<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเปิดทางเอกชนลงทุนชิงเค้ก 2.8 พันล้านศูนย์ขนส่งสินค้าเชียงของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2564 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขบ. ได้ประกาศเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย ตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 วงเงินโครงการรวมกว่า 2,864 ล้านบาท โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดิน และค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนค่าอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อุปกรณ์สำนักงานและส่วนประกอบ และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ และเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษา ทั้งหมด รวมทั้งผู้รับความเสี่ยงทางด้านรายได้และจ่ายค่าสัมปทานให้ภาครัฐตลอดระยะเวลา 15 ปี นับจากปีเปิดให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการดังกล่าว จัดเป็นหนึ่งในโครงการตามแผนพัฒนาสถานีขนส่งสินค้าตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เชียงของ ประชิดด่านพรมแดนเชียงของ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) บนเนื้อที่กว่า 335 ไร่ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นสถานีปรับเปลี่ยนการขนส่งระหว่างประเทศไปสู่ภายในประเทศ รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย R3A เชื่อมต่อการขนส่งระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีนฝั่งตะวันตก (นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน) รองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงาน CIQ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เป็นศูนย์ให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สามารถดำเนินพิธีการที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกได้ในจุดเดียว และยังรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (Modal Shift) ระหว่างทางถนนกับทางราง ผ่านแนวการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งจะก่อสร้างแนวรางเข้ามายังพื้นที่โครงการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.เชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นศูนย์กลางทางด้าน โลจิสติกส์ของภาคเหนือ ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการขนส่งสินค้า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางให้เป็นระบบการขนส่งหลักของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของภาคเอกชน ตลอดจนการดำเนินโครงการบนพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ประสบความสำเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&amp;rdquo;นายจิรุตม์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาคเอกชนที่สนใจสามารถติดต่อขอซื้อเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ได้ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.-5 พ.ย.64 ในราคาชุดละ 50,000 บาท ได้ที่ส่วนพัสดุและแผ่นป้ายทะเบียนรถ อาคาร 6 ชั้น 4 กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทุกวันทำการ เวลา 09.00-15.00 น. สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศเชิญชวน โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.dlt.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), เชียงราย, เปิดประมูล, โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7b1c2b43ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์เปิดประมูลก่อสร้างรถไฟสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะชิงเค้ก8.2หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 มิ.ย.2564-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มิ.ย. 2564 การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ได้ออกร่างประกาศและร่างเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง&amp;nbsp;ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ&amp;nbsp;(วงแหวนกาญจนาภิเษก)&amp;nbsp;ราคากลางที่&amp;nbsp;78,713,178,079.68&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยใช้วิธีประกวดราคานานาชาติ&amp;nbsp;(International Bidding)&amp;nbsp;ฉบับแรก&amp;nbsp;ขึ้นประกาศเว็บไซต์ ของ&amp;nbsp;รฟม.&amp;nbsp;www.mrta.co.th&amp;nbsp;โดยให้แนะนำวิจารณ์หรือรับฟังความเห็นได้ภายในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มิ.ย. 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้&amp;nbsp;ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ระยะทาง&amp;nbsp;23.6&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ประกอบด้วย โครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน&amp;nbsp;12.6&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;และโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;มีค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน&amp;nbsp;15,913&amp;nbsp;ล้านบาท ค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยได้รับจัดสรรงบประมาณก่อสร้าง&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;งบประมาณ 82,302 ล้านบาท ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย&amp;nbsp;งานใต้ดิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;งานทางยกระดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;และงานระบบราง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;(ค่าก่อสร้างงานโยธา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;77,385&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ค่าก่อสร้างสิ่งทดแทนหน่วยงานราชการที่ได้รับผลกระทบจำนวน 1,335&amp;nbsp;ล้านบาท)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด&amp;nbsp;(Provisional Sum)&amp;nbsp;ของงานโยธา&amp;nbsp;3,582&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง&amp;nbsp;2,865&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประกวดราคานี้&amp;nbsp;ราคากลางคำนวณ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;พ.ค. 2564 &amp;nbsp;โดยสัญญาที่&amp;nbsp;1 (งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่ง&amp;nbsp;และสถานีใต้ดิน&amp;nbsp;ช่วงเตาปูน-หอสมุดแห่งชาติ&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;4.9&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถานี ราคากลาง 1.85&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;(ไม่รวมค่า&amp;nbsp;Provisional Sum&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;845.28&amp;nbsp;ล้านบาท) สัญญาที่&amp;nbsp;2 (งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่ง&amp;nbsp;และสถานีใต้ดิน&amp;nbsp;ช่วงหอสมุดแห่งชาติ-ผ่านฟ้าฯ) ระยะทาง&amp;nbsp;2.3&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ราคากลาง&amp;nbsp;1.51&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;(ไม่รวมค่า&amp;nbsp;Provisional Sum&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;689.66&amp;nbsp;ล้านบาท) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่&amp;nbsp;3 (งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน&amp;nbsp;ช่วงผ่านฟ้า-สะพานพุทธ)&amp;nbsp;เป็นงานออกแบบควบคู่การก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่ง&amp;nbsp;ช่วงผ่านฟ้าฯ-สะพานพระพุทธยอดฟ้า&amp;nbsp;ระยะทาง 3.1&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ราคากลาง&amp;nbsp;1.44&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;(ไม่รวมค่า&amp;nbsp;Provisional Sum&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;657.68&amp;nbsp;ล้านบาท) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่&amp;nbsp;4 (งานออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่งและสถานีใต้ดิน&amp;nbsp;ช่วงสะพานพุทธ-ดาวคะนอง) เป็นงานออกแบบควบคู่การก่อสร้างอุโมงค์ทางวิ่ง&amp;nbsp;ช่วงสะพานพระพุทธยอดฟ้า-ดาวคะนอง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ราคากลาง&amp;nbsp;1.43&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;( ไม่รวมค่า&amp;nbsp;Provisional Sum&amp;nbsp;จำนวน652.47&amp;nbsp;ล้านบาท) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่&amp;nbsp;5 (งานก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่ง&amp;nbsp;และสถานียกระดับช่วงดาวคะนอง-ครุใน&amp;nbsp;อาคารจอดรถไฟฟ้า&amp;nbsp;(Stabling Yard)&amp;nbsp;และอาคารจอดแล้วจร&amp;nbsp;(Park &amp;amp; Ride) เป็นงานก่อสร้างทางวิ่งยกระดับช่วงดาวคะนอง-ครุใน&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9.3&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;สถานียกระดับ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีอาคารจอดรถไฟฟ้า&amp;nbsp;และอาคารจอดแล้วจร&amp;nbsp;ราคากลาง 1.27&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท (ไม่รวมค่า&amp;nbsp;Provisional Sum&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;581.08&amp;nbsp;ล้านบาท) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่&amp;nbsp;6 (งานออกแบบและก่อสร้างระบบรางตลอดแนวเส้นทางโครงการ)&amp;nbsp;เป็นงานออกแบบควบคู่การก่อสร้างงานระบบราง&amp;nbsp;ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ&amp;nbsp;ตลอดเส้นทางโครงการ&amp;nbsp;และภายในอาคารจอดรถไฟฟ้า&amp;nbsp;(Stabling Yard)&amp;nbsp;ราคากลาง&amp;nbsp;3.42&amp;nbsp;พันล้านบาท (ไม่รวมค่า&amp;nbsp;Provisional Sum&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;155.81&amp;nbsp;ล้านบาท) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่ากำหนดเปิดให้ซื้อเอกสารประกวดราคาได้ระหว่างวันที่ 5&amp;nbsp;ก.ค. 2564-วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ค. 2564&amp;nbsp;และยื่นขอเสนอได้ในช่วงเดือน ต.ค. 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มีระยะทาง 23.6 กม. เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน 12.6 กม. และโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ 11 กม. มี 17 สถานี เป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี และสถานียกระดับ 7 สถานี มีอาคารจอดแล้วจร 2 แห่ง และอาคารจอดรถไฟฟ้า โดยเป็นโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรีและจังหวัดสมุทรปราการ แนวเส้นทางเริ่มจากสถานีเตาปูน (สถานียกระดับ) ซึ่งเป็นสถานีร่วมของรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม และรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนโครงสร้างงานโยธาจะเป็นทางยกระดับข้ามคลองบางซื่อ จากนั้นลดระดับลงเป็นโครงสร้างใต้ดินลอดใต้กรมสรรพาวุธทหารบก เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนทหาร ผ่านแยกเกียกกาย เข้าสู่ถนนสามเสน ผ่านรัฐสภาแห่งใหม่ โ&amp;nbsp;เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระสุเมรุ&amp;nbsp;ผ่านแยกผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินกลาง เข้าสู่ถนนมหาไชย&amp;nbsp;หลังจากนั้นเข้าสู่ถนนจักรเพชร ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า เข้าสู่ถนนประชาธิปก ผ่านสี่แยกบ้านแขก ลอดใต้วงเวียนใหญ่&amp;nbsp;และเปลี่ยนเป็นทางยกระดับวิ่งไปตามถนนสุขสวัสดิ์&amp;nbsp;สิ้นสุดที่ครุใน จ.สมุทรปราการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106321</URL_LINK>
                <HASHTAG>กติกา, สายสีม่วงใต้, สายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ, เปิดประมูล, ไทม์ไลน์การประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6074222c42370.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา 27 พ.ค.นี้ เอกชนยื่นข้อเสนอด้านเทคนิครถไฟทางคู่สายใหม่ &#039;บ้านไผ่-นครพนม&#039; 2 สัญญา มูลค่า 5.46 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 พ.ค.2564 รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า ตามที่การรถไฟฯ ได้เปิดประกวดราคาโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร (กม.) มูลค่าก่อสร้าง 54,684.40 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 สัญญา ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-24 พ.ค. 2564 และเปิดให้ยื่นข้อเสนอและเสนอราคาในวันนี้ (25 พ.ค. 2564) ตั้งแต่ 08.30-16.30 น.นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการประกวดราคา หลังจากกำหนดยื่นข้อเสนอคุณสมบัติและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ทั้ง 2 สัญญา (มีระยะเวลาให้จัดทำเอกสารประกวดราคา 60 วัน) พบว่า รถไฟทางคู่บ้านไผ่-นครพนม แบ่งเป็น สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ราคากลาง 27,123.62 ล้านบาท ผลปรากฎว่า จากจำนวนผู้ซื้อเอกสาร 16 ราย มีจำนวนผู้เสนอราคา 4 ราย โดยราคาต่ำสุดที่เสนอ คือ 27,100 ล้านบาท หรือตำ่กว่าราคากลาง 23.62 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ราคากลาง 28,333.93 ล้านบาท พบว่า จากจำนวนผู้ซื้อเอกสาร 16 ราย มีผู้เสนอราคา จำนวน 4 ราย โดยราคาต่ำสุดที่เสนอ 28,310 ล้านบาท หรือตำ่กว่าราคากลาง 23.93 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 พ.ค. 2564 จะเปิดให้ยื่นข้อเสนอเอกสารส่วนที่ 2 (ซองข้อเสนอด้านเทคนิค) ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้า CAT มักกะสัน ทั้ง 2 สัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการรถไฟฯ ระบุอีกว่า สำหรับโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ เส้นทางบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. มูลค่าก่อสร้าง 54,684.40 ล้านบาทนั้น เป็นโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นชอบ EIA แล้วนั้น คาดว่า จะประกาศใช้พ.ร.ฎ. เวนคืนในช่วง มิ.ย. 2564 โดยจะเปิดให้ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคในวันที่ 27 พ.ค. 2564 จากนั้นจะประกาศผลการประกวดราคาวันที่ 15 ก.ค. 2564 และลงนามสัญญา 6 ส.ค. 2564 ก่อนเริ่มก่อสร้างใน ต.ค. &amp;nbsp;2564 แล้วเสร็จ ก.ย. 2568&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104210</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), บ้านไผ่-นครพนม, รถไฟทางคู่, เปิดประมูล, โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adbc77972aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เปิดร่างเอกสารประมูลรถไฟฟ้าสีส้ม 1.2 แสนล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3มี.ค.64 จากกรณีที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่ามีความประสงค์จะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนเพื่อนำความคิดเห็นดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ความตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

ทั้งนี้โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการบริหารการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สถาบันการเงิน ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายระบบรถไฟฟ้า บริษัทก่อสร้าง นักลงทุนภาคเอกชน และภาคเอกชนทั่วไปที่สนใจในโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารการรับฟังความคิดเห็นประกอบด้วย สรุปสาระสำคัญของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และแบบสอบถามการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน ได้ที่ https://www.mrta.co.th ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2564โดยกรอกข้อคิดเห็นของท่านตามแบบสอบถาม และจัดส่งให้ รฟม. ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ของ รฟม. (orlhearing@mrta.co.th) ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 19 มีนาคม 2654

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนบุรี) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และ สถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย)
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94872</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), รถไฟสายสีส้ม, เปิดประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60385ec13eba5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ค้าหวยรายย่อยเมืองคอน โวยห้างเปิดประมูลกินเงินแป๊ะเจี๊ยะเอื้อนายทุนเอาเปรียบ-กระทบราคาพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.63 - ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยกว่า 30 คนได้เดินทางเข้าร้องสื่อมวลชน เนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทางห้างสรรพสินค้าดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการเปิดประมูลขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นเครือข่ายผู้ขายรายย่อย ซึ่งรับสลากกินแบ่งมาจากกองสลากโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสงวน ธีราธนวิช อายุ 65 ปี ตัวแทนผู้ประกอบการรายหนึ่ง เปิดเผยว่า พวกตนได้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเป็นเวลานานแล้ว เช่าพื้นที่ของห้างขายสลากกินแบ่งโดยการทำสัญญาปีต่อปี โดยเก็บค่าเช่าล่วงหน้าแบบกินเปล่า 1-2 เดือน แล้วแต่ข้อตกลง แต่ไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งการขายสลากกินแบ่งก็อย่างที่ทราบว่ารอบใดที่ขายไม่ได้ ผู้ประกอบการจะต้องรับซื้อไว้เอาเท่ากับเป็นการขาดทุนเข้าเนื้อตัวเอง ยิ่งสภาวะในขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี ขายก็ได้ไม่มาก การซื้อก็ย่อมน้อยลงเป็นธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งหนึ่งที่ทางห้างได้ติดประกาศไว้ทั่วคือ การเปิดประมูลพื้นที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล เท่าที่ทราบจากวงในจะต้องยื่นซองประมูลไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท นั่นคือเงินกินเปล่าต่อปี ถามว่าแต่เดิมเราจ่ายเงินกินเปล่าปีละไม่เกิน 6 หมื่น แต่หากกินเปล่าหลักแสนคงไม่ไหว ห้างสรรพสินค้าในนครศรีธรรมราชเวลานี้มีกี่สาขา ทุกสาขาจะต้องประมูลพร้อมกัน จึงเป็นช่องทางการได้เปรียบของนายทุนที่เข้ามากว้านประมูล แล้วกินต่อจากพวกเรา เอาเปรียบจากพวกเรา ระบบจะเป็นแบบนี้ ทางห้างจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น ในเมื่อประมูลไปแล้วก็เป็นสิทธิที่จะให้ใครเข้ามาขายก็ได้ จะขายในราคาที่แบบอีแอบก็ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสงวน กล่าวอีกว่า ดูตัวอย่างที่พัทลุงเวลานี้สลากกินแบ่งขายเป็นชุด 2 ใบ 3 ใบ ซึ่งคิดเป็นเงินแล้วใบละ 100 บาท ผิดกับที่นครศรีธรรมราชยังขายแยกเป็นใบในราคาใบละ 80 บาท ให้ประชาชนได้เลือกหาซื้อกัน ถามเหตุผลหรือไม่ว่าทำไม ก็เพราะว่าประมูลมาในราคาที่สูงเป็นเงินกินเปล่า เงินหลักแสนเวลานี้หายาก จะไปหยิบยืมใครก็ไม่ได้ อย่ามองว่าผู้ขายสลากกินแบ่งรวย ไม่มีใครรวยแต่เรามีเงินหมุนเวียนเพื่อซื้อขายสลากกินแบ่งเท่านั้น พวกเราอยากให้ทางห้างสรรพสินค้าหยุดพิจารณาทบทวนการเปิดประมูลใหม่อีกครั้ง ถ้าเศรษฐกิจดีร้านเช่าในห้างคงไม่ต้องยกออกไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันพรุ่งนี้ 13 ก.พ. พวกเราจะเดินทางไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมกับพวกเราอีกครั้งหนึ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานได้มีการปิดประกาศไปทั่วทั้งในห้างโดยเฉพาะทางเข้าออกของห้างสรรพสินค้า ในการนัดวันเวลาเปิดประมูลซองเช่าพื้นที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56985</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, ผู้ค้ารายย่อย, ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล, ร้องขอความเป็นธรรม, เปิดประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e439c47ea6cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชน 44 รายยื่นซองประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลล็อตสุดท้าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.2562 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐ เปิดเผยถึงผลการเปิดให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมยื่นซองเอกสารคุณสมบัติผู้เสนอซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐ ครั้งที่ 1/2562 ประมาณรวม 41,000 ตัน ว่า มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ายื่นซองเอกสารคุณสมบัติ เพื่อเข้าร่วมประมูลข้าวรวมทั้งสิ้น 44 ราย ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เพราะข้าวที่นำออกมาเปิดประมูลทั้ง 3 กลุ่ม มีผู้ยื่นแสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลครบทุกกลุ่ม
โดยข้าวกลุ่ม 1 เป็นการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเป็นการทั่วไป ปริมาณ 13,000 ตัน มีผู้สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ จำนวน 17 ราย ข้าวกลุ่ม 2 เป็นการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ปริมาณ 15,000 ตัน มีผู้สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ จำนวน 17 ราย และกลุ่ม 3 เป็นการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ปริมาณ 13,000 ตัน มีผู้สนใจยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ จำนวน 10 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนต่อไป คณะทำงานรับซองเสนอราคาซื้อ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากกรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะร่วมกันตรวจสอบเอกสารหลักฐานและคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เสนอซื้อทุกรายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศ โดยหากปรากฏภายหลังว่าผู้เสนอซื้อรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนด จะถือว่าผู้เสนอซื้อรายนั้นขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น และไม่สามารถยื่นเสนอซื้อข้าวในสต็อกของรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์กล่าวว่า กรมฯ จะประกาศรายชื่อผู้เสนอซื้อที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นสำหรับการซื้อข้าวกลุ่ม 1 ในวันที่ 10 พ.ค.2562 เวลา 09.00 น. และข้าวกลุ่ม 2 และ 3 วันที่ 14 พ.ค.2562 เวลา 09.00 น. หรือทางเว็บไซต์ของกรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th โดยผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นสามารถยื่นซองเสนอราคาซื้อได้ในวันเดียวกันกับวันประกาศรายชื่อของข้าวแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. จากนั้นตั้งแต่เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป กรมฯ จะเปิดซองเสนอราคาซื้อต่อหน้าสาธารณชนและสื่อมวลชน และจะรวบรวมผลการยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐดังกล่าว เข้าที่ประชุมคณะทำงานฯ และคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวพิจารณาก่อนนำเสนอประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการรับมอบข้าวกลุ่ม 2 นบข. ได้ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลการนำข้าวในสต็อกของรัฐไปใช้ในอุตสาหกรรม โดยกำชับให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) กำหนดมาตรการและกำกับดูแลให้ผู้ชนะการประมูลนำข้าวที่ซื้อจากสต็อกของรัฐไปใช้ในอุตสาหกรรมตามที่ได้รับรองตนเองไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการรั่วไหลเข้าสู่ระบบการค้าปกติ ซึ่งหากผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข และนำข้าวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35282</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, ข้าวสารในสต็อกของรัฐ, อดุลย์ โชตินิสากรณ์, เปิดประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff610f4060f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.เร่งแผนลงทุนโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง จ่อประมูลทางด่วน 6 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ. 2562 นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ.ได้สั่งการให้เร่งรัดภาระงานในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลก่อนเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงคมนาคมวางไว้ เริ่มจากการเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณของกทพ.ซึ่งผ่านมาสองไตรมาสแต่พบว่ายังช้ากว่าช่วงที่ผ่านมาควบคู่ไปกับเรื่องข้อพิพาททางการเงินเรื่องค่าชดเชย 4.3 พันล้านบาทที่ต้องเร่งหาบทสรุปต่อไป

สำหรับแผนลงทุนทางด่วนที่จะเร่งเข้าสู่การเสนอขออนุมัติและเปิดประมูลรวมมูลค่า 6 หมื่นล้านบาทนั้นเริ่มจากโครงการทางด่วน จ.ภูเก็ต ช่วงกะทู้-ป่าตอง วงเงินมากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้ได้ส่งโครงการไปยังคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) พิจารณาก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไปเพื่อเปิดประมูลภายในปีนี้ ขณะที่โครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาทนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดให้เอกชนประกวดราคาในเดือนหน้า รวม 5 สัญญาก่อนลงนามภายในไตรมาสที่สองของปีนี้

อย่างไรก็ตามส่วนโครงการทางด่วนสายเหนือ ตอน N2 ช่วงวงแหวนตะวันออก-แยกเกษตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนในโครงการระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(TFF) นั้นจะมีการผลักดันให้เห็นความชัดเจนในปีนี้ทั้งเรื่องผลรายงานสิ่งแวดล้อม(EIA) การเสนอครม. ก่อนเปิดประมูลและก่อสร้างพร้อมไปกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1 กม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., การลงทุน, ก่อสร้างทางด่วน, เปิดประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c734a5d8c12f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
