<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 17:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ให้รร.พื้นที่&quot;ปาบึก&quot;ตัดสินใจ&quot;ปิดเรียน&quot; ได้และเปิดให้รร.ที่มั่นคงเป็นศูนย์อพยพประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ม.ค.62-ศธ. ตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; รับมือ ภัยพิบัติทางใต้ วางมาตรการป้องกันบรรเทา และช่วยเหลือเยียวยา ระหว่างเกิด-หลัง ภัยพิบัติ ด้าน &amp;ldquo;เลขาฯ กพฐ.&amp;rdquo; เผย หากสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สามารถประเมินสถานการณ์ ประกาศหยุดเรียนได้ &amp;nbsp; สั่งถ้าโรงเรียนไหนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีอาคารมั่นคง ขอให้เปิดสถานศึกษาเป็นพื้นที่บริการประชาชนในการอพยพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้หลายหน่วยงานได้ประชุมเตรียมรับมือพายุโซนร้อน &amp;quot;ปาบึก&amp;quot; ที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามาปกคลุมในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการจัดตั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; พร้อมทั้งได้สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำชับไปยังสถานศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด เพื่อเตรียมรับมือกับพายุโซนร้อนปาบึก โดยขอให้ติดตามข่าวสาร สถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;เพราะเรื่องนี้ต้องไว เหมือนตอนที่นายกรัฐมนตรีเคยปรารภไว้ ตอนที่มีเรื่องพายุน้ำท่วมเข้าว่าให้รู้ให้ไว และถ้ารู้ต้องมีการเตือนกัน &amp;nbsp;ซึ่งการเตือนไม่ใช่ตามแต่ประกาศแต่สถานศึกษาต้องเฝ้าระวัง ต้องรู้ว่าพายุเริ่มมีความรุนแรงหรือไม่อย่างไร และขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้มีการแจ้งเขตพื้นที่ไหนสีแดง ต้องเตรียมการอย่างไร สำหรับศูนย์ดังกล่าวจะมีทั้งหมด 4 แห่ง คือ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 จ.นครศรีธรรมราช รับผิดชอบพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;ชุมพร และสุราษฎร์ธานี สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 จ.ภูเก็ต รับผิดชอบพื้นที่ จ.ภูเก็ต ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง &amp;nbsp;และสำนักงานศึกษาธิการภาค 8 จ.ยะลา รับผิดชอบพื้นที่ จ.ยะลา พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล ซึ่งศูนย์ดังกล่าวเหล่านี้ จะเฝ้าระวัง ป้องกัน และบรรเทา ตามมาตรการป้องกันและบรรเทาภัยการป้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนมาตรการป้องกันนั้น จะเป็นการเตรียมรับมือเพื่อลดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของครู นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองและสถานศึกษา ดังนี้ 1. หน่วยงานทางการศึกษาเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของพายุโซนร้อนปลาบึกจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยและศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติส่วนพายุโซนร้อนปาบึก กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมแจ้งเตือนแก่ครู นักเรียน นักศึกษา &amp;nbsp;ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 2.สถานศึกษาจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยพิบัติพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมทั้ง ให้มีการซักซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 3.เคลื่อนย้ายทรัพย์สินของทางราชการให้อยู่ในที่ปลอดภัย 4.สถานศึกษาจัดเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์สื่อสาร เพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน 5.สถานศึกษาวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเดินทางของนักเรียน นักศึกษา โดยให้เน้นความปลอดภัยในชีวิตเป็นสำคัญ หากมีความจำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษาให้อยู่ในดุลยพินิจผู้บริหารสถานศึกษา 6.จัดเตรียมที่พักพิงในกรณีจำเป็น ต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยพิบัติ และ7.สำรวจและซ่อมแซมอาคารสถานที่ ระบบไฟฟ้า-ประปา ให้มีความพร้อมต่อการรับสถานการณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับมาตรการบรรเทา ช่วยเหลือเยียวยา ศธ.จะรับรายงานผลกระทบในระหว่างและหลังเกิดภัยพิบัติผ่านทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติพายุโซนร้อนปาบึก และจะมีการสำรวจความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของครู นักเรียน-นักศึกษา ผู้ปกครองและสถานศึกษา ประสานความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน และจัดศูนย์ซ่อม สร้าง เพื่อชุมชน (Fix it center )เคลื่อนที่ไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงจัดอาชีวะอาสา ลูกเสือจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับการเตรียมรับมือพายุปาปึกนั้น ขณะนี้สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบต่างรับทราบมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว &amp;nbsp;ซึ่ง สพฐ.เองก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งผ่านช่องทาง &amp;nbsp;OBEC Line 2018 &amp;nbsp;แก่สถานศึกษาว่าพื้นที่ใดเกิดเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง และต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร ส่วนการตัดสินใจจะปิดโรงเรียน หรือไม่นั้น ได้มีการแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน &amp;nbsp;หากสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่แนวพายุที่จะได้รับผลกระทบ สามารถประเมินสถานการณ์ และดำเนินการตามแนวทาง ดังต่อไปนี้ได้ทันที คือ ควรหยุดเรียนให้นักเรียนอยู่กับผู้ปกครอง &amp;nbsp;ควรเตรียมเก็บวัสดุอุปกรณ์ สิ่งของที่จะเกิดความเสียหายให้อยู่ในที่ปลอดภัย และเตรียมการให้การช่วยเหลือประชาชน โดยถ้าโรงเรียนไหนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีอาคารมั่นคง ขอให้เปิดสถานศึกษาเป็นพื้นที่บริการประชาชนในการอพยพ &amp;nbsp;มาอยู่อาศัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, พายะปาบึก, เปิดโรงเรียนศูนย์พักพิงอพยพประชาชน, โรงเรียนอยู่ในพื้นที่พายุปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b696e4d0aef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
