<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039;วางเป้าบริษัทลูกรถไฟฯปั้นรายได้บริหารทรัพย์สิน 10 ปี โกย 1.25 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ส.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมมอบนโยบายและติดตามความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ว่า รฟท.ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการที่เกี่ยวกับบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สินของ รฟท. โดยบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมทำความตกลง โดยลงนามในบันทึกข้อตกลงหลักหรือธรรมนูญใหญ่ที่ใช้ในการดำเนินงานระหว่างกัน หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;Master Agreement&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อตกลงดังกล่าวจะมีการระบุให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เป็นผู้ทำหน้าที่หลักในการบริหารทรัพย์สินของ รฟท. ซึ่งแน่นอนว่าย่อมหมายความรวมถึงการให้สิทธิในการบริหารอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินของ รฟท. โดยที่ดินดังกล่าวมีมูลค่ามหาศาลและมีศักยภาพสูงมาก ซึ่งการบริหารทรัพย์สินของ รฟท. ที่ดำเนินการโดย บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด จะมีการใช้วิธีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารใหม่ ทำให้บริษัทมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในยุคโลกาภิวัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าได้มอบนโยบายให้ รฟท. ให้เร่งดำเนินการเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีพื้นที่แปลงใหญ่ที่มีศักยภาพ เช่น พื้นที่บริเวณถนนพระราม 9 จากแยกคลองตัน และถนนรัชดาภิเษก จึงควรนำไปพิจารณาเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ทั้งนี้ ในระหว่างนี้ ให้เร่งนำพื้นที่แปลงขนาดกลางและขนาดเล็กมาเร่งพัฒนาให้เกิดรายได้ก่อน โดยเปรียบเทียบบริษัทลูก ของบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด กับบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด เพิ่มเติม เพื่อสร้างความคล่องตัวและเสริมศักยภาพในการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานีธนบุรี มีความสำคัญอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช มีระบบรถไฟฟ้าเชื่อมต่อถึง 3 สาย สามารถใช้เป็นต้นแบบการพัฒนาแบบ TOD ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ดังนั้น ให้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาแบบรอบด้าน และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรเข้ามาบูรณาการความร่วมมือด้วย โดย ให้บริษัท เอสอาร์ที ฯเข้าไปพิจารณาความเหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่แปลงศูนย์การแพทย์บริเวณสวนจตุจักรด้วย ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการสรรหาผู้บริหาร รวมทั้งรายละเอียดของเงื่อนไขการจ้างให้มีความเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ด้านนางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล กรรมการรถไฟฯ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ/คณะกรรมการบริหาร บริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด &amp;nbsp;รายงานว่าได้มีการดำเนินการเตรียมความพร้อม และการวางแผนการดำเนินงานให้แล้วเสร็จไปในหลายเรื่องๆ แล้วอย่างเป็นระบบ ภายในระยะเวลาอันสั้น เช่น ในด้านกระบวนการทางกฎหมายได้มีการขอยกเว้นพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนในด้านการบริหารจัดการและทางด้านธุรกิจ ได้มีการวางแผนในการกำหนดการมอบสิทธิในการบริหารที่ดิน เพื่อให้บริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เตรียมความพร้อมในการรับมอบสิทธิการบริการที่ดิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทางบริษัทฯยังได้มีการพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารโครงการใหญ่ๆ โดยมีดำเนินการในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งไม่ได้ดำเนินการในรูปแบบการให้เช่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ การดำเนินการในการบริหารสิทธิในที่ดินต่างๆ คาดว่าจะถูกทำให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนได้ภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงิน คาดว่าบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้โดยมีมูลค่าสูงถึง 125,175.44 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114515</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), จัดตั้งบริษัทลูกด้านทรัพย์สิน, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เป้าหมายสร้างรายได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_61260d6218fa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
