<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง&#039;ศบค.&#039;ไฟเขียวให้เด็กไปรร.เปิดเรียนเทอม2 หลังนร.12ปีขึ้นไป ฉีดไฟเซอร์ปลายก.ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30ส.ค.64- ศธ. เตรียม เสนอแนวทางเปิดเรียนเทอม 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ &amp;nbsp;แล้ว &amp;nbsp; ส่วนนักเรียนอายุ 12ปี ขึ้นไปรับวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส ในช่วงปลายเดือนก.ย. รวมทั้ง วิทยาลัยอาชีศึกษา ครูและนักเรียน 1 ล้านคนได้รับวัคซีนในสูตรไขว้ครบแล้ว &amp;nbsp; แต่เด็กเล็กระดับประถมและปฐมวัย ยังต้องเรียนออนไลน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้เสนอ 2 ประเด็นให้ ศบค.พิจารณา คือ การเปิดภาคเรียนที่ 2 ของนักเรียนระดับอาชีวศึกษา เนื่องจากครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนแล้ว อีกทั้งนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนประมาณ 1 ล้านคนได้รับวัคซีนแล้วส่วนหนึ่งตามสูตรการฉีดวัคซีนสลับขั้วระหว่าง Sinovac และ AstraZeneca &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer ปลายเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้เราคาดหวังว่าหากแผนการจัดสรรวัคซีนของรัฐบาลที่ได้มีการจัดซื้อวัคซีน Pfizer จำนวน 30 ล้านโดสในไตรมาส 4 ปลายเดือนกันยายนนี้ไม่มีอุปสรรค ก็จะทำให้เด็กอายุที่มีอายุ 12 ปีขึ้นได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุมทั้งหมด ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาคนใดที่ตกหล่น ศธ.ก็เร่งให้เข้ารับการวัคซีนให้ครบทุกคนซึ่งหากเป็นไปตามไทม์ไลน์ดังกล่าวเราก็น่าจะมีลุ้นที่จะเปิดภาคเรียนที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ แต่สำหรับเด็กเล็กปฐมวัยถึงประถมศึกษายังไม่สามารถให้มาเรียนได้ยังต้องใช้มาตรการการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ออนแฮนด์ หรือ ออนแอร์ไปก่อน&amp;rdquo;ปลัดศธ.กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่สอง คือ มาตรการโครงการตรียมความพร้อมสถานศึกษานำร่อง จัดการเรียนในรูปแบบโรงเรียนประจำ Sandbox Safety Zone in School ร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการในพื้นที่กลุ่มสีแดงเข้ม ซึ่งมาตรการ Sandbox ในโรงเรียนนั้นได้มีสถานศึกษานำร่องจัดการเรียนไปแล้ว 34 แห่งในโรงเรียนประจำ หรือโรงเรียนกินนอน ซึ่งเท่าที่รับฟังการรายงานข้อมูลยังไม่พบการติดเชื้อเกิดขึ้นจากการดำเนินการมาตรการนี้ ทั้งนี้จากมาตรการ Sandbox Safety Zone in School &amp;nbsp;มีโรงเรียนเอกชนหลายแห่งแจ้งความประสงค์จะใช้มาตรการ Sandbox ซึ่งตนขอชี้แจงว่าหากจะดำเนินการมาตรการนี้โรงเรียนจะต้องมีหอพักภายในโรงเรียนและต้องเป็นการเปิดเรียนในรูปแบบระบบปิดเท่านั้นไม่มีการปล่อยให้เดินทางกลับบ้าน โดยการเป็นโรงเรียนกินนอนจะต้องขออนุญาตการจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเออกชน (สช.) อย่างถูกต้องด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114997</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศบค., #โควิด19, สุภัทร จำปาทอง, เปิดเรียนเทอม2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
