<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.แพทย์ชนบทถาม&#039;เราจะเปิดเทอมเดือนพฤศจิได้จริงไหม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา และประธานชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;เราจะเปิดเทอมเดือนพฤศจิได้จริงไหม&amp;quot;ระบุว่า ผมได้คุยกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง เราแลกเปลี่ยนกันว่า &amp;ldquo;เดือนพฤศจิกายน เราสามารถเปิดเทอมได้จริงไหม&amp;rdquo; คำถามนี้น่าสนใจมาก เราเห็นตรงกันว่า &amp;ldquo;การเปิดเทอมเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ เป็นธงแห่งความหวังของนักเรียน และเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการจัดการของรัฐบาลและสังคม&amp;rdquo;&amp;nbsp; คำถามนี้จึงต้องถามว่า &amp;ldquo;เราจะทำอย่างไรให้สามารถเปิดเทอมเดือนพฤศจิกายนให้ได้ ในท่ามกลางโควิดที่ยังระบาดอยู่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเห็นตรงกันว่า &amp;ldquo;เราต้องจัดวัคซีนให้กับนักเรียน 12-18 ปีสำหรับทุกคน รวมทั้งครูและบุคลากรแม่ค้าภารโรงในโรงเรียนทุกคนด้วย และตุลาคมคือเดือนแห่งการเตรียมการ&amp;rdquo; ในความเป็นจริง เด็กนักเรียนติดโควิดนั้นไม่น่าห่วงมาก เพราะเกือบทั้งหมดจะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ นักเรียนกลุ่มนี้จะรับเชื้อไปติดญาติหรือคนในครอบครัวที่ไม่ฉีดวัคซีน แล้วจะเกิดการแพร่ระบาดในชุมชน ดังนั้นหากนักเรียนทุกคนได้รับวัคซีน เมื่อได้รับเชื้อแล้วอัตราการเกิดโรคจะลดลง การแพร่กระจายเชื้อต่อก็จะน้อยลงไป การฉีดวัคซีนนักเรียนจึงไม่ใช่เพื่อลดการติดเชื้อของเด็กเท่านั้น แต่ลดการแพร่ระบาดของเชื้อในชุมชนและครอบครัวด้วย ซึ่งสำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการติดเชื้อโควิดในกลุ่มเด็กนั้น ก็สามารถทำให้เกิดอาการป่วยที่เรียกว่า MIS-C ย่อมาจาก Multisystem Inflammatory Syndrome in Children หรือ &amp;#39;กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก แม้จะพบได้น้อยมากๆ แต่ก็พบได้ เป็นภาวะป่วยที่เกิดกับใครก็จะน่าเศร้ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามต่อมาคือ วัคซีนอะไรที่เหมาะสมในกลุ่มเด็กมัธยมขึ้นไปหรือ 12-18 ปี เราเห็นว่า &amp;ldquo;ไฟเซอร์คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะนอกจากเด็กจะได้ภูมิแล้ว ยังสามารถป้องกันเดลต้าได้ดีกว่าซิโนฟาร์ม ซึ่งจะทำให้ลดการแพร่ระบาดเชื้อในชุมชนจากการเปิดโรงเรียนได้&amp;rdquo; แต่หากใครกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากไฟเซอร์ ก็ไปฉีดซิโนฟาร์มที่ประสิทธิผลการเกิดภูมิต่ำกว่าก็ไม่ว่ากัน เพราะดีกว่าไม่ฉีด&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม รัฐควรต้องจัดวัคซีนฟรีให้กับเด็กกลุ่มนี้ทุกคนเดือนตุลาคมนี้ไม่ว่าไฟเซอร์หรือซิโนฟาร์ม&amp;nbsp; ส่วนผู้ปกครองคนไหนที่กลัววัคซีนมาก ไม่ประสงค์ให้ลูกฉีด ก็ให้เรียนออนไลน์ที่บ้านต่อไปได้ แต่เด็กเขาก็ควรมีสิทธิกำหนดอนาคตตนเองด้วยนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือความเห็นสั้นๆของผมและเพื่อนว่าด้วยการเปิดเทอมเดือนพฤศจิกายน ที่ถึงเวลาบริหารจัดการให้เด็กนักเรียนมัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัยได้ไปโรงเรียนกันเสียที ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิดที่จะอยู่กับเราอีกนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117887</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน, เปิดเทอม, เพจชมรมแพทย์ชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6143fa531789f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กที่นี่ &#039;รฟท.&#039;เพิ่มบริการรถไฟ18 ขบวนรับเปิดเทอม 14 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 มิ.ย.2564-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่พี่น้องประชาชน ตลอดจนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ซึ่งมีสถานบันการศึกษาเริ่มเปิดทำการเรียนการสอนในหลายพื้นที่ &amp;nbsp;การรถไฟฯ จึงได้ประกาศเปิดเดินขบวนรถชานเมืองและขบวนรถท้องถิ่นเพิ่มเติมอีก 18 ขบวน ในเส้นทางสายสายเหนือ 4 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 8 ขบวน และสายใต้ 6 ขบวน เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีขบวนรถที่ให้บริการในเส้นทางต่าง ๆ ดังนี้&amp;nbsp;
1. สายเหนือ 4 ขบวน&amp;nbsp;
- ขบวนรถธรรมดาที่ 207/208 &amp;nbsp;กรุงเทพ &amp;ndash; นครสวรรค์ &amp;ndash; กรุงเทพ (เปลี่ยนเป็น อยุธยา &amp;ndash; นครสวรรค์ &amp;ndash; อยุธยา) &amp;nbsp;
- ขบวนรถธรรมดาที่ 209/210 &amp;nbsp;กรุงเทพ &amp;ndash; บ้านตาคลี &amp;ndash; กรุงเทพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สายตะวันออกเฉียงเหนือ 8 ขบวน
&amp;nbsp;- ขบวนรถชานเมืองที่ 339/340 &amp;nbsp;กรุงเทพ &amp;ndash; ชุมทางแก่งคอย &amp;ndash; กรุงเทพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 419 &amp;nbsp;นครราชสีมา &amp;ndash; อุบลราชธานี
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 420 &amp;nbsp;อุบลราชสีมา &amp;ndash; ลำชี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 423 &amp;nbsp;ลำชี &amp;ndash; สำโรงทาบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 424 &amp;nbsp;สำโรงทาบ &amp;ndash; นครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 425/422 &amp;nbsp;ลำชี &amp;ndash; อุบลราชธานี &amp;ndash; ลำชี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สายใต้ 6 ขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถธรรมดาที่ 251/252 &amp;nbsp;ธนบุรี &amp;ndash; ประจวบคีรีขันธ์ &amp;ndash; ธนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถธรรมดาที่ 259/260 &amp;nbsp;ธนบุรี &amp;ndash; น้ำตก &amp;ndash; ธนบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;- ขบวนรถธรรมดาที่ 485/486 &amp;nbsp;ชุมทางหนองปลาดุก &amp;ndash; น้ำตก &amp;ndash; ชุมทางหนองปลาดุก (เปลี่ยนเป็น กาญจนบุรี &amp;ndash; น้ำตก &amp;ndash; กาญจนบุรี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การรถไฟฯ ยังดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในการให้บริการแก่ผู้โดยสารทั้งในขบวนรถโดยสาร สถานีรถไฟทั่วประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106238</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), เปิดเดินขบวนรถชานเมือง, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_6090a4a7aef07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039; เชื่อ &#039;หลานปลื้ม&#039; คงนอนหลับกินอิ่มหลังเปิดเทอมวันแรก แนะอย่าลืมส่งลูกไปโรงเรียนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.63 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Chulcherm Yugala ระบุว่า &amp;quot;วันนี้ โรงเรียนเปิดวันแรก หลานปลื้มคงนอนหลับกินอิ่ม ไม่เครียด แล้วนะจ๊ะ และอย่าลืมไปส่งลูกไปโรงเรียนด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านใหม่, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, หม่อมปลื้ม, เปิดเทอม, โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e912f6d3f4ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.รุดช่วยครอบครัวสุดรันทด แม่ลูก 4 เผยเหตุจำเป็นขโมยชุดนักเรียน-รองเท้าในห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.63 - จากกรณีแม่อายุ 26 ปี พาลูกสาววัย 9 ปี เข้าไปลักชุดนักเรียนและรองเท้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งริมถนนเอเชีย 41 ตำบลนาขา สาขาหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อนำไปให้ลูกสาวและลูกชายระดับชั้นประถมศึกษาได้ไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรกและถูกเจ้าหน้าที่ห้างจับตัวไว้ได้พร้อมของกลางเป็นชุดนักเรียนหญิง และรองเท้านักเรียนหญิงกับรองเท้านักเรียนชาย โดยทางผู้จัดการห้างโทรศัพท์เรียกตำรวจมาควบคุมตัวดำเนินคดี แต่โชคดีมีชาวบ้านช่วยเจรจาและจ่ายค่าชุดนักเรียนให้ในราคา 1,200 บาท ตามที่เป็นข่าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืนหน้ากรณีดังกล่าวดังกล่าว น.ส.สุดใจ เยาวนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.นาขา อ.หลังสวน นายสายัณห์ จุ้ยนคร ประธานสภา อบต.ตำบลนาขา อ.หลังสวน ได้ลงพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ซึ่งเป็นที่อยู่ของแม่ลูกดังกล่าว โดยมี นายสุชาติ แสงกลัด ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบเรื่องได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่าครอบครัวดังกล่าวนี้ประกอบด้วย นายพญา บุญแก้ว อายุ 40 ปี และ นางภาราภรณ์ ทองจินดา อายุ 26 ปี สองผัวเมีย อาศัยอยู่ในบ้านพักกลางสวนยางพาราของเถ้าแก่เจ้าของสวน โดยบ้านที่อาศัยอยู่เป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่กั้นด้วยอิฐบล็อกสภาพเก่าหลีงคามุงสังกะสิ โดยกั้นเป็น 2 ห้อง ใช้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตรที่ใช้ในสวน และอีกห้องเป็นที่นอนซึ่งอยู่รวมกัน 6 ชีวิต คือพ่อแม่และลูกๆ 4 คน มีความกว้างยาวเพียง 3&amp;nbsp;x3 เมตรเท่านั้น ที่ต้องนอนเรียงกันรวม 6 ชีวิต มีสภาพไม่ต่างจากรังหนูเต็มไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ทั้งยังเป็นห้องครัวเพื่อทำอาหารให้ลูกทั้ง 4 ได้กินก่อนไปโรงเรียนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนลูก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน คือลูกชายวัย 11 ปี เรียนอยู่ระดับ ป.4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลูกสาววัย 9 ปี เรียนอยู่ ป.3&amp;nbsp;ลูกสาววัย 7 ขวบ เรียนอยู่ ป.1&amp;nbsp;และลูกสาว วัย 5 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทั้งหมดเรียนอยู่โรงเรียนบ้านในเมือง โดยแต่ละวันพ่อและแม่สลับกันขับรถ จยย.ซ้อนลูกทั้ง 4 คน ไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน โดยโรงเรียนที่ลูกๆเรียนอยู่ห่างไกลจากบ้านกว่า 10 กิโลเมตร ต้องเสี่ยงอันตรายวิ่งจากถนนในสวนยางพาราออกไปถนนสายรองของหมู่บ้าน แล้วต้องขับไปบนถนนสายเอเชีย 41 ซึ่งเป็นสายหลัก ก่อนจะกลับรถข้ามไปอีกฝั่งถนนเพื่อเข้าไปในไปที่โรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีดังกล่าวกับนางสาวภารากรณ์ผู้เป็นแม่ของลูกๆ บอกว่าตนเองยอมรับผิดที่ก่อเหตุลักชุดนักเรียนโดยตั้งใจจริงที่จะไปก่อเหตุลักเสื้อผ้าด้วยความจำเป็นเพราะโรงเรียนจะเปิดเทอมในวันพรุ่งนี้ก่อนจะก่อเหต 1 วัน แต่ชุดนักเรียนของลูกวัยอนุบาลยังไม่มี ประกอบกับเงินติดบ้านมีเพียงไม่ถึง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท จึงจูงลูกสองคนชายอายุ 11 ปี ลูกหญิงอายุ 9 ปี ไปก่อเหตุลักชุดนักเรียนอนุบาล&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด และรองเท้าให้คนโตกับคนเล็กอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คู่ แต่คาดว่าทางห้างเห็นจากกล้องวงจรปิดว่า ตนซุกเสื้อผ้าและรองเท้าใส่กระเป๋าเป้เตรียมจะออกจากห้าง จึงให้ทาง รปภ.มาคุมตัว และเรียกตำรวจมาแ ต่โชคยังดีที่ตำรวจและชาวบ้านที่ใจดี ได้ช่วยกันจ่ายเงินให้กว่าพันบาท และขอให้ทางห้างไม่ติดใจเอาความ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจในการกระทำดังกล่าวแต่ก็เพราะความจำเป็นจริงๆจึงฝากขอบคุณทางตำรวจที่ช่วยเหลือมิเช่นนั้นคงถูกดำเนินคดีไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางภาราภรณ์ กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวตนจะมีรายได้จากส่วนแบ่งจากขายยางพาราประมาณ 6-8 พันบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันนี้เกิดปัญหาหลายอย่างทั้งโรคระบาดไวรัสโควิด-19 และยางราคาตกส่วนแบ่งจะน้อยตามลงไปด้วย ร้านค้าหยุดรับซื้อและเข้าฤดูฝนตกทำให้กรีดยางไม่ได้&amp;nbsp; เงินเก็บก็หมดต้องประสบปัญหา ตนเองและสามีก็ต้องดิ้นรนไปรับจ้างทั่วไปเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกที่กำลังกินกำลังใช้ แต่งานก็ไม่ค่อยมีเพราะผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพญา ผู้เป็นสามี กล่าวทั้งน้ำตาว่าตนรู้เสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มากที่เมียตนได้ทำลงไปโดยไม่บอกให้รู้&amp;nbsp;อาจเป็นเพราะความรักลูก อยากให้ลูกได้เล่าเรียนเหมือนเด็กคนอื่น และในวันเกิดเหตุ ขณะนั้นตนอยู่ในสวนกำลังกรีดยางและทางเจ้าหน้าที่ของห้างได้โทรมาให้ตนไปรับไปที่ห้าง และเมื่อไปถึงทางห้างก็บอกว่าพร้อมจ่ายเงินตามจำนวนสินค้าหรือไม่ ตนเองยอมรับตกใจ&amp;nbsp;เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินไม่ถึง 100&amp;nbsp;บาท ทางเจ้าหน้าที่ห้างบอกว่าถ้าเช่นนั้นจะเรียกตำรวจมาและให้ตนเอาลูกกลับไปบ้านก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสุชาติ แสงกลัด ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร บอกว่าการลงมาพื้นที่ครั้งเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหลังจากทราบเรื่องทั้งหมด เข้าใจในความเป็นพ่อแม่ที่ตะต้องทำเพื่อลูกแม้สิ่งนั้นจะไม่ถูกต้องก็ตาม ซึ่งก็ให้กำลังใจและพร้อมจะช่วยเหลือตามขั้นตอนทุกอย่าง พร้อมกันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พันบาทและเสื้อผ้า ผ้าห่มจำนวนหนึ่งให้ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางสาวสุดใจ เยาวนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.นาขา อ.หลังสวน กล่าวว่าหลังจากที่ตนเองได้ทราบข่าวว่า นางภารากรณ์ หรือ ติ๋ม ทองจินดา แม่ผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ชุดนักเรียนในห้าง ซึ่งมีภูมิลำเนาตามบัตรประจำตัวประชาชน อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ของตนเองแต่ไปรับจ้างกรีดยางที่ อ.ทุ่งตะโก &amp;nbsp;ก็ได้ลงมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุดใจ กล่าวต่อว่าจากการสอบถามจนได้ข้อมูลพบว่า&amp;nbsp;นายพญาและนางภาราภรณ์ ได้มารับจ้างกรีดยาง เป็นคนมุมานะขยันทำงานเดือดร้อนก็ไม่ค่อยจะเอ่ยปากขอใคร แม้กระทั่งโรงเรียนจะเปิดแล้วต้องหาเงินไปซื้อชุดให้ลูกก็ยังไม่เคยเอ่ยปากขอเงินหรือยืมญาติพี่น้องสักบาทเดียว ที่ผ่านมาทราบว่าไปกู้หนี้นอกระบบจำนวน 6 พันบาท โดยจะเสียดอก&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เพื่อนำมาซื้ออุปกรณ์การเรียนให้ลูกทั้ง 4 แต่คาดว่าเงินคงไม่พอ ผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจโดยไม่บอกใครเข้าไปลักชุดนักเรียนเพียงเพื่อหวังจะให้ลูกได้ใส่ไปเรียน แม้รู้ว่าสิ่งนั้นที่ทำลงไปจะเป็นความผิดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยชุดนักเรียน, จังหวัดชุมพร, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efc6f5468316.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุตุฯคาดฝนกระหน่ำรับเปิดเทอมโดยเฉพาะ&#039;เหนือ-อีสาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าในวันที่ 1 ก.ค.ว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง &amp;nbsp;บริเวณจังหวัดหนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลาง เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส&amp;nbsp;
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออก เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&amp;nbsp;
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส &amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70196</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรมอุตุนิยมวิทยา, ฝน, ภาคเหนือ, อีสาน, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200701/image_big_5efbd9c242dc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2020 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอนามัยรุกตั้ง&quot;อาสาผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียน” จังหวัดละ 2 คน เกาะติดจุดเสี่ยงโควิด ในรร. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 มิ.ย.63- &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม และผู้อำนวยการโรงเรียนพิบูลเวศม์ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอม โดยแพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีว่าโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสังกัดหน่วยงานอื่นได้ร่วมประเมินตนเองของสถานศึกษาผ่านระบบ Thai Stop COVID เพื่อสำรวจความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมประเมินทั้งหมด 33,637 แห่งจาก 38,450 แห่ง โดยเป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ. 28,836 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 85.7 &amp;nbsp;ซึ่งผ่านเกณฑ์ประเมินครบทุกข้อ (44 ข้อ) ร้อยละ 94.19 และโรงเรียนในสังกัดอื่นส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์การประเมินตนเอง มีความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา (Reopening) ได้เน้นย้ำใน 6 แนวทางสำคัญ ประกอบด้วย 1.คัดกรองอาการเสี่ยงและวัดไข้ 2.สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน 3.จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลให้เพียงพอ 4.จัดให้มีการเว้นระยะห่าง 5.หมั่นทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส และ 6.ลดแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่ต้องสัมผัสร่วมกัน นอกจากนี้แต่ละโรงเรียนจะมีการเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับเด็กที่มีอาการเสี่ยงหรือมีไข้สูง พร้อมมีแนวทางการประสานส่งตัวรักษาและแจ้งผู้ปกครองทราบ และหากพบว่ามีนักเรียนป่วยหรือไม่สบายเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จะดำเนินการสอบสวนโรค หากพบว่ามีการติดเชื้อโควิด 19 จะมีมาตรการปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมโรคตามลำดับต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข มีกลไกการประเมินและติดตามในแต่ละโรงเรียนตามพื้นที่เขตการศึกษา และมีผู้พิทักษ์อนามัยโรงเรียนซึ่งเป็นจิตอาสาเข้ามาร่วมติดตามการปฏิบัติตามมาตรการและให้คำปรึกษาด้านต่างๆ จังหวัดละ 2 คน ซึ่งจะรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องกลับมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การดำเนินงานควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว
&amp;nbsp;ด้าน ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนที่ดูแลนักเรียนวัยเด็กเล็ก จะเน้นการเรียนการสอนแบบผสมผสานทั้งในโรงเรียนและออนไลน์ เน้นการเว้นระยะห่างเพื่อลดการสัมผัสใกล้ชิดในทุกกิจกรรม ทั้งการเรียน เล่น รับประทานอาหาร และนอนกลางวัน เป็นต้น รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการสอนการล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะ 7 ขั้นตอน เพื่อให้เด็กเล็กได้ปฏิบัติตาม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และโรงเรียนได้ผ่านการประเมินตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ส่วน ดร.จรุญ จารุสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี กล่าวว่า โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก ก่อนเปิดภาคเรียนทางโรงเรียนผ่านการประเมินทั้ง 44 ข้อแล้ว ได้จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน และยึดแนวทาง 6 มาตรการป้องกันตั้งแต่การเข้าโรงเรียนจนถึงนักเรียนกลับบ้าน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งจัดให้มีครูหรือบุคลากรเป็นเวรตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้นักเรียนทุกคนมีความปลอดภัยอย่างสูงสุดเช่นกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70163</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กรมอนามัย, อาสาอนามัยพิทักษ์ ฃ, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200630/image_big_5efb1b0144ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.ศธ.เช็กความพร้อมโรงเรียนรับเปิดเทอมนิวนอร์มอล1ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 63 - ที่ จ.เชียงใหม่​ ดร.กนกวรรณ&amp;nbsp; วิลาวัลย์&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวระหว่างลงพื้นที่จังหวัดภาคเหนือในการตรวจติดตามความพร้อมการเตรียมการรองรับเปิดเทอมและการจัดการศึกษาของโรงเรียนทั้งในและนอกระบบในยุค​ New​ Normal​ กับห้วงเวลาการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโควิด-19​ ซึ่งตามกำหนดทุกสถานศึกษาจะเปิดเรียนเดือนกรกฎา​คมนี้ว่า จากที่เห็นและการรายงานของพื้นที่ต่างพร้อมที่จะเปิดเทอม ทั้งเรื่องการคัดกรองดูแลเฝ้าระวังป้องกันโรคและการจัดการเรียนการสอน​ ซึ่งย้ำว่าต้องให้การจัดการมีประสิทธิภาพ​ สิ่งไหนยังไม่พร้อมต้องรีบแก้ไขและเร่งแจ้งความช่วยเหลือเพื่อให้เกิดคุณภาพ​ โดยเฉพาะการศึกษานอกระบบ​ ทุกกระบวนการการ์ดไม่ตก​ ทั้งการดูแลบุตรหลานและการเรียนการสอนด้านวิชาการ​ เชื่อว่าแรกๆ อาจไม่คุ้นเคย แต่ไม่น่าจะมีปัญหา​อะไร​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บรรยากาศ​ตามโรงเรียนต่างๆ ในเชียงใหม่และหลายๆ จังหวัดพบว่า​ วันนี้เริ่มมีการประชุมพบปะทั้งนักเรียนและผู้ปกครองเพื่อทำความเข้าใจในการเรียนการสอนในยุค​ ​New​ Normal​ นี้​ โดยส่วนใหญ่มีการจัดการเรียนการสอนทั้งปกติและออนไลน์​สลับกัน​ เพื่อลดความแออัดลดความเสี่ยงตามแนวทางเว้นระยะทางสังคม​ โดยเริ่มมีการเรียนการสอนเป็นทางการตั้งแต่​ 1​ ก.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และช่วงบ่ายวันเดียวกัน​นี้ นายเจริญ​ฤทธิ์​ ​สงวน​สัตย์​ ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​เชียงใหม่​ พร้อมด้วยผู้บัญชาการ​ตำร​วจ​ภาค​ 5​ และเกี่ยวข้องก็จะประชุมเพื่อเตรียมพร้อมมือการจราจรและการอำนวยความสะดวกช่วงเปิดเทอมนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70003</URL_LINK>
                <HASHTAG>New Normal, ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์, รมช.ศธ., เชียงใหม่, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9673422293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
