<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.กางแผนปี 65 เล็งกำหนดมาตรฐานสินค้ามากกว่า 240 เรื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค. 2564 นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยภายหลังแถลงผลการดำเนินงานของ สมอ. รอบปีงบประมาณ 2564 ว่า สมอ.ได้ตั้งเป้าหมายการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) ภายในปีงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 240 เรื่องตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมา ทั้งนี้มั่นใจว่าเครื่องมือหรือกลไกการผ่อนปรนต่าง ๆ จะทำให้เกิดมาตรฐานที่มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ โดยยืนยันว่าจะเป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล และประชาชนได้รับผลประโยชน์ ทั้งด้านอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าตามงบประมาณจะสามารถทำได้เพียง 240 เรื่องเท่านั้น แต่เรามั่นใจว่าจะทำได้มากกว่านั้น ดูได้จากผลการดำเนินงานของ สมอ. ในปี 2564 นี้ก็ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกด้านเช่นกัน โดยเฉพาะด้านการกำหนดมาตรฐานปีนี้ปีเดียวกำหนดมาตรฐานไปแล้วถึง 450 เรื่อง และกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับ 48 เรื่อง &amp;nbsp;ออกใบอนุญาตไปแล้ว 18,526 ฉบับ ทำลายสถิติเดิมทุกรายการและนับว่ามากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง สมอ.&amp;rdquo;นายวันชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การออกใบอนุญาต มอก. ปีนี้ สมอ. ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการไปแล้ว 18,526 ฉบับ ซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตที่มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;โดยใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการออกใบอนุญาตเพียงแค่ 6 วันทำการเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแสดง QR Code คู่กับเครื่องหมายมาตรฐาน เพื่อแสดงรายละเอียดข้อมูลในใบอนุญาต และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์คู่กับเครื่องหมายมาตรฐานที่แสดงบนตัวสินค้า ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้โดยสแกน QR Code รวมทั้งเป็นข้อมูลในการร้องเรียนกรณีที่สินค้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ระบุไว้ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สมอ. ได้ตรวจควบคุมการจำหน่ายสินค้าในท้องตลาดอย่างเข้มงวด ทั้งการลงพื้นที่ตรวจสอบ การเฝ้าระวังการนำเข้าผ่านระบบ NSW และการตรวจติดตามการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) โดยในปีนี้ สมอ. สามารถตรวจจับสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มูลค่ากว่า 2,040 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบ่งเป็นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน มูลค่า 1,834 ล้านบาท &amp;nbsp;รองลงมาคือกลุ่มสินค้าไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 106 ล้านบาท &amp;nbsp;กลุ่มสินค้าเหล็ก มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท &amp;nbsp;กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท &amp;nbsp;และเป็นสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จําหน่ายออนไลน์ มูลค่ากว่า 128 ล้านบาท &amp;nbsp; ซึ่งจากตัวเลขการดำเนินคดีดังกล่าว ทำให้ปีนี้ สมอ.ปรับผู้กระทำความผิดทุกราย รวมมูลค่ากว่า 55 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบฯ แห่งแรกในอาเซียน ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60% และเปิดให้บริการทดสอบยางล้อตามมาตรฐาน UN R117 (มอก.2721) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ หากได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนที่เหลืออีกราว 1,600 ล้านบาท ในปี 2566 คาดว่าสนามจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบปลายปี 2568&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118397</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันชัย พนมชัย, สมอ., เป้าหมายปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60eba6c101d0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
