<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ได้รับผลบวกจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot;ถกเอกชนกลุ่มอาหารรับมือสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ยันไทยได้รับผลกระทบเชิงบวก สั่งให้แต่ละกลุ่มทำตัวเลขที่เพิ่มขึ้นให้ชัด ก่อนนำมาประเมินเป้าส่งออกปีนี้ใหม่ คาดโตสูงกว่าเป้าเดิม 8% แน่นอน เผยหากสงครามการค้าไม่กระทบ มีแววได้เห็นตัวเลขโต 2 หลักด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มอาหารแช่เยือกแข็ง กลุ่มทูน่า กลุ่มสุกร กลุ่มอาหารสำเร็จรูป วานนี้ (16 ก.ค.) ว่า ได้มีการประเมินสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเอกชนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกไทยมากกว่าผลกระทบทางลบ และได้ขอให้ภาคเอกชนในกลุ่มเหล่านี้ช่วยประเมินผลกระทบทางด้านบวกเป็นตัวเลขในเชิงมูลค่าการส่งออกของแต่ละกลุ่มที่เพิ่มขึ้นและรายงานกลับเข้ามาในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาปรับเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยในปี 2561 อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเป้าส่งออกชัดเจน แต่เชื่อว่าเติบโตสูงกว่า 8% แน่นอน และหากสงครามการค้าไม่มีผลกระทบก็อาจจะขยายตัวได้ถึงตัวเลข 2 หลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ยังไม่ประกาศเป้าส่งออกอย่างเป็นทางการ เพราะปีนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้า มีการออกมาตรการทางการค้าใหม่ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งกระทรวงฯ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าตัวเลขการส่งออกจะโตเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 8% แน่นอน แต่ขอดูปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก่อน แต่ก็อยากให้ตัวเลขขยายตัวได้มากที่สุด&amp;quot;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สำหรับผลการหารือ กลุ่มอาหาร ระบุว่า ไม่ได้รับผลกระทบ และเชื่อว่าจะสามารถนำเข้าแหล่งวัตถุดิบอาหารทะเลมาได้ในราคาที่ถูกลง โดยเฉพาะวัตถุดิบปลาที่จะมีราคาถูกลง สมาคมไก่มองว่าจะสามารถส่งออกไก่ไปยังตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น จากการที่จีนออกมาตรการภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ซึ่งได้สั่งการให้มีการเร่งขยายโรงงาน เพื่อรองรับการทดแทนในส่วนนี้ รวมทั้งผลไม้ด้วย ขณะที่หมู เชื่อว่า จะสามารถส่งออกหมูไปยังตลาดจีนได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน จากการที่จีนตั้งกำแพงภาษีสินค้าหมูจากสหรัฐฯ และกลุ่มอาหารสำเร็จรูป แม้จะไม่ได้รับผลกระทบทางตรง เพราะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม โดยเกรงว่าราคาเหล็กที่ใช้ทำกระป๋องจะแพงขึ้น แต่จากการติดตามขณะนี้ ยังไม่กระทบราคาเหล็กที่ใช้ทำกระป๋องเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบว่า มีเพียงกลุ่มเดียวที่น่าห่วง คือ สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย ที่เกรงว่าสงครามการค้าจะทำให้ปลาน้ำจืดทะลักเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ซึ่งได้สั่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในวันที่ 3 ส.ค.2561 กรมฯ จะประชุมร่วมกับภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (ส.ร.ท.) เพื่อประเมินผลกระทบของสงครามการค้า และสถานการณ์ส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อนำมาประเมินตัวเลขการส่งออกภาพรวมทั้งปี 2561 อีกครั้ง โดยจะนำมารวมกับตัวเลขที่ได้ให้ทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั่วโลก ส่งตัวเลขของตลาดที่รับผิดชอบ เพื่อนำมาสรุปผลร่วมกัน ก่อนประกาศเป้าหมายอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยอมรับว่าเรื่องสงครามการค้าต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ขณะนี้ได้รับข่าวดีจากทูตพาณิชย์ และผู้แทนการค้ากิตติมศักดิ์ของไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆ ว่า มีผู้ประกอบการจากทั้งของสหรัฐฯ และจีน สนใจสอบถามการเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ทั้ง 2 ประเทศใช้มาตรการทางภาษีระหว่างกัน ทำให้เชื่อว่าในอนาคตจะมีการลงทุนจากทั้ง 2 ประเทศขยายเข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้น&amp;quot;นางจันทิรากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สงครามการค้า, อุตสาหกรรมอาหาร, เป้าส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0567fc39144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
