<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลสำรวจประชาชน  ในการร่วมปฏิรูปประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาก &amp;ldquo;แผนการปฏิรูปประเทศ&amp;rdquo; ของรัฐบาลที่ยังคงเดินหน้ามาถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และต้องให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมนั้น ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการรายงานถึงผลการสำรวจการมีส่วนร่วมของประชาชนตามแผนปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2564 ให้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ครม.รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากมติ ครม.กำหนดให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จัดเก็บข้อมูลและสถิติตัวเลข รวมทั้งสำรวจและสอบถามประชาชนเกี่ยวกับนโยบายหลักๆ ของรัฐบาล แล้วรายงาน ครม. โดย สสช.ได้สอบถามประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 6,970 คน และได้รายงานที่ประชุม ครม.ถึงผลการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ด้านแหล่งข้อมูลที่รับรู้ข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐมากที่สุด ได้แก่ โทรทัศน์ ร้อยละ 89.8 จากสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ร้อยละ 53.5 จากการพูดคุยกับเพื่อน ญาติ คนในครอบครัว บุคคลทั่วไป ร้อยละ 38.0 และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร้อยละ 21.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ด้านการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ประชาชนร้อยละ 66.7 ระบุว่ามีส่วนร่วมในการใช้สิทธิเลือกตั้งทุกครั้ง, ร้อยละ 17.5 เกือบทุกครั้ง, ร้อยละ 6.7 เป็นบางครั้ง, ร้อยละ 3.3 นานๆ ครั้ง, และร้อยละ 5.8 ไม่มีส่วนร่วมในการใช้สิทธิเลือกตั้งเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.การมีส่วนร่วมทางการเมือง 3 อันดับแรก ได้แก่ การให้ความร่วมมือกับทางราชการในการพัฒนาประเทศ เช่น เสียภาษี ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นพลเมืองที่ดี ร้อยละ 82.2 การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในกลุ่มเพื่อน ญาติ คนในครอบครัว คนรู้จัก ร้อยละ 81.0 และการติดตามผลคะแนนการเลือกตั้ง ร้อยละ 70.7 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ความเชื่อมั่นต่อระบบธรรมาภิบาล มีคะแนนเฉลี่ย 3.20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน โดยประชาชนส่วนใหญ่ระบุว่า มีความเชื่อมั่นต่อระบบธรรมาภิบาลอยู่ในระดับกลางๆ ไม่แน่ใจ ร้อยละ 44.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ประชาชนส่วนใหญ่ระบุว่า หน่วยงานภาครัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 46.4 และประชาชนส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 39.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.การมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อหน่วยงานภาครัฐในการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 51.4 และมีข้อเสนอแนะแนวทางการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ได้แก่ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกระดับมากขึ้น ลงพื้นที่สอบถามความต้องการ รับฟังปัญหา ติดตามข้อมูลต่างๆ ของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ จากผลสำรวจดังกล่าว สสช.ยังได้ทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายถึงภาครัฐที่น่าสนใจ คือ หน่วยงานภาครัฐควรประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล เนื่องจากประชาชนมากกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 53.5 รับรู้ข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานภาครัฐควรให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่อประชาชนเกี่ยวกับการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ขณะเดียวกันภาครัฐควรส่งเสริมและสร้างความเข้าใจในทุกระดับ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ เข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อประกอบการตัดสินใจของภาครัฐ เช่น การรับฟังความคิดเห็น การจัดเวทีสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหน่วยงานภาครัฐควรมีการลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการ ความคิดเห็น รับฟังปัญหา และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลต่อการดำเนินโครงการของรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อคนในชุมชนและหมู่บ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ จากผลสำรวจและข้อเสนอแนะดังกล่าว เมื่อ ครม.รับทราบแล้ว คาดว่าจะมีการปรับในด้านต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์, เปิดผลสำรวจประชาชน  ในการร่วมปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bebcac49b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
