี 2560 คือ รธน.ที่คนเรียกกันว่า รธน.ฉบับปราบโกง รวมถึงอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องยุทธศาสตร์ชาติก็อาจหายไป การตั้ง ส.ส.ร.จึงไม่มีหลักประกันอะไรเลย ไม่มีการบอกให้รู้ว่าร่าง รธน.ฉบับใหม่จะออกมาอย่างไร จึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รธน.มาตรา 256 ดังกล่าว&amp;nbsp; แต่ส่วนตัวไม่ขัดข้องหากจะแก้ไข รธน.มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.บางอย่าง เช่นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป แต่ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าเพื่อตั้ง ส.ส.ร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการนัดชุมนุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วันที่ 19 กันยายน ซึ่งหากมีประชาชนมาร่วมจำนวนมากจะเป็นการกดดัน ส.ว.ให้ต้องลงมติเห็นชอบกับการแก้ไข รธน.หรือไม่ รวมถึงอาจมีการชุมนุมหน้ารัฐสภาในช่วงวันที่ 23-24 ก.ย.เพื่อกดดันการลงมติของ ส.ว.ให้เห็นชอบกับการแก้ไข รธน. เรื่องดังกล่าว นพ.เจตน์ที่เป็นอดีต สนช.มาตั้งแต่ปี 2549 และเป็น ส.ว.สรรหาและ สนช.มาจนถึงเป็น ส.ว.ชุดปัจจุบันกล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องปกติเพราะเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ตอนช่วงปี 2552-2553 ก็เป็นเรื่องปกติที่การแก้ไข รธน.ก็จะมีทั้งคนหนุนและคนต้าน โดยฝ่ายที่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตอนลงประชามติก็มีมากกว่าฝ่ายไม่เห็นด้วยร่วม 6 ล้านเสียง แต่ฝ่ายสนับสนุนเขายังไม่ออกมาแสดงออกใดๆ แต่ฝ่ายเคลื่อนไหวให้แก้ไข รธน.กำลังทำอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเรื่องนี้ ส.ว.เป็นตัวของตัวเองในการตัดสินใจ ยืนยันไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอแก้ไข รธน.รายมาตรา ที่จะมีการยื่นขอแก้ไขมาตรา 272 เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.ในสัปดาห์นี้ และจะมีการเสนอแก้ไข รธน.เพื่อโละ ส.ว.ชุดปัจจุบันตามมาอีก นพ.เจตน์กล่าวว่า หากจะแก้ไขโดยตัดอำนาจของ ส.ว.เรื่องโหวตนายกฯ ออกไป ส่วนตัวก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่หากจะยื่นแก้ไข รธน.โดยให้มีผลโละ ส.ว.ชุดนี้ออกไปทั้งหมด มองดูแล้วมันเป็นเรื่องผิดธรรมชาติทางการเมืองที่คนจะมาโหวตเพื่อโละตัวเองออกไป มองดูแล้วก็คิดว่าคงมีอะไรมากกว่านั้นที่จะเสนอมา แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคการเมืองที่จะเสนอมา ซึ่งหากจะมีการเสนอให้โละ ส.ว.ชุดปัจจุบันออกไปทั้งหมด ถ้าญัตตินี้เข้ามาในที่ประชุมร่วมรัฐสภา คนเสนอเขาก็ต้องอภิปรายแสดงเหตุผลว่าทำไมต้องไม่มี ส.ว.ชุดปัจจุบัน หรือทำไมต้องตัดอำนาจ ส.ว.ออกไป หากผู้เสนออภิปรายมีหลักการและเหตุผลได้ว่าแก้แล้วเป็นประชาธิปไตยขึ้นมาอย่างไร ก็อาจมี ส.ว.ลงมติสนับสนุนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา น้องชายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า เรื่องการแก้ไข รธน.เวลานี้ ส.ว.แต่ละคนกำลังรวบรวมข้อมูลเรื่องการแก้ไข รธน.ก่อนการตัดสินใจลงมติให้ได้มากที่สุด โดยจะไม่ใช้กระแสหรืออารมณ์มาตัดสินใจ เพราะเรื่องนี้สำคัญต่อบ้านเมือง และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะใช้แนวทางไหน ส.ว.ส่วนมากกล้าพูดว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างการสดับตรับฟังข้อมูลจากทุกด้านทุกฝ่าย มีแค่ส่วนน้อยที่ฟันธงไปแล้วว่าจะเลือกแนวทางไหน เพราะการแก้รายมาตราและการเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ถ้าเอากระแสหรือความกดดันนอกรัฐสภามาพิจารณาลงมติ ก็อาจเป็นแนวทางที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ควรจะเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาผู้นี้กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ส.ว.มีการพูดคุยกันอยู่ค่อนข้างมาก ก็คุยกันตลอด พบว่า ตอนนี้ส่วนมากยังไม่ได้มีท่าทีเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งโดยทันที ต่างคนก็ต่างหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp; อย่างการให้มี ส.ส.ร.มาร่างใหม่ทั้งฉบับ ก็มีข้อดีตรงที่ฝ่ายที่เรียกร้องบอกว่าเป็น รธน.ของประชาชน แต่ก็อย่าลืมว่าก่อนที่จะร่างใหม่ทั้งฉบับต้องทำประชามติก่อน เพราะ รธน.ฉบับปัจจุบันผ่านประชามติมาสิบหกล้านเสียง จึงต้องทำประชามติก่อน ส่วนการแก้ไขรายมาตราดูแล้วก็มีประมาณสิบกว่ามาตรา แต่ว่าแต่ละมาตราหากจะแก้ไขก็จะมีความเชื่อมโยงกับอีกหลายมาตรา จึงเป็นความยุ่งยากพอสมควร จึงต้องพิจารณากันหลายด้าน แต่ว่าน้ำหนักว่า ส.ว.จะลงมติไปทางไหน เราก็ต้องคุยกัน แต่ยืนยันได้ว่า ส.ว.เป็นอิสระ ไม่มีการล็อบบี้ ไม่มีใบสั่งให้ลงมติ ไม่มีใครมาสั่งได้ เราดูกันที่เหตุผล ไม่มีเรื่องของม็อบที่จะมีการชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวเช่นกันว่า สุดท้ายแล้วคงมีการให้ ส.ว.ทุกคนฟรีโหวตในการลงมติ ซึ่งคิดว่า ส.ว.คงไม่ได้ลงมติไปทางเดียวกันทั้งหมด ความเห็นของ ส.ว.แต่ละคนไม่ได้ยึดโยงกับร่างแก้ไข รธน.ของพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ส่งสัญญาณอะไรมาให้ ส.ว.ในการลงมติ เพราะเป็นการก้าวก่ายการทำหน้าที่ของ ส.ว.
ดักคอ ส.ว.กับ รบ.พวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็มีความคิดเห็นเรื่องนี้เช่นกัน โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีกลุ่ม ส.ว.อิสระ 60 คนพร้อมสนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราว่า ถึงจะมี ส.ว. 60 คนเป็นแนวร่วมแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 แต่คิดว่ายังไม่อยู่ในระดับอุ่นใจได้ เพราะต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ขณะนี้เสียง ส.ว.ยังไม่พอ แค่ถือว่าสัญญาณดีขึ้น ต้องติดตามต่อไปว่าเสียงจะพอหรือไม่ ถ้า ส.ว.ไม่เอาด้วยต้องไปคิดว่าเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp; เพราะ ส.ว.และรัฐบาลเป็นพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยได้เผื่อทางเลือกในการแก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราไว้เช่นกัน โดยในวันที่ 8 ก.ย.ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยจะพิจารณาข้อเสนอการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในนามพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นมีอยู่ 3-4 มาตราที่พรรคจะยื่นแก้ไขเป็นรายมาตราเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้แก่ 1.มาตรา 272 เรื่องการริบอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกรัฐมนตรี 2.มาตราที่เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง เพื่อให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม 3.มาตราเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. จะแก้ไขให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 4.มาตราที่เกี่ยวข้องกับผลพวงจากคำสั่งยึดอำนาจของ คสช.ที่ยังหลงเหลืออยู่และเกิดผลกระทบต่อประชาชน นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยกำลังพิจารณายื่นญัตติขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญด้วย เพื่อให้การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าหากที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 วาระแรก การพิจารณาวาระ 2 จะใช้เวลา 2 สัปดาห์ เสร็จไม่เกินกลางเดือน ต.ค. จึงต้องยื่นขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อให้ลงมติวาระ 3 ได้ในปลายเดือน ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ประเทศชาติถึงทางตันแล้ว รัฐบาลต้องตระหนักรู้ ไม่ดันทุรัง และไม่รัฐประหาร นายกรัฐมนตรีต้องเสียสละลาออก ให้สภาเลือกนายกรัฐมนตรีจาก &amp;#39;คนนอก&amp;#39; ตาม ม.272 วรรค 2 ตั้งรัฐบาลมืออาชีพไม่มีโควตาพรรคเพื่อสมานฉันท์ปฏิรูปประเทศ กอบกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ร่าง รธน.ใหม่สู่ระบอบสังคมธรรมาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใน 2 ปี&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, ฝ่ายค้าน, วิกฤติเศรษฐกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f563558a9f7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โฆษกปชป.&quot; ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน เข้าสภาฯหลังเปิดสมัยประชุมสามัญไม่ช้าเกินไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2563 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงฝ่ายค้านยื่นขอให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่า ในเรื่องนี้โดยหลักการไม่มีความสลับซับซ้อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาลว่าจะเห็นถึงความเหมาะสมหรือไม่เพียงใด เพราะรัฐบาลจะมีฐานข้อมูลในการตัดสินใจได้ดีที่สุดว่าสถานการณ์ช่วงนี้ที่อยู่ในช่วงการป้องกัน และการช่วยเหลือประชาชนจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 รัฐมนตรีทุกคนก็ทุ่มเทในการแก้ปัญหาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนกันอย่างเต็มที่ ดังนั้นการประชุมในสถานการณ์ช่วงนี้จะยากลำบากยิ่งหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงเข้มงวดในมาตรการการป้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องพระราชกำหนดเงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ระบุไว้ชัดว่าในการประชุมรัฐสภาคราวถัดไปคือเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ก็มีการบังคับให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดต่อรัฐสภาโดยไม่ชักช้า เชื่อว่าการรออีกไม่ถึงหนึ่งเดือนก็ไม่ถือว่าช้าไปแต่อย่างใด เพราะกระบวนการต่างๆได้ระบุไว้ชัดในรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อถึงเวลานำพระราชกำหนดเข้าที่ประชุม ฝ่ายค้านก็สามารถใช้สิทธิ์แสดงเหตุและผลได้อย่างเต็มที่ว่าจะอนุมัติหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประการที่สอง การขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญโดยใช้ช่องทาง ส.ส.และ ส.ว. เข้าชื่อกัน 1 ใน 3 หรือ ส.ส.เข้าชื่อกัน 1 ใน 3 นั้น ไม่ว่าจะใช้ช่องทางใด ทั้งสองกรณีต้องได้ชื่อจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นําความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้ ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 หากมีการลงชื่อกันครบก็เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ประธานรัฐสภาไม่สามารถตัดสินใจเปิดสมัยประชุมวิสามัญได้ด้วยตนเอง ช่องทางนี้รัฐธรรมนูญก็ระบุไว้ชัดเช่นกัน&amp;quot; โฆษกปชป. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจดีถึงการที่ส.ส.ฝ่ายค้านอยากสะท้อนความคิดเห็นในมุมต่าง ๆ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย แต่ด้วยสถานการณ์ขณะนี้อาจจะไม่เอื้ออำนวยให้เปิดประชุมได้ ช่องทางที่ดีที่สุดคือฝ่ายค้านสามารถสรุปความเห็นจาก ส.ส. ของแต่ละพรรคแล้วนำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านผู้นำฝ่ายค้านเพื่อให้เสนอต่อรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลก็ต้องรับฟังอยู่แล้ว ก็จะเป็นช่องทางที่เกิดประโยชน์ในการระดมความเห็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวด้วยว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น การดูแลสะท้อนปัญหาของประชาชนจากผลกระทบในสถานการณ์นี้ได้มีการนำเสนออยู่เป็นระยะผ่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยให้ ส.ส. สะท้อนมายังพรรค จากนั้นพรรคก็จะส่งต่อให้รัฐมนตรี ส่วนกรณีการขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญของฝ่ายค้าน วิปรัฐบาลในส่วนของพรรคจะได้มีการนัดพูดคุยกันกับวิปรัฐบาลทั้งหมดในวันที่27 เม.ย.2563 ซึ่งก็อยู่ในหลักการว่ารัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมว่าจะต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ ซึ่งวิปรัฐบาลในส่วนของพรรคจะได้แจ้งผลการพิจารณาต่อพรรคต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราเมศ รัตนะเชวง, เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ, โฆษกพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea51e55a0bcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
