<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> SKYMED เปิดโรงงานใหม่ลุยผลิตอุปกรณ์ด้านการแพทย์ ในพื้นที่อีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นาวาอากาศเอก (พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ ประธานกรรมการบริหาร เปิดเผยว่า บริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อมุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นสำคัญ &amp;nbsp;ต่อมาด้วยสถานการณ์ปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศ บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลและพี่น้องประชาชน ได้แก่ โครงการสนับสนุนสินค้าการเกษตร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ต่อมาในช่วงปีเศษที่ผ่านมา ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์ เนื่องจากมีโครงการแจกจ่ายอุปกรณ์ด้านการแพทย์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและประสบปัญหาความขาดแคลนในการจัดหาในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จึงเป็นที่มาของการพัฒนาต่อเนื่อง จนเกิดแบรนด์สินค้า SKYMED ที่สื่อความหมายถึง ยาพระราชทานจากฟ้า &amp;nbsp;และ SKYCROP คือ พืชผลพระราชทานจากฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่เดิม บริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด เป็นเพียงเจ้าของแบรนด์โดยใช้วิธีการจ้างโรงงานผลิต (OEM) ทั้งในและต่างประเทศเป็นหลักและประสบปัญหาหลายอย่าง ทำให้บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและลงมาควบคุมกระบวนการผลิตเอง 100% เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันของเรา โรงงาน SKYMED ศรีราชา ที่ทำบุญเปิดในวันนี้เป็นโรงงานต้นแบบของการพัฒนาโรงงานของบริษัทฯ ในพื้นที่ Eastern Seaboard ได้แก่ ชลบุรี และระยอง โรงงานแห่งนี้จะใช้ทดสอบระบบเครื่องจักรที่เราแยกประกอบจากหลายพื้นที่ และทดลองกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องต่างๆ &amp;nbsp;ยืนยันว่านวัตกรรมเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ในโลกที่คนไทยมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นหลัก โดยบริษัทฯ มุ่งวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ถึงจุดที่มีความพร้อมที่จะเปิดเผยบางเรื่อง ขอให้เชื่อมั่นในความมุ่งมั่นว่า เราต้องการที่จะช่วยเหลือประเทศชาติ ช่วยสร้างงานให้แก่ลูกหลาน และที่สำคัญคือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศ ด้วยองค์ความรู้และกระบวนการผลิตของเราเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นส่งเสริมการแพทย์แผนตะวันออก (Oriental Medicine) &amp;nbsp;โดยเฉพาะตำรับยาสมุนไพรไทย อาทิ ฟ้าทะลายโจร หญ้าแดง กระชายขาว กระชายดำ กัญชา รวมทั้ง การผลิตผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ผสมตัวยาเพื่อรักษาโรคภายใต้ชื่อ Blue Swan เพื่อเตรียมส่งออกไปในยุโรปและอเมริกา ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ นอกจากเราจะใช้พื้นที่ของเราในการเพาะปลูกและพัฒนาแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นาวาอากาศเอก (พิเศษ) คัมภีร์ ยังกล่าวด้วยว่า ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19ในขณะนี้ &amp;nbsp;โดยย้ำว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายตนเอง &amp;nbsp;ซึ่งทำได้ไม่ยาก พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และบริโภคสมุนไพรไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทยมานาน แม้แต่ในต่างประเทศยังเป็นที่ต้องการ ขอให้ดูตัวอย่างประเทศเยอรมนี และออสเตรีย ที่เป็นผู้ผลิตยาสังเคราะห์ส่งออกรายใหญ่ของโลก แต่คนในประเทศกลับนิยมบริโภคสมุนไพรมากกว่าใช้ยาสังเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่า เรามีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นในเรื่องของอุตสาหกรรมถุงมือภายในประเทศและวิกฤติที่เกิดขึ้นในโลก เรามุ่งมั่นที่พัฒนากระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าให้มีคุณภาพเพื่อสร้างชื่อเสียง และสร้างงานให้กับประเทศไทยในยามที่เศรษฐกิจกำลังได้รับผลกระทบ ขอทุกท่านเป็นกำลังใจให้เรา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104204</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด, เปิดโรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60adb6e29278d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนติเนนทอล ฉลองเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บริษัท คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี โดยมี นิโคไล เซตเซอร์ คณะกรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดฝ่ายยางรถยนต์ คอนติเนนทอล ไทร์ส ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัทคอนติเนนทอล โรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งใหม่ในไทยมีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 250 ล้านยูโร เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย และในอนาคตจะสามารถผลิตยางรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมสำหรับรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็กได้ถึง 4 ล้านเส้นต่อปี ภายในพ.ศ. 2565 เพื่อรองรับตลาดในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;นิโคไล เซทเซอร์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายผลิตยางรถยนต์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือที่ดีเยี่ยมทั้งทางรัฐบาลไทย องค์กรส่วนท้องถิ่น และทีมงานที่ทุ่มเทของเรา ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึง พันธกิจขององค์กรที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรด้วยความมุ่งมั่น หรือ Passion-to-win ไม่ว่าโครงการนั้นจะมีความซับซ้อนแค่ไหนก็ตาม ผมจึงขอกล่าว &amp;ldquo;ขอบคุณ&amp;rdquo; ทุกท่านจากใจ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จในวันนี้เท่านั้น แต่หมายถึงการสร้างรากฐานความสำเร็จ และเขียนประวัติศาสตร์วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยร่วมกันอีกด้วย โรงงานคอนติเนนทอล ไทร์ส แห่งนี้ สร้างพร้อมกับมาตรฐานประหยัดพลังงานที่ดีที่สุดในเครือข่ายผู้ผลิตยางของโลก รวมทั้งเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน และมีระบบขนส่งสินค้าแบบอัตโนมัติที่สูงกว่า ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการทำงานของพนักงานในอนาคต นับเป็นโรงงานแห่งที่ 7 ของคอนติเนนทอล ไทร์ส นับตั้งแต่ปี 2541 และยังเป็นการขยายฐานการผลิตของฝ่ายผลิตยางคอนติเนนทอลในต่างประเทศ จากโรงงาน 19 แห่ง ใน 16 ประเทศ สู่ 20 แห่ง ใน 17 ประเทศ ภายในปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;คอนติเนนทอล ไทร์ส เป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการเพื่อความยั่งยืนและเชื่อมโยงผู้คนกับผลิตภัณฑ์ โดยก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2414 ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่ผลิตแและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย พอเพียง ชาญฉลาด และราคาเข้าถึงได้ สำหรับยานพาหนะ เครื่องจักร และระบบขนส่ง โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา คอนติเนนทอลสามารถทำยอดขายเบื้องต้นได้ถึงกว่า 4 หมื่น 4 พัน 4 ร้อยล้านยูโร และมีพนักงานใน 60 ประเทศทั่วโลกอีกกว่า 244,000 คน ฝ่ายผลิตยางรถยนต์มีฐานการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่ 24 แห่งทั่วโลก ซึ่งในฐานะผู้นำทางการผลิตพร้อมด้วยพนักงานกว่า 56,000 คน สามารถทำยอดขายได้ถึง 1 หมื่น 1 พัน 4 ร้อยล้านยูโร ในปี 2561 คอนติเนนทอลถือเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านการผลิตยาง และมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล พาหนะเพื่อการค้า และพาหนะสองล้อ จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นคว้าและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ของคอนติเนนทอลจึงทั้งปลอดภัย คุ้มราคา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยขอบเขตงานของฝ่ายผลิตยางรถยนต์ยังรวมถึงบริการจัดจำหน่ายยาง แอปพลิเคชั่นจัดการยานพาหนะ รวมไปถึงระบบดิจิทัลในการซื้อขายยางสำหรับพาหนะด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, คอนติเนนทอล, คอนติเนนทอล ไทร์ส, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, นิโคไล เซทเซอร์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, เปิดโรงงาน, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca433088c2f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อย.-ตร.&#039;สั่งปิดโรงงาน&#039;Lyn&#039; 120 วัน ระงับโฆษณา ส่วนผู้บริหารเจอข้อหาหนักเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.61- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปที่โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ลีน (Lyn) ใน จ.ปทุมธานี เพื่อสั่งปิดโรงงาน ภายหลัง อย.พักใช้ใบอนุญาตผลิตอาหารของบริษัท ฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด เป็นเวลา 120 วัน และงดผลิตอาหารทุกรายการเพื่อจำหน่าย หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละ 500 บาท กรณีศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด อย.จะเสนอคณะกรรมการอาหารเพิกถอนใบอนุญาตเป็นการถาวรต่อไป รวมทั้งมีคำสั่งระงับการโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้อย. ได้ประกาศผลการตรวจพิสูจน์อาหารผลิตภัณฑ์ Lyn ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีเก็บตัวอย่าง จากสถานที่แบ่งบรรจุและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งผลการตรวจพบยาแผนปัจจุบันบิซาโคดิล และไซบูทรามีน ซึ่ง อย. ได้ขยายผลต่อเนื่องโดยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตรวจสอบสถานที่ผลิต คือบริษัท ฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำ กัด เลขที่ 99/29 หมู่ที่ 2 ตำบล อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลปรากฏว่าพบข้อบกพร่อง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ลีน บล้อค เบิร์น เบรก บิวท์ Lyn Block Burn Break Build (Dietary supplement Product by Pim) อย.13-1-05459-5-0006 รุ่นการผลิต 3 LOT1804 MFG 01-03-18 EXP 01-03-20 พบยาแผนปัจจุบัน ออริสแตท จัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และฉลากแสดงชื่ออาหารไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต โดยได้รับอนุญาตในชื่อ &amp;ldquo;แอลวายเอ็น (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)&amp;rdquo; รวมทั้งฉลากแสดงข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ เช่น Block Burn Break Build และไม่แสดงข้อความ &amp;ldquo;ไม่มีผลในการป้องกันและรักษาโรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ลีน เอฟเอส-ทรี (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) Lyn FS-Three (Dietary supplement Product by pim) เลข อย. 13-1-05459-5-0017 รุ่นการผลิต 3 LOT1804 MFG 01-03-18 EXP 01-03-20 มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง และแสดงฉลากเพื่อลวงให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ เช่น D TOX รวมทั้งไม่แสดงข้อความ &amp;ldquo;ไม่มีผลในการป้องกันและรักษาโรค&amp;rdquo; ทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ ฉลากแสดงส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต และแสดงฉลากเพื่อลวงให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าได้รับเลขสารบบอาหารแล้ว เข้าข่ายเป็นอาหารปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังตรวจพบแคปซูลสีขาวบรรจุในแผงฟอยด์ บรรจุในถุงพลาสติก ระบุข้อความ &amp;ldquo;ลดน้ำหนัก K&amp;rsquo;นิด&amp;rdquo; ซึ่งผลวิเคราะห์พบยาแผนปัจจุบันออริสแตท , ไซบูทรามีน และเซนโนไซด์ (Sennoside) และ ตรวจพบแคปซูลสีเหลืองบรรจุในแผงฟอยด์ บรรจุถุงพลาสติก ระบุ &amp;ldquo;อเนก ยาผู้ชาย แคปเหลือง น้ำหนักต่อแคป 500 23-01-61&amp;rdquo; ซึ่งผลวิเคราะห์พบยาแผนปัจจุบันซิเดนาฟิล (Sidenafil) ทั้ง 2 รายการจัดเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จึงมีข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติยาด้วย อีกทั้งสถานที่ผลิตอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่ผ่านเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นวันนี้พบเอกสารยืนยันชัดเจนว่า โรงงานแห่งนี้ผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อลีนจริง และมีหลักฐานชี้ชัดว่า อาหารเสริมดังกล่าว มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ที่มีผลทำให้มีผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ส่วนของผู้บริหารโรงงาน และเจ้าของบริษัท รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง จะต้องถูกดำเนินคดีที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงผู้ที่นำไปจำหน่ายจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหากับผู้บริหารโรงงาน และจากการสืบสวนขยายผล ทราบว่า ยังมียาลดน้ำหนักอีกหลายชนิดที่ใส่สารไซบูทรามีน จำหน่ายในท้องตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจ และนำไปสู่การเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา บอกว่า &amp;nbsp;สารไซบูทรามีน ตามหลักแล้วอาหารเสริมไม่สามารถใส่ได้ และจากการตรวจสอบ ทำให้วันนี้ จึงมีคำสั่งปิดโรงงานผลิตลีนแห่งนี้เป็นเวลา 120วัน และสั่งเพิกถอนเลข อ.ย. เพราะถือเป็นการผลิตอาหารปลอม &amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งโทษปรับ และโทษทางอาญา ทั้งนี้ฝากเตือนประชาชน ว่า อาหารเสริมไม่สามารถออกฤทธิ์เพื่อลดน้ำหนักได้ โดยให้สังเกตุจากอาการหลังรับประทาน หากมีอาการน้ำหนักลดลงรวดเร็ว ปากแห้ง ให้สงสัยว่า มีส่วนผสมของไซบูทรามีนปะปนอยู่ &amp;nbsp;สำหรับโรงงานแห่งนี้หากครบ120วันและต้องการเปิดเดินเครื่องการผลิต จะต้องห้ามผลิตอาหารเสริมยี่ห้อลีนอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9049</URL_LINK>
                <HASHTAG>#LYN, ผลิตภัณฑ์ลีน, ระงับโฆษณา, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, อย., เปิดโรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6bb608b418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบนซ์ ผุดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย มุ่งผลักดันรถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คาร์เดินหน้าเสริมศักยภาพด้านการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังตัดสินใจเดินกลยุทธ์เพื่อรองรับรูปแบบการสัญจรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งกำลังมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค โดยนับจากนี้จนถึงปี 2563 ทางบริษัทฯ จะทุ่มเงินลงทุนรวมกว่า 100 ล้านยูโรเพื่อขยายการผลิตในไทยร่วมกับพันธมิตรในประเทศ คือ ธนบุรีประกอบรถยนต์ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะใช้เพื่อขยายโรงงานรถยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างโรงงานประกอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ขึ้นในที่ตั้งเดียวกันเพื่อเป็นหลักประกันว่าโรงงานในไทยจะมีเทคโนโลยีอันล้ำหน้าไว้พร้อมสำหรับรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวที่ผลิตขึ้นที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาร์คุส เชฟเฟอร์ กรรมการบริหาร รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝ่ายการผลิตและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เปิดเผยว่า โครงการเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ ที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการผลิตสูง กำลังก้าวรุดหน้าด้วยดีและรวดเร็วอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในแผนงานตามกลยุทธ์ของเราคือการร่วมมือกับพันธมิตร อย่างธนบุรีประกอบรถยนต์ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตแห่งการสัญจรในประเทศไทยที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจากแนวคิดการผลิตแบตเตอรี่ของเราที่มีมาตรฐานเดียวกันและขยายต่อเติมได้ ทำให้เราเปิดสายการผลิตได้อย่างรวดเร็วในภูมิภาคใดๆ ก็ตามด้วย ขนาดโรงงานที่เหมาะสม โรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยจะเสริมเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของเราให้มีโรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 6 แห่งใน 3 ทวีป ด้วยข้อดีของการผลิตที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและแนวคิดในการออกแบบโรงงาน แผนงานในการผลิตแบตเตอรี่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์จึงสามารถปรับขยายได้เพื่อให้เหมาะสมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะต่างๆ และเพื่อให้การดำเนินการตามแผนการผลิตเป็นไปด้วยความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับภาวะตลาดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบ &amp;ldquo;สิ่งที่ดีที่สุด&amp;rdquo; ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า การลงทุนในครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่เรามีต่อศักยภาพของตลาดรถยนต์นั่งในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราทำตลาดอยู่ในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงจากกลุ่มลูกค้า และเราจะยังคงเดินหน้าเพิ่มความหลากหลายของรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ในปี 2560 เมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวนมากกว่า 14,000 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึงสองหลัก โดยรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดประกอบด้วยรถยนต์ซีดานตระกูล E-Class, C-Class และ CLA ในปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ทำตลาดรถยนต์ที่ประกอบภายในประเทศรวมทั้งหมด 9 รุ่น โดยรุ่นที่เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้ง C-Class, S-Class และ GLE ในเวอร์ชั่นปลั๊กอินไฮบริดที่เปิดตัวในช่วงต้นปี 2559 และล่าสุดคือรุ่น E 350e Avantgarde, E 350e Exclusive และ E 350e AMG Dynamic นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาตลอด 17 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2544 ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทยคือความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย และ ธนบุรีประกอบรถยนต์ ในฐานะผู้ดำเนินงานด้านการผลิตในประเทศไทย โดยที่ในปี 2560 เพียงปีเดียว ธนบุรีประกอบรถยนต์สามารถผลิตรถยนต์ให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้มากกว่า 12,000 คัน ในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีพนักงานกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1,000 คน และคาดการณ์ว่าเมื่อโครงการลงทุนครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ โรงงานแห่งนี้จะสร้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300 ตำแหน่ง โดยในจำนวนนี้จะเป็นการจ้างงานในส่วนของการผลิตแบตเตอรี่เกือบ 100 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5485</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ข่าวใหม่, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถไฟฟ้า, เบนซ์., เปิดโรงงาน, เมอร์เซเดส-เบนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab1dff04cca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
