<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งศธ.ระมัดระวังเปิดเทอม งดให้เด็กชายขอบเพื่อนบ้านข้ามเขตมาเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มิ.ย.63-เวลา 12.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวถึงความพร้อมการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.ว่า นายกรัฐมนตรีย้ำให้ ศธ. เตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยให้ประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อสม. และหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;ในการแก้ไขสถานการณ์ เบื้องต้นโรงเรียนส่วนใหญ่สามารถบริหารจัดการได้ เมื่อถึงเวลาจริงการควบคุมนักเรียนอาจมีปัญหาอยู่บ้าง บุคลากรทางการศึกษาอาจจะไม่พอ ทั้งนี้ ในส่วนโรงเรียนใหญ่จะจัดการเรียนการสอนแบบเหลื่อมเวลาแน่นอน แต่จะเหลื่อมสลับวัน หรือสลับเวลาเรียนเช้าบ่าย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน ซึ่งเขาได้คิดกันไว้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศธ. &amp;nbsp;กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดูแลเรื่องจัดการเรียนการเรียนสอนโรงเรียนชายขอบ โดยเวลานี้ยังไม่อนุญาตให้เด็กนักเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามาเรียนในไทย ซึ่งนักเรียนกลุ่มนี้มีประมาณ 70,000 คน &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้ย้ำให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดจากสถานการณ์เหล่านี้ เช่น อาจจะให้ใช้วิธีการเรียนออนไลน์ หรือเรียนผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมไปก่อน เป็นเรื่องที่กระทรวงจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดภาคเรียนก็จะมีการติดตามประเมินผลกันทุกวันและให้แก้ไขสถานการณ์กันต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เด็กชายขอบ, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd10912f2ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;ลั่นถ้าโควิดระบาดอีกรอบ ไม่ยุ่งแน่เพราะเตรียมความพร้อมการเรียนไว้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29มิ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 1 กรกฎาคม ว่า ขณะนี้โรงเรียนทุกแห่งเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว โดยครูและผู้บริหารโรงเรียนได้ปรับตัวรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้เป็นอย่างดีทั้งการเตรียมมาตรการคัดกรองด้านสุขภาพ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งนักเรียนทุกคนจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และจัดเจลแอลกอฮอล์บริการทุกจุดภายในสถานศึกษา ดังนั้นขอให้โรงเรียนทุกแห่งดำเนินการตามข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)อย่างเคร่งครัดด้วย ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีเด็กนักเรียนจำนวนมากและสถานที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดห้องเรียนเว้นระยะห่างเด็กเข้าเรียนไม่เกิน 20 คนต่อห้องนั้นโรงเรียนสามารถบริหารจัดการแบ่งสลับวันมาเรียนได้ ส่วนปัญหาหลังจากนี้ ตนคิดว่าต้องมีตามมาบ้าง แต่วันนี้เรามีความพร้อมเปิดเรียนแล้วอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้หากมีการระบาดของไวรัสอีกรอบก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมความพร้อมและมีการทดสอบระบบการเรียนการสอนผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัลและระบบออนไลน์มาในช่วงปิดภาคเรียนแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลหากจะมีโรคระบาดของไวรัสอีกรอบ อย่างไรก็ตามในวันที่ 1 กรฎาคมนี้ ผมจะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในวันเปิดภาคเรียนวันแรกด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70024</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef46e5919d51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น&quot;ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมโรงเรียนขนาดใหญ่ นักเรียนเยอะ ห่วงการจัดการแบ่งเวลาเข้าเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มิ.ย.63-ที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย เขตคลองสามวา - นายณัฏฐพล ที​ป​สุวรรณ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ศึกษาธิการ​ (รมว.ศธ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 กรกฎาคม​ พร้อมทั้งกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนได้เห็นความพร้อมของสถานศึกษา ผู้บริหาร และคณะครู ทั้งในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณาสุข, การจัดการเรียนการสอนที่เน้นความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูที่จะหารือแนวทางร่วมกัน, การปรับตัวของครูที่สามารถจัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และเชื่อมต่อกับนักเรียนได้มากขึ้น เป็นต้น ส่วนการผสมผสานระหว่างการเรียนที่โรงเรียนกับการเรียนออนไลน์นั้น คงต้องดูบริบทของโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนกว่า 2,500 คน ผู้บริหารโรงเรียนได้มีการประชุมหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19​ ด้วยการแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม A และ B สลับกันมาเรียนที่โรงเรียนตามตารางที่โรงเรียนจัดให้ ส่วนนักเรียนที่ไม่ได้เข้าชั้นเรียน ก็จัดการเรียนการสอนผ่านห้องเรียนออนไลน์ อีกทั้งยังได้วางมาตรการด้านสาธารณสุข​ เช่น ทำความสะอาดสถานที่ พร้อมจัดสถานที่แบบเว้นระยะห่าง, ตั้งคณะกรรมการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19, วัดไข้นักเรียนก่อนเข้าโรงเรียน หากมีไข้จะให้นักเรียนกลับบ้าน, แจกหน้ากากอนามัยให้นักเรียนที่ไม่มีหน้ากากอนามัย, จัดตั้งจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์​สม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างในทุกกิจกรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่น่าเป็นกังวลขณะนี้ คือ เรื่องการแบ่งเวลาเข้าเรียนของโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งสถานศึกษาต้องวางแผนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไทย ทั้งนี้ ขอเชิญชวนครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมมือร่วมใจกันจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤต COVID-19​ และก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคไปพร้อมกัน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69797</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, รร.นวมินราชูทิศ เบญจมราชาลัย คลองสามวา, สลับเรียน, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5b0d51a887.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อำนาจ&quot;เผยทุกรร.ผ่านเกณฑ์ประเมิน 20 มาตรฐาน ป้องกันโควิด พร้อมเปิดเรียน 1ก.ค. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25มิ.ย.63-นายอำนาจ วิชยานุวัตร &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการทำแบบประเมินตนเองของสถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า โรงเรียนทุกแห่งผ่านแบบประเมิณทั้ง 20 มาตรฐาน ขณะเดียวกันก็มีโรงเรียนที่พร้อมเปิดเทอมให้นักเรียนเข้าเรียนแบบเต็มรูปแบบ จำนวน 23,000 โรง และโรงเรียนที่ยังคงต้องเรียนแบบผสมผสานระหว่างการเรียนที่โรงเรียนกับการเรียนผ่านออนไลน์ จำนวน 5,000 กว่าโรง ซึ่งตนก็ได้กำชับให้มีการดำเนินการระบบคัดกรองในทุกโรงเรียนอย่างเคร่งครัด อีกทั้งทุกโรงเรียนจะต้องมีการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะในการบันทึกข้อมูลนักเรียน ทั้งนี้ สพฐ. ได้มีการตั้งคณะกรรมการจากส่วนกลางเข้าไปกำกับดูแลการดำเนินการต่างๆ ภายในโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกให้แก่โรงเรียน ไม่ใช่เป็นการจับผิดโรงเรียนแต่อย่างใด สำหรับเรื่องคุณภาพการศึกษาของนักเรียนนั้น ตนได้กำชับให้มีกิจกรรมส่งเสริมทักษะเด็กให้ครอบคลุมทุกด้านด้วย เช่น ทักษะการอ่าน ทักษะการคิดเลข เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามที่หลายฝ่ายมีข้อกังวล กรณีที่หากเด็กได้รับเชื้อโควิด-19 มักไม่มีการแสดงอาการในทันทีนั้น ผมได้กำชับโรงเรียนให้มีการเฝ้าระวัง หากพบว่าเด็กมีอาการก็จะส่งให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขทันที ขณะเดียวกันหากพบว่าเด็กติดเชื้อโควิด-19 โรงเรียนก็ต้องมีการหยุดจัดการเรียนการสอน เป็น เวลา 14 วัน เพื่อทำความสะอาด และสำหรับครูและเด็กคนอื่นๆ ในโรงเรียน ก็จะต้องเข้ากระบวนการคัดโรคและกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วันเช่นกัน&amp;quot;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69705</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., #โควิด-19, อำนาจ วิชยานุวัติ, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef46a718bc68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สพฐ.&quot;มั่นใจ รร. 21,000 แห่ง  ไม่ต้องสลับวันเรียน  แต่อีก 5,000 แห่ง อาจต้องผสมผสานเรียนออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22มิ.ย.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงมาตรการการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รวบรวมข้อมูลโรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่นักเรียนมาเรียนได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องใช้มาตรการสลับวันมาเรียน จำนวน 21,000 แห่ง ส่วนที่เหลือจำนวน 5,000 แห่ง เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้มาตรการสลับวันมาเรียนและผสมผสานการเรียนผ่านระบบโทรทัศน์ดิจิทัลและระบบออนไลน์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ และโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่ ทั้งนี้เมื่อเปิดภาคเรียนแล้วโรงเรียนทุกแห่งจะต้องดำเนินการมาตรการคัดกรอบของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดไข้นักเรียนก่อนเข้าเรียน การจัดมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัย และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกจุดภายในสถานศึกษา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ส่วนโรงเรียนพักนอน ในสังกัด สพฐ. ตนมองว่าไม่มีความกังวล เช่น โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย โรงเรียนการศึกษาพิเศษเฉพาะเด็กความพิการ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้มีมาตรฐานในการคัดกรองเด็กเป็นอย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้โรงเรียนในพื้นที่ที่ติดชายแดน อย่างภาคใต้และภาคเหนือ ที่มีเด็กไทยต้องเดินทางไปเยี่ยมผู้ปกครองทำงานอยู่ประเทศเพื่อนระหว่างปิดภาคเรียนนั้น สพฐ.ได้มีมาตรการ สำหรับนักเรียนไทยสามารถเดินทางข้ามชายแดนระหว่างประเทศไทยได้แต่ต้องถูกกักตัว 14 วัน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้หากเปิดภาคเรียนแล้ว พบนักเรียนที่มีไข้สูง ทางโรงเรียนจะต้องส่งต่อนักเรียนให้กับโรงพยาบาลทันที โดยจะห้ามไม่มีการนอนพักในห้องพยาบาลของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด รวมถึงเมื่อเปิดภาคเรียนไปสักระยะหนึ่งพบนักเรียนตรวจเจอโควิด-19 จะต้องมีการปิดโรงเรียนทันทีพร้อมกับทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69388</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., สลับวันเรียน, อำนาจ วิชยานุวัติ, เปิดเทอม 1ก.ค., “เรียนออนไลน์”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf80e2451c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ครูตั้น” ห่วง รร.ขนาดใหญ่ ในเมือง มีเด็กเยอะ หรือรร.มีพื้นที่ไม่มาก จะรักษาระยะห่างไม่ได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12มิ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนวันที่ ‪1 กรกฎาคม ของสถานศึกษาในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องปรับการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการผสมผสานระหว่างการมาเรียนที่โรงเรียนกับการเรียนผ่านโทรทัศน์ดิจิทัลและระบบออนไลน์จากที่บ้าน ซึ่งโรงเรียนแต่ละพื้นที่ก็มีบริบทที่แตกต่างกันมีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ซึ่งขณะนี้ถือว่าใกล้จะเปิดภาคเรียนที่ 1 ในวันที่ 1 กนกฎาคมนี้แล้ว ตนจึงอยากมาดูความพร้อมการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนแต่ละแห่งว่ามีวิธีบริหารจัดการอย่างไรบ้าง ซึ่งก็ได้เห็นโรงเรียนแต่ละแห่งมีวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกันออกไป แต่โรงเรียนทุกแห่งคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพของนักเรียนเป็นสำคัญ ‬&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนท่ามกลางการแพร่ระบาดไวรัสโควิดในโรงเรียนทั่วประเทศนั้น ผมมีความกังวลกับโรงเรียนขนาดใหญ่ในเมืองที่มีเด็กจำนวนมาก และโรงเรียนเหล่านั้นมีพื้นที่จำกัด การรักษาระยะห่างมาตรการทางสังคมอาจไม่มีความสะดวกเท่าที่ควร แต่ผมคิดว่าผู้บริหารโรงเรียนจะมีวิธีบริหารจัดการที่ดี เช่น การสลับวันมาเรียน เป็นต้น รวมถึงการจัดเตรียมสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน โดยยืนยันว่าเด็กทุกคนจะได้รับความรู้อย่างเหมาะสมตามมาตรฐานของ ศธ.อย่างแน่นอน ส่วนโรงเรียนไหนที่เด็กไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนการสอนรองรับที่จะเรียนผ่านทีวีและออนไลน์ก็ขอให้โรงเรียนจัดรวมกลุ่มนักเรียนมาจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนแทน สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการบริหารจัดการตามโครงการต่างๆ ที่จะต้องเตรียมเปิดภาคเรียน เช่น โครงการอาหารกลางวัน โครงการนมโรงเรียนนั้น ผมจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ผมขอฝากครูและผู้บริหารทุกคนเตรียมความพร้อมรับมือเปิดเทอมด้วยการมีมาตรการคัดกรองสุขภาพตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างเคร่งครัด โดยให้ถือเป็นกทรเปิดภาคเรียนวิถีใหม่ (New Normal) ‬&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee36519d08f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียม 6 ข้อ เปิดเทอมปลอดภัย เผยสถิติเด็กที่ติดโควิดส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เแถลงว่า สธ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยสถิติการระบาดในประเทศไทยพบว่า กลุ่มเด็ก 10-19 ปี มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 3.81 ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ เมื่อมาโรงเรียนใช้เวลาอยู่ใกล้ชิดร่วมกัน 5-7 ชั่วโมงต่อวัน &amp;nbsp; นานกว่าการเดินในห้างสรรพสินค้า จึงมีความเสี่ยงติดเชื้อในกลุ่มเพื่อน และเมื่อเด็กกลับบ้านจะอยู่ใกล้ชิดและแพร่เชื้อไปสู่คนในครอบครัวได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม การเปิดภาคเรียน โรงเรียนจะต้องเตรียมการล่วงหน้าเพื่อให้พร้อมเปิดเรียนอย่างปลอดภัย โดยศธ.ร่วมกับ ศธ. &amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย จัดทำมาตรการและคู่มือการปฏิบัติ สำหรับสถานศึกษา ป้องกันโควิด 19 ให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และชี้แจงแนวทางปฏิบัติกับบุคลากรสาธารณสุข จัดอบรมครู &amp;ldquo;รอบรู้สุขอนามัย&amp;rdquo; ในโรงเรียนรองรับสถานการณ์โควิด 19 กลางเดือนมิถุนายน 63 ให้โรงเรียนประเมินตนเองตามแพลตฟอร์มไทยสต็อปโควิด (https://stopcovid.anamai.moph.go.th)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ. พรรณพิมลกล่าวต่อว่า เมื่อเปิดภาคเรียน โรงเรียนจะต้องดำเนินการ 6 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การมีมาตรการคัดกรอง เช่น วัดไข้ก่อนเข้าโรงเรียน ผู้ปกครองร่วมให้ประวัติหากมีความเสี่ยง หากเด็กมีอาการไข้ไม่สบายต้องหยุดเรียนทันที และแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ 2.สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในโรงเรียน 3.จัดจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างเพียงพอ 4.การเว้นระยะห่างในห้องเรียน เน้นจัดการเรียนการสอนให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ให้มีกิจกรรมทำในกลุ่มเดียวกันตลอดทั้งวัน 5.เน้นการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ที่ใช้ร่วมกัน อาทิ สนามเด็กเล่น ลูกบิดประตู ห้องน้ำ ร่วมกับการจัดกลุ่มสลับกันใช้งานเพื่อช่วยลดการสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก และ 6.ลดความแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่เกิดการรวมกลุ่มของเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเปิดเรียนจะต้องขอความร่วมมือผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในการป้องกันโรค ต้องสื่อสารให้เข้าใจว่า อย่ากังวลใจมากเพราะได้มีการเตรียมมาตรการเพื่อความปลอดภัยของเด็ก ย้ำเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และโรงเรียนต้องประเมินความเสี่ยงเพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ ทำงานร่วมกับหน่วยงานอนามัยโรงเรียนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดเพื่อการควบคุมโรค&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66544</URL_LINK>
                <HASHTAG>6ข้อเตรียมพร้อมเปิดเทอม, พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, เปิดเทอม 1ก.ค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec651d57def6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
