<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯยันมาตรการกระตุ้นศก.ระยะสั้นส่งผลดี ห่วงเปิดสถานบันเทิงถึงตี4กระทบสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ส.ค.62-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่กล่าวหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง โดยนายกฯชี้แจงว่าเรื่องนี้ต้องศึกษาเนื้อหาของชุดมาตรการกันให้ละเอียด ขอความร่วมมือสื่อมวลชนอย่านำเสนอกันแค่ว่า ครม.นำเสนอมาตรการออกไปเท่านั้น แต่ขอให้ร่วมกันนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของชุดมาตรการด้วย ซึ่งครอบคลุมหลายภาคส่วนและประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ชุดมาตรการนี่เป็นเพียงการกระตุ้นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่การแก้ปัญหาระยะยาว จะต้องมีการปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ วิธีคิดและวิธีการทำงาน ไปพร้อมๆกัน ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกร รัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือชาวนาเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการช่วยเรื่องปาล์มน้ำมันและยางพาราตามมาอีก โดยมาตรการที่ทำมาทั้งหมด ต้องการพยุงให้ตัวเลขจีดีพีปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3-4 เพราะกว่าที่รัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณประจำปี 2563 ก็คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องเป็นรายไตรมาส หากช่วงไหนเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องเข้าไปดูว่ารัฐบาลจะทำอะไรได้บ้าง บางอย่างก็ต้องคิดทบทวนให้ละเอียด เช่น ฟรีวีซ่า ที่มีผลกระทบหลายด้าน แม้ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเตือนว่าหากไม่ดำเนินมาตรการ อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่ ครม. ก็ได้พิจารณากันอย่างรอบคอบถึงผลดีผลเสียในทุกมิติ ตั้งแต่ความมั่นคง ความพร้อมของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณารอบด้านแล้ว จึงไม่เห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว และรัฐบาลก็คงต้องหามาตรการเสริมอย่างอื่นเข้าไปแทนอีกต่อไป เช่นเดียวกับข้อเสนอให้เปิดสถานบันเทิงได้ถึงตี 4 ก็ต้องไปทบทวนดูว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะไม่อยากให้การแก้ปัญหาหนึ่งนำไปสู่อีกปัญหาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ยังขอฝากขอให้ทุกคนช่วยสื่อสารเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ให้โดยละเอียดด้วย อยากให้พวกเราร่วมมือกันทุกภาคส่วน ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้นตามมา การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่ออนาคตของลูกหลานไทย และเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาทำความเข้าใจ ในฐานะนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบชีวิตคนไทย จึงศึกษาเรื่องเศรษฐกิจอย่างถี่ถ้วน และพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนจะทำการตัดสินใจในเรื่องใด ขอให้คำมั่นว่า ไม่มีสิ่งใดจะสามารถทำให้นายกฯ ตัดสินใจในหนทางที่ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนได้&amp;quot;โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, กระทบสังคม, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เปิดสถานบันเทิงตี 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52798ce41bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเบรกเมาถึงตี4กระทบสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เครือข่ายต้านน้ำเมาบุกยื่น รมว.ท่องเที่ยวฯ ค้านนโยบายเปิดสถานบันเทิงตี 4 อัดอย่าหน้ามืดมุ่งหาเงินจนลืมผลกระทบทางสังคม ย้อนคำถามอุบัติเหตุเจ็บ ตาย พิการ จากน้ำเมายังไม่พออีกหรือ &amp;nbsp; &amp;quot;พิพัฒน์&amp;quot; อ้างไม่ได้ปูพรมทั่วประเทศ แต่จัดโซนนิ่ง จว.ท่องเที่ยวยอดนิยม สั่ง ททท.เก็บข้อมูลก่อนชง ครม.เศรษฐกิจ นายกฯ เบรกหัวทิ่มอย่าแก้ปัญหาหนึ่งไปสู่อีกปัญหา โดยเฉพาะปัญหาสังคม วัยรุ่น สิ่งแวดล้อม ต้องดูภาพรวมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 22 สิงหาคม นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วยนายคำรณ &amp;nbsp;ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา นำกลุ่มเหยื่อเมาแล้วขับ, เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เครือข่ายลดอุบัติเหตุ, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา, เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน และนักศึกษากว่า 40 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผ่านทางนายอารัญ บุญชัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวง เพื่อคัดค้านการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงผับบาร์เป็นตี 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เครือข่ายได้เปิดปราศรัยในประเด็นผลกระทบ ทั้งในมิติอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาต่อเด็กและเยาวชน อาชญากรรม มิติทางเศรษฐกิจที่ได้ไม่คุ้มเสีย พร้อมทั้งแต่งกายล้อเลียนเป็นผีเหยื่อเมาแล้วขับ ผีทะเลาะวิวาท ร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ชื่อ &amp;ldquo;หยุดขยายเวลาปิดผับ &amp;nbsp;หยุดทำสังคมเสื่อม&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูวิทย์กล่าวว่า จากดำริของ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ที่เสนอให้ขยายเวลาปิดสถานบันเทิงผับบาร์เป็นเวลา 04.00 น. จากเดิม 02.00 น. เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยจะไปทำการศึกษาก่อนว่าพื้นที่ไหนควรจะทำเพื่อขอหารือกับนายกฯ ในการประชุม ครม. ต่อมานายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จะดำเนินการทั่วประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย เน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติและเตรียมลงพื้นที่พบปะกับผู้ประกอบการสถานบันเทิงใน พัทยา จังหวัดชลบุรี คาดว่าจะช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายกินดื่มอีก 25% จากปัจจุบันที่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เฉลี่ย 5,000-6,000 บาท แม้ว่าล่าสุดนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าเรื่องนี้เป็นแค่เพียงแนวคิดเท่านั้น ต้องไปทำการศึกษาให้รอบคอบก่อน ก็มิได้หมายความว่าเรื่องดังกล่าวจะยุติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายต้องการมาแสดงจุดยืนและคัดค้าน และจะสานพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด เนื่องจากเป็นแนวคิดที่ไม่รอบคอบ อ้างเพิ่มการท่องเที่ยว การจับจ่าย เอาข้อมูลหรืองานวิชาการที่ไหนมารองรับ ตัวเลข 25% มาได้อย่างไร ต้องเอาความจริงมาตีแผ่กัน เมื่อวิเคราะห์จากข่าวในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา จะพบว่าทั้งอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท ฆ่ากันตาย ตลอดจนความรุนแรงในครอบครัว ปล้นจี้ ผู้ก่อเหตุมักจะกินดื่มมาจากสถานบันเทิง และมีจำนวนไม่น้อยที่ก่อเหตุในสถานบันเทิงด้วยจากการเมาขาดสติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอตั้งคำถามกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ว่าวันที่ทุกฝ่ายทุ่มเทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ปัญหาทะเลาะวิวาท ความรุนแรงและอาชญากรรม ที่มีแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วมสำคัญ กระทรวงไม่รู้ร้อนหนาวถึงความยากลำบากในการทำงานและความสูญเสียที่เกิดขึ้นเลยหรือ คิดเป็นแต่จำนวนนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินเพียงอย่างเดียวกระนั้นหรือ เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมาก งานวิจัยพบว่าเงิน 1 บาทที่เราได้จากวงจรน้ำเมา ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องจ่ายในการดูแลรักษา ค่าเสียโอกาสในการทำงานและอื่นๆ รัฐต้องจ่ายไปถึง 2 บาท มันได้ไม่คุ้มเสียอยู่แล้ว ยังจะมีการขยายเวลาเสี่ยงขึ้นไปอีก&amp;quot; นายชูวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายคำรณกล่าวว่า ตกลงประเทศไทยจะเอาจุดขายในการเพิ่มเวลาเมากันแล้วหรือ แต่ละประเทศเขามีแต่จะจำกัด ควบคุม เหตุใดจึงไม่สนใจผลกระทบอันตราย อุบัติเหตุเจ็บตายพิการ ทะเลาะวิวาท และสร้างความรำคาญให้ประชาชนคนในชุมชนมากขึ้น แค่ปิดตามเวลาปกติเจ้าหน้าที่ยังเอาไม่อยู่ ควบคุมปัญหาไม่ได้ ดังนั้นในเรื่องนี้เครือข่ายขอคัดค้านจนถึงที่สุด ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1.ไม่มีหลักฐานในเชิงประจักษ์ ว่าการขยายเวลาจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ หรือเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจริง ที่สำคัญยังไม่มีประเทศไหนในโลกที่ออกมาตรการนี้เพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ในการดำเนินการตามแนวคิดนี้ต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ ซึ่งจะเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของกฎหมายเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง เช่น พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ที่จำกัดเวลาขายไว้แค่เที่ยงคืน และการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บุคคลที่มึนเมาครองสติไม่ได้ รวมถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558, 46/2559 ว่าด้วยเรื่องการควบคุมร้านเหล้าผับบาร์รอบสถานศึกษาที่กำหนดพื้นที่ควบคุมเอาไว้ ก็ต้องถูกแก้ไขลดทอนพื้นที่ควบคุมลงไป เพียงเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยว รวมไปถึง พ.ร.บ.สถานบริการและกฎหมายอีกหลายฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.จะเกิดผลกระทบตามมาในทุกมิติ ทั้งอุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท ความรุนแรงทางเพศ ความไม่สงบสุขในชุมชน คดีความและอาชญากรรมย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ชัดเจน ว่าผลกระทบทางสังคมในแทบทุกเรื่องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเป็นปัจจัยร่วมสำคัญ การป้องกันแก้ไขปัญหาที่ภาครัฐและทุกภาคส่วนได้ทุ่มเทสรรพกำลังลงไป จะไม่มีความหมายและถอยหลังลงคลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.เม็ดเงินที่คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้น จะกระจุกตัวอยู่กับร้านเหล้าผับบาร์ กับคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น มิได้เป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ เจ้าของพื้นที่ตัวจริง เหมือนกับการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น ที่ประชาชน ชุมชนในพื้นที่ได้ประโยชน์ มีความยั่งยืน ไม่เสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.กระทรวงควรตระหนักว่าประเทศไทยมีดีมากกว่าการให้ร้านเหล้าผับบาร์เป็นจุดขาย เราคงไม่ภาคภูมิใจการสร้างจุดขายที่ผิดเพี้ยนแบบนี้ สิ่งที่กระทรวงควรทำคือเร่งพัฒนาสร้างความปลอดภัยในการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว มากกว่าสร้างความเสี่ยงให้เกิดขึ้นเพียงเพราะหวังเม็ดเงิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สัปดาห์นี้ได้สั่งการให้ ททท. ไปสุ่มเก็บข้อมูลที่พัทยา ถึงผลกระทบหากมีมาตรการนี้ ทั้งจากผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และชาวบ้าน ว่ามีเสียงสะท้อนอย่างไร รวมถึงการคำนวณตัวเลขว่าจะได้เม็ดเงินกลับมาเท่าไหร่ ซึ่งหากได้ตัวเลขที่ชัดเจนแล้วจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจต่อไป โดยอาจเริ่มทำที่จังหวัดนำร่องก่อน เช่น กรุงเทพฯ จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.สงขลา เพราะตอนนี้กำลังเข้าช่วงไฮซีซั่น หวังว่าเราจะได้นักท่องเที่ยวตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ประมาณ 41 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่อให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศเท่าเดิม แต่เราได้รายได้เพิ่มเติมโดยเฉลี่ยอีก 20% จากการขยายเวลาถึงตี 4 ก็เท่ากับเรามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลายล้านคน สำหรับคนที่เป็นห่วง ผมย้ำว่าเราไม่ได้ปูพรมทำทั่วประเทศ แต่จะจัดโซนนิ่งเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ ตอนนี้กำลังจะหารือผู้ว่าฯ และตำรวจว่าควรเป็นจุดใดที่เจ้าหน้าที่สามารถดูแลได้100%&amp;rdquo; นายพิพัฒน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องทบทวนว่าทำได้หรือไม่ จะมีผลกระทบอะไรหรือเปล่า อย่าแก้ปัญหาหนึ่งไปสู่อีกปัญหาหนึ่งที่จะตามมา โดยเฉพะอย่างยิ่งปัญหาสังคม วัยรุ่น สิ่งแวดล้อม คนไทยอาจจะชอบแบบนี้อะไรที่สบายได้ชอบหมด แต่รัฐบาลต้องดูแลในภาพรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เศรษฐกิจ, ต้านน้ำเมา, ผลกระทบทางสังคม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครือข่ายต้านน้ำเมา, เปิดสถานบันเทิงตี 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5eace644e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
