<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. จ่อออกมาตรการเปิดเรียน 1 พ.ย. ร่วมกับสธ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 2 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อวางมาตรการการเปิดเรียนในรูปแบบปกติ เพราะเมื่อรัฐบาลประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ สถานศึกษาก็มีการเปิดเรียนตามไปด้วยเช่นกัน แต่อยากทำความเข้าใจว่าการเปิดเรียนจะต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่ปลอดภัยด้านสุขภาพของนักเรียนด้วย ซึ่งการเปิดเรียนอาจจะเปิดไม่พร้อมกันทั้งหมด หรือโรงเรียนบางพื้นที่อาจจัดสลับวันมาเรียน ส่วนการตรวจ ATK ขณะนี้อาจจะไม่นำมาเป็นตัวกำหนดหลักของการเปิดเรียนแล้ว แต่ประเด็นสำคัญคือนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ครบโดสทุกคน ซึ่งเบื้องต้นข้อมูลการฉีดวัคซีนของนักเรียนประมาณ ร้อยละ 40 แล้ว โดยการตรวจ ATK อาจจะใช้เฉพาะโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงหรือมีการติดเชื้อในโรงเรียนเกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้การจะเปิดเรียนได้หรือไม่คาดว่าจะมีกำหนดมาตรการว่าโรงเรียนใดมีอัตราการฉีดวัคซีนไปแล้วกี่เปอร์เซ็นบ้าง และโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องฉีดวัคซีนไปแล้วกี่เปอร์เซนต์เช่นเดียวกัน &amp;nbsp;โดยการเปิดเรียนในรูปแบบปกติจะต้องดูบริบทความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ของโรงเรียนแต่ละแห่ง &amp;nbsp;ซึ่งศธ.อาจจะกำหนดมาตรการกลางของการเปิดเรียนไว้ แต่จะต้องดูข้อปฎิบัตตามศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดเชื่อมโยงไปด้วย ซึ่ง ศธ.วางแผนเผชิญเหตุของโรงเรียนเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนอาจไม่ใช่คำตอบของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ทั้งหมด แต่เป็นการลดอาการรุนแรงของโรคเท่านั้น ซึ่งมาตรการที่ดีที่สุดคือ การเว้นระยะห่าง การสวมใส่หน้ากาอนามัยตลอดเวลา และการล้างมือทำความสะอาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120222</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., #สธ., เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616eaa5167d83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตราดผวาคลัสเตอร์ใหม่ระบาด50ราย! เลื่อนเปิดเทอมไป1ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - ที่จังหวัดตราด จากการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด ที่มีนายภิญโญ ประกอบผล ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตราด เป็นประธานประชุมพิจารณาการขยายเวลาการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาจังหวัดตราด เนื่องจากจังหวัดตราดพบคลัสเตอร์ใหม่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อกว่า 50 ราย ที่ซอยกลางนา ม.1 ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวทิวา ยายไกล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จันทบุรี ตราด กล่าวว่า มีโรงเรียนระดับมัธยมจำนวน 4 โรงเรียนในพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ยังยืนยันที่จะเปิดโรงเรียนที่ 14 มิถุนายน 2564 โดยทั้ง 4 โรงเรียน ผ่านมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แล้ว ส่วนโรงเรียนที่เหลือขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิชชา ครุปิติ รอง ผอ.สพป.ตราด กล่าวว่า ในระดับประถมศึกษามีโรงเรียนจำนวน 4 โรงที่ขอเลื่อนไปเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดวิด ส่วนอีก กว่า 100 โรงเรียน ยังคงเปิดตามปกติในที่ 14 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.ตราด ได้รับทราบเหตุผลทางหน่วยงานต้นสังกัดที่ดูแลรับผิดชอบสถานศึกษาทั้งระดับประถมและมัธยมแล้ว ก่อนที่จะมีมติเห็นชอบให้ทุกโรงเรียนเลื่อนเปิดโรงเรียนไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ทุกโรงเรียน ตั้งแต่ศูนย์เด็กเล็ก ระดับประถม ระดับมัธยมและระดับอาชีวะ เนื่องจากสถานการณ์ของจังหวัดตราดในตอนนี้ มีความเสี่ยงในของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากคลัสเตอร์ซอยกลางนา มีพบผู้ป่วยติดเชื้อแล้วกว่า 50 ราย ในตอนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106320</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ก.ค., คกก.โรคติดต่อ, ตราด, เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6ee65aa6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเรียนวันแรกคึกคัก! เข้มมาตรการป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเปิดเรียนวันแรกในพื้นที่จังหวัดชัยนาทเป็นไปอย่างคึกคัก&amp;nbsp; โดยที่โรงเรียนอนุบาลชัยนาท ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมขนาดใหญ่พิเศษของจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เช้าพ่อแม่ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานเดินทางไปส่งที่โรงเรียน โดยมีคุณครูคอยให้การต้อนรับ และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ไปคอยดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp; มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร คอยดูแลการจราจรไม่ให้ติดขัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งทางโรงเรียนได้มีมาตรการในการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; โดยให้นักเรียนและผู้ปกครองทุกคนที่เดินเข้ามาในโรงเรียน จะต้องสวมหน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp; ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล และเดินย่ำน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ก่อนจะเดินขึ้นไปในอาคารเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรรยงค์ พุ่มมูล&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp; เนื่องจากโรงเรียนอนุบาลชัยนาท เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน 2,288 คน&amp;nbsp; จึงต้องจัดการเรียนการสอนรูปแบบผสมผสาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแบ่งนักเรียนในแต่ละห้องเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม A(เลขที่คี่)&amp;nbsp; และกลุ่ม B (เลขที่คู่)&amp;nbsp; เพื่อลดจำนวนนักเรียนในแต่ละห้อง และรักษาระยะห่าง โดยกำหนดให้ทั้ง 2 กลุ่มสลับวันมาเรียนวันเว้นวัน&amp;nbsp; ในวันที่มาเรียนจะเรียนแบบ On-site เต็มรูปแบบเหมือนการเรียนตามปกติ ส่วนในวันที่หยุดอยู่บ้านจะเรียนแบบ Online ผ่านแอปพลิเคชัน Line , Zoom หรือ Google meet หรือ On-hand คือมีใบงาน หรือแบบฝึกไปให้ทำที่บ้านตามความพร้อมและความเหมาะสมของเด็กแต่ละวัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ในช่วงเวลาพักเที่ยงก็จะให้แต่ละชั้นเรียนพักเที่ยงเหลื่อมเวลากัน&amp;nbsp; และให้งดเล่นสนามเด็กเล่นและเครื่องเล่นทุกชนิด&amp;nbsp; และที่สำคัญคือให้นักเรียนและครูทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนิคม สนิท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ปกครองนักเรียน&amp;nbsp; บอกว่า รู้สึกดีใจที่โรงเรียนเปิดเรียนได้แล้ว ลูกของตนที่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ก็ดีใจเช่นกัน เพราะได้มาโรงเรียน ได้มาเจอเพื่อน เจอครู หลังจากที่ปิดเทอมไปนานกว่า 2 เดือน&amp;nbsp; ส่วนเรื่องความปลอดภัยมีความมั่นใจว่าโรงเรียนมีมาตรการในการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; จึงไม่ค่อยวิตกมาก ว่าลูกจะติดเชื้อ แต่ก็กำชับให้ลูกสวมหน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างกับเพื่อนเวลาพูดคุยกันเพื่อป้องกันโรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, เปิดเรียน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6be7cdcf5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธีระ&quot; สะกิดเตือนใจ&quot;เปิดเรียน &quot;ไม่ใช่แค่New Normal แต่ต้อง&quot;New Me&quot;หนูๆต้องทำ 8ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64- นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการเปิดเรียนวันที่ &amp;nbsp;1 ก.พ.หัวข้อว่า
New Normal...New &amp;quot;Me&amp;quot; ของพ่อแม่ลูกเมื่อเปิดเรียน
1. ตื่นเช้ามา เช็คกันสักหน่อยว่าทุกคน&amp;quot;สบายดีไหม?&amp;quot; มีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอบ้างไหม? จมูกดมกลิ่นได้ดี ลิ้นรับรสได้ดีนะ?
ถ้าใครไม่สบาย...ให้อยู่กับบ้าน รับผิดชอบต่อตัวเองครอบครัวและสังคม เท่ห์มาก
2. ย้ำกันเสมอ &amp;quot;ออกจากบ้านมีความเสี่ยงต่อโรค COVID-19&amp;quot; นะ รีบไปรีบกลับ ไม่เถลไถล&amp;nbsp;
3. ทบทวนกันว่า ถ้า&amp;quot;ใช้ห้องน้ำห้องส้วมข้างนอกต้องระวัง&amp;quot; ก็ต้องรักษาความสะอาดดีๆ พ่อแม่และเด็กโตควรใส่หน้ากากเสมอ เด็กเล็กใส่หน้ากากไม่สะดวก ดังนั้นต้องเน้นว่าใช้ห้องน้ำห้องส้วมแล้วต้องรีบไปล้างมือทุกครั้ง
4. แจ้งกันให้ทราบทั่วกันทั้งพ่อแม่ลูก ว่าให้หลีกเลี่ยงการไปใช้ของร่วมกับคนอื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ตะเกียบ โทรศัพท์ ปากกา ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ หรือแม้แต่ขนมอมยิ้มก็ตามแต่
5. เน้นเด็กๆ ว่า &amp;quot;เจอเพื่อนฝูง ทักทายกันได้ตามสมควร แต่ให้สังเกต&amp;quot; ว่าเพื่อนคนไหนที่มีอาการไม่สบาย ไอ จาม ต้องหลีกมาห่างๆ ไม่ไปคลุกคลี และบอกคุณครูให้ช่วยดูแลเพื่อน&amp;nbsp;
6. เตือนเด็กๆ ว่า &amp;quot;อย่าเอามือขยี้ ล้วง แคะ แกะ เกา บริเวณตา จมูก และปาก&amp;quot;
7. &amp;quot;เช็คอาวุธ&amp;quot;ประจำตัวของทุกคนก่อนออกจากบ้าน
1) หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ใส่ไว้เสมอเวลาอยู่ข้างนอก
2) เจลแอลกอฮอล์แบบพกพา หากลูกๆ ยังเล็ก ไม่สะดวกในการพกหรือใช้ลำบาก ก็เน้นย้ำให้ไปล้างมือบ่อยๆ และล้างทุกครั้งที่ไปจับสิ่งของสาธารณะ
8. ตอนเย็น ไปรับที่โรงเรียน เจอกันพ่อแม่ลูก อย่าเพิ่งดีใจไปกอดหอมกันให้หายคิดถึง
เจอปุ๊บ ทักทายกันก่อนว่า สบายดีไหม? ถ้าดีก็โอเค ถ้าไม่สบายก็ไถ่ถามต่อ และจัดการไปตามระเบียบ
ยัง...อย่าเพิ่งไปกอดหอมกัน ให้คุณพ่อคุณแม่ควักเจลแอลกอฮอล์มาหยดให้ทุกคนล้างมือกันก่อน หรือพากันไปล้างมือที่ห้องน้ำ
จะกอดจะหอมกันได้ เมื่อตอนกลับถึงบ้าน อาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วค่อยทำครับ
เหล่านี้คือ New Normal = New &amp;quot;Me&amp;quot; ที่ทั้งคุณพ่อคุณแม่และคุณลูกควรนำไปใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันหลังจากเปิดเรียนนะครับ
อยากให้ทุกคนสุขภาพดี ปลอดภัยจากโรค COVID-19 ครับ
#เจอกันน้อยๆสั้นๆห่างๆจะได้อยู่กันไปนานๆ
#NewNormal_NewMe
สู้ๆ ครับทุกคน...
ป.ล.หากเป็นประโยชน์ สามารถนำไปใช้หรือนำเสนอเป็นแบบอื่นๆ ตามที่เห็นสมควรได้เลยครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91301</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, New Normal, รศ.ธีระ วรธนารัตน์, เปิดเรียน, ์New me</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd3b560dc26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฤทธิ์โควิด สพฐ.ขยับปิดเทอมออกไปอีก 1สัปดาห์ จากสิ้นเดือนมี.ค.เป็นต้นเม.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ม.ค.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) ได้ประกาศเรื่องวันเปิดเรียนหลังจากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เริ่มมีจำนวนลดลง โดยจะเปิดหารเรียนการสอนที่โรงเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมการเปิดเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่า ภาพรวมโรงเรียนมีการเตรียมความพร้อมการเปิดเรียนได้เป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;
ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมในการเปิดเรียนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.กลุ่มโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนตามประกาศแจ้งปิดสถานศึกษาในสังกัด 28 จังหวัด ที่จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงหรือไม่มีแล้วก็สามารถเปิดได้ตามปกติ แต่ต้องให้มีการใส่หน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ ตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 2.ในส่วนของ 4 จังหวัดเฝ้าระวังพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ นั้น โรงเรียนจะต้องดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างของ สธ. เช่น หาก องใดมีนักเรียนเกิน 25 คน ก็ให้สลับวันเรียนและจำกัดนักเรียนต่อห้อง หรือ ให้เด็กสลับชั้นมาเรียน เป็นต้น และ 3.โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร ยังต้องปิดเรียนไม่มีกำหนด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอัมพร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แม้ ศธ. จะประกาศเปิดให้มีการเรียนการสอนที่โรงเรียนแล้ว แต่หากผู้ปกครองรายใด ยังมีความเป็นห่วงบุตรหลานของตัวเอง และไม่ต้องการให้ไปโรงเรียน เนื่องจาก สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้นก็ไม่ต้องกังวล ตนมีคำสั่งให้โรงเรียนต้องให้ความอนุเคราะห์แก่เด็กให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ที่บ้านได้ เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของผู้ปกครอง ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ที่ยังต้องปิดเรียนไม่มีกำหนดนั้น ตนมองว่าไม่มีปัญหา เพราะขณะนี้เราจัดให้มีการวัดและประเมินผลของนักเรียนมอบให้โรงเรียนไปกำหนดมาตรการเอง รวมถึงการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 โรงเรียนในพื้นนี้สามารถดำเนินการผ่านออนไลน์ได้ทั้งหมด ซึ่งจะใช้วิธีปฏิบัติเดียวกันกับการระบาดของโควิดรอบแรกเมื่อปี 2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้ลงนามประกาศ สพฐ.เรื่องแนวปฏิบัติการเปิดเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์แล้ว เช่น การสลับวันเรียนในจังหวัดเฝ้าระวัง มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งขอให้โรงเรียนปฎิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การขยับเปิดปิดภาคเรียนในปีการศึกษานี้จะขยับการปิดภาคเรียนออกไปประมาณ 1 สัปดาห์จากเดิมจะปิดภาคเรียนในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม &amp;nbsp;โดยขยับปิดภาคเรียนใหม่ในวันที่ 9 เมษายนและเปิดภาคเรียน 1 ปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 15 พฤษภาคม&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ. กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91292</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., ขยับปิดเทอม, อัมพร พินะสา, เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff82915e803e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2021 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1ก.พ.เปิดเรียนได้ทั่วปท.ยกเว้น&quot;สมุทรสาคร &quot;4จังหวัดเสี่ยงสูง เรียนได้ห้องละไม่เกิน 25คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ม.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊คชื่อ &amp;quot;Nataphol Teepsuwan-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ&amp;quot; ได้เผยแพร่ข้อความระบุ ว่า ได้มีการพิจารณาอนุมัติออกมาจากทางคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ของ ศบค. แล้วว่า การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการนั้นให้ดำเนินการใน 3 แนวทางแบ่งแยกตามพื้นที่ โดยทุกแนวทางต้องปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยตามหลักของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สำหรับ 3 แนวทางนั้นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.จ.สมุทรสาคร ที่ยังมีการแพร่ระบาดในวงกว้างและถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คงยังต้องปิดโรงเรียนและใช้การเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงได้กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คือ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม และปทุมธานีให้โรงเรียนเปิดได้แต่ต้องจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 25 คนต่อชั้นหรือให้สลับวันเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พื้นที่จังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากสมุทรสาคร กรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้เปิดโรงเรียนได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่าโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศจะต้องดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดตามหลักของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ รักษาระยะห่าง งดกิจกรรมที่ต้องรวมตัวกันจำนวนมากหรือในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำความสะอาดพื้นที่ของโรงเรียนบ่อยๆ เพราะการดูแลในโรงเรียนจะเป็นการชะลอการติดเชื้อในเด็กและเยาวชนซึ่งถือเป็นการควบคุมการระบาดในชุมชนนอกโรงเรียนได้ด้วย จากการผ่านสถานการณ์ในรอบแรก&amp;nbsp;
ผมมั่นใจว่าผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน รวมไปถึงผู้ปกครองเข้าใจในการดูแลเด็กๆ ของเราเป็นอย่างดี ขอขอบคุณความใส่ใจของโรงเรียนและครอบครัว ทางกระทรวงศึกษาธิการจะติดตามสถานการณ์หลังเปิดโรงเรียนอย่างใกล้ชิดและจะทำทุกทางเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนของเราให้สามารถเรียนรู้ได้ตามปกติและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการยังออกประกาศ &amp;nbsp;เรื่อง การเปิดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;ลงนามโดยนายรัฏฐพล ทีปสุวรรณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนุสนธิประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้สถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ลงวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๔ ในพื้นที่ ๒๘ จังหวัต นั้นเนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การแพระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ในประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญติระเบียบบริหารรชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโตยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบมาตรา ต๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาราการแผ่นดิน ผศ. ๒ต๔ และที่แก้ไขเพิ่มติม ข้อ ๙ วรรคหนึ่ง (๕) ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา ผศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ และข้อ ๗ วรรคหนึ่ง (๓) ของระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๖ต จึงออกประกาศดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
๑. ให้สถานศึกษาทุกแห่ของรัฐและเอกชน ทั้งในระบบและนอกระบบซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ตั้งแต่วันที่ ด กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เป็นต้นไปโดยต้องดำเนินกรตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับสถานศึกษา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานผู้กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
๒. ให้บิดการเรียนการสอนในจังหวัดสมุทรสาครต่อไป เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิต - 19 (ศบค.) กำหนด และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD 19) ยังมีจำนวนมาก ทั้งนี้ ในระหว่างที่สถานศึกษาต้องปิดเรียน &amp;nbsp;ให้ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนดแนวทางจัตการเรียนการสอนตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ เช่น การสื่อสารแบบเรียนทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ สถานศึกษาอาจจัดการเรียนการสอนโดยใบสั่งงานหรือมอหมายงานตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องเข้าขั้นเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
๓. ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนครปฐมและจังหวัดปทุมธานี) ให้สถานศึกษาปิดการเรียนการสอนได้ แต่ต้องปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรการของหน่วยงนตันสังกัดหอหน่วยงานผู้กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด โดยแต่ละห้องเรียนให้มีนักเรียนได้ไม่เกิน ๒๕ คน กรณีห้องเรียนไม่เพียงพอให้จัดการเรียนการสอนด้วยการสลับวันเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อนึ่ง ให้สถานศึกษาติดตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิต - 19 (ศบค.) และคณะกรรมการโรคติดต่แต่ละจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากมีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากประกาศฉบับนี้ กระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จะได้ดำเนินการแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔
(นายณัฏฐพล ก็ปสุวรรณ)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91192</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210127/image_big_601133248fa06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4จังหวัด กทม.-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ ลุ้นศบค.ไฟเขียวเปิดเรียน ส่วนสมุทรสาครยังไม่ได้ไปต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64- นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเปิดการเรียนการสอนหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่กำหนดเดิมจะเปิดเรียนในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ในวันที่ 27 มกราคมนี้ จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนในเรื่องการเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน ว่า จะเปิดในพื้นที่ไหนและรูปแบบใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าจังหวัดสมุทรสาคร จะยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนอย่างแน่นอน ส่วนอีก 4 จังหวัดในพื้นที่เฝ้าระวัง คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ อาจได้รับการพิจารณาให้มีการเปิดทำการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้แต่ต้องมีการควบคุมจำนวนนักเรียนที่เรียนต่อห้องเรียน หากมีจำนวนนักเรียนที่เกินมาตรการที่กำหนดต้องมีการสลับวันให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน ขณะที่ในส่วนจังหวัดที่เหลือคาดว่าจะได้รับการพิจารณาให้เปิดเรียนที่สถานศึกษาทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ยืนยันว่า การตัดสินใจในกระบวบการดำเนินการทั้งหมดได้คำนึงถึงการเรียนรู้ของนักเรียน &amp;nbsp;ความปลอดภัยและคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขเป็นสำคัญ และจะมีการประเมินความเสี่ยงของการติดเชื้อในเด็กเป็นระยะๆ &amp;quot;นายณัฏฐพลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91077</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สบค., เปิดเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e76db2ac38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
