<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพล เปิดผลสำรวจประชาชนไม่เชื่อมั่นรัฐบาลเปิดประเทศใน 120 วัน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2564 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี &amp;ldquo;เปิดประเทศใน 120 วัน&amp;rdquo; &amp;nbsp; กลุ่มตัวอย่างจำนวน 3,320 คน สำรวจวันที่ 21 - 24 มิถุนายน 2564 พบว่า ส่วนใหญ่มองว่าการจะเปิดประเทศใน 120 วัน ต้องมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ร้อยละ 60.76 คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ร้อยละ 39.88 ข้อดีคือทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า ประชาชนทำมาหากินได้ ร้อยละ 84.04 แต่ยังกังวลโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่/กลายพันธุ์ ร้อยละ 78.80 หากจะเปิดประเทศต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ร้อยละ 85.12 หากเปิดแล้วประชาชนต้องเสี่ยงกับโควิด-19 จะยอมรับไม่ได้ ร้อยละ 51.05 สรุปแล้วประชาชนไม่เห็นด้วยกับการแถลงของนายกฯ ร้อยละ 58.22&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.พิษฐา พงษ์ประดิษฐ์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และ​สังคมศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี &amp;ldquo;เปิดประเทศใน 120 วัน&amp;rdquo; ของสวนดุสิตโพล กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84.04 มีความคิดเห็นว่า การเปิดประเทศจะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า ประชาชนทำมาหากินได้ เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการเปิดประเทศใน 120 วัน กลับพบว่ามีกลุ่มตัวอย่างที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ถึง ร้อยละ 39.88 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นและความวิตกกังวลของประชาชน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรฝากความหวังไว้กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว การเปิดประเทศจะสำเร็จได้ทุกคนต้องช่วยกัน รัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและทบทวนความเหมาะสมเป็นระยะ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ประชาชนต้องศึกษาข้อมูลให้รู้เท่าทันโรค/วัคซีน การใช้ชีวิตแบบ Next Normal และยังคงต้องตั้งการ์ดแบบสูงสุดเสมอแม้ว่าจะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม เพื่อให้เราสามารถหยุดการระบาดของโรคได้ และการเปิดประเทศก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ศศนันท์ บุญยะวนิช อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ประชาชนโดยส่วนใหญ่มีความกังวลกับนโยบายของรัฐบาลเรื่องการเปิดประเทศใน 120 วัน เนื่องจากรัฐบาลยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนได้ ส่วนวัคซีนหลักๆที่รัฐบาลจัดหาให้นั้น ได้แก่ ซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้ามีคุณภาพค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับวัคซีนตัวอื่นๆ เช่น ไฟเซอร์และโมเดอร์นา การตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในแพทย์และพยาบาลจังหวัดเชียงรายกว่า 30 คน ทั้งๆที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบสองเข็มแล้วทำให้เกิดความกังวลว่าจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนักหากมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศว่าจะดำเนินการให้มีการฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดสภายในปี 2564 หรือเกือบ 500,000 โดสต่อวันนั้น ในความเป็นจริง ประเทศไทยฉีดวัคซีนได้โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 200,000 โดส ซึ่งห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่มาก จึงทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถเปิดประเทศได้จริงตามที่แถลงไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107754</URL_LINK>
                <HASHTAG>สวนดุสิตโพล, เปิดประเทศใน 120 วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d7e596e3acf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับนิวไฮชู‘ขนมครก’ปราบโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิดแรงต่อเนื่องยอดติดเชื้อใหม่ 3,174 ราย เสียชีวิตนิวไฮ 51 ราย คลัสเตอร์ใหม่กระจายหลายพื้นที่ &amp;quot;กทม.&amp;quot; เพิ่มอีก 2 แห่ง เฝ้าระวังรวม 96 แห่ง &amp;quot;ศบค.&amp;quot; ห่วงกราฟผู้ป่วยใส่ท่อหายใจพุ่งขึ้น รับข้อเสนอล็อกดาวน์เมืองกรุง แต่หวั่นแรงงานทะลักออก ตจว. ขอใช้แค่ปรับแผนคุมเข้มแหล่งติดเชื้อก่อน &amp;quot;สธ.&amp;quot; เล็งยกระดับ รพ.สนาม 4 มุมเมืองแก้วิกฤติเตียง งัดยุทธศาสตร์ขนมครกสู้โควิดปากน้ำ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถกภาคเอกชนร่วมมือรับเปิดประเทศใน 120 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,174 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,112 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,392 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 720 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 36 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 26 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 228,539 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 1,941 ราย ยอดรวมหายป่วยแล้ว 189,777 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 37,018 ราย อาการหนัก 1,526 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 433 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 51 ราย เป็นชาย 26 ราย หญิง 25 ราย อยู่ใน กทม. 34 ราย ปทุมธานี สมุทรปราการ จังหวัดละ 3 ราย ชลบุรี นครปฐม จังหวัดละ 2 ราย นนทบุรี ราชบุรี ยะลา ปราจีนบุรี สงขลา สระแก้ว และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,744 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด กทม. 956 ราย สมุทรปราการ 501 ราย สมุทรสาคร 240 ราย สงขลา 185 ราย ชลบุรี 142 ราย ปัตตานี 120 ราย ปทุมธานี 93 ราย ราชบุรี 91 ราย นราธิวาส 89 ราย และนครปฐม 79 ราย ทั้งนี้ กทม.มีคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวังทั้งหมด 96 แห่ง และมีคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง คือ โรงงานเย็บผ้า ซอยประดู่ 1 เขตบางคอแหลม 5 ราย โรงงานทำจิวเวลรี่ เขตคลองสาน 5 ราย ส่วนในจังหวัดอื่นๆมีคลัสเตอร์ใหม่คือ โรงงานน้ำแข็ง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 17 ราย บริษัทก่อสร้าง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 167 ราย โรงงานผลิตยางรถยนต์ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 5 ราย และโรงงานอาหารทะเลแปรรูป อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 6 ราย บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อ.หนองแค จ.ปทุมธานี 22 ราย ค่ายทหาร อ.เมือง จ.ราชบุรี 73 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุม ศปก.ศบค.ให้ความห่วงใยเรื่องของผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งกราฟนั้นพุ่งสูงขึ้น ที่แต่เดิมจะอยู่เฉพาะใน กทม.และปริมณฑล ซึ่งขณะนี้ในต่างจังหวัดก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน สอดคล้องกับการระบาดระลอกปลายปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่สมุทรสาครแล้วมาบวกกับ กทม. อ่างทอง ระยอง และชลบุรี จะเห็นว่าความสูงของกราฟไม่เท่ากับการระบาดในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาที่ขณะนั้นเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ แต่เราจะเห็นกราฟผู้ที่เดินเข้ามารักษาในโรงพยาบาลช่วงหลังสงกรานต์จะเยอะกว่าการค้นหาเชิงรุกในชุมชน แต่พอมาดูในเดือน มิ.ย.ที่เพิ่มขึ้นมา กราฟตอนนี้มีความน่าห่วงใยว่า ผู้ที่เดินเข้ามารักษาในโรงพยาบาลยังพุ่งขึ้นตลอด ขณะที่การค้นหาเชิงรุกแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ฉะนั้นข้อห่วงใยตรงนี้เราต้องช่วยกันในการจัดการกับโรค ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อไม่ให้เห็นตัวเลขที่พุ่งขึ้นมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่เราส่อแววของการออกข่าวมาว่า ผู้ที่รักษาพยาบาลบอกว่าล้นแล้ว และภาพของคนที่รอเตียงไม่สามารถเข้าไปได้ ที่ประชุมจึงวิเคราะห์ว่าทำอย่างไรให้ผู้ป่วยระดับสีเขียวลดลงหรือกระจายจากโรงพยาบาลไปที่อื่นๆ ซึ่งโรงพยาบาลสนามเราก็ทำเต็มที่และต้องเปิดพื้นที่ดูแลสีแดงให้มากขึ้น ที่ประชุมจึงพูดถึงโมเดลหลายที่ โดยเฉพาะภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยกัน เดี๋ยวคงจะได้เห็นการจัดการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีข้อเสนอจากทางแพทย์ต้องการให้ล็อกดาวน์กรุงเทพฯ อย่างน้อย 7 วัน เพื่อลดการเคลื่อนย้าย ซึ่งอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้ โฆษก ศบค.กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าวด้วยความยินดีในหลายเรื่องที่ต้องนำมาพูดคุยและครุ่นคิด ถกแถลงกันในที่ประชุม เราได้รับทราบแล้วว่าการล็อกดาวน์เป็นเรื่องที่ได้ผลดี แต่อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติในปัจจุบันนี้เราก็ดำเนินการอยู่ แต่เป็นลักษณะเฉพาะจุดเฉพาะที่ เกิดเหตุตรงไหนก็จัดการตรงนั้น เช่น แคมป์คนงาน โรงงาน หลายแห่งหลายที่ได้ดำเนินการไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละมาตรการนั้นก็จะมีทั้งเชิงบวกและเชิงลบที่จะต้องนำมาไตร่ตรองกัน การปิดพื้นที่โรงงานก็อาจทำให้เกิดการกระจายของคนที่ไม่มีงานทำก็จะเดินทางไปต่างจังหวัด ก็จะเพิ่มปัญหาไปอีก ดังนั้นต้องพิจารณาไตร่ตรองกันอย่างดี
ยกระดับ รพ.แก้เตียงวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปิด กทม.อย่างที่ทราบกันว่าคนกรุงเทพฯ จริงไม่ได้มีมาก แต่จะเป็นแรงงานที่มาจากต่างจังหวัด ถ้าปิด กทม.อาจจะเป็นการเคลื่อนย้ายกลับไปต่างจังหวัด ทำให้เกิดการติดเชื้อในต่างจังหวัดด้วยก็ได้ ดังนั้นจึงต้องผสมผสาน ที่สำคัญขณะนี้ข้อสรุปคือจะทำลักษณะบับเบิลแอนด์ซีล โดย ผอ.ศปก.ศบค.ได้ให้คำนิยามว่า บับเบิลแอนด์ซีลของแต่ละที่นั้นตรงกันหรือไม่ เพราะเราจะได้เห็นจาก จ.สมุทรสาคร ที่ยอมให้โรงงานเปิดได้ แต่ต้องดูแลเรื่องการนำพาแรงงานมาสู่โรงงานที่เรียกบับเบิลแอนด์ซีลนั้นเขาทำได้เป็นอย่างดี ซึ่งทาง กทม.ก็ต้องดูแลเป็นอย่างดีด้วย แต่เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า เพราะ กทม.มีจำนวนคนเยอะกว่า ความซับซ้อนขององค์กร ของสถานที่ก็มีมากกว่า&amp;rdquo; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาการรองรับผู้ป่วยโควิดว่า สธ.กำลังเร่งดำเนินการเปิดเตียงและห้องไอซียู รพ.หลักให้มากที่สุด โดยจะต้องไปยกระดับ เพิ่มศักยภาพ รพ.สนามให้เป็นแบบ รพ.บุษราคัมให้มากขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับ รพ.สนาม 4 มุมเมืองให้มีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ยังขาดห้องไอซียู ซึ่งสามารถจัดได้ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ จะพิจารณา รพ.ที่รองรับได้ราว 200 เตียง หากหาได้ 5 แห่ง ก็รองรับได้ 1,000 เตียง พอๆ กับศักยภาพ รพ.บุษราคัม ที่รองรับได้ราว 1,200 เตียง เพราะในเดือน ส.ค.ทาง รพ.บุษราคัมจะต้องคืนพื้นที่ให้กับอิมแพ็คอารีนาแล้ว นอกจากนี้อาจจะยกระดับจากศูนย์นิมิบุตร หรืออินดอร์สเตเดี้ยม เพื่อรองรับผู้ป่วยสีเหลืองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า ตนและ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ประชุมหารือร่วมกับนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ นพ.พรณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) สมุทรปราการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลใน จ.สมุทรปราการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางการควบคุมโควิดในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ว่า สถานการณ์การระบาดใน จ.สมุทรปราการมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงเสนอให้ใช้ยุทธศาสตร์ขนมครก โดยสุ่มตรวจพื้นที่ต่างๆ ในชุมชนที่มีการติดเชื้อ เมื่อพบผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่การรักษาและใช้วัคซีนฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่นั้น โดยกำหนดจำนวนให้เหมาะสมเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วในพื้นที่เขตบางแค และคลองเตย กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อดำเนินการควบคุมโรคแบบขนมครกเป็นจุดเล็กๆ ในทุกพื้นที่ และกระจายมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะควบคุมโรคเป็นพื้นที่ใหญ่ได้ โดยจะนำร่องในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำ
ในการควบคุมโรค เนื่องจากการควบคุมโรคจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยมาตรการทางสังคม ความมั่นคง และ
ทางปกครองเข้ามาร่วมด้วย ไม่ใช่ด้านสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว&amp;rdquo; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหารือนโยบายช่วยเหลือ SMEs โดยได้เชิญสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทยและสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ร่วมหารือถึงนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ SMEs ลดภาระต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง และเสริมรายได้เพิ่ม เพื่อให้ SMEs สามารถประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติโควิด-19 และไปต่อได้&amp;nbsp;
จับเข่าเอกชนรับเปิดประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ระหว่างการประชุม นายกฯ กล่าวว่า ภาคเอกชนถือเป็นพันธมิตรสำคัญของรัฐบาล ในการเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน SMEs ตามแนวทางและมาตรการของรัฐ โดยเฉพาะการจูงใจให้ SMEs มาจดทะเบียนกับภาครัฐ เพื่อให้เข้าถึงมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยเสริมสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ อาทิ การสนับสนุนให้ได้รับสินเชื่อ/สินเชื่อ Factoring ดอกเบี้ยต่ำ ร่นระยะเวลาการชำระสินเชื่อการค้าแก่ SMEs ที่เป็นผู้ขายให้เร็วขึ้น จับคู่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยเหลือและให้ความรู้กับ SMEs ในการพัฒนาทักษะที่สำคัญในการประกอบธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้ขอให้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเพื่อเพิ่มบทบาทในการสนับสนุน SME ที่สอดรับกับความต้องการของ SME โดยแท้จริงอีกด้วย รวมทั้งสั่งการให้เร่งประชาสัมพันธ์และขยายผลมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน และการเพิ่มศักยภาพและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SMEs โดยจะให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแนวทางที่ได้มีการหารือทันที เพราะ SMEs จำนวนมากกำลังประสบปัญหาในทุกวันนี้ ซึ่งหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ตอบรับแนวทางนโยบายการเปิดประเทศ 120 วัน พร้อมสนับสนุนการฉีดวัคซีนตามแผนเปิดประเทศ และจะใช้ภูเก็ตโมเดลเป็นต้นแบบ&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าแห่งประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนนายกฯ และรัฐบาลในการเปิดประเทศไทย 120 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติว่าประเทศไทยมีความพร้อมแล้ว ซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์คือเงินใหม่ที่จะเข้ามาจากต่างประเทศ เพราะทุกวันนี้เรากินบุญเก่าใช้เงินเดิมเยียวยา และหามาตรการกระตุ้นเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีพึ่งหวังเงินจากรัฐบาล ดังนั้นสรุปแล้วการท่องเที่ยวจะต้องเปิด เพื่อให้นักธุรกิจนักลงทุนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วย และคนไทยก็จะได้เดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปหาออเดอร์สินค้าต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ บอกว่า หาวัคซีนมาฉีดให้กับคนไทยให้ได้ 50 ล้านคน ซึ่งทำให้เรามีความสบายใจ ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องหาวิธีไม่ให้เกิดโรคระบาดซ้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ต้องหาวิธีช่วยกัน เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดขยายตัวยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันบูรณาการงานทุกภาคส่วน จะปล่อยให้นายกฯ ดำเนินการแก้ไขคนเดียวไม่ได้&amp;quot; นายสนั่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีแพทย์เสนอให้ล็อกดาวน์ กทม. 7 วัน ตรงนี้หอการค้าไทยมีความกังวลใดหรือไม่ ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า เราต้องมาตั้งคำถามกันก่อนว่าทำไมเราถึงต้องเปิดประเทศ อีกทั้งโควิด-19 ก็ต้องอยู่กับเราตลอดไป เราจึงต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่กับโควิด-19 และปรับตัวให้เปิดประเทศได้ หากเรามัวแต่กลัวอย่างเดียว ขณะที่คนอื่นเขาเปิดไปแล้วเราก็จะเสียโอกาส ดังนั้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพียงอย่างเดียวก็จะทำให้คนไทยเรามีความปลอดภัย เช่น บางประเทศที่วัคซีนเข้าถึงเศรษฐกิจของเขาก็กลับคืนมาเร็วมาก และใครที่จะเข้าประเทศ เราก็มีมาตรการป้องกันที่รัดกุม ฉะนั้นยืนยันว่า 120 วันนี้ทุกคนต้องช่วยกัน เพราะถือเป็นหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้เสนอให้นายกฯ เร่งช่วยแก้ไขปัญหาให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้เรียบร้อยก่อน 120 วันที่จะมีการเปิดประเทศ พอถึงเวลาเปิดประเทศจะได้มีเงินไหลเข้ามาทำธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งการที่นายกฯ เรียกประชุมเองก็เป็นหนทางที่สดใส เพราะปัญหาหลักของเอสเอ็มอีตอนนี้คือการแก้ไขหลักเกณฑ์หนี้เสีย และหลักเกณฑ์ในด้านอื่นจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ เพราะหากเป็นกลไกเดิมถึงอย่างไรก็ขออนุมัติไม่ผ่าน จึงต้องแก้กลไกของธนาคารและลดขั้นตอนต่างๆ ลง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107435</URL_LINK>
                <HASHTAG>174 ราย, ดับนิวไฮชู‘ขนมครก’ปราบโควิด, ยอดติดเชื้อใหม่ 3, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประเทศใน 120 วัน, เสียชีวิตนิวไฮ 51 ราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210623/image_mid_60d34b3318bd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>120วันต้องทำให้ได้ ‘บิ๊กตู่’สั่งทุกหน่วยงานขันนอต/โพลแนะคุม‘โควิด’ควบคู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปลุกทุกหน่วยทำงานเต็มที่ เดินหน้าสู่เป้าหมายเปิดประเทศใน 120 วันเดือน ต.ค.นี้ &amp;quot;ดร.กนก&amp;quot; ชมนายกฯ กล้าตัดสินใจ แนะบริหารความเสี่ยงต้องพึงระวัง 4 เรื่อง &amp;nbsp;ย้ำสำคัญต้องไม่พูดกลับไปกลับมา &amp;quot;แพทย์ชนบท&amp;quot; บอกหัวใจเปิด ปท.อยู่ที่วัคซีนต้องเพียงพอ &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; ชี้ไทยยังไม่พร้อมขอให้ชะลอก่อน หวั่นซ้ำรอยชิลี &amp;quot;โพล&amp;quot; ชี้ ปชช.หนุนรัฐบาลเปิดประเทศแต่ต้องควบคู่การคุมโควิดเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่​ 20​ มิ.ย.​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​และ รมว.กลาโหม​ โพสต์เฟซบุ๊ก ​&amp;quot;ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ Prayut​ Chan-o-cha&amp;quot; ถึงการเปิดประเทศใน 120 วันว่า ขอกล่าวสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมาอีกครั้ง เรื่องตั้งเป้าให้ประเทศไทยควรต้องพร้อมภายใน 120 วัน หรือประมาณเดือนตุลาคมที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ โดยไม่มีเงื่อนไขที่สร้างความยุ่งยากจนเกินไป หลังจากที่มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้คนไทยอย่างน้อย 50 ล้านคนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอตอกย้ำอีกครั้งให้ทุกหน่วยงานและทุกคนที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้มีใครตั้งต้นด้วยข้อจำกัดที่คิดว่าเป้าหมายนี้จะทำไม่ได้ วันนี้ประชาชนต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ทุกวัน ทุกสัปดาห์มีค่าสำหรับเขา ดังนั้นขอให้ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อวิ่งไปให้ถึงเส้นชัยคือเป้าหมาย 120 วันให้ได้ เราต้องทำงานแบบมีเป้าหมายที่จริงจัง ชัดเจน แน่นอนครับว่าอาจจะมีปัจจัยภายนอกที่มารบกวนเราได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งมอบวัคซีน เรื่องสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือเรื่องอื่นๆ แต่เราทุกคนต้องทำให้เต็มที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายของเราให้ได้ครับ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การประกาศเปิดประเทศใน 120 วัน เป็นการประกาศนโยบายการแก้ปัญหาการระบาดไวรัสโควิด-19 และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ชัดเจน ที่แสดงภาวะผู้นำของการกำหนดเป้าหมายการบริหารประเทศที่ท้าทายความเสี่ยงต่างๆ นับเป็นความกล้าหาญที่ควรได้รับคำชม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.กนกกล่าวว่า ความสำเร็จของนโยบายขึ้นกับการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ที่ควรพิจารณา ที่ขอฝากให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีพิจารณาคือ &amp;nbsp;1.การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสเป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ทำให้วัคซีนที่ฉีดไปแล้วไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ หรือคุ้มกันได้ต่ำ จึงทำให้ภูมิคุ้มกันหมู่ที่คิดว่าจะเกิดไม่เกิดขึ้น การติดเชื้อไวรัสกลับมา ขยายจำนวนอีก 2.ประชากรเด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะมีความเสี่ยงต่อการเปิดให้มีการเคลื่อนที่ของคนจำนวนมากในประเทศ 3.การเปิดประเทศเพื่อให้เกิดผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จำเป็นจะต้องช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มฐานรากมีกำลังและภูมิคุ้มกันทางธุรกิจที่จะกลับมาทำมาค้าขายใหม่ได้ 4.ความต่อเนื่องและเสถียรภาพของนโยบายเปิดประเทศ&amp;nbsp;
ติงวัคซีนไม่พร้อมเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 4 ข้อนี้คือการช่วยรัฐบาลคิดเพื่อหาทางป้องกันและแก้ไข ถ้าเกิดปัญหาขึ้น การเตรียมมาตรการเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงทั้ง 4 ประการนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับประชาชนต่อนโยบายเปิดประเทศนี้ ที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จของนโยบาย สิ่งที่พึงระวังคือคำพูดผู้นำต้องศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในหมู่ประชาชนไม่กลับไปกลับมา&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การประกาศจะเปิดประเทศใน 120 วันจะทำได้จริงหรือไม่ สิ่งที่ พล.อ. ประยุทธ์พูดสร้างความสับสน บอกจะเปิดประเทศใน 120 วัน นับจากวันที่แถลง คือวันที่ 16 มิ.ย. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ บอกให้เริ่มนับจากวันที่ 1 ก.ค. ทำให้สับสนเริ่มนับจากวันใด ที่สำคัญการเปิดประเทศต้องมีวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยมีประชากร 70 ล้านคน ต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 70% หรือ 50 ล้านคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ขณะนี้เพิ่งฉีดไปได้แค่ 7.3 ล้านคน ไม่สามารถฉีดได้วันละ 5 แสนคนตามที่ตั้งไว้ แสดงว่าวัคซีนมีไม่เพียงพอ ต้องเลื่อนการฉีดออกไป ขณะที่ผู้ติดเชื้อแต่ละวันยังมีเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยวันละกว่า 3,000 คน แม้จะบอกว่ามีวัคซีนอยู่ตามแผนวัคซีน 105.5 ล้านโดส แต่บอกไม่ได้ว่าจะได้ฉีดเมื่อใด ที่ไหน แล้วจะเปิดประเทศได้จริงหรือไม่&amp;quot; ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 14&amp;quot; เปิดประเทศใน 120 วัน มุมมองในทัศนะแพทย์ชนบท ระบุตอนหนึ่งว่า การนับวันถอยหลังเตรียมเปิดประเทศแทน 16 มิ.ย.2564 นายกฯแถลงเป้าหมายของประเทศได้อย่างแหลมคมว่าตั้งเป้าเปิดประเทศใน 120 วัน เราก็ไม่สามารถรอจนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสกันถ้วนหน้าก่อน จากเดิมที่ทุกคนเข้าใจเองโดยรัฐบาลไม่ได้ประกาศว่าน่าจะเปิดประเทศได้ในช่วงหลังปีใหม่ 2565 เพราะเราฉีดวัคซีนกันครบ 2 เข็มแล้ว ครั้งนี้ทีมงานนายกฯ ขยับเวลาแห่งความหวังให้เร็วขึ้นมาอีก 2 เดือน ด้วยชุดคิดพยุงเศรษฐกิจและเห็นว่าช่วงตุลาคมนั้นตามแผนเดิมของรัฐบาล คนส่วนใหญ่ราว 60% จะได้วัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว แล้วบางส่วนก็ได้ 2 เข็มไปบ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์ชนบทระบุว่า ข่าววงในสุดๆ บอกว่าการแถลงข่าวของนายกฯ ประยุทธ์ต่อเรื่องการเปิดประเทศ 120 วันในครั้งนี้ กุนซือที่ชงเรื่องมาจากสายเศรษฐกิจในนามของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ที่มีสภาพัฒน์เป็นเลขาฯ ใหญ่ และที่น่าสนใจคือการตัดสินใจครั้งนี้ของนายกฯ ประยุทธ์ แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายสาธารณสุขเองก็รู้เรื่องพร้อมประชาชน นายกฯ อาจจะคิดว่า ถ้าปรึกษาพวกหมอๆ แล้วคงไม่ได้เปิดประเทศเดือนตุลาคมเป็นแน่แท้ คำถามใหญ่ที่สำคัญคือ 120 วันเปิดประเทศนี่คือเป้า แต่แผนปฏิบัติการไปสู่เป้าหมายนี้คืออะไร มีไหม อย่างไร เรายังไม่เห็นและไม่มีใครเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวใจของการเปิดประเทศจึงอยู่ที่จำนวนวัคซีนที่จะได้ฉีดกันอย่างถ้วนหน้าไหมอยู่ดี ทีมงานรัฐบาลก็รู้ว่าจำนวนวัคซีนคือปัจจัยชี้ขาดแอสตร้าฯ ไทยแลนด์ในเดือน ก.ค.เป็นต้นไปจะส่งได้ 10 ล้านโดสตามที่รัฐบาลระบุไว้จริงไหม ซึ่งคงต้องลุ้นอย่างหนัก ดังนั้นช่วงนี้จึงเห็นความพยายามที่จะนำเข้าวัคซีนเพิ่มขึ้น มีการเจรจาขอซื้อซิโนแวคเพิ่มอีก 28 ล้านโดส เร่งรัดนำเข้าไฟเซอร์เพื่อเด็กนักเรียน เป็นต้น และหากมีการระบาดระลอกใหม่ที่มาจากเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามา วัคซีนที่เราฉีดไปอาจไม่สามารถสร้างภูมิป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้เต็มที่ ก็จะเกิดพีกการระบาดขึ้นมา &amp;nbsp;ดังนั้นการป้องกันการเข้ามาของเชื้อกลายพันธุ์โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาตามแนวชายแดนจึงสำคัญมากๆ นายกฯ กำลังสื่อสารเพื่อสร้างความหวัง แต่นั่นอาจไม่ใช่ความจริง ถ้าวัคซีนไม่พอ และมีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์&amp;quot; ชมรมแพทย์ชนบทระบุ
หนุนเปิด ปท.คู่คุมโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ กล่าวแสดงความห่วงใยการเร่งเปิดประเทศโดยไม่มีมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ดีพอ ว่าอาจทำให้ไทยเผชิญความเสี่ยงการระบาดครั้งใหญ่ด้วยโควิดกลายพันธุ์ และอาจซ้ำรอยความผิดผลาดของประเทศชิลี ต้องกลับมาปิดประเทศและปิดเมืองหลวงอีกรอบหนึ่ง แม้ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วกว่า 75% มีความเสี่ยง และมีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้น เพราะประเทศชิลีใช้ซิโนแวคเช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่ำ แม้จะป้องกันการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตได้ก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประเมินความเสี่ยงต่างๆและการกระจายฉีดวัคซีนในไทยแล้ว เห็นว่าควรชะลอการเปิดประเทศไปช่วงต้นเดือน ธ.ค. และเลื่อนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นต้นเดือน ก.ย. หากเร่งเปิดประเทศ เปิดเมืองท่องเที่ยว โดยที่ยังไม่พร้อมในการรับมือการควบคุมการแพร่ระบาดได้มากกว่า 90% ต้องชะลอแผนเปิดเมืองไปก่อน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อการเปิดประเทศใน 120 วัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 91.4 เห็นด้วยต่อการเปิดประเทศ ควบคู่ไปกับการควบคุมโรคการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 หลังจากทุกคนได้วัคซีนเข็มแรกอย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ร้อยละ 94.9 เชื่อว่าความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ยังส่งผลดีต่อการควบคุมโควิด-19, ร้อยละ 92.7 ระบุเกิดการแพร่ระบาดที่ไหนให้ปิดเฉพาะพื้นที่นั้น ไม่ใช่ปิดทั้งประเทศ, ร้อยละ 88.7 ระบุความตื่นตัวกระตือรือร้นป้องกันการแพร่ระบาดของภาคประชาชนกันเองในแต่ละพื้นที่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศได้ตามที่กำหนด, ร้อยละ 88.2 ระบุความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขไทยส่งผลดีต่อการควบคุมโรค และร้อยละ 86.9 ระบุนโยบายดีและมาตรการที่ชัดเจนของรัฐบาลจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ความกังวลของประชาชนที่พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.3 กังวลต่อการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย, ร้อยละ 92.7 กังวลต่อการมั่วสุม พนัน เสพยาเสพติด แหล่ง แพร่ระบาดโควิด, ร้อยละ 92.6 กังวลต่อ สถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย, ร้อยละ 91.6 กังวลต่อโควิดสายพันธุ์ใหม่ รุนแรงกว่าเดิมเข้าไทยอีก, ร้อยละ 89.5 กังวลว่าวัคซีนมีไม่เพียงพอ ไม่ถึงเป้าหมายฉีดครบใน 120 วัน, ร้อยละ 83.9 กังวลต่อการรวมตัวกันและชุมนุมทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 98.4 ต้องการให้รัฐมีมาตรการเข้มงวดจริงจังแก้โควิดและส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัย การ์ดไม่ตก, ร้อยละ 94.9 ต้องการให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ในช่วงต้นปี พ.ศ.2565 เพียงพอ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และร้อยละ 84.7 ต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาเด็กไทยเสียโอกาสทางการศึกษามาช่วงเวลาร่วม 2 ปี.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107015</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.กนก, บิ๊กตู่, ปลุกทุกหน่วยทำงานเต็มที่, วัคซีนต้องเพียงพอ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดประเทศใน 120 วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf452d999b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทจัดรัฐบาลบิ๊กตู่อีกดอก&#039;มุมมองเปิดประเทศใน 120 วัน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-เพจชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 14&amp;quot; เปิดประเทศใน 120 วัน มุมมองในทัศนะแพทย์ชนบท ระบุว่า ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมทีมงานกุนซือของนายกประยุทธ์ที่สามารถแก้เกมส์ทางการเมืองได้ดี เบี่ยงประเด็นจากที่คนนับวัคซีนว่าวันนี้วัคซีนจะมาไหมมากี่โดส มาเป็นการนับวันถอยหลังเตรียมเปิดประเทศแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิถุนายน 2564 นายกแถลงเป้าหมายของประเทศได้อย่างแหลมคมว่า &amp;ldquo; ตั้งเป้าเปิดประเทศใน 120 วัน เราก็ไม่สามารถรอจนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสกันถ้วนหน้าก่อน&amp;quot;&amp;nbsp; จากเดิมที่ทุกคนเข้าใจเองโดยรัฐบาลไม่ได้ประกาศว่าน่าจะเปิดประเทศได้ในช่วงหลังปีใหม่ 2565 เพราะเราฉีดวัคซีนกันครบ 2 เข็มแล้ว ครั้งนี้ทีมงานนายกขยับเวลาแห่งความหวังให้เร็วขึ้นมาอีก 2 เดือน ด้วยชุดคิดพยุงเศรษฐกิจและเห็นว่าช่วงตุลาคมนั้นตามแผนเดิมของรัฐบาล คนส่วนใหญ่ราว 60% จะได้วัคซีนเข็มที่ 1 แล้ว แล้วบางส่วนก็ได้ 2 เข็มไปบ้างแล้ว
ข่าววงในสุดๆบอกว่า&amp;nbsp; การแถลงข่าวของนายกประยุทธ์ต่อเรื่องการเปิดประเทศ120วันในครั้งนี้&amp;nbsp; กุนซือที่ชงเรื่องมาจากสายเศรษฐกิจในนามของ ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ที่มีสภาพัฒน์เป็นเลขาใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และที่น่าสนใจคือ&amp;nbsp; การตัดสินใจครั้งนี้ของนายกประยุทธ์ แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายสาธารณสุขเองก็รู้เรื่องพร้อมประชาชน!!&amp;nbsp; นายกอาจจะคิดว่า ถ้าปรึกษาพวกหมอๆแล้วคงไม่ได้เปิดประเทศเดือนตุลาคมเป็นแน่แท้
คำถามใหญ่ที่สำคัญคือ &amp;ldquo; 120 วันเปิดประเทศนี่คือเป้า แต่แผนปฏิบัติการไปสู่เป้าหมายนี้คืออะไร มีไหม อย่างไร&amp;rdquo; เรายังไม่เห็นและไม่มีใครเห็น คงต้องให้เวลารัฐบาลอีกสักนิด&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ตามหลักวิชาการการเปิดประเทศจะล้มหรือรุ่ง ปัจจัยสำคัญคือ เราสามารถควบคุมโรค จนไม่มีการระบาดใหญ่ในรอบเดือนตุลาคมเป็นต้นไปได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดใหญ่จะมาจาก 2 เหตุคือ วัคซีนมีไม่มากพอ และ มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์&amp;nbsp; สองปัจจัยสำคัญด้านระบาดวิทยา หัวใจของการเปิดประเทศจึงอยู่ที่จำนวนวัคซีนที่จะได้ฉีดกันอย่างถ้วนหน้าไหมอยู่ดี&amp;nbsp; ทีมงานรัฐบาลก็รู้ว่า จำนวนวัคซีนคือปัจจัยชี้ขาด แอสตร้าไทยแลนด์ในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปจะส่งได้ 10ล้านโดสตามที่รัฐบาลระบุไว้จริงไหม&amp;nbsp; ซึ่งคงต้องลุ้นอย่างหนัก ดังนั้นช่วงนี้จึงเห็นความพยายามที่จะนำเข้าวัคซีนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; มีการเจรจาขอซื้อซิโนแวคเพิ่มอีก 28 ล้านโดส เร่งรัดนำเข้าไฟเซอร์เพื่อเด็กนักเรียน เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากมีการระบาดระลอกใหม่ที่มาจากเชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามา วัคซีนที่เราฉีดไปอาจไม่สามารถสร้างภูมิป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ได้เต็มที่&amp;nbsp; ก็จะเกิดพีคการระบาดขึ้นมา&amp;nbsp; ดังนั้นการป้องกันการเข้ามาของเชื้อกลายพันธุ์โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียและแอฟริกาตามแนวชายแดนจึงสำคัญมากๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายกกำลังสื่อสารเพื่อสร้างความหวัง แต่นั่นอาจไม่ใช่ความจริง ถ้าวัคซีนไม่พอ และ มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมแพทย์ชนบท, รัฐบาล, วัคซีน, เปิดประเทศใน 120 วัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cee48258076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
