<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; เคาะแล้ว 17-18 มี.ค.เปิดวิสามัญโหวตแก้รธน.วาระ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64- &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ในวาระสาม &amp;nbsp;ว่า ตนได้โทรศัพท์ไปเรียนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้ทราบแล้วว่า ความเห็นของที่ประชุมร่วม 3 ฝ่ายเมื่อวันที่ 8 มี.ค.เห็นตรงกันว่าจะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 17-18 มี.ค.นี้ เพราะมีกฎหมายอื่นๆด้วย ไม่ได้มีแค่การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 อย่างเดียว จึงไม่ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) สามารถนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯได้ทันที เพราะเราต้องส่งเอกสารให้สมาชิกรัฐสภาภายใน 3 วัน อย่างช้าวันที่ 13 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากในวันที่ 11 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาทางใดทางหนึ่ง ขั้นตอนหลังจากนั้นในการพิจารณาร่างแก้ไรัฐธรรมนูญ จะดำเนินการอย่างไร นายชวน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปสมมติเลย เพราะตนมองในทางบวกว่ากระบวนการทางรัฐสภาก็ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์เพราะเป็นเช่นนี้แล้ว และเหลืออีกไม่กี่วันที่ศาลจะวินิจฉัยก็อย่าเพิ่งไปสมมติ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กรแต่ถึงอย่างไรการประชุมสภาสมัยวิสามัญต้องมีอยู่แล้วเพราะไม่ได้มีเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขรายมาตราที่เกิดขึ้นในอนาคตสามารถทำได้หรือไม่นั้น ประธานสภาผู้แทนฯตอบว่า รอให้โหวตวาระ 3 ผ่านไปก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องนั้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, เปิดสภาสมัยวิสามัญ, แก้ไขรธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6046fa0fcfc31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จุรินทร์&#039;หนุนตั้งคณะทำงาน-กมธ. แก้ปัญหาม็อบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.จะมีการหารือถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ โดยพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นให้มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญและรัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพในการเสนอขอเปิดด้วยตนเอง รวมทั้งการขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพื่อฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งดูเหมือนจะได้รับการขานรับจากทุกฝ่าย ทั้งการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมถึงการหารือกันของประธานรัฐสภา วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน เห็นพ้องต้องกันให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญได้จริง อย่างน้อยที่สุดการรับฟังความเห็นของสมาชิกเพื่อหาทางออกประเทศตามมาตรา 165 คงจะได้ถูกดำเนินการ และหากเป็นไปได้อยากเห็นผลข้อสรุปของการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย คงจะมีคณะทำงานหรือคณะกรรมาธิการ ที่ประกอบด้วย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้เป็นเวทีต่อเนื่องในการรับฟังความคิดเห็นและแสวงหาทางออกร่วมกัน คิดว่าจะเป็นทางออกของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐสภาควรทำหน้าที่หาทางออกให้กับประเทศ เพราะในระบอบประชาธิปไตยถือเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ ถ้าเป็นเจ้าภาพจะเป็นที่ยอมรับได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาที่ชัดเจนควรจะใช้เวลาเท่าไรเพื่อให้แก้ปัญหาให้ทัน นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องเร่งดำเนินการ สิ่งไหนต้องเร็วที่สุด สิ่งไหนต้องปานกลาง หรือสิ่งไหนต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน เป็นเรื่องที่คณะทำงานชุดดังกล่าวจะเป็นผู้พิจารณาเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่รวดเร็ว เพราะการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญมีจุดประสงค์ที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการการเห็นพ้องในประเด็นที่จะนำไปสู่ทางออกของประเทศโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อน นายจุรินทร์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกันแล้วว่าฝ่ายความมั่นคงจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งจะใช้เท่าที่จำเป็น และในเงื่อนเวลาที่จำเป็น ฝ่ายความมั่นคงจะร่วมกับนายกรัฐมนตรีในการใช้ดุลยพินิจ โดยนายกฯปรารถแล้วว่าจะใช้ในช่วงเงื่อนไขที่จำเป็น ฝ่ายความมั่นคงจะประเมินว่าช่วงเวลาที่จำเป็นจริงๆ และสั้นที่สุดว่าคือเมื่อไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องนโยบายประกันรายได้และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ตนมีความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญหากเป็นไปได้จะนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาร่วมพิจารณาด้วยก็ได้ เพราะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ต้องทำโดยเร็วที่สุด และเป็นเรื่องแรกในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81207</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ประชาธิปัตย์, ม็อบ, เปิดสภาสมัยวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e503016060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านไม่เอายุบสภา! ยุพรรคร่วมรบ.ถอนตัวบีบ&#039;บิ๊กตู่&#039;ถอดสลักการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 63 - ที่รัฐสภา&amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคราม&amp;nbsp; พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการหารือร่วมกับประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแก้สถานการณ์วิกฤติการเมืองในขณะนี้ ว่า วันนี้จะต้องทำสังคมได้มั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหาและหาทางออกเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในเวลานี้ได้ ซึ่งจะต้องดูมูลเหตุของวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และหาทางแก้ไข ซึ่งการถกนี้จะต้องจบโดยเร็ว&amp;nbsp; แม้จะไม่ได้รายละเอียดมากนักแต่ก็ต้องมีแนวทางที่แน่นอน และเชื่อว่ามาตรการสำคัญในวันนี้คือการเปิดประชุมสมัยวิสามัญแบบเร่งด่วน แม้จะมีเวลาแค่ 10 วันนี้ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็รวดเร็วและอะไรก็เกิดขึ้นได้แม้แต่ 1-2 วันก็ไม่ควรปล่อยเวลาทิ้งไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส่วนตัวเห็นว่าช่วงเวลา 10 วันก่อนเปิดสมัยประชุมแบบสามัญก็ยังช้าไปด้วย ซึ่งเมื่อเปิดประชุมแล้วสาระที่จะมีการหารือกันก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถือว่าเป็นข้อเรียกร้องชัดเจน ว่าจะรับหรือไม่รับหรือต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราใด ดังนั้นก็เห็นควรที่จะต้องเปิดประชุมแบบวิสามัญเพื่อลงมติโหวต และเชื่อว่าหากโหวตผ่านสถานการณ์ก็จะดีขึ้น แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะสามารถยื่นต่อได้ในสมัยประชุมแบบสามัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะต้องหารือเรื่องพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ด้วย ว่าออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือเหมาะสมหรือไม่ หากไม่เหมาะก็จะทำให้สถานการณ์ไม่ดีขึ้น และควรจะยกเลิกหรือไม่&amp;nbsp; รวมถึงการให้คำแนะนำท่าทีรัฐบาลต่อผู้ชุมนุม และควรที่จะให้มีการเปิดเจรจากัน อีกทั้งท่าทีของรัฐบาลที่มีการข่มขู่ ต้องลดท่าทีนี้ด้วยหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้ต้องตระหนักว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้แก้ปัญหา หากสภาจะมีมติ หรือแนะนำอะไรบางอย่างกับนายกรัฐมนตรี ก็เชื่อว่าจะมีน้ำหนัก ไม่น้อยกว่าผู้ชุมนุม &amp;ldquo;นายสุทิน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการยุบสภาหากเกิดขึ้นในขณะนี้ว่า จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้และจะต้องนำปัญหานี้ไปแก้ในปีหน้าอีก ทั้งเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเอง นอกจากนี้ยังเห็นว่าการยุบสภาขณะนี้ ยังต้องใช้ระบบเลือกตั้งแบบเดิมอยู่ ซึ่งจะทำให้ปัญหานั้นวนกลับมาอีก และคำว่า&amp;rdquo;สืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; ก็ยังถูกหยิบยกขึ้นมาอีก&amp;nbsp; ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดขณะนี้คือการทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นและจะเอาใครเป็นรัฐบาลในช่วงนี้ก็ต้องมาช่วยกันคิด และต้องเป็นรัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับ และต้องถ่วงดุลและตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมในเรื่องของการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น นายสุทิน กล่าวว่า&amp;nbsp; โดยส่วนตัวคิดว่าทางรัฐสภาไม่สามารถพูดได้โดยตรง&amp;nbsp; แต่หากมีการตั้งเวทีขึ้นมาและเปิดโอกาสให้พูดว่าการปฏิรูปนี้คืออะไร&amp;nbsp; ต่างจากการล้มล้างหรือไม่และต้องการปฏิรูปอะไร&amp;nbsp; ก็เชื่อว่าต้องมีการรับฟังอย่างเป็นเหตุเป็นผลก่อน ซึ่งอะไรทำได้หรือไม่ได้สังคมจะมีคำตอบเอง จึงไม่ควรไปวิตกกับข้อเสนอดังกล่าวหากมีการพูดคุยกันอาจเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครเปิดเวทีดังกล่าวเลย ซึ่งรัฐสภาควรที่จะเป็นผู้หารูปแบบว่าการเปิดเวทีลักษณะนี้ควรเป็นเวทีแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการเสนอประเด็นมาตรา 272 ที่ให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตาม มาตรา 88 เปิดช่องเสนอนายกฯนอกบัญชีนั้น นายสุทิน กล่าวว่า เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง 700 คนมี วิจารณญาณว่าอะไรสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งมาตราดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้ แต่ต้องมาคิดกันว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้เหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ สำหรับกรณีหากนายกรัฐมนตรีลาออกและใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสภาและประชาชน โดยส่วนตัวเห็นว่ามี 2 กลไกตามรัฐธรรมนูญคือเลือกตามแคนดิเดตเดิม หรือการใช้มาตรา 272 ก็ได้หรือใครที่นอกเหนือจากนี้ก็เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ ด้วยการฟังเสียงของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางฝ่ายค้านต้องมีการหารือกันอีกครั้ง แต่ผมคิดว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนถอดสลักต่อปัญหานี้ หรือหากพรรคร่วมรัฐบาล ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมก็ถือว่าเป็นทางออกอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนตระหนักดีว่าตัวเองสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ พรรคร่วมรัฐบาลก็ควรคิดได้ว่าต้องถอนตัว และเชื่อว่าระบบรัฐสภามีทางเลือกจำนวนมากอยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่&amp;quot; ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81086</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ประธานวิปฝ่ายค้าน, พรก.ฉุกเฉิน, สุทิน คลังแสง, เปิดสภาสมัยวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201019/image_big_5f8d18ceeae64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยยืนยัน&#039;เราจะไม่ท้อ&#039; เอาโควิด-19 เข้าสภาฯให้ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;แถลงข่าวเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ เพื่อหารือพรก.กู้เงิน1.9ล้านล้านบาท พรบ.โอนย้ายงบประมาณ รวมถึงประเด็นข้อเสนอแนะการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวกรณีที่ประชุมวิปรัฐบาลปฏิเสธที่จะลงชื่อร่วมเปิดประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ โดยระบุว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนโดยเฉพาะการอนุมัติพ.ร.ก.กู้เงิน และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ เราเห็นตรงข้ามจากวิปรัฐบาลอย่างชัดเจน หากสามารถเลื่อนการประชุมได้เร็วขึ้นจากสมัยปกติในวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งกว่าจะเริ่มเปิดประชุมได้ คือวันที่ 27 พ.ค. หากพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท หากผ่านการพิจารณาจากสภาฯได้เร็ว งบประมาณ 6 แสนล้านบาทที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชน และเม็ดเงินที่จะนำไปใช้สนับสนุนด้านการแพทย์และการสาธารณสุขอีก 4.5 หมื่นล้านบาท การนำเม็ดเงินไปใช้ก็จะรวดเร็ว เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณที่จะใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐากรากอีก 4 แสนล้านบาท มองว่าไม่จำเป็นต้องกู้เงิน สามารถเกลี่ยใช้งบประมาณ2564 ได้ ส่วนการพิจารณา พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายที่ ครม.ปรับลดงบจากส่วนราชการแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท ต้องได้รับการพิจารณาอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เราก็จะกู้ได้น้อยลง หากเนิ่นช้าก็ไม่มีประโยชน์ต่อการเยียวยาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของการล่ารายชื่อ ส.ส.เพื่อเปิดประชุมวิสามัญนั้น เราไม่ท้อถอย จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านมี 213 คน ขณะที่ ส.ส.ท่านอื่นๆ ที่สนใจสามารถส่งรายชื่อให้ประธานสภาฯ ได้โดยตรง เพราะไม่มีการแจ้งแหล่งที่มา รวมทั้ง ส.ว.ด้วยซึ่งขณะนี้มี ส.ว.บางส่วนก็สนใจจะลงชื่อร่วมกับเรา&amp;rdquo; นพ.ชลน่าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ส.ส.ได้รับข้อเรียกร้องและข้อเสนอของประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งเราพร้อมที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เราเห็นว่าวิกฤติโรคระบาดคุมได้ แต่วิกฤตจากการใช้มาตรการของรัฐ กำลังจะทำให้คนตาย แต่หากรัฐได้รับการเสนอแนะ ทุกข์ของประชาชนก็จะคลาย หากทุกข์ไม่คลาย ไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะเกิดการลุกฮือต่อต้านและอาจจะปฏิเสธมาตรการทางแพทย์ เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย การไม่ใช้เจลแอลกอฮอล์ การไม่รักษาระยะห่างทางสังคม เป็นต้น ก่อให้เกิดหายนะ และโรคจะกลับมาระบาดอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64501</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7b8ef5edcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดวิสามัญแท้ง มติวิปรัฐบาลเมิน โบ้ยให้รอ22พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วิปรัฐบาล&amp;quot; เคาะมติไม่เห็นด้วย &amp;ldquo;ฝ่ายค้าน&amp;rdquo; ดันเปิด สภาสมัยวิสามัญ ซักฟอก พ.ร.ก.กู้เงิน-แก้ปัญหาโควิด-19 เลขาฯก้าวไกลอัดตีเช็คเปล่าให้ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; กับพวก จี้คลายล็อกเปิดสภาฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2563 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับแกนนำวิปรัฐบาล อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ผ่านทางโทรศัพท์ ถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินหรือไม่ รวมถึงระดมสมองแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่าการหารือร่วมกันของวิปรัฐบาลมีมติไม่เห็นด้วยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เนื่องจากการประชุมสภาสมัยสามัญจะมีกำหนดเปิดประชุมในวันที่ 22 พ.ค.นี้อยู่แล้ว โดยเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมก็เป็นหน้าที่ของประธานสภาฯ จะได้ดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีเรื่องอะไรที่เป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพราะรัฐบาลก็กำลังเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 อย่างเต็มที่อยู่แล้ว จึงเป็นกำลังใจในการทำงานให้รัฐบาล&amp;quot; นายวิรัช กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ โฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เนื่องจากการแก้ปัญหาวิกฤติของรัฐบาลนำโดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. ได้บังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและมาตรการทางด้านสาธารณสุขควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งการเฝ้าระวังและป้องกันยังต้องดำเนินต่อไปในระยะยาว ไม่อาจย่ามใจได้ การเปิดประชุมสภาที่จะเกิดการทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ได้มีเพียงแค่ ส.ส. 500 คน แต่ยังมีผู้ติดตาม เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าวจำนวนมากมารวมตัวกัน ก็อาจก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงในการสัมผัสและแพร่กระจายเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าควรรอการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญที่มีกำหนดเปิดประชุมในวันที่ 22 พ.ค. จะมีความเหมาะสมกว่า เพราะระยะเวลาอีกหนึ่งเดือนจะทำให้เห็นความชัดเจนของประสิทธิภาพในการควบคุมโรคมากยิ่งขึ้น และมีเวลาในการจัดเตรียมมาตรการเฝ้าระวังของสภาในการอำนวยความสะดวกสำหรับการประชุมที่จะต้องยึดตามมาตรการเว้นระยะทางสังคม หรือ social distancing หรือหากต้องการช่วยเหลือสังคมไทย ส.ส.ก็ควรร่วมใจกันลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อสถานการณ์ในยามวิกฤติ ส.ส.ต้องทำงานนอกสภา อยู่กับประชาชน&amp;quot; นายเขตรัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า โดยเนื้อแท้แล้วเป็นการรวมศูนย์อำนาจมาไว้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สามารถใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ จึงเห็นการใช้กฎหมายไปดำเนินคดีกับผู้ที่นำอาหารไปบริจาค จับขังคนงานก่อสร้างที่จำเป็นต้องเดินทางระหว่างเคอร์ฟิว หรือจับขังคนไร้บ้าน ใช้กฎหมายไปปิดปากประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของรัฐบาลในสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งขู่จะจัดการกับนักศึกษาที่ต้องการเรียกร้องขอคืนค่าเทอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม จนส่งผลให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงตามลำดับ แต่สิ่งที่พวกเราได้รับตอบแทนคือมาตรการเยียวยาของรัฐบาลที่สับสน ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ทันท่วงที และไม่ทั่วถึง อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ประเมินความทุกข์ร้อนของประชาชนต่ำและช้าเกินไป รัฐบาลเข้มแข็งเสมอเวลาสั่งห้ามประชาชนทำสิ่งต่างๆ แต่เฉื่อยแฉะเวลาประชาชนไม่มีเงิน หนี้สินท่วมหัว ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ต้องรอคอยการสงเคราะห์อย่างไร้ศักดิ์ศรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า เราเห็นภาพประชาชนในหลายจังหวัดรวมตัวกันรอรับอาหารบริจาคโดยไม่กลัวไวรัสมากขึ้น โดยไม่สนใจมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐอีกแล้ว เพราะกลัวจะอดตายมากกว่า หากรัฐบาลยังไม่คลายล็อก ประเมินกันว่าจะมีคนตกงานไม่ต่ำกว่า 7 ล้านคนในเดือนมิถุนายน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องเชื่อมั่นในประชาชนว่าไม่มีใครอยากให้ไวรัสระบาดไปมากกว่านี้ พวกเรายินดีจะร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค แต่ไม่มีใครอยากให้ครอบครัวตนเองอดตายหรือล้มละลาย และไม่มีใครอยากให้ประเทศไทยการ์ดตก แต่อยากให้ประเทศนี้ปล่อยหมัดชกกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ด้วย เพราะยังต้องอยู่กับโควิด-19 ไปอีกนาน และนี่คงไม่ใช่การระบาดใหญ่ครั้งสุดท้าย ดังนั้นเราต้องควบคุมโรคอย่างมีสติ ไม่ให้ความทุกข์ยากและความตายจากพิษเศรษฐกิจแซงหน้าความป่วยไข้และความตายจากไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชัยธวัชกล่าวอีกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินดูจะเป็นยาบำรุงของผู้นำที่ชอบยึดอำนาจ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษในการแก้ปัญหาวิกฤติของชาติ &amp;nbsp;แน่นอนเราต้องการการบริหารประเทศที่มีวิสัยทัศน์ มีประสิทธิภาพ และเห็นแก่ประชาชนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่การใช้อำนาจควบคุมประชาชนโดยไม่ต้องรับผิดชอบ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอาจมีประโยชน์เพื่อให้รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ก่อนหน้านี้ และเตรียมพร้อมมาตรการรับมือทางด้านสาธารณสุข ทว่าจากนี้ไปเป็นเวลาที่รัฐบาลต้องเริ่มคลายล็อก &amp;nbsp;คายอำนาจ เปิดสภา และฟังเสียงของประชาชน ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์คลายล็อก-คายอำนาจ เพื่อคืนการทำมาหากินให้แก่ประชาชน เลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในลักษณะที่บังคับทั้งประเทศ แต่ปรับความเข้มข้นในการใช้กฎหมายควบคุมโรคให้ได้สัดส่วนกับสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมกับใช้มาตรการทางสาธารณสุขเชิงรุกเพื่อรองรับการคลายล็อก โดยเพิ่มอำนาจและทรัพยากรให้ท้องถิ่นมีบทบาทมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;รัฐบาลต้องเร่งเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อฟังเสียงประชาชน เพราะเงินกู้และเงินงบประมาณรวมกันกว่า 2 ล้านล้านบาทในการแก้วิกฤติโควิด-19 ต้องไม่ใช่การเซ็นเช็คเปล่าให้ พล.อ.ประยุทธ์กับพวก แต่จำเป็นต้องถูกตรวจสอบให้ใช้จ่ายอย่างโปร่งใส รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง ขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลทั้ง 54 คน ได้ร่วมลงชื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเรียบร้อยแล้ว เราขอเรียกร้องไปยัง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลให้ร่วมกันแสดงบทบาทของผู้แทนราษฎร เปิดประชุมสภาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้อำนาจของประชาชนมีความหมายและภาษีของพวกเราทุกคนถูกใช้ไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่ามากที่สุด&amp;rdquo; นายชัยธวัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้ดำเนินการ 3 คลาย 4 เข้ม คือ 1.เลือกธุรกิจที่จะผ่อนคลาย 2.เลือกพื้นที่ที่จะผ่อนคลาย 3.เลือกเส้นทางสัญจรที่ปลอดโรคผ่อนคลาย 4 เข้ม คือ 1.เข้มการตรวจควบคุมโรค กักตัว รักษา 2.เข้มการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศ 3.เข้มการเยียวยาทางเศรษฐกิจ 4.เข้มการรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน คนในสังคม ทราบว่าอย่างน้อยอาจต้องสู้กับโควิด-19 อีกเป็นปี แต่การดำเนินมาตรการที่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ ทำให้ประชาชนเสียโอกาส ใช้เวลาในการแก้ปัญหานานเกินไปและไม่ตรงกับสภาพปัญหาที่แท้จริง ขณะนี้มีผู้ที่เข้าไม่ถึงการเยียวยามากถึง 80% สิ้นเดือนเมษายน 2563 รัฐบาลบอกว่าจะมีประชาชนผู้ผ่านเกณฑ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท 6.4 ล้านคน เฉพาะผู้ลงทะเบียนในโครงการเราไม่ทิ้งกัน 23.5 ล้านคน ถูกทิ้งให้รอมา 2 เดือน 17.1 ล้านคน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อหยุดสถิติคนฆ่าตัวตายรายวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กค้านการตัดงบบัตรทอง 2,400 ล้านบาท และตัดงบกระทรวงสาธารณสุขอีก 1200 ล้านบาทว่า ขอให้เลิกเต้าข่าว เลิกนำข่าวเฟกนิวส์มากล่าวหาโจมตีรัฐบาลเสียที เพราะทุกครั้งที่คุณหญิงโพสต์ ล้วนแต่ไม่เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ขืนทำแบบนี้บ่อยๆ คุณหญิงจะหมดความน่าเชื่อถือจากสังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64456</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคร่วมรัฐบาล, วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดสภา, เปิดสภาสมัยวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6d8cf1bf9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยียวยาเกษตรกร ขวางเปิดวิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;อุตตม&amp;quot; เตรียมชง ครม.สัปดาห์หน้าแจกเงินเยียวยาเกษตรกร ยันเงินกู้ 1 ล้านล้านบาทเพียงพอดูแลผลกระทบจากโควิด-19 ยังไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่ม &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยนายกฯ เซ็น 4 พ.ร.ก.ส่งสภาไปแล้ว โยนวิป รบ.พิจารณาเปิดสภาสมัยวิสามัญหรือไม่รอความพร้อมห้องประชุมสุริยัน เพราะประชุม &amp;nbsp;2 สภาต้องเข้มความปลอดภัยป้องกันโรค ฝ่ายค้านลั่นต้องเปิดวิสามัญให้ได้ แต่ประธานวิปรัฐบาลไม่เห็นด้วยย้อนถาม ส.ส.แพร่เชื้อใครรับผิดชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทุกแห่ง เกี่ยวกับความคืบหน้ามาตรการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า มาตรการดูแลเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยการแจกเงินเกษตรกร 5,000 บาทต่อเดือน จะต้องเสนอเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณารูปแบบว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยจะใช้ฐานข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 เม.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการแจกเงินเกษตรกรจะต้องมีการหารือในคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน เนื่องจากจะใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท โดยอาจเป็นไปได้ว่าสัปดาห์หน้าเรื่องจะถึง ครม. ส่วนเงื่อนไขสุดท้ายจะเป็นอย่างไรขอให้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ก่อน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะกำหนดวงเงิน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้รู้ว่าการใช้งบประมาณจะเป็นตัวเลขเท่าไหร่ และกระทรวงการคลังก็จะมากำหนดงบประมาณว่าเงินที่ต้องใช้จาก พ.ร.ก.ควรเป็นเท่าไหร่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวอีกว่า มาตรการช่วยเกษตรกรจะยึดข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหลัก เพราะมีการขึ้นทะเบียนมาโดยตลอด จึงต้องเริ่มที่จุดนี้ก่อน ส่วนโครงการสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระแจกเงิน 5,000 บาทต่อเดือน ผ่านการลงทะเบียนเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ดำเนินการไปแล้ว วันนี้เข้าสู่การทบทวนสิทธิ์ จะเป็นกระบวนการต่อเนื่องไป ส่วนวงเงินจะออกมาเท่าไหร่ขอให้การทบทวนสิทธิ์เสร็จก่อนจะเห็นภาพชัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังยืนยันว่าวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท จะเพียงพอดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายกู้เพิ่ม โดยในหลักการของ พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวจะใช้สำหรับเยียวยาผลกระทบ วงเงิน 6 แสนล้านบาท ถ้าไม่พอก็สามารถดึงเงินบางส่วนจาก พ.ร.ก.ในส่วนที่ใช้สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท มาช่วยได้ตามความจำเป็น &amp;nbsp;ส่วนการชำระคืนหนี้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทยังไม่สามารถระบุได้ เพราะยังไม่รู้จะต้องกู้มาใช้เท่าไหร่ อาจจะไม่กู้ถึง 1 ล้านล้านบาทก็ได้ ซึ่งสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) อยู่ระหว่างการเตรียมแผน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน? 1?ล้านล้านบาทว่า นายกรัฐมนตรีได้เซ็นส่งสภาไปแล้วทั้ง 4 &amp;nbsp;ฉบับ แล้วแต่ว่าประธานรัฐสภาจะบรรจุอันไหนก่อนอันไหนหลัง ซึ่งต้องตกลงกันระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้าน ส่วนจะเปิดเป็นการประชุมวิสามัญหรือไม่นั้นยังไม่มีใครพูดกัน คงต้องคุยกันอีกทีว่าถ้าหากเปิดวิสามัญแล้วต้องมีสมาชิกมาประชุมและจะปลอดภัยหรือไม่ ห้องประชุมสุริยันพร้อมแล้วหรือยัง เนื่องจากต้องประชุมร่วมกันสองสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกข้อหนึ่งคือ การดูแลรักษาความปลอดภัยป้องกันโรคมีมาตรการที่ดีหรือไม่ และอีกข้อคือสมาชิกจะเดินทางมาหรือไม่ เพราะขณะนี้ ส.ส.ทั้งหลายท่านอยู่ต่างจังหวัด การจะเดินทางข้ามจังหวัดโดยเฉพาะทางเครื่องบินอาจไม่สะดวกเหมือนตอนปกติ เราต้องเอาทุกอย่างมาประกอบกัน ฉะนั้นคนที่ไปดูเรื่องนี้คือวิปทั้งสองฝ่าย รัฐบาลยังไม่ได้พูดอะไรกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามรัฐธรรมนูญการออกพระราชกำหนดจะต้องนำเสนอต่อสภาโดยเร็ว แต่เมื่อสภากำลังจะเปิดอยู่แล้ว คำว่าโดยเร็วจึงต้องยืดหยุ่นไปได้ แต่ถ้าเห็นพร้อมกันในเรื่องสถานที่ การเดินทาง และสมาชิกเองไม่ห่วงเรื่องความปลอดภัยในการอภิปราย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหลายวัน ถ้าอย่างนั้นก็เปิดได้ แต่กลัวเปิดแล้วจะไม่มีใครมา เพราะว่าจะต้องคิดไปถึงเจ้าหน้าที่สภาด้วย ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่เป็นร้อย&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะทดสอบความพร้อมการใช้ห้องประชุมสุริยันในครั้งที่ 3 หลังจากการทดสอบใน 2 ครั้งแรกพบระบบเสียงในห้องประชุมไม่เป็นที่น่าพอใจ จึงต้องปรับปรุงแก้ไข คาดว่าการทดสอบระบบครั้งที่ 3 จะลงตัวมากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีความพร้อมใช้งานได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
สภาหั่นงบ 336 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ถือว่าพร้อมแล้วที่จะเปิดใช้งานส่วนของห้องประชุม ส.ส. เหลือแค่ระบบเสียง ส่วนการคัดกรองบุคคลเข้าพื้นที่ต้องคุมเข้ม เช่นใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งช่วงการเปิดประชุมสภา หากพบว่าใครมีไข้สูงแล้วเข้ามาในบริเวณสภา จะถูกส่งต่อไปให้สถาบันบำราศนราดูรวินิจฉัยต่อทันที ขณะนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่สภาไม่พบว่ามีใครติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เคยถูกกักตัวเพื่อดูอาการก่อนหน้านี้ 14 &amp;nbsp;วันก็ไม่พบว่าใครติดเชื้อ ดังนั้นบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่มีใครติดเชื้อแม้แต่รายเดียว&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสภาผู้แทนฯ ยังเผยว่า สำนักงานเลขาฯ ได้ตัดงบประมาณจำนวน 336 ล้านบาท ส่งคืนสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นงบประมาณส่วนที่ไม่มีความจำเป็น ประกอบด้วย งบการฝึกอบรมและจัดสัมมนาต่างๆ, งบการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของกรรมาธิการ 35 คณะ จำนวนคณะละ 4.8 ล้านบาท และเบี้ยประชุมของ กมธ.ทุกคณะ เนื่องจากงบประมาณเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินการได้ในเวลานี้ เพราะไม่มีการจัดฝึกอบรมและไม่มีการประชุม กมธ.คณะต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 13.00 น. ห้องประชุมชั้น 10 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการประชุมของหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ในการเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 และการเสนอให้มีการใช้ พ.ร.ก.กู้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ มีหัวหน้าพรรคทุกพรรคมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขาดแต่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภา ที่ติดภารกิจในต่างจังหวัด แต่ได้ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุมนายภูมิธรรมกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาโควิดเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอเสนอให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญหาทางออกให้ประเทศ ให้ ส.ส.ได้สะท้อนเสียงประชาชนในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างถูกทาง ฝ่ายค้านจะทำหนังสือถึงนายกฯ และประธานสภา 24 เม.ย.นี้ เพื่อขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั่วหน้า รวดเร็ว เพราะการใช้เงินจากเงินกู้ที่เป็นเงินล่วงหน้าในอนาคต &amp;nbsp;ต้องมียุทธศาสตร์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด จะทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการใช้งบประมาณไปโดยไม่มีการตรวจสอบ สำหรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่จะหมดลงในวันที่ 30 เม.ย. วันนี้มาตรการสาธารณสุขทำได้ดีพอสมควร จึงไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป แค่ใช้กฎหมาย มาตรการทั่วไปก็น่าจะควบคุมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญของสภาจำเป็นต้องใช้เสียง ส.ส.หนึ่งในสาม หรือ 246 เสียง แต่ฝ่ายค้านมี 213 เสียง จำเป็นต้องขอเสียง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ส.ว.อีก 33 เสียง จากนี้จะเร่งประสานไปยังวิปรัฐบาลที่จะมีการหารือในวันที่ 27 เม.ย. เพื่อให้มีการเร่งพิจารณาเรื่องของฝ่ายค้าน เพราะในส่วนของฝ่ายค้านเชื่อว่าการให้ ส.ส.แต่ละคนลงชื่อทั้ง 213 เสียงจะแล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ เราขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลขอให้ความร่วมมือ เพราะข้อติดขัดในการประชุมสภาเรื่องการควบคุมโรค ตอนนี้ทำได้ดีขึ้นห้องประชุมสุริยันเสร็จเรียบร้อย เชื่อว่าจะรองรับการประชุมโดยมีระยะห่างระหว่างบุคคลได้ หวังว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนและจะรับฟังความคิดเห็นฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ร่วมกันแก้ปัญหาไวรัสโควิด โดยการขอเปิดประชุมสภาวิสามัญของฝ่ายค้าน ก็เพื่อต้องการเสนอแนะให้รัฐบาลนำไปปรับใช้แก้ไขปัญหา เพราะทุกวันนี้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ซึ่งปัญหาหลังจากหมดโควิดก็ยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจตามมาอีก ดังนั้นเราจึงต้องทั้งรีบแก้ไขและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น
วิปรัฐบาลขวางเปิดวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเสนอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญว่า วันนี้เห็นใจนายกรัฐมนตรีที่กำลังแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 จึงผลีผลามไม่ได้ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่กำลังลดลงอาจเพิ่มสูงขึ้นเหมือนบางประเทศได้ อยากให้รอสถานการณ์ของเราสะเด็ดน้ำมากขึ้นกว่านี้ก่อน หรืออาจจะรอพิจารณากันในสภาสมัยสามัญที่จะประชุมนัดแรกวันที่ 22 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามแกนนำฝ่ายค้านหลายคนได้พูดคุยกับตนแล้ว จะทำเรื่องเสนอรัฐบาลซึ่งสามารถดำเนินการได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในช่วงนี้ แล้ว ส.ส.เข้ามาจนทำให้มีการแพร่เชื้อไปทั่วประเทศ ใครจะรับผิดชอบ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดในช่วงนี้ แต่เพื่อความรอบคอบผมจะหารือกับแกนนำวิปรัฐบาลคนอื่นๆ นอกรอบก่อน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้ความชัดเจนระดับหนึ่ง&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเคารพความชอบธรรมของฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล แต่ไม่คิดว่าการขอเปิดสภาสมัยวิสามัญตอนนี้ จะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของรัฐมีเพิ่มขึ้น เพราะสิ่งที่ต้องทำก่อนในวันนี้คือการชั่งน้ำหนักหลักคิดเพื่อรับมือการเเพร่ระบาดที่เหมาะสมกับประเทศ ซึ่งทั่วโลกแก้ปัญหาโควิด-19 ใน 2 รูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ด้านสาธารณสุขนำเศรษฐกิจ เป็นแบบเดียวกับที่ไทยกำลังใช้อยู่ มีข้อดีเรื่องจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อ และตัวเลขผู้เสียชีวิตจะค่อนข้างต่ำ แต่ต้องเเลกมากับเรื่องปากท้องที่เริ่มจะมีปัญหา 2.ด้านเศรษฐกิจนำสาธารณสุข เเบบที่ยุโรปบางประเทศใช้อยู่ เศรษฐกิจของเขาได้รับผลกระทบน้อย แต่จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจความหวังดีของฝ่ายค้าน แต่ก็เชื่อว่ารัฐบาลเองคงไม่ดันทุรังและจะฟังเสียงเรียกร้องของชาวบ้านอยู่ตลอดเช่นกัน การปรับวิธีการเยียวยาหรือแก้ปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ว่า รัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนเเนวคิดกลับไปกลับมา เพราะดำเนินนโยบายผิดพลาด แต่จำเป็นต้องเลือกใช้วิธีการรับมือปัญหาแบบไม่ตายตัวเพื่อทางออกของประเทศเวลานี้ ผมไม่ขัดข้องกับการขอเปิดสภาสมัยวิสามัญของฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่จะมาเปิดเพียงเพื่อจะชำแหละหรือท้วงติงการใช้จ่ายเงินกู้เวลานี้ ถ้าจะเปิดก็ควรจะเป็นการระดมสมองของฝ่ายค้านอีกแรงเพื่อชั่งน้ำหนักมากกว่า ว่าเวลานี้จะสร้างสมดุลระหว่างมาตรการด้านสาธารณสุข และแนวทางเยียวยาเงินในกระเป๋าของชาวบ้านได้อย่างไร&amp;quot; นายอิสระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเศรษฐีของเมืองไทย เพื่อขอความร่วมมือแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน จากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดเพจ &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่ตูน&amp;quot; ซึ่งเป็นเพจสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เผยแพร่รายชื่อมหาเศรษฐีที่ตอบรับคำขอของ พล.อ.ประยุทธ์ จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทยแคปปิตอล (MTC) ยินดีและพร้อมช่วยเหลือเพิ่มเติมจากที่เคยทำ 2.นายฉัตรชัย แก้วบุตตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทและกลุ่มศรีสวัสดิ์ ยืนยันพร้อมจะช่วยเหลือให้ประเทศฝ่าวิกฤติตามคำขอของนายกฯ &amp;nbsp;และ 3.นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังพ้นวิกฤติโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64076</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผลกระทบจากโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เงินกู้ 1 ล้านล้าน, เปิดสภาสมัยวิสามัญ, แจกเงินเยียวยาเกษตรกร, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea19039a761c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
