<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039;อัด&#039;ประยุทธ์&#039;ไม่ยอมรับความจริงคือต้นตอปัญหาประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.63- นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ารัฐบาลรับฟังข้อเรียกร้องของเยาวชนและพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกันนั้นยังเปิดให้มีการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้ผู้แทนราษฎรสามารถนำปัญหามาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกนั้น เป็นการซื้อเวลาของรัฐบาล หวังใช้เวทีสภาเป็นเกราะกำบังตัวให้กับรัฐบาลเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง พล.อ.ประยุทธ์ โยนให้คนอื่นร่วมรับผิดชอบแต่ตัวเองลอยตัวเหนือปัญหาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แถลงการณ์ที่ออกมาเป็นการพูดให้ดูดีเท่านั้น แต่ไม่ยอมรับความจริงที่ว่าตัว พล.อ.ประยุทธ์ คือปัญหาของชาติ และเป็นบุคคลที่คนไทยทั้งประเทศไม่ยอมรับอีกแล้ว ดังนั้นการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์จะช่วยแก้ปัญหาประเทศและช่วยให้ประเทศสงบได้อย่างแน่นอน รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไข เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมากล่าวหากลุ่มเยาวชนที่จัดการชุมนุมและมีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2563 ว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการที่โดนกลุ่มเยาวชนการทุบตีทำร้ายตำรวจ และพฤติกรรมรุนแรงอีกหลายอย่างต่อเจ้าหน้าที่ เป็นการตั้งใจทำร้ายคนไทยด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีดังกล่าวเป็นการใส่ร้ายเยาวชนอย่างรุนแรง เพราะการชุมนุมในวันนั้นเยาวชนที่ร่วมชุมนุมเพียงร่มกันฝนและมือเปล่าเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุในการสลายการชุมนุม การพูดของผู้นำประเทศต้องถอนฟืนออกจากกองไฟ ไม่ใช่เอาน้ำมันไปราดกองไฟมันจะยิ่งแรงขึ้น ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบหากมีการสลายการชุมนุมจากรัฐ ไม่ใช่มาโยนความผิดให้เยาวชน เช่นนี้&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81528</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เปิดประชุมสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4c9c5d43e03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสภาดับไฟม็อบ! ชวนนัดทุกพรรคถกด่วนพปชร.-ปชป.-ภท.ชูจุดยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภา-พรรคการเมืองตื่นแล้ว หลังประชาชนลุกฮือทั่วประเทศ ดันด่วนเปิดประชุมสภาวิสามัญ โหวตรับร่าง รธน.วาระแรกเดือนตุลาคม ไม่ต้องรอถึง 1 พ.ย. &amp;quot;ชวน&amp;quot; นัดถก หน.ทุกพรรคการเมืองจันทร์นี้ พท.แนะเปิดโต๊ะเจรจาหาทางออกระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม พปชร.-ปชป.-ภท.ประสานเสียง เอาด้วยแก้ รธน. &amp;quot;คณะประชาชน&amp;quot; ไม่ขัดข้องนายกฯ นอกบัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์การชุมนุมหลายสถานที่ทั่วประเทศในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายการเมืองในส่วนของพรรคการเมืองและนักการเมืองกำลังเร่งหาทางคลี่คลายสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อเสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกให้กับประเทศว่า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ด้วยการที่รัฐบาลหรือสมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อดำเนินการยื่นเรื่องขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายกำลังมีความพยายามดำเนินการอยู่ แต่ยังไม่มีการเสนอรายชื่อมายังประธานสภาฯ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้เสนอความคิดไปยังรัฐบาลว่า หากรัฐบาลจะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญก็สามารถทำได้ หรือจะให้ ส.ส.รัฐบาลเข้าชื่อร่วมกับฝ่ายค้านก็ได้ อีกทั้งได้ประสานพูดคุยกันภายในระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมาโดยตลอด และในวันที่ 19 ต.ค.นี้ ก็ได้นัดหารือกันเป็นการภายในอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญหรือไม่ ก่อนที่จะเปิดประชุมสภาฯ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่เบื้องต้นได้สั่งให้มีการเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญไว้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะประธานสภาฯ ไม่มีสิทธิ์เรียกประชุมสภาสมัยวิสามัญเองได้ เพราะหากทำได้ผมคงทำไปแล้ว แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลหรือสมาชิกรัฐสภาจะต้องเข้าชื่อกันตามกฎหมายกำหนด ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาว่าสภาสามารถเข้าไปดูแลปัญหาส่วนใดได้บ้าง โดยมีการประสานกันภายในระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอย่างเงียบๆ เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดดันหรือเป็นการโยนภาระการตัดสินใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วันพรุ่งนี้เราได้นัดหารือกันภายในอีกครั้ง เพื่อให้สภาพิจารณาว่าควรเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ????????นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ???????เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนในการขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ โดยระบุว่า?สมควรที่จะใช้เวทีของรัฐสภาเพื่อหาทางออกของปัญหา แม้ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นัดให้แกนนำของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภาพูดคุยหารือกันเพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภา ในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563 นั้น พรรคเพื่อไทยจะส่งตัวแทนเข้าหารือ ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยขอแถลงจุดยืนของพรรคต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ1. นายกรัฐมนตรีต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยทันที ?2.จะต้องมีการปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทุกคนโดยทันที?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การหารือร่วมกันระหว่างประธานสภาฯ กับหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ตัวแทนวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน ที่รัฐสภา เป็นการหารือแนวทางที่สภาจะช่วยหาให้สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้คลี่คลายลงได้ หัวข้อที่หารือคงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ แต่จะหารือถึงแนวทางอื่นๆ ด้วย เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ในส่วนพรรคเพื่อไทย จะส่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายสมคิด เชื้อคง รองประธานวิปฝ่ายค้านร่วมหารือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวทางที่พรรคเพื่อไทยจะนำเสนอมีทั้งการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ การแก้รัฐธรรมนูญ การเปิดโต๊ะเจรจาหาทางออกระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม ความเหมาะสมในการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ในเรื่องการเปิดประชุมสมัยวิสามัญนั้น มีความจำเป็นอยู่ แม้ขณะนี้จะเหลือเวลาอีก 11-12 วัน จะเปิดประชุมสภาตามปกติในวันที่ 1 พ.ย.แล้วก็ตาม แต่ระยะเวลาที่เหลือหลังจากนี้จนถึงการเปิดประชุมสภาตามปกติ สถานการณ์จะพัฒนาไปเร็วมาก มีความสำคัญทุกวัน ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเปลี่ยนไปในทิศทางใด ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเตรียมรายชื่อ ส.ส.ที่จะขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญไว้หมดแล้ว สามารถยื่นต่อสภาได้ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ ถ้าฝ่ายรัฐบาลต้องการเปิดประชุมสมัยวิสามัญจริง สามารถเข้าชื่อมาได้ คงใช้เวลารวบรวมรายชื่อไม่นาน ถ้าเร่งทำกันจริงๆ เชื่อว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ก่อนวันที่ 1 พ.ย.แน่ แม้จะเปิดได้เร็วขึ้นกว่าเดิมไม่กี่วัน แต่ก็มีความสำคัญ เพราะสถานการณ์ขณะนี้ทุกวันมีค่ามาก ตัดสินใจช้าแค่ 1-2 วัน อาจทำให้สถานการณ์มีผลไปในทางเลวร้ายได้&amp;quot; นายสุทินกล่าว
พปชร.ย้ำเทิดทูนสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า พรรคพลังประชารัฐได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ซึ่งพรรคมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์บ้านเมืองเช่นเดียวกับระชาชนคนไทยทุกๆ คน โดยเฉพาะกรณีที่มีผลกระทบต่อสถาบันฯ จึงขอแถลงจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐ ดังนี้ 1.พรรคพลังประชารัฐยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พรรคพลังประชารัฐมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น3.พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญโดยกระบวนการทางรัฐสภา และเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่กระทบหมวด 1 และหมวด 2 อันเป็นลักษณะสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าจะธำรงรักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศจุดยืนของพรรคต่อสถานการณ์การเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้ง และจะยึดมั่นอุดมการณ์นี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนจำนวนมากพอสมควร แม้ว่าจะผ่านการทำประชามติของประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อนำมาใช้แล้วพบว่าก่อให้เกิดปัญหาก็ต้องแก้ไข ซึ่งพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกันใหม่ ยกเว้นหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของประชาชนผู้ชุมนุม จะทำให้การเผชิญหน้ากันลดลง และรัฐสภาจะเป็นเวทีการแก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่ดีที่สุด&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
ปชป.แนะตั้งกมธ.รับฟังความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ถึงสถานการณ์การเมืองว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยลำดับ และมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่มีผลกระทบต่อสถาบัน พรรคประชาธิปัตย์จึงขอประกาศจุดยืนของพรรคให้ทราบ ดังนี้ 1.พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคประชาธิปัตย์เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์ ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์มาเมื่อปี 2489 จนถึงปัจจุบันก็ยังคงยึดมั่นไม่มีเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า 2.พรรคเห็นว่าการแก้ปัญหาทางการเมืองในปัจจุบันควรใช้แนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะโดยฝ่ายใดก็ตาม และ 3.พรรคเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองควรจะได้มีการใช้รัฐสภาเป็นเวทีหาทางออกให้กับประเทศ ภายใต้การรับฟังและการแสวงหาความร่วมมือ ร่วมใจ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลควรจะเป็นเจ้าภาพในการเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้สามารถดำเนินสิ่งที่รัฐสภาจะได้เป็นที่หาทางออกให้กับประเทศได้อย่างชัดเจน&amp;quot; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ประการที่หนึ่ง เห็นว่าควรจะใช้เวทีรัฐสภาในการเร่งรัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นควรให้มีการเร่งดำเนินการเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการในทันทีที่สามารถทำได้ และไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ ที่จะนำไปสู่การทำให้สังคมเกิดความเข้าใจว่ามีการยื้อเวลา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำไปสู่การทำประชามติก่อนรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ได้ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถดำเนินการได้ และจะต้องทำประชามติก็ต่อเมื่อได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระที่สามไปแล้วก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเท่านั้นที่จำเป็นจะต้องนำไปสู่การทำประชามติ,&amp;nbsp; ประการที่สอง พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าควรจะได้มีการใช้มาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการที่นายกฯ ขอไปยังประธานรัฐสภาเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติในที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส.และ ส.ว.หาทางออกให้กับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อไปว่า ประการที่สาม พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าภายหลังจากการรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายควรจะได้มีการตั้งคณะทำงานหรือตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมารับฟังความเห็น และแสวงหาทางออกร่วมกันกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ต้องการให้ความร่วมมือในการแสวงหาทางออกของประเทศร่วมกัน เพื่อทำให้สิ่งเหล่านี้ปรากฏเป็นจริงได้
คณะประชาชนไม่ขวางนายกฯ คนนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาระบุว่า ขอแจ้งความคืบหน้าและแก้ไขข่าวเกี่ยวกับรายชื่อประชาชนที่เสนอ 3 ข้อคือ หนึ่ง ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก, สอง มี ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และสาม ปล่อยนักเรียนนักศึกษาที่ถูกจับกุม โดยประการแรก ไม่มี พล.อ.สายหยุด เกิดผล ในรายชื่อดังกล่าว เนื่องจากการประสานงานที่ตัวแทนท่านมาประชุมและสื่อสารว่าท่านเห็นด้วย แต่เมื่อภายหลังท่านให้ความเห็นว่าเห็นด้วย แต่ไม่ขอลงชื่อ เนื่องจากอายุมากแล้ว จึงขออนุญาตนำชื่อของท่านออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัยกล่าวว่า คณะประชาชนที่ประกอบด้วยอดีตนักการเมือง นักการทหาร อดีตข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ นักธุรกิจ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง และขอแสดงจุดยืนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อประเทศ 3 ข้อดังนี้&amp;nbsp; ข้อที่ 1 ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเสียสละตนเอง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ เพราะท่านเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง รังแต่จะนำไปสู่การบานปลายของสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา การลาออกนั้นเพื่อให้รัฐสภาได้ใช้กลไกในรัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ โดยขอให้สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนอย่างเป็นอิสระ หรืองดออกเสียง แต่หากไม่มีผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เหมาะสม ก็สามารถใช้วรรคสองของมาตรา 272 เลือกบุคคลที่อยู่ภายนอกบัญชีรายชื่อ ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อที่ 2 คณะผู้บริหารใหม่ จะอยู่ในวาระเพียงแค่เวลาที่เหลือของรัฐสภาชุดปัจจุบัน โดยมีภารกิจหลักคือ การส่งเสริมให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเวลาไม่นาน และหากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จและผ่านการลงประชามติจากประชาชนแล้ว ให้มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ส่วนการคงอยู่หรือเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระต่างๆ รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่, ข้อที่ 3 รัฐบาลต้องปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภาวิสามัญ, ร่างรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมสภาวิสามัญ, เปิดโต๊ะเจรจาหาทางออก, โหวตรับร่าง รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201018/image_big_5f8c51e659663.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2020 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.แย้มเปิดสภาวิสามัญจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;เลิกพรก.ฉุกเฉิน-ปล่อยตัวผู้ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.63-​​​​​​​​นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ​​​​​​​เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกแถลงของเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรื่อง แสดงจุดยืนในการขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ระบุว่า ​ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกันเข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ โดยที่เห็นว่าสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้อยู่ในขั้นวิกฤตอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาข้อเรียกร้องของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล จนเกิดการชุมนุมเรียกร้องขยายวงกว้าง รวมถึงปัญหาการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อผู้ชุมนุม จึงสมควรที่จะใช้เวทีของรัฐสภาเพื่อหาทางออกของปัญหาดังกล่าว แม้ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นัดให้แกนนำของพรรค ร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาพูดคุยหารือกันเพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภา ในวันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2563 นั้น พรรคเพื่อไทยจะส่งตัวแทนเข้าหารือ ​อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยขอแถลงจุดยืนของพรรคต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายกรัฐมนตรีต้องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยทันที ทั้งนี้เพราะการประกาศดังกล่าวไม่เป็นไปตาม พ.ร.ก. ไม่มีเงื่อนไขใดๆ เกิดขึ้น ในขณะที่มีการประกาศ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นเพียงใบเบิกทางที่จะปราบปรามพี่น้องประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาอย่างรุนแรงเกินสมควรแก่เหตุ
2.จะต้องมีการปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมทุกคนโดยทันที ​พรรคเพื่อไทยขอเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่าพรรคมีความห่วงใย นักเรียน นักศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประชาชนที่ได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมทางการเมือง และเห็นว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดำเนินการของผู้ชุมนุมที่ผ่านมาเป็นไปโดยสงบ และปราศจากอาวุธ ยังอยู่ภายใต้กรอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ของรัฐธรรมนูญ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐยุติการใช้มาตรการใดๆ ที่รุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อผู้ชุมนุมในทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81015</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, เปิดประชุมสภาวิสามัญ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f845b7ee55e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฝ่ายค้าน’บี้เปิดวิสามัญ พปชร.แนะลงพื้นที่แทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 6 พรรคฝ่ายค้านบี้บิ๊กตู่เปิดประชุมสภาวิสามัญพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้-แนวทางแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19 เด็กก้าวไกล-พลังประชารัฐซัดกันคนละหมัด เจอสวนช่วยลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านมากกว่าดิ้นรนประชุม ขณะที่แม่น้องเกดบุก ทบ. จี้หยุดผลาญงบฯ ซื้ออาวุธช่วงวิกฤติคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงาน ก.พ. ตัวแทน 6 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน จำนวน 8 คน นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อรับฟังแนวทางแก้ไข ปัญหา และผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (โควิด-19) จากสภา และพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินโดยเร็ว มีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระบุใจความช่วงหนึ่งว่า ในนามของหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในการป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีเป็นจำนวนมาก และกระจายไปในทุกภาคส่วนของสังคม การเยียวยาจำเป็นต้องให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และทั่วถึง ในส่วนของการแก้ปัญหาระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่จำเป็นต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม และก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อการนี้ จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเปิดโอกาสและรับฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มิใช่เลือกรับฟังเฉพาะกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น โดยที่รัฐสภา ถือเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ โดยสมาชิกเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย สมควรอย่างยิ่งที่จะได้นำปัญหาดังกล่าวเข้าพิจารณาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้นจึงกราบเรียนมายังนายกรัฐมนตรีได้โปรดปฏิบัติตามมาตรา 172 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ดำเนินการให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติพระราชกำหนดโดยเร็วต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ช่องทางที่ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ถือเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุด จึงอยากเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งพิจารณา โดยไม่ต้องรอขั้นตอนทางเอกสาร เพราะหากรอขั้นตอนทางเอกสาร ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15 วัน เกรงว่าจะล่าช้าเกินไป นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังดำเนินการรวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาคู่ขนานกันไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จะต้องใช้เสียงของสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 246 เสียง แต่ขณะนี้ฝ่ายค้านมีเสียงเพียง 213 เสียง ขาดอีก 33 เสียง จึงได้ประสานกับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ขอให้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลให้เอกสิทธิ์แก่ ส.ส. ในการลงชื่อดังกล่าว คาดว่าจะสามารถรวบรวมรายชื่อได้ภายในสัปดาห์หน้า&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการรับฟังความเห็นจากสภาฯ ที่มีความเห็นอย่างรอบด้านในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน และร่าง พ.ร.บ.การโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยเฉพาะกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าจะมีการโอนงบประมาณจากหลักสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิ์บัตรทอง จำนวน 2,400 ล้านบาท เข้างบกลาง เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการบรรจุใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ.ร.ก.กู้เงิน แม้จะมีผลใช้บังคับแล้ว แต่ยังขาดรายละเอียดการใช้งบประมาณ จึงกังวลว่าจะมีการนำงบประมาณไปใช้ผิดประเภท และตรวจสอบไม่ได้ หากนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา ก็จะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้งบประมาณคู่ขนานกันไป จะทำให้งบประมาณเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก ระบุข้อความช่วงหนึ่งว่า ข้ออ้างที่ว่าถ้ามีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ โดยมี ส.ส.มาประชุมกัน แล้วอาจจะเกิดการแพร่ระบาดแบบ Super Spreader เหมือนกับกรณีของสนามมวยลุมพินี ในวันที่ 6 มี.ค. ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ชัดเจนออกมาแต่อย่างใดนั้น เป็นข้ออ้างที่จะเอามาเป็นเหตุในการไม่ยอมเปิดประชุม และเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาลไม่มีความกระตือรือร้น เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ระบุด้วยว่า ทั้งที่ห้องประชุมสุริยันนั้น มีที่นั่งรองรับได้ถึง 1,209 ที่ ซึ่งหากมาประชุมกันในระดับ 244-260 คน กับที่นั่งที่มีอยู่ทั้งหมด 1,209 ที่นั่งในห้องสุริยัน ก็ยังคงสามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ หรือต่อให้จำเป็นต้องประชุมในห้องประชุมจันทรา ที่มีที่นั่ง 350 ที่ ก็ยังคงสามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ อย่างไม่มีปัญหา กระบวนการคัดกรองต่างๆ ก็ยังสามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ที่ยืนยันได้ว่าข้ออ้างของวิปรัฐบาลนั้นไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ ก็เพราะว่าจะอย่างไรก็ตามกำหนดการเดิม สภาผู้แทนราษฎรก็จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ทั้ง 3 วาระ ในวันที่ 28 พ.ค. ซึ่งในช่วงวันดังกล่าว สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ก็ยังไม่หมดไปอยู่ดี เรื่องความกลัวการแพร่ระบาดของโรค หากใช้สติปัญญา โดยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้ง และรู้จักที่จะถอดบทเรียนจากกรณีสนามมวย การวางแผนป้องกันการแพร่ระบาดนั้น ไม่เกินวิสัยที่สามารถทำได้อยู่แล้ว&amp;rdquo; นายวิโรจน์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้พรรคฝ่ายค้านควรให้ ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน เพราะ ส.ส.มีกลไกของผู้แทนชุมชน จะช่วยในการบรรเทาความเดือดร้อนได้มากและเข้าถึง เหมือนที่พรรคพลังประชารัฐกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดย ส.ส.และอดีตผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกวันนี้แม้ไม่เปิดสมัยประชุมสภา ส.ส.ในซีกฝ่ายค้านก็แสดงความคิดเห็นต่างๆ ผ่านสื่อโซเชียลกันเป็นปกติอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ข้อเสนอแนะที่ดี มีประโยชน์ และสามารถปฏิบัติได้ รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟัง และนำไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ฝ่ายค้านสามารถนำเสนอความเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ที่ไม่ใช่การประชุมสภา ซึ่งยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่หากฝ่ายค้านยังดึงดัน แล้วเกิดปัญหาขึ้นมาในภายหลัง ฝ่ายค้านจะรับผิดชอบอย่างไร&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ พ่อของนายสมาพันธ์ ศรีเทพ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 และนางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกด พยาบาลอาสา เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เรื่องขอให้ยุติการนำภาษีของประชาชนไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในช่วงวิกฤติโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งในจดหมายเปิดผนึกระบุช่วงหนึ่งว่า ทั้งที่ประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามหรือมีภัยคุกคามอันถึงขนาดต้องตระเตรียมการรบแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยังซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ในหลายรายการที่จัดซื้อก็เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างสิ้นเปลือง ไม่สมเหตุสมผลในการจัดซื้อ ทั้งในแง่ราคาที่สูงเกินสมควรและความจำเป็นในการซื้อ ทำประหนึ่งว่าประเทศมีเงินมากมายมหาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งที่ประชาชนในประเทศยากแค้นแสนเข็ญ และกำลังประสบภาวะวิกฤติอย่างแสนสาหัส ในฐานะประชาชนมิอาจทนนิ่งดูพวกท่านผลาญงบประมาณแผ่นดินโดยมิคำนึงถึงประชาชนในชาติ จึงขอยื่นข้อเรียกร้องต่อกองทัพขอให้งดเว้นการจัดซื้ออาวุธตามงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 รวมทั้งงบผูกพันอันจะต้องจ่ายของกองทัพทั้งหมด&amp;rdquo; จดหมายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทหารสิบเวรที่ปฏิบัติงานเป็นตัวแทนออกมารับหนังสือดังกล่าว ก่อนที่นายพันธ์ศักดิ์และนางพะเยาว์จะแยกย้ายกันเดินทางกลับด้วยความเรียบร้อย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64163</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, พ.ร.ก.เงินกู้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมสภา, เปิดประชุมสภาวิสามัญ, แนวทางแก้ปัญหาไวรัสโควิด-19, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2d4da827c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท้ง!วิสามัญถกม็อบนิสิต นายกฯโอ่ผลงานไปตปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; งัดผลงานไปต่างประเทศ 26 ครั้ง เป็นเจ้าภาพประชุมนานาชาติ 5 ครั้งโต้ข้อกล่าวหา ตปท.ไม่คบ เหน็บบางคนสมัยก่อนฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องปล่อยล่ามพูดเอง &amp;quot;เทพไท&amp;quot; หนุนนายกฯ เปิดกว้างรับฟัง ปชช.ทุกกลุ่ม แต่ ส.ส.พท.เชื่อ นศ.ไม่ฟังเพราะต้องการ รธน.ฉบับใหม่ ขณะที่ กมธ.ศึกษา รธน.เปิดห้องรอรับนักศึกษา-ครช. 13 มี.ค.นี้ ส่วนการเปิดประชุมสภาวิสามัญสะดุด &amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยมีแค่ 3 ส.ส.ลงชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างออกรายการ Government Weekly &amp;nbsp; EP.30 ในช่วง PM Talk ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ถึงการกล่าวหารัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตยว่า ก็นี่ไง ประชาธิปไตยไทย เราก็ต้องปล่อยให้คนพูด แต่ถ้าพูดแล้วผิดกฎหมายก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็มีมาตรการ แต่ถ้าพูดแล้วว่ากล่าวไปโน่นไปนี่ บางทีไปสัมมนาแล้วก็พูด คนพูดนี่สมัยก่อนก็ด่าเขา วันนี้กลับมาเล่นงานตน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน &amp;nbsp;คนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้นความน่าเชื่อถือก็น่าจะไม่มี คือคนอย่างนี้พร้อมจะทำอย่างนี้ได้ตลอด ตนก็ไม่รู้ บางคนก็อายุมากแล้วด้วย ก็งง หลายๆ คนก็ทำงานกับตน ก็กลับไปกลับมาอย่างนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่บอกว่าต่างประเทศไม่คบกับผม ไม่เจอผมเลย เกลียดชังผม &amp;nbsp;ไม่จริง ผมเดินทางไปทุกครั้ง ถึงแม้ผมจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง แต่ฟังรู้เรื่อง เพราะผมมีล่าม ปกติการไปต่างประเทศเขาใช้ล่ามทั้งหมด หลายประเทศเขาพูดภาษาเขาเอง ญี่ปุ่นเขาไม่เคยพูดภาษาอังกฤษในที่ประชุมเลย และมีอีกหลายประเทศ ทำไมจะต้องไปพูดภาษาอังกฤษกับเขาด้วย ในเมื่อเรามีล่ามอยู่แล้ว มันแปลได้ทุกคำ ข้อสำคัญคือคุณพูดไทยให้ถูกแล้วกัน บางครั้งพูดกับเขาไม่รู้เรื่องก็แปลไม่ได้ ผมได้ยินมาสมัยก่อนบางคนไม่รู้ใคร บอกแปลไปเลยล่าม เพราะไม่รู้เรื่องให้ล่ามจัดการไป แต่ผมไม่ใช่แบบนั้น ผมฟังรู้เรื่อง อันไหนที่ยากหน่อยล่ามเขาก็แปลให้อีกซักนิด แล้วผมก็พูดตอบภาษาไทย แล้วเขาก็แปลตอบโต้กัน ไม่เคยปล่อยให้ล่ามพูดเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 6 ปีที่ผ่านมาตนไปต่างประเทศทั้งหมด 26 ครั้ง มีโอกาสต้อนรับการมาเยือนของผู้นำต่างประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญกว่า 26 ครั้ง เป็นเจ้าภาพการประชุมระดับนานาชาติ 5 ครั้ง โดยเฉพาะการเป็นเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สะท้อนถึงการเป็นที่ยอมรับ มีสัมพันธภาพที่ดีกับมิตรประเทศ รัฐบาลก็มีความเชื่อมั่นว่ามิตรภาพที่ดีนั้น ถ้าเราดีกับเขา เขาก็ดีกับเรา เขาเรียกว่าต่างตอบแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายกฯ เปิดแนวรุกใหม่ ด้วยการเปิดแคมเปญซีรีส์ &amp;ldquo;มีปัญหา ปรึกษานายกฯ&amp;rdquo; เปิดทำเนียบรัฐบาลเพื่อรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนโดยตรงว่า ขอสนับสนุนโครงการดังกล่าว เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ นายกรัฐมนตรีจะได้สัมผัสกับพี่น้องประชาชนโดยตรง ซึ่งตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง พยายามจะปรับบทบาทใหม่ให้เหมือนกับนักการเมืองทั่วไปให้มากที่สุด จะใช้บุคลิกแบบพบง่ายใช้คล่อง หรือใจถึงพึ่งได้ ที่นักการเมืองหลายคนใช้หาเสียงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าหากเป็นความตั้งใจจริงของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ควรจะเปิดกว้างให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนทุกกลุ่มได้มีโอกาสเข้าพบ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ต้องไม่เป็นการจัดฉากนำมวลชนเพียงบางกลุ่มเข้าพบเพื่อสร้างภาพในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเท่านั้น สิ่งที่พิสูจน์ได้ง่ายที่สุดก็คือ พล.อ.ประยุทธ์กล้าพบกับแกนนำผู้ชุมนุมที่มาร้องทุกข์หรือชุมนุมหน้าทำเนียบฯ หรือไม่&amp;quot; นายเทพไทกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เบื้องหลังการชุมนุมของนักศึกษาคือความไม่ยุติธรรม ในขณะที่เบื้องหน้าคืออนาคตของนักศึกษาเหล่านี้ที่พบว่าอาจจะไม่สดใส ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบัน การจะเปิดสภาเพื่อให้นักศึกษามารับฟังนั้น บรรดานักศึกษาไม่ฟังแน่ เพราะไม่เกี่ยวกัน วันนี้ความต้องการของนักศึกษาคือการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา ให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะเห็นชัดว่าปัญหาส่วนใหญ่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ร่างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจ ต่อให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่นักศึกษาเหล่านี้ก็ยอมรับไม่ได้ ขอแนะนำให้ พล.อ.ประยุทธ์ถอย หากไม่ถอยเชื่อว่าจะเกิดการนองเลือดอย่างแน่นอน อำนาจเป็นสิ่งที่ถอยลงมาได้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายทหาร อย่าไปจบแบบนายทหารรุ่นพี่ที่ยึดอำนาจทั้งหลาย&amp;nbsp;
กมธ.เปิดห้องรับนศ. 13 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงญัตติของ 3 ส.ส.พรรคการเมืองขนาดเล็ก เข้าชื่อขอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนิสิต นักศึกษา ตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ มาตรา 123 &amp;nbsp;นำโดยนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ว่าตนได้รับเรื่องเมื่อวันที่ 5 มีนาคม และพบการลงลายมือชื่อเพียง 3 คน ดังนั้นถือว่าไม่เข้าตามกระบวนการที่ต้องใช้ ส.ส.เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสองสภา ในกรณีของการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญนั้น ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. รวมทั้งรัฐบาลไม่พบการส่งสัญญาณใดๆ ต่อเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่(อนค.), น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ และนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยเลขานุการ กมธ. ร่วมกันแถลงถึงแนวทางในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ในวันที่ 7 มี.ค. กมธ.จะเข้าไปร่วมรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก จากนั้นจะมีการจัดเวทีสัมมนากลุ่มตามลำดับ ประกอบด้วย 1.กลุ่มพิการ วันที่ 9 มี.ค. 2.กลุ่มประชาสังคม วันที่ 10 มี.ค. 3.กลุ่มสตรี วันที่ 10 มี.ค. 4.กลุ่มแรงงาน วันที่ 11 มี.ค. &amp;nbsp;5.กลุ่มผู้สูงอายุ วันที่ 18 มี.ค. 6.กลุ่มพรรคการเมือง 19 มี.ค. และ 7.กลุ่มชาติพันธุ์ วันที่ 24 มี.ค. ส่วนในวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) จะมาสภา ทาง กมธ.จึงเห็นว่าเราจะเชิญให้พวกเขามาแสดงความคิดเห็นด้วย เพราะรัฐธรรมนูญเป็นวาระสำคัญของประชาชน และในวันเดียวกัน ช่วงบ่ายจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วย ซึ่งขอให้ความมั่นใจว่ารัฐสภาในฐานะที่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมทั้งหมดจะมีมาตรการคัดกรองเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อมีกลุ่มนักศึกษาออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง กมธ.จึงมีความเห็นว่าควรประสานงานเชิญนักศึกษามาให้ความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหญ่ ทั้งนี้ จะเร่งประสานงานผ่านองค์กรนักศึกษา และจะประสานงานไปยังกลุ่มอื่นๆ ที่ทำกิจกรรมทางการเมืองหรือแฟลชม็อบด้วย เบื้องต้นจะเชิญมาไม่เกิน 100 คน เป็นทั้งนักศึกษาในกทม.และต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ให้สัมภาษณ์ว่า ฝากถึงประชาชนนักเรียนนิสิตนักศึกษาที่ใช้เสรีภาพแสดงความไม่พอใจต่อสภาพสังคม ตนภูมิใจพร้อมออกมาต่อสู้แสดงความคิดเห็นอย่างสุจริต เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แม้ตนจะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ในฐานะประชาชนคนธรรมดาจะร่วมกันปกป้องเสรีภาพเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อประเทศไปสู่สังคมที่ดีกว่า
&amp;quot;ช่อ&amp;quot;ป้องนศ.ชักธงดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวถึงกรณีนักศึกษาชักธงดำในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า เรื่องนี้คิดว่าน่ากลัวมาก เพราะตีไข่ใส่สีต่างๆนานา ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้วไม่มีการปลดธงชาติ เพราะถูกเชิญลงจากยอดเสาแล้ว หลังเวลา 18.00 น. จากนั้นน้องนักศึกษาจะนำธงดำขึ้นยอดเสา แต่ รปภ.ไปห้าม สุดท้ายก็ไม่ได้เปลี่ยนขึ้นยอดเสา แต่มีการเสริมแต่งกันไปว่ามีการนำธงชาติลงมาแล้วเปลี่ยนเป็นธงดำ ดังนั้นอย่าให้การล่าแม่มดเกิดขึ้นสมัย 6 ต.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. น.ส.พรรณิการ์เปิดเผยหลังพบพนักงานสอบสวนว่า เบื้องต้นถูกแจ้งข้อกล่าวหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ น่าจะทำให้ตื่นตระหนกและกระทบต่อความมั่นคง โดยตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและให้การเป็นเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งข้อหาดังกล่าวตนเคยอภิปรายในสภา เพราะเป็นประเด็นที่สร้างปัญหา เนื่องจากได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐตีความเอง โดยผู้ที่มาแจ้งความตนมาจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อความที่ตนโพสต์เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ประมาณ 6-7 ปีก่อน และเป็นภัยคุกคามประเทศ แต่ตนมองว่าคือการไม่ให้แสดงความคิดเห็นอย่างสุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ จ.พิษณุโลก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช. ) พร้อมทนายความ ได้นำเอกสารข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ รวบรวมมาจากผู้โพสต์เฟซบุ๊ก 3 ราย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีกับผู้โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวอันเป็นเท็จ สร้างความเสียหายให้กับตนเอง โดย นพ.วรงค์กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่โพสต์ข่าวปลอมสร้างความเสียหายให้กับตน ประกอบด้วยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ บรรจบ สุทธิรักษ์, ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ มวลชน กัลป์ตินันท์ และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Petchsri Wuttinimit&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์เผยว่า ทันทีที่ทราบว่ามีเฟกนิวส์ ได้ให้ทนายความแจ้งข้อความไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กทั้ง 3 ราย ก็ดำเนินการลบข่าวปลอมออก แต่นายมวลชน กัลป์ตินันท์ ได้ตอบเมสเสจกลับมายังทีมทนายว่า &amp;ldquo;ผมได้โดนแฮ็กเฟซแล้ว ผมโดนแกล้ง ได้ลบออกแล้วครับท่านรัฐมนตรี ต้องขอโทษเป็นอย่างสูงครับ&amp;rdquo; พร้อมกันนี้ นายมวลชน ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จ.อุบลราชธานี คือ นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ที่เป็นพี่ชายด้วย ได้โทรศัพท์ติดต่อกับทีมทนายควา เดินทางมาขอโทษตน ซึ่งได้พูดคุยและดูพยานหลักฐานต่อหน้า พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก และ ร.ต.อ.สมศักดิ์ ขอเทียม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมวลชนกล่าวว่า ตนยอมรับผิดและขอโทษ นพ.วรงค์ แม้ว่าโพสต์ดังกล่าวตนจะไม่ใช่ผู้โพสต์ แต่เฟซบุ๊กถูกแฮ็ก ในฐานะที่เป็นเจ้าของบัญชี จึงมาแสดงความรับผิดชอบ และมาแสดงความขอโทษกับ นพ.วรงค์ด้วยตัวเองต่อหน้าพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์กล่าวกับนายมวลชนว่า อยากให้กล้าทำกล้ารับ ตนไม่เชื่อว่าเฟซบุ๊กของนายมวลชนจะถูกแฮ็ก เพราะหลังจากโพสต์ไปแล้ว ยังมีการตอบโต้กับคอมเมนต์กับผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สุดท้าย นพ.วรงค์ได้แจ้งความเอาผิดผู้โพสต์เฟกนิวส์ 2 ราย ตาม พ.ร.บ.คอมพ์คือผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ บรรจบ สุทธิรักษ์ และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Petchsri Wuttinimit โดยไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายมวลชน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างประเทศไม่คบ, ประชุมนานาชาติ, ผลงานไปต่างประเทศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รธน.ฉบับใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประชุมสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e626007a06dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
