<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;อัด&#039;ประยุทธ์&#039;ไร้ความจริงใจห่วงเปิดประชุมรัฐสภาเป็นเวทีถล่มม็อบย้ำต้องพูดคุยเรื่องปฏิรูปสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ต.ค.63- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ (22 ต.ค.) ที่เพจคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จัดรายการ &amp;quot;ก้าวหน้า ทอล์ก&amp;quot; พูดคุยถึง สถานการณ์ทางการเมือง การชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน รวมถึงท่าทีล่าสุดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่พยายามอธิบายขอความร่วมมือให้ถอยคนละก้าว โดยนายปิยบุตร ระบุว่า ถ้าพิจารณา จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ถอยคนละก้าว เพราะตั้งแต่ยึดอำนาจมาจนปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยถอย มีแต่รุกคืบกินแดนประชาธิปไตย กินแดนเพื่อรักษาอำนาจตนเองเข้ามาเรื่อยๆ และเวลามีการคัดค้าน ก็จะรักษาที่มั่น รักษาสถานะตนเองไว้แต่ไม่เคยถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่น เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ มีการพูดตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และเมื่อสืบทอดอำนาจสำเร็จ ลึกๆ ก็ไม่อยากแก้ แต่ก็ยอมเติมให้ 1 บรรทัดในนโยบายของรัฐบาล ให้มีการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่แก้ไข หลังจากนั้นมีเสียงเรียกร้องมากขึ้น ก็ใช้วิธีการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษา ทอดเวลาอีกหลายเดือน มีเสียงเรียกร้องอีก ก็ยอมให้ แต่เป็นการแก้ที่ซื้อเวลา เพราะกว่าจะมี สสร. กว่าจะร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลนี้คงอยู่อีกนานจนครบวาระ นี่ยังไม่นับหากสามารถยึด สสร. ได้&amp;nbsp; แล้วตอนนี้ก็มาตั้ง กมธ. พิจารณาก่อนรับหลักการ อย่างนี้แสดงว่าไม่เคยมีความจริงจังหรือจริงใจเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ยังมีเรื่องการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุมนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน ที่มีทั่วประเทศ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; ใช้เทคนิคเดิมซ้ำซาก นั่นคือใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ กำจัดเสรีภาพการชุมนุม ไม่ให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น และพอมีการชุมนุมเสร็จแล้วตั้งข้อหา ไม่ว่าจะ พ.ร.บ.การชุมนุม พ.ร.บ.ความสะอาด หรือเรื่องกีดขวางจราจร อีกสารพัด เป็นการตั้งข้อหาเยอะๆ และออกหมายจับทิ้งไว้ก่อน แล้วค่อยเลือกจับ ซึ่งโดยมากก็ไปจับตอนกลางคืน ให้สายสืบนอกเครื่องแบบไปจับ ไม่ยอมจับซึ่งหน้า นี่คือการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ และพอจับแล้วก็ไม่ให้ประกัน และถึงได้ประกัน พอมีปล่อยตัว ก็มีหมายจับจากพื้นที่อื่นมาอายัดตัวไป การจับๆ ปล่อยๆ แบบนี้คือกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้ชุมนุมอ่อนแรง ซึ่งอย่างนี้ไม่เรียกการถอยอย่างแน่นอน&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ยังมีกรณีหนังสือ ถึงประธานรัฐสภาเพื่อขอให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งถ้าปิดชื่อหัวหนังสือ 3 ข้อที่ระบุไปนั้น อ่านแล้วนึกว่านี่คือประกาศคณะรัฐประหาร หรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กล่าวโทษผู้เยาวชนผู้ชุมนุมเต็มไปหมด ซึ่งถ้าผู้ชุมนุมได้อ่าน คิดว่าพวกเขาจะคาดหวังการเปิดสภาพูดคุยเรื่องอะไร ซึ่งตนได้ข่าวมาว่า ส.ส. ฝั่งรัฐบาล และ ส.ว. เตรียมใช้เวทีประชุมสภาวิสามัญนี้ ในการถล่มม็อบนักเรียนนิสิตนักศึกษา และเผลอๆ อาจลามมาถล่ม ส.ส. ก้าวไกล พรรคฝ่ายค้าน รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และตนเองด้วย ซึ่งถ้าเปิดสภาคุยกันมีแต่เรื่องว่า นักเรียนนักศึกษาไม่มีความคิด ถูกปลุกปั่น มีผู้อยู่เบื้องหลัง จาบจ้วง ฯลฯ ถ้าออกมาลูกนี้คงดูไม่จืดแน่ เพราะแทนที่จะเปิดสภาเพื่อหาทางออก จะเป็นการเปิดประชุมสภาที่เอาน้ำมันสาดเข้ากองไฟ ดังนั้น ถ้า ส.ส. รัฐบาล หรือ ส.ว. คิดแบบนี้ โปรดอย่าทำ เพราะทำเมื่อไหร่เดือดแน่นอน จนคุณควบคุมไม่ได้ ตนหวังว่าการเปิดสภาจะเป็นการช่วยหาทางออก ไม่ใช่ถล่มขบวนการนิสิตนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า กรณีข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ซึ่งขณะเดียวกันมีอีกฝ่ายออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจว่า ลองพิจารณาว่า คำว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตรงไหนเป็นประโยคหลัก ตรงไหนเป็นอนุประโยค ซึ่งถ้าตามนี้ก็ต้องเอาประชาธิปไตยเป็นตัวตั้ง และประมุขของรัฐคือกษัตริย์ ที่ต้องจัดวางตำแหน่งให้ที่ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ซึ่งในรัฐธรรมนูญ หมวดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์อยู่ในหมวด 2 เป็นองค์กร สถาบันตามรัฐธรรมนูญ นี่คือความหมายว่าพระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญก่อตั้งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยได้เสมอ เช่นเดียวกับรัฐสภา ที่ถกเถียงออกแบบกันจะเอาสภาเดี่ยวสภาคู่ หรือศาลว่าจะเอาอย่างไรปฏิรูปอย่างไรก็ต้องถกเถียงเช่นกัน เวลาเราพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปต่างๆ เป็นเรื่องปกติที่จะมีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะไม่ใช่สิ่งที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ หรือเหนือกาลเวลา เพราะถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่ปัจจุบัน สังคมกำลังยกเว้นให้กับพระมหากษัตริย์มากเกินไป จนคลุมไปทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำแหน่งประมุขของรัฐต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญตั้งขึ้น แต่ละตำแหน่งมีเอกสิทธิ์ อำนาจหน้าที่ ตามแต่ระบบอการปกครองจะให้ เช่น ประมุขของรัฐ ในช่วงดำรงตำแหน่งจะไม่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี มีบ้านที่พักอาศัย มีคนติดตาม มีขบวนรถ มีพิธีกรรม พิธีการ&amp;nbsp; ฯลฯ นี่คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญมอบให้กับประมุขของรัฐ สร้างให้เป็นสัญลักษณ์ของรัฐ และก็มีข้อยกเว้นได้ที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ทุกเรื่อง ไม่อย่างนั้นก็กินแดนเข้ามาในประชาธิปไตย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งพระมหากษัตริย์ที่ดำรงอยู่ตามประวัติศาสตร์ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปตามเวลา นั่นคือไม่มีใครยอมให้ใครสืบทอดอำนาจตามสายโลหิตในรัฐ แต่เมื่อยังหลงเหลืออยู่ก็ต้องปรับตัวให้อยู่ได้ โดยออกแบบให้เป็นประมุขและจำกัดเรื่องพระราชอำนาจ ข้อยกเว้นที่มีให้ก็ต้องพอสมควร ไม่ใช่มากเกินไป ดังนั้น ประมุขของรัฐต้องดำรงอย่างมีเกียรติด้วยตามที่ระบอบประชาธิปไตยให้ไป ซึ่งวันนี้ต้องถามว่า ตกลงแล้ว เราสร้างข้อยกเว้นให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมากเกินไปหรือไม่ ถ้าใช่ จะลดลงมาหรือไม่&amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวต่อว่า วันนี้เรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาวางอยู่บนโต๊ะ พูดกันบนท้องถนนแล้ว คำถามคือรัฐบาลจะจัดการอย่างไร&amp;nbsp; ซึ่งก็มี 2 วิธี คือ 1. ใช้ความรุนแรง ลงโทษ อุ้มฆ่า ฯลฯ แล้วหวังว่าคนจะกลัว กับ 2. ยอมรับว่ามีคนเรียกร้องเรื่องนี้ มีคนตั้งคำถามเรื่องนี้ ดังนั้น สร้างพื้นที่ในการพูดคุย ออกแบบว่าสังคมไทยจะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์อย่างไรให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ซึ่งในความเห็นตนนั้น เห็นว่าต้องใช้วิธีแบบหลัง เพราะแบบแรกไม่มีทางปกป้องสถาบันกษัตริย์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนี้ กลุ่มคนปกป้องสถาบันกษัตริย์ที่ทำๆ กันอยู่นั้น ไม่เป็นคุณต่อสถาบันกษัตริย์เลย การใช้วิธีเกณฑ์คนมา จัดคนมาประจัญหน้ากัน ถามว่าทำแบบนี้จะทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ตั้งคำถามกับสถาบันกษัตริย์หันมารักได้เหรอ ต้องไม่ลืมว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม มีคนไทยอายุน้อยๆ รุ่นหนึ่งที่มีความคิดไม่เหมือนกับคนรุ่นอาวุโส หรืออนุรักษ์นิยม คุณปราบไม่หมดแน่นอน และคนรุ่นนี้คือคนที่จะอยู่ในสังคมอีกนาน ขณะที่ผู้อาวุโสมีแต่จะหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ผมอยากเชิญชวนฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ยังมีสติ มีเหตุมีผลอยู่บ้างช่วยกันพูดเรื่องนี้ เพื่อเราจะได้ควบคุม คาดการณ์ คาดหมายสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ สถาบันกษัตริย์ที่ดำรงอยู่ในโลกเหลือไม่มากแล้ว เราต้องตั้งคำถามว่าจะเอาแบบไหน ถ้าเลือก ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ก็ต้องออกแบบเป็น ประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; และสิ่งที่นักเรียนนิสิตนักศึกษาพยายามเรียกร้องนั้น ไม่ใช่มากเกินไป ไม่ใช่เรื่องทะลุเพดาน ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายหรือทำไม่ได้ เพราะเขาเรียกร้องประเทศไทยปกครองประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพียงแต่ปรับข้อยกเว้นลงมา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการอยู่รวมกัน ตอนนี้ศตวรรษที่ 21 แล้ว การรักษาสถาบันกษัตริย์ดีที่สุดคือประชาธิปไตย เผด็จการอำนาจนิยมไม่มีทางรักษาได้ ทำได้แต่เพียงอ้างตัวเองเพื่อให้ได้ประโยชน์ ทำได้แต่เพียงประคับประคองเท่านั้น แต่คลื่นลมความเปลี่ยนแปลงจะทำลาย มีแต่เพียงประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ได้ เว้นเสียแต่ว่าคุณไม่ต้องการให้ประชาธิปไตย แต่ต้องการให้เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ &amp;quot; นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81521</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ปฏิรูปสถาบัน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เปิดสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f8308ada367c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จุรินทร์&#039;จัดทีมอภิปรายหาทางออกประเทศอยากให้พ่วงอภิปรายญัตติแก้รธน.ด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำตัวแทน ส.ส.และสมาชิกพรรค ร่วมวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ พระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ ที่จะมีขึ้นวันที่ 26 ต.ค.นี้&amp;nbsp; ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะประชุมส.ส.ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 16.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ ในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีการหารือเรื่องกรอบเวลาที่ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตยได้รับ เพื่อพิจารณาว่าจะจัดผู้อภิปรายจำนวนเท่าใด ซึ่งโดยหลักจะต้องอภิปรายตามจุดยืนของพรรค คือการยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งนับหนึ่งที่ต้องการเห็นประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเกิดขึ้น เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแสวงหาทางออกของประเทศ ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เห็นพ้องและนำมากันสู่การเปิดประชุมร่วมรัฐสภา รวมทั้งจุดยืนให้ทุกฝ่ายหาทางออกของประเทศร่วมกันอย่างสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์จะเน้นการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ และเสนอทางออกว่า หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้วควรจะทำอย่างไร อย่างน้อยที่สุดคืออยากเห็นการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ประกอบด้วยส.ส. ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการให้มาช่วยกันทำหน้าที่กำหนดสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ว่าควรมีทางออกอย่างไรที่เป็นรูปธรรม ส่วนอะไรที่ยังเห็นต่างก็ขอให้แขวนไว้ก่อน&amp;nbsp; อะไรที่เห็นตรงกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก็จะรับไปปฏิบัติ เพื่อช่วยกันให้ทางออกของประเทศภายใต้ความเห็นร่วมกันของรัฐสภาสามารถเป็นความหวังให้กับประชาชนได้ และพิสูจน์ให้เห็นว่าระบบรัฐสภาของประเทศอย่างเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ และการเมืองในระบอบประชาธิปไตยยังเดินไปได้&amp;quot;นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าญัตติที่จะอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภามีบางประเด็นที่มีความสุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; นายจุรินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ถ้ามีคำถาม รัฐบาลก็คงทำหน้าที่ชี้แจงเหตุผลต่างๆ ว่าเหตุใดจึงมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เพราะเวทีรัฐสภาเป็นเวทีที่ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น และชี้แจงทำความเข้าใจ&amp;nbsp; ต่อข้อถามที่ว่าประเด็นที่สุ่มเสี่ยงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์รัฐบาลจะชี้แจงอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ต้องเป็นไปตามกฏหมาย การอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุม ซึ่งประธานรัฐสภาจะทำหน้าที่ควบคุมการประชุม ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำนอกข้อบังคับ และนอกรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้ ไม่ได้มีการบรรจุญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาด้วย จะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ นานจุรินทร์ กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นทางออกหนึ่ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนหยัดชัดเจนมาตั้งแต่ต้น และเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการเข้าร่วมรัฐบาล และขณะนี้ก็มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในนามพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งพรรคมีจุดยืนมาตั้งแต่ต้น เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนในหมวดอื่นๆถ้าจะมีการยกร่าง ก็จะต้องสอดคล้องกับหมวด 1 และหมวด 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใจผมอยากให้มีการพิจารณาญัตติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่ก็ต้องดูว่าญัตติดังกล่าวสามารถนำเข้าบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้หรือไม่ แต่มีประเด็นเพิ่มเติมว่า ขนาดนี้มี 6 ญัตติ แต่ยังมีอีกหนึ่งญัตติ คือญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการตรวจสอบรายชื่อ เข้าใจว่าจะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระได้ประมาณวันที่ 12 พ.ย. หรือช่วงกลางเดือนพ.ย. ซึ่งผมให้วิปพรรคประชาธิปัตย์ไปคุยกับวิปรัฐบาล หรืออาจต้องคุยกับวิป 3 ฝ่าย ว่าจะพิจารณา 6 ญัตติไปก่อนหรือรอพิจารณารวมกัน แต่หากพิจารณา 6 ญัตติไปก่อนก็อาจจะเกิดข้อกังขา ว่าทิ้งร่างหรือไม่ให้ความสนใจไอลอว์หรือไม่ หรือถ้ารอก็อาจจะถูกข้อครหาว่า รัฐบาลหรือสภาถ่วงเวลา จึงเป็นสิ่งที่วิป 3 ฝ่ายควรต้องไปหาหรือร่วมกัน แต่พรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนที่จะสนับสนุน การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเป็นทางออกของประเทศ และนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย&amp;rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81520</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ตั้งส.ส.ร., เปิดสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92582561012.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ไม่รู้เปิดสภาฯวิสามัญแล้วจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ ก็แล้วแต่รัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกให้กับประเทศจะมีการหาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) หรือไม่ ว่า ถามซ้ำก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า ก็จะไปรู้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่า​ จะต้องกำหนดประเด็นที่จะหารือในที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วแต่รัฐสภาจะพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าหากไม่มีการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในพื้นที่กทม.ภายใน 24 ชั่วโมงจะมีบิ๊กเซอร์ไพร์ส รองนายกฯบอกว่า ก็จะไปรู้หรือ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81198</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ม็อบ, เปิดสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d599648ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;รับทุกฝ่ายหาช่องเปิดสภาวิสามัญ ครม.จ่อถกแก้วิกฤติการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเสนอขอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกแก้วิกฤติการเมืองจากการชุมนุมขณะนี้ว่า ทราบว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังหารือหาช่องทางอยู่ ทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และวิปรัฐบาล เพราะไม่สามารถทำได้ง่ายและเร็ว แต่กำลังหาช่องทางอยู่ เนื่องจากได้มีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสภาสมัยสามัญออกมาแล้วในวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งเหลือเวลาเพียง 10 กว่าวันเท่านั้น ทั้งนี้ หากต้องเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญแทรกขึ้นมา ความจริงสามารถทำได้ตามกฎหมาย มาตรา 122 และมาตรา 123&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลจะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเองเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ทุกทาง เพราะมาตรา 122 รัฐบาลขอเปิดเอง ส่วนมาตรา 123 เป็นเรื่องของสมาชิกสภา 2 สภาเข้าชื่อ 1 ใน 3 ร้องขอต่อประธานรัฐสภาให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อมีพระบรมราชโองการ ประกาศเรียกประชุมรัฐสภา เป็นการประชุมสมัยวิสามัญได้และหากจะเปิดต้องมี พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมวิสามัญอีกฉบับหนึ่ง เพื่อไปเปิดประชุมสภาสมัยสามัญตามปกติในวันที่ 1 พ.ย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเข้าชื่อของสมาชิกสภาเป็นเพียงการเข้าชื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ โดยรัฐบาลเป็นคนปิด เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการประสานกันให้ดี ฝ่ายหนึ่งเปิด ฝ่ายหนึ่งปิดก็จะเปิดปัญหาขึ้นได้ ดังนั้น จึงต้องประสานกันให้ดี ต้องคุยให้เข้าใจหากสมาชิกสภาขอเปิดเอง รัฐบาลจะได้คุมเวลาในการปิด เอาเป็นว่าผู้เกี่ยวข้องกำลังคุยกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีการคุยกันในวันที่ 20 ต.ค.เลยหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่แน่ อาจจะวันนี้ก็ได้ แต่ต้องเป็นมติ ครม.อยู่แล้ว แต่จริงๆ วันที่ 20 ต.ค.ก็จะประชุมครม.อยู่แล้ว หากประชุมครม.วันที่ 19 ต.ค. คงตามตัวกันไม่ทันแล้ว ขอให้รอฟังก็แล้วกัน ส่วนการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัยยังทัน อยู่ที่ว่าเปิดกี่วันและทำอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า จากเหตุการณ์มองว่าควรใช้วิธีในสภาหาทางออกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์มันพัฒนาไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะใช้คำว่ารุนแรงก็ไม่เชิง แต่หมายความว่า มันมากขึ้นและหนักขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการที่จะเอาเรื่องไปพูดคุยกันในสภาก็น่ามีประโยชน์ ซึ่งประโยชน์มีหลายอย่าง และมีประโยชน์เยอะ เอาเป็นว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสีย&amp;quot; รองนายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข้อเสนอให้รัฐบาลเป็นผู้เจรจากับผู้ชุมนุมเองโดยการเปิดเวทีเจรจาเองนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ถือว่าเป็นทางออกทางหนึ่ง แต่ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนดำเนินการอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีโอกาสเป็นไปได้ไหมไม่ใช้เวทีสภา แต่รัฐบาลเปิดเวทีเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ถูก เมื่อถามย้ำว่า เนื่องจากแรงกดดันมาที่รัฐบาลและนายกฯ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็รับทราบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ, รองนายกฯ, รัฐบาล, รัฐสภา, วิษณุ เครืองาม, เปิดสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d10fa49616.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิธรรม&#039;เรียกร้องสส.รัฐบาลจับมือฝ่ายค้านเปิดสภาวิสามัญคลี่คลายวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ต.ค.63 - นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้
สภาผู้แทนราษฎร ต้องเร่งทำหน้าที่ ก่อนที่จะสายเกินไป สถานการณ์วิกฤติไม่เคยรอใคร
เมื่อฝ่ายบริหารใช้อำนาจเกินขอบเขต ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็น ส.ส.ที่มาจากเสียงของประชาชนต้องทำหน้าที่ร่วมคลี่คลายปัญหาของประเทศโดยเร็ว
ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองวันนี้
ฝ่ายนิติบัญญัติถูกคุกคามจากฝ่ายบริหารถึงขนาดปล่อยให้&amp;rdquo;ทหาร&amp;rdquo;
เข้าไปใช้สถานที่ในสภา ส่งผลกระทบกับการปฎิบัติงานบางส่วนในสภาฯ
ซึ่งท่านประธานรัฐสภา (พณฯชวน หลีกภัย)ควรต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม
ผมขอเรียกร้องให้ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค
โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย จับมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเสนอให้เปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญโดยเร็ว อย่าละทิ้งโอกาสของสภาผู้แทนราษฎรที่จะทำหน้าที่คลี่คลายปัญหาวิกฤติใหญ่ของประเทศด้วยอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติที่ถูกมอบหมายมาจากพี่น้องประชาชน
และใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อยุติการประกาศใช้สถานการณ์ฉุนเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครทันที เพราะนี่คือชนวนสำคัญที่จะนำไปสู่วิกฤติครั้งใหญ่ที่ไม่อาจคาดเดาได้
&amp;ldquo; สถานการณ์วิกฤติ และ ความวิบัติ ไม่เคยรอใคร &amp;ldquo;ฝ่ายนิติบัญญัติต้องมีความหมายและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80728</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายภูมิธรรม เวชชยชัย, เปิดสภาวิสามัญ, แก้วิกฤติประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d20e5e315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>209สส.ฝ่ายค้านพึ่งสภาเป็นตัวกลางดึงส.ส.-ส.ว.ร่วมลงชื่อเปิดวิสามัญฯถกแก้ปัญหาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ค.63 - เมื่อวัน 8 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นหนังสือต่อนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภา เพื่อแสดงความจำนงในการนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวน 209 คน เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญในการหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; และมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 กำหนดให้การเปิดประชุมสมัยวิสามัญสามารถทำได้ 2 ทาง คือ 1. การให้ ครม. นำความขึ้นกราบบังคมทูลหรือ 2. ส.ส. และส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เข้าชื่อกันเพื่อขอเปิดประชุมสภาวิสามัญ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ไปแสดงความจำนงต่อรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหารเปิดประชุมวิสามัญแต่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล มีความเห็นว่าการเปิดประชุมสมัยวิสามัญยังไม่มีความจำเป็น ดังนั้นฝ่ายค้านที่มีรายชื่ออยู่ในมือ 209 คน จึงต้องทำหนังสือถึงเลขาธิการรัฐสภา เพื่อขอให้สำนักงานเลขาสภาผู้แทนฯ เป็นตัวกลาง ในการให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล หรือส.ว. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ มาลงชื่อร่วมกับฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลของบางฝ่ายที่ว่าหากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญฯ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง เพราะส.ส.บางส่วนมาจากพื้นที่เสี่ยงนั้น ส่วนตัวคิดว่าในภาพรวมสภามีความพร้อมในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งสภาก็ได้มีการจัดที่นั่งให้ ส.ส.ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว รวมทั้งจะมีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดจึงคิดว่า จากการดำเนินการของสภาทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สำหรับความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เป็นการเร่งด่วน เพราะ 1. รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นจำนวนเงินสูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับการพิจารณาใช้เงินกู้นั้นมีแต่เพียงคณะกรรมการกลั่นกรองเท่านั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐสภาต้องเข้าไปร่วมตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน เช่นเดียวกับการตรา พ.ร.ก.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่อาจจะมีการกำหนดให้รัฐบาลใช้ดุลพินิจได้ตามอำเภอใจ ซึ่งอาจทำให้การใช้เงินกลายเป็นเบี้ยหัวแตก รวมไปถึงการตรา พ.ร.ก.ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งมีความกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะมีการเลือกปฏิบัติจนทำให้ไม่ได้มีการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ยังมีกรณีของพ.ร.ก.โอนงบประมาณ ที่ตามปฏิทินของสำนักงบประมาณ กำหนดให้มีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 3 วาระภายในวันเดียว ในเมื่อรัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว ทำไมถึงไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เพื่อให้รัฐสภาช่วยกันให้ความเห็นและตรวจสอบ ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลกำลังกลัวการถูกตรวจสอบมากกว่า&amp;quot;นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65379</URL_LINK>
                <HASHTAG>209สส.ฝ่ายค้าน, นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, นายสรศักดิ์ เพียรเวช, เปิดสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb5061bbc47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;บี้คลายล็อกคายอำนาจเปิดสภาวิสามัญฟังเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 63 - นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเนื้อแท้แล้วเป็นการรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และสามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ เราจึงเห็นการใช้กฎหมายไปดำเนินคดีกับผู้ที่นำอาหารไปบริจาค จับขังคนงานก่อสร้างที่จำเป็นต้องเดินทางระหว่างเคอร์ฟิว หรือจับขังคนไร้บ้าน ใช้กฎหมายไปปิดปากประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของรัฐบาลในสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งขู่จะจัดการกับนักศึกษาที่ต้องการเรียกร้องขอคืนค่าเทอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม จนส่งผลให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงตามลำดับ แต่สิ่งที่พวกเราได้รับตอบแทนคือมาตรการเยียวยาของรัฐบาลที่สับสน ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ทันท่วงที และไม่ทั่วถึง&amp;nbsp; อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ ประเมินความทุกข์ร้อนของประชาชนต่ำและช้าเกินไป รัฐบาลเข้มแข็งเสมอเวลาสั่งห้ามประชาชนทำนู้นทำนี่ แต่เฉื่อยแฉะเวลาพวกเราไม่มีเงิน หนี้สินท่วมหัว ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ต้องรอคอยการสงเคราะห์อย่างไร้ศักดิ์ศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เราเห็นภาพประชาชนในหลายจังหวัดไปรวมตัวกันรอรับอาหารบริจาคโดยไม่กลัวไวรัสมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขากำลังจะไม่สนใจมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐอีกแล้ว เพราะกลัวจะอดตายมากกว่า และหากรัฐบาลยังไม่คลายล็อก ประเมินกันว่าจะมีคนตกงานไม่ต่ำกว่า 7 ล้านคนในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น พล.อ.ประยุทธิ์ต้องเชื่อมั่นในประชาชนว่าไม่มีใครอยากให้ไวรัสระบาดไปมากกว่านี้ พวกเรายินดีจะร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค แต่พร้อมกันนั้น ก็ไม่มีใครอยากให้ครอบครัวตนเองอดตายหรือล้มละลาย ไม่มีใครอยากให้ประเทศไทยการ์ดตก แต่พวกเราอยากให้ประเทศนี้ปล่อยหมัดชกกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังต้องอยู่กับโควิด-19 ไปอีกนาน และนี่คงไม่ใช่การระบาดใหญ่ครั้งสุดท้าย ดังนั้นเราต้องควบคุมโรคอย่างมีสติ ไม่ให้ความทุกข์ยากและความตายจากพิษเศรษฐกิจแซงหน้าความป่วยไข้และความตายจากไวรัส ทั้งนี้พ.ร.ก.ฉุกเฉินดูจะเป็นยาบำรุงของผู้นำที่ชอบยึดอำนาจ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษในการแก้ปัญหาวิกฤตของชาติ&amp;nbsp; แน่นอนเราต้องการการบริหารประเทศที่มีวิสัยทัศน์ มีประสิทธิภาพ และเห็นแก่ประชาชนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่การใช้อำนาจควบคุมประชาชนโดยไม่ต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอาจมีประโยชน์เพื่อให้รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ก่อนหน้านี้และเตรียมพร้อมมาตรการรับมือทางด้านสาธารณสุข ทว่าจากนี้ไปเป็นเวลาที่รัฐบาลต้องเริ่มคลายล็อก คายอำนาจ เปิดสภา และฟังเสียงของประชาชน ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คลายล็อก-คายอำนาจ&amp;rdquo; เพื่อคืนการทำมาหากินให้แก่ประชาชน เลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในลักษณะที่บังคับทั้งประเทศ แต่ปรับความเข้มข้นในใช้กฎหมายควบคุมโรคให้ได้สัดส่วนกับสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมกับใช้มาตรการทางสาธารณสุขเชิงรุกเพื่อรองรับการคลายล็อก โดยเพิ่มอำนาจและทรัพยากรให้ท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และรัฐบาลต้องเร่งเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อฟังเสียงประชาชน เพราะเงินกู้และเงินงบประมาณรวมกันกว่า 2 ล้านล้านบาทในการแก้วิกฤตโควิด-19 ต้องไม่ใช่ &amp;ldquo;การเซ็นเช็คเปล่า&amp;rdquo; ให้ พล.อ.ประยุทธ์กับพวก แต่จำเป็นต้องถูกตรวจสอบให้ใช้จ่ายอย่างโปร่งใส รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลทั้ง 54 คน ได้ร่วมลงชื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเรียบร้อยแล้ว เราขอเรียกร้องไปยัง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลให้ร่วมกันแสดงบทบาทของ &amp;ldquo;ผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; เปิดประชุมสภาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้อำนาจของประชาชนมีความหมายและภาษีของพวกเราทุกคนถูกใช้ไปอย่างโปร่งใสคุ้มค่ามากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, คลายล็อก, ชัยธวัช ตุลาธน, พรก.ฉุกเฉิน, เปิดสภาวิสามัญ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea64371bf03c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
