<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุริยา ชินพันธุ์’เผยจุดเปลี่ยนในชีวิต เครียดจนอยากฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงในตำนาน สุริยา ชินพันธุ์ เผยเรื่องราวจุดเปลี่ยนในชีวิต จากพระเอกดาวรุ่งสู่ดาวร่วงในช่วงข้ามคืน เพราะป่วยหนักหลายโรครุมเร้า เคยถูกฟ้องจนล้มละลาย เครียดจนอยากฆ่าตัวตาย ในรายการ&amp;nbsp; &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo; ทางช่องOne31 ที่มี&amp;nbsp; พีเค ปิยะวัฒน์ และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา &amp;nbsp;เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางในวงการที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: เริ่มจากเราเล่นหนังแล้วสะสมไว้ จนเราดรอปการแสดงแล้วไปตั้งวงดนตรี ตอนตั้งวงก็มีการยืมเขามามั่ง ใช้เงินสะสมของตัวเองบ้าง เปิดได้ 5 ปี 3 ปีแรกพออยู่ได้ แต่ 2 ปีหลังเริ่มแย่ เพราะมีการปฎิวัติ น้ำมันก็แพงขึ้น และเริ่มมีช่องโทรทัศน์เกิดขึ้น ส่วนที่ต้องขายบ้าน ขายรถ ก็เพื่อเอามาใช้หนี้ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็เอามาปิดไฟแนล เพราะวงดนตรีของผม ผมลงทุนเอง ในขณะที่วงลูกทุ่งวงอื่นๆ เขามีนายห้างสนับสนุน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้อาศัยอยู่ไหน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: อยู่บ้านตัวเองแถวลำลูกกา ก็อยู่มา 15 ปีแล้วกับภรรยา 2 คน ส่วนลูกๆ โตกันหมดแล้ว ตอนนี้ลูกชายก็ลำบาก ขับแท็กซี่ ส่วนลูกสาวก็ไปมีครอบครัว แต่ก็มีส่งให้คุณพ่อเดือนละ 4-5 พัน ก็พอได้ใช้จ่าย ถามว่าพอไหม ก็ไม่พอหรอก เพราะมีทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่าย แล้วเราต้องออกไปโน่นไปนี่ แต่ช่วงนี้ดีหน่อยโควิดมา 2 ปีนี้ก็ไม่ค่อยออกไปไหน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ข่าวว่าระหว่างที่กำลังโด่งดัง ป่วยเป็นตับแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ตับแข็ง เคยเป็นมา 2 ระยะ ระยะแรกเป็นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอายุ 24-25 ปี ก็เป็นไวรัสซีซึ่งผมก็รักษาหายแล้ว&amp;nbsp; ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมเล่นละครทีวี ตั้งแต่สมัยช่อง 4 บางขุนพรหม ซึ่งตอนนั้นมีแค่ 2 ช่อง คือ ช่อง 4 บางขุนพรหม และช่อง 5 สนามเป้า ช่วงนั้นถ่ายหนังยังเป็นแบบไขลาน&amp;nbsp; ถามว่าเป็นตับแข็งเพราะดื่มเหล้าหรือเปล่า ปกติผมไม่ดื่ม แต่เวลาออกงานสังคมก็มีดื่มบ้าง แต่ก็มีดื่มยาชูกำลัง ตอนนั้นผมดื่มวันละ 5 ขวด เพราะงานเยอะเราไม่ได้พักผ่อนก็เลยต้องดื่มยาชูกำลัง ยิ่งช่วงหน้าฝนเราก็เล่นดนตรีที่ปักษ์ใต้เพราะเงินดี ช่วงนั้นเล่นวันละ 2 รอบ เล่นบ่ายและค่ำ&amp;nbsp; ตอนนี้กลายมาเป็นตับแข็งอีกครั้งแม้ว่าเราจะรักษาไวรัสซีหายแล้ว แต่คุณหมอบอกว่าอาการตับแข็ง ตับมันแข็งแล้วแข็งเลย รักษาไม่หาย ทุกวันนี้ก็ต้องทานยาตลอดชีวิต&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อายุเท่าไหร่แล้ว ทำไมหล่อขนาดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ผมเกิดปี 2495 ตอนนี้อายุ 70 ปีแล้ว คือตั้งแต่สมัยตั้งแต่เป็นดาราแล้ว ผมเป็นคนจริงจัง เวลาแสดงก็คือแสดง เวลาที่พักก็คือพัก ถ้าเราเครียดหรือกลุ้มใจเราชอบทำอะไรก็ทำ อย่างผมชอบฟังเพลงก็ฟังเพลง แต่บางคนกลุ้มใจหรือเครียดแล้วดื่ม อันนี้ผมว่ามันไม่ดีแน่ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ส่วนเส้นเลือดในสมองตีบนั้นก็เป็นจริง เพราะก่อนหน้านี้ผมถ่ายหนังไม่ได้พัก แล้วเผอิญว่าตอนถ่ายทำเป็นฉากไปช่วยนางเอก แล้วรถล้อไปสะดุดกับหินเข้า ผมรู้สึกแค่ว่าเหมือนมีดาวเต็มไปหมดแล้วหลังจากนั้นก็วูบไปเลย ตื่นขึ้นมาอีกที ทีมงานกองก็เอายาดมมาให้ดม มาบีบนวดเราเต็มไปหมด ซึ่งผมคิดว่าเส้นเลือดในสมองตีบอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้หรือเปล่า คือสมัยนั้นยังไม่มีสแตนอิน ฉากบู๊แบบนี้ ศิลปิน ดาราต้องเล่นเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ&amp;nbsp; มันส่งผลกระทบอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: มันมาส่งผลตอนนี้ ส่งผลให้ความจำไม่ค่อยดี เรียกว่าเป็นอัลไซเมอร์อ่อนๆ ก็ใช่ แบบละครให้เราท่องบทก็ลำบากหน่อย ให้ร้องเพลงก็ต้องหลายเทคหน่อย ส่วนตอนที่ร้องเพลงแล้วคอเบี้ยวเป็นช่วงที่เราเดินสายลูกทุ่งอยู่ 5 ปี เราร้องเพลงหนัก ร้องจนไม่ไหว ร้องจนอยากจะหยุดวง ส่วนลูกน้องในวงพวกหางเครื่องมีเป็นร้อยชีวิต ก็บอกเราว่าอย่าหยุดเลยหัวหน้า ถ้าหัวหน่าหยุดพวกผมจะกินอะไร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนช่วงทำวงดนตรี หน้าแล้งเป็นงานหา อย่างงานฝังลูกนิมิต งานตัดลูกหวาย งานบวช งานแต่ง พอเข้าหน้าฝนก็ต้องเปิดวิก เล่นในโรงหนังให้คนดูซื้อบัตรซื้อตั๋วเข้าไปดู ช่วงนั้นก็มีวงดังๆ อย่าง เพลินพรหมแดน ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ไพรวัลย์ ลูกเพชร ฯลฯ ส่วนรุ่นผมก็จะมีศรชัย เมฆวิเขียร&amp;nbsp; สายยัณห์ สัญญา ส่วนพุ่มพวง นั้นยังไม่ดัง เขายังอยู่กับพี่ไวพจน์อยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้รักษาเส้นเลือดในสมองตีบหายหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: เส้นเลือดในสมองตีบรักษาหายแล้ว แต่ตอนที่ป่วยก็จะมีอาการคอเบี้ยวและกึ่งๆเป็นอัมพาตครึ่งซีกแต่ยังเดินได้ เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เราก็รักษาด้วยอาหารและการออกกำลังกายเบาๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนไวรัสซีก็รักษาหายแล้ว แต่ตับคนเราแข็งแล้วแข็งเลย แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองได้ ทุกวันนี้ก็กินน้ำเปล่า กินปลาน้ำจืด กินผัก กินข้าวต้ม ก็โอเคแล้ว อยู่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านมรสุมชีวิตหนักๆ บ้านโดนยึด ยุบวงดนตรี ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: เราไปทำวงดนตรีคือ 3 ปีแรกอยู่ได้ 2 ปีหลังอยู่ไม่ได้เพราะมีเคอร์ฟิล และตอนนั้นก็มีช่องทีวีหลายช่อง มีช่วงหนึ่งวงดนตรีโดนระเบิด คือผมไปเล่นดนตรี แล้วเด็กๆ วัยรุ่นจะขอเข้ามาดูฟรี ซึ่งทีมงานไม่ให้เพราะวงดนตรีเราก็ลงทุนมาเยอะ ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ก็เกิดการวิวาทกันแล้วเขาก็หนีไป แต่หลังจากกฌมีข่าวว่าเขาจะมาเอาคืน&amp;nbsp; ซึ่งวันนั้นหลังจากวงดนตรีเลิกคนดูออกเกือบหมดแล้ว&amp;nbsp; ผมกับลูกน้องก็ออกไปรับค่าตัวที่คนจ่ายตังค์ แล้วก็เก็บเครื่องเสียง เก็บสแตน เก็บไฟ เก็บเวทีกันอยู่ ซึ่งบริเวณนั้นทำเป็นเพิงหมาแหงน สักพักก็มีคนปาระเบิดเข้ามา ลูกระเบิดกลิ้งหล่นลงมาจากเพลิงหมาแหงนแล้วก็ระเบิดตู้ม วันนั้นเสียเสียชีวิต 5 ศพ แล้วก็มีคนบาดเจ็บ ตอนนั้นเราต้องมีสติ ผมก็บอกลูกน้องรีบเอาคนเจ็บออกมาแล้วพากันไปโรงพยาบาลสมุทรปราการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วหลังจากที่เกิดเหตุการณระเบิด วันรุ่งขึ้นเราต้องไปแสดงต่อที่ซอยพาณิชย์ธน แถมจรัญสนิทวงศ์&amp;nbsp; ก็ต้องไป วันนั้นลูกวงค่อนข้างเล่นไม่ค่อยดี ถามว่าเรากลัวไหมก็กลัวเหมือนกัน แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็ไม่กลัวเพราะเราเคยถ่ายหนัง ซึ่งบางเรื่องใช้ของจริงๆ ทั้งปืนระเบิด ถามว่าลูกทีมเอากำลังใจมาจากไหน เราก็ให้กำลังใจเขาว่าอย่างไรหัวหน้าก็ต้องดูแล หลังเสร็จงานก็ไปฟังสวดเพื่อนที่วัดมะกอก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านไป 5 ปีก็ต้องยุบวง&amp;nbsp; มีหนี้ด้วย ล้มละลายด้วย เกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ครับ เราก็เป็นบุคคลล้มละลายเพราะเราไม่มีอะไรไปใช้หนี้เขา บ้าน ทีวี ตู้เย็น&amp;nbsp; เขาก็มายึดไป วงก็โดนยุบ ผมต้องเดินสายเล่นดนตรีก็ต้องฝากลูกๆ ให้คุณย่าเขาดูแล ช่วงนั้นลำบาก แต่ช่วงนั้นก็ยังโชคดีที่เพื่อนฝูงยังมีมาช่วยเหลือบ้าง แฟนคลับก็ช่วยเหลือ ตอนนั้นเราก็ป่วยด้วย ก็เลยถือโอกาสตอนช่วงหน้าฝน วงหยุดเล่นไม่ได้ก็เลยไปบวช 7 วัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเอาเงินที่ไหนรักษาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ก็ได้เงินจากแฟนคลับบ้าง จากผู้ใหญ่ใจดีบ้าง และที่น่ารักที่สุดคือ เอก-สรพงษ์ ชาตรี เขาก็มาช่วย 3-5 หมื่น รวมถึงบุคคลที่เราไม่รู้จักแต่เขาก็ให้คนมาติดเราให้เราไปหาเขา คือคุณต๋อง ศิษย์ฉ่อย เรียกผมไป แล้วก็เขียนเช็คให้ผม 5 หมื่น เขาบอกผมว่าเขาเป็นแฟนคลับคุณพ่อ เขาดูรายการแล้วสงสาร อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้ผมขอช่วยค่ายา เราก็นำเงินเหล่านั้นมารักษาตัว เส้นเลือดตีบบ้าง ไวรัสช่วงระยะแรกบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีน้อยใจกับชะตาชีวิตบ้างไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: มันก็มีลำบาก มีเซ็งในหน้าที่การงาน ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภรรยาที่อยู่ด้วยทุกวันนี้เป็นคนที่สอง คนแรกเขาไปเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ภรรยาคนแรกก็คือคนที่ล้มละลายด้วยกันนั่นแหละ คนแรกเขาไปทางธรรมะ ซึ่งเขาเคร่ง เขาขอเลิกกับเราตอนที่เราล้มละลายแล้ว เขาบอกว่ามันไปไม่ไหว ต่างคนต่างไปเถอะ ก็แยกกันไป เพราะลูกๆ เราก็เริ่มโตแล้ว เขาก็เริ่มรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่อยู่ไหน ทำอะไร ตอนแยกกันก็ไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องอื่น ก็แยกกันไป&amp;nbsp; หลังจากนั้นเราก็ไปเปิดคาเฟ่ ก็ได้เอก (สรพงษ์ ชาตรี) มาช่วยค้ำให้ ก็เปิดคาเฟ่ได้ 2 ปีก็เจ๊ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสูงสุดสู่สามัญ ทำให้มีหลายครั้งที่คิดจะฆ่าตัวตาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ก็มีเหมือนกัน อย่างช่วงที่เล่นวงดนตรีเก็บเงินไม่ได้ และก็ปัญหาหลายๆ อย่างรุมเร้าเข้ามา ทั้งปัญหาสุขภาพตั้งแต่เป็นเส้นเลือดตีบในสมอง เป็นไวรัสซี เป็นตับแข็ง เราทำไปเพื่ออะไร ล้มแล้วก็ลุก ลุกแล้วก็ล้มใหม่ ก็สงสัยว่าทำไมคนอื่นเขาทำครั้งเดียวก็ตั้งตัวได้&amp;nbsp; มันน้อยใจตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอากำลังใจมาจากไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: เอามาจากคุณแม่&amp;nbsp; คือช่วงนั้นเราเล่นวงดนตรี เราไม่ค่อยได้เจอลูกๆ เลย คือเราก็ฝากให้คุณแม่ คุณยายเลี้ยง เราก็คิดว่าแม่อุ้มท้องเรามาตั้ง 9 เดือน ทำไมเราต้องมาคิดสั้นปลดชีวิตตัวเอง ทั้งๆ ที่ภาระเราก็ยังมี ครอบครัวจะอยู่อย่างไร ชื่อเสียงที่เราได้มาเราก็ได้มาจากประชาชน เพราะถ้าไม่มีประชาชน ก็จะไม่มีสุริยา และก็จะไม่มีผู้กำกับ ไม่มีตากล้อง ไม่มีสื่อมวลชน ก็จะไม่มีนายสุริยาขึ้นมาได้ ก็คงเป็นได้แค่นายประมูล เหมือนเดิม ก็เลยไม่ทำร้ายตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่พูดอะไรกับเราไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: แม่ก็ดีใจ ก็บอกว่าให้หากินไปในอาชีพสุจริต ก็ทำไป แม่ผมก็เคยสอนว่าให้ตั้งใจเรียน แต่ผมเรียนไม่เก่ง อยากเป็นทหารก็สอบไม่ได้ ตกสัมภาษณ์บ้าง อะไรบ้าง ถ้าเรียนจบปริญญามาก็จะได้เป็นราชการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าเคยไปขายของมือสอง ตอนนั้นไปขายอะไรบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ตอนนั้นไปขายรองเท้ามือสอง ถามว่าไม่เขิน ช่วงที่บูมๆ ผมได้แต่ลงรถแล้วก็ต้องขึ้นโรงแรม ลงจากโรงแรมขึ้นรถ แล้วก็ไปอยู่หลังเวที เห็นลูกน้องในวงออกไปเดินกินขนมจีน ไปกินก๋วยเตี๋ยว เราอยากออกไปก็ออกไม่ได้ อิจฉาเขา เพราะเราเป็นหัวหน้าและเป็นดารา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่าตอนไปขายรองเท้ามือสอง คนจำได้ไหม จำได้ ตอนนั้นขายดีด้วย คือยุคนั้นเราต้องไปซื้อของที่โรงเกลือเอารถกระบะไปเหมามาขาย&amp;nbsp; เราก็เลือกรองเท้าแบรนด์เนมดังๆ ไปขายตามคลองถม ตลาดดอนเมือง คลองสามวา มีตลาดเราไปหมด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านปัญหามาหลากหลายให้กำลังใจ ที่กำลังมีปัญหาในชีวิตหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยา ชินพันธุ์: ช่วงนี้แม้ว่าโควิดจะทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและการเจ็บป่วย แต่ก็อย่าไปท้อ หรือว่าท่านใดทำธุรกิจแล้วไม่รอดก็อย่าไปท้อ ก่อนอื่นต้องตั้งสติ พอมีสติแล้วจะทำให้เกิดปัญญา แล้วก็จะทำให้คิดได้ว่าเราจะทำอะไรต่อ อะไรที่เราถนัดเราก็ทำไป แม่ผมเคยบอกว่า อย่านอนตื่นสาย อย่ามัวอายทำกิน ผมก็เลยทำแบบนี้ ขายได้ก็ขายไป ช่วงหลังๆ คนมาขายเยอะ เราก็หยุดไปก็เปลี่ยน ไปขายเสื้อมือสองแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115516</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต๋อง ศิษย์ฉ่อย, พีเค ปิยะวัฒน์, สุริยา ชินพันธุ์, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, เอก-สรพงษ์ ชาตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e404bf030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บอล วิทวัส’ควงภรรยาเผยแพลนย้ายไปอยู่เยอรมันเพราะโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บอล-วิทวัส สิงห์ลำพอง&amp;nbsp; ควงภรรยา แนนนี่ อรรณิกา โอดเจอพิษโควิด-19 หนักมากเตรียมย้ายครอบครัวไปต่างประเทศ ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่มี&amp;nbsp; พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร์&amp;nbsp; และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มบอล วิทวัส เผยถึงพิษโควิดครั้งนี้ว่า &amp;ldquo;โอย มัน 2 ปี นะครับ คือเราก็มีงานแหละ แต่ว่ามันถ่ายแล้วไม่จบสักที คือตอนนี้ก็มีละครอยู่ 2 เรื่อง ที่เหลือแค่คิวเดียวที่มันยังปิดกล้องไม่ได้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเพิ่งฟิตติ้ง ยังเปิดกล้องไม่ได้ รายรับไม่มีแต่รายจ่ายเท่าเดิม ก็เอาเงินที่สะสมไว้มาใช้จ่ายทุกเดือนแต่ว่าแนนนี่เขามีร้านน้ำ ยังเปิดขายอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎก็เลยยังพอมีรายได้เข้ามาอยู่บ้างรายได้ก็โอเคอยู่ แต่ในช่วงโควิดเขาไม่ได้เปิดให้เข้าไปนั่งทานปกติ คือต้องซื้อแล้วเวียนออกไปแต่มันก็ยังพอมีรายได้อยู่ แต่รายจ่ายหลักๆเลยคือเรื่องบ้าน เพราะบ้านยังผ่อนอยู่เดือนละ 30,000 กว่าบาท และก็มีค่าน้ำ ค่าไฟเดือนหนึ่งประมาณ&amp;nbsp; 3-4 พันบาท ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องครอบครัว กับลูกเรื่องค่ากิน ค่าอยู่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติค่ายใช้จ่ายเดือนหนึ่งจะมากกว่านี้ 5-6 หมื่น แต่พออยู่บ้านเราไม่ค่อยได้ใช้เงินเยอะ ไม่ได้สั่งของเข้าบ้าน ส่วนใหญ่จะซื้อของเข้ามาแล้วทำกินเอง 7-8 หมื่น ส่วนค่าเทอมลูกแม้จะเรียนออนไลน์แต่ก็ยังต้องจ่ายอยู่เท่าเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ขายของสะสม &amp;nbsp;จริงๆเราก็ยังพอมีเงินเก็บ แต่เราต้องการสภาพคล่อง คือเราต้องการมีเงินเผื่อว่าเราจะมีแอคซิเดน อย่างเช่นวันดีคืนดีเราเกิดป่วยขึ้นมา ต้องการเงินสดเผื่อเอาไว้เราก็เลยเอารถไปรีไฟแนนซ์ไว้ก่อน คือรถเราไม่ได้ผ่อนแล้ว คือถ้าเป็นเงินเก็บของผมล้วนๆ อยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน ก็น่าจะหมดแล้ว ถ้าปีใหม่ยังโควิดอยู่ก็จะจุกหน่อย แต่ว่าผมโชคดีที่คุณภรรรยาเขามีโปรดักซ์ที่กำลังขายอยู่ค่อนข้างโอเค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องจะพาครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศจริงๆเป็นแพลนที่คิดไว้นานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ผมคิดจะพาลูกไปเรียนที่เยอรมัน พราะแนนนี่เป็นลูกครึ่งเยอรมัน ถ้าลูกไปอยู่ที่โน่นลูกเรียนฟรีมันเป็นสวัสดิการของรัฐ &amp;nbsp;ถ้าไปแรกๆเราก็คงต้องเลี้ยงลูกไปก่อนแล้วภรรยาก็ไปทำงาน เพราะเราไปที่โน่นเราต้องขอวีซ่าแต่ว่าลูกได้สัญชาติตามแม่ ถ้าไปแล้วผมได้ทำงานอะไรผมทำหมด ขอแค่อนาคตของลูกเมียเจริญเติบโต จริงๆแล้วก่อนหน้านี้เราคุยกันแล้วว่าถ้าเหตุการณ์มันไม่ไหวจริงๆ เราก็จะไปสตาร์ทนับหนึ่งใหม่ที่โน่นเลย แต่ในแพลนก่อนหน้านั้น คือเราก็คิดเผื่อไว้แล้วว่า ถ้าเรามีชีวิตที่ดีที่นี่ เราก็จะไปซื้อบ้านที่โน่น ไปทำธุรกิจที่โน่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าทิ้งวงการบันเทิงเสียดายไหม เสียดาย แต่เราก็ต้องเอาชีวิตเราให้รอด เพราะอยู่ที่นี่มันไม่มีงาน เราทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องเลือกที่จะไปหาอะไรเพื่อให้เรามีชีวิตรอดต่อไป เพียงแต่ว่าตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์ของคุณแนนนี่ที่มันยังพอไปได้ และมันก็น่าจะเติบโตประมาณหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน แนนนี่ อรรณิกา เสริมว่า &amp;ldquo;ถ้าถามว่าเมื่อไหร่เอาเป็นว่า เหลือแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน เราก็ขนกับไปเลย ไปกัน 4 คน เรื่องนี้เราก็มีคุยกับลูกไว้บ้างแล้ว ว่าถ้าไปโน่นหนูจะโอเคไหม ต้องไปเรียนที่โน่นนะ ด้วยความที่โรงเรียนหยุดไปนาน ก็เหมือนเขาลืม&amp;nbsp; ขนาดอ่านหนังสืออ่านอย่างไรก็ลืมแล้ว ชื่อเพื่อนก็ลืมแล้ว &amp;nbsp;แต่เราก็พูดเผื่อกรณีที่มันไม่เวิร์ค เราก็อาจจะต้องไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115269</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอล-วิทวัส สิงห์ลำพอง, พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร์, ย้ายประเทศ, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, เยอรมัน, แนนนี่ อรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f174311b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กบ ปภัสรา’เผยเส้นทางความรัก 22 ปี กับสามีต่างวัย‘เอ๋ พรเทพ’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ นักแสดงและผู้จัดคนสวยเจ้าของตำแหน่ง Miss Thailand World ปี 2531 วันนี้มาเปิดเส้นทางความรักกับสามีคู่ชีวิต เอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์&amp;nbsp; ที่คบหาเพียง 2 เดือนก่อนแต่งงานจนถูกเปรียบว่าเป็นซินเดอเรลล่าเมืองไทย&amp;nbsp; พร้อมแชร์ประสบการณ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่มี&amp;nbsp; ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด 19 ส่งผลกระทบอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ถ้าพูดถึงเรื่องงาน เรื่องกองละครก็กระทบมากเพราะเพิ่งถ่ายได้คิวเดียวก็ต้องหยุด คือก่อนจะมีฟิตติ้งก็หยุดไปรอบหนึ่งแล้ว พอมีฟิตติ้งก็โดนอีกแล้วก็ต้องเลื่อนไปอีก 2-3 เดือน พอขอคิวไปได้คิวถ่ายแค่คิวเดียว ตอนนี้ก็หยุดยาวมา งานก็ทำไม่ได้ ก็สงสารทีมงาน เพราะหลังจากนี้การทำงานก็จะยากขึ้น คือจะออกกองแต่ละครั้งต้องทำจดหมายถึง กสทช ต้องล่วงหน้า 7 วัน แถมต้องส่งรายละเอียดทั้งหมด ตอนนี้ก็เลยต้องหยุด ต้องรอประกาศอีกทีหนึ่งว่าจะให้เราเริ่มทำงานได้เมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนร้านอาหาร &amp;ldquo;บ้านสวนองุ่น&amp;rdquo; อยู่ที่สวนผัก ตลิ่งชัน ที่เปิดมา 8 ปีแล้ว ก็มีผลกระทบต่อเนื่องมาตลอด จากเฟสแรกมา พอเฟสสองเริ่มสตาร์ทมาดีก็โดนอีกแล้ว เราก็ต้องใช้วิธีปรับและเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด จากตอนแรกเปิดข้างบนไม่ได้ ก็มีทานในร้านได้แต่ต้องเว้นระยะห่าง ซึ่งพอจัดเสร็จก็จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจ มาดูแล ว่าร้านเราโอเคไหม พอชายได้กำลังจะเริ่มดีโควิดก็มาอีกแล้ว คือร้านเราก็เดลิเวอร์รี่ช่วงบ่าย 2 แต่บางทีมันไกลมากมันก็ไม่ไหว เพราะบางทีลูกค้าไม่ได้สั่งของเราเยอะก็กลายเป็นว่าเราจ่ายค่ารถเยอะกว่า ตอนหลังเราก็เลยหยุด ตอนหลังนี้ก็กลายเป็นว่ามีคนมาสั่งของแล้วนำไปมอบหรือบริจาคเยอะขึ้น มันก็เลยต่อยอดได้ พนักงานอยู่ได้ เราก็ช่วยกัน พอมาเจอรอบนี้ปิดอีกแล้วเปิดไม่ได้ ก็เลยต้องปรับมาขายก๋วยเตี๋ยวขายส้มตำข้างล่าง ลูกค้าก็โทรศัพท์มาสั่งเทคโฮมกลับบ้าน เราก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร้านอยู่ได้ ลูกน้องอยู่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่ามีช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด ช่วยอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : อันแรกคือกบกลับไปบ้านที่สุพรรณ ซึ่งเราจะเห็นภาพของผู้ป่วย ซึ่งลามเข้ามาในพื้นที่ของเรา วันนั้นไปท่านนายอำเภอทราบว่ากบไปบ้าน ท่านก็ขอมาพบเรา แล้วก็ปรึกษาเรื่องทำโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่เรา คือกบก็งง ตอนแรกก็คิดว่าน่าจะอีก 2-3&amp;nbsp; อาทิตย์ ปรากฎว่าพอกบกลับบ้าน น้องสาวก็โทรมาบอกว่า ท่านนายอำเภอบอกว่าเรารอไม่ได้แล้วเราต้องทำเดี๋ยวนี้ แล้วก็แจ้งมาว่าขาดเตียง ขาดมุ้ง ขาดหมอน เบื้องต้นขาด 50 เตียง ซึ่งเราก็ปรึกษากับน้องว่าต้องไปซื้อที่ไหน สรุปน้องก็ไปจัดการไปซื้อที่นาเกลือพิการ ก็ไปซื้อฟูก ซื้อหมอน ซื้อเตียง ซื้ออะไรมา แล้วกบก็เริ่มคุยกับเพื่อนว่าโรงพยาลบาลสนามเขามีอะไรบ้าง เพื่อนก็บอกว่า ไม่ต้องซื้อก็ได้เขามีเตียงกระดาษ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าต้องสั่งที่ไหน คือเราไม่รู้อะไรเลย ซึ่งเราก็โชคดีที่มีกัลยาณมิตรที่ดีมาก เพื่อนก็แนะให้ไปที่นี่เขามีเอสซีจี เข้าไปที่มูลนิธิปูนซีเมนต์แล้วก็ขอรายละเอียดขอลิงค์มา แล้วก็แจ้งเขาว่าเราอยากได้เตียงสนามมีไหม ซึ่งทางโน้นก็แจ้งว่ายังไม่มีเพราะคิวเขายาวมาก เขาก็ถามเรากลับว่ามาจากหน่วยงานไหน เราก็บอกว่าไม่มีหรอกเพราะเราทำกันเอง ไม่ได้ใช้เงินของหน่วยงานรัฐ เราก็ทำกันเองเท่าที่เราจะทำได้ สุดท้ายก็ด้คุย คือช่วงแรกที่คุยกัน คนที่มารับเตียงสนาม เขาไม่รู้รายละเอียดว่า ถ้าเอารถมารับ รถที่มารับเขาจะบอกกฏระเบียบของการรับ ของคนขับ ของคนมารับ รวมถึงกฏระเบียบการแต่งตัว คือต้องเซฟหมด ทุกอย่าง ซึ่งทางเอสซีจีจะแจ้งมา ระยะแรกๆ คนที่มารับอาจจะยังไม่ทราบ สรุปเราก็ได้มา 20 เตียง&amp;nbsp; ทำไปทำมาจากที่เราได้ต้นทุนจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาแสนหนึ่ง ก็เริ่มมีชาวบ้านมาร่วมบริจาค จนเราได้ 100 เตียง ได้เตียงมาไม่เกิน 5 วัน คนก็เต็มจนล้นแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากทราบว่า คุณกบเอาเงินมาจากไหน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : แรกๆ เราก็งงๆ ต่อมาเราก็เอาเสื้อผ้าเรามาขายมือสอง เงินที่ขายได้ทั้งหมดเราก็เอาไปช่วยผู้ป่วยติดเตียงบ้าง โรงพยาบาลสนามบ้าง พอเสื้อผ้าหมดเราก็ปรึกษาเพื่อนซื้อกระเป๋ามาขาย คือกำไรจากการขายกระเป๋าเราก็นำไปบริจาคทั้งหมดเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้เรากำลังทำที่ที่สอง เพิ่งเปิดไปเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ที่แรกเราทำที่ จ.สุพรรณ ต.ลานสะแก ส่วนที่สองก็เป็นที่สุพรรณเหมือนเดิม แต่เป็น ต.ลูกคอง&amp;nbsp; ที่สองมีเตียงทั้งหมด 236 เตียง ที่นี่เราโชคดีเพราะที่นี่เป็นรีสอร์ท เราก็เลยไม่ต้องใช้งบประมาณของเตียงเยอะ เรื่องของห้อง ทางผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชที่ 17 ท่านก็ไปดิวไว้ ว่าเราอยากจะมาใช้เพราะคนที่เป็นสีเขียวเยอะมาก ถ้าเราไม่เอาคนมาไว้ที่นี่ โอกาสที่เขาไปอยู่ที่อื่นเขาก็จะแพร่เชื้อไปเรื่อยๆ เราก็เอาเขามาอยู่กับเราก่อนที่โรงพยาบาลสนาม เราก็ได้ห้องส่วนหนึ่ง เป็นห้องบอลรูมใหญ่ๆ เพื่อนให้เตียงเหล็กมา 50 เตียง เราก็เอาไปใส่เป็นเตียง 2 ชั้น ซึ่งเราก็ตัดสินใจตัดมัน จาก 50 เตียง เราก็ได้เป็น 100 เตียง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้จะมีโครงการอะไรอีกบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ตอนนี้ก็มีศูนย์พักคอยที่เพิ่มเริ่มต้นกัน ศูนย์พักคอยก็คือ สำหรับผุ้ที่มีอัตราความเสี่ยงมาก หรือคนที่เป็นสีเขียวแล้ว ในแต่ละตำบลมันห่างไกลกัน เขาก็ต้องจัดเป็นศูนย์พักคอยเพื่อให้คนเหล่านั้นมาพักคอยที่นี่ เพื่อรอเตียงจากโรงพยาบาล รอหมอ แล้วรับคุณไปตรวจ เรามองว่าคนที่เป็นสีเหลีองหรือเขียวบางส่วนซึ่งอยู่โรงพยาบาลมา 10 วันแล้ว ซึ่งเขาต้องอยู่ 14 วันถึงจะออกได้ เราก็เลย เอาคนเหล่านี้มาอยู่โรงพยาบาลสนามเพื่อรอวันกลับบ้าน&amp;nbsp; เพื่อที่โรงพยาบาลจะได้รับคนใหม่เข้าไปแทน มันจะได้หมุนเวียนกันได้พอดี แต่คนก็ยังเยอะอยู่ก็เลยต้องทำศูนย์พักคอยเพื่อรอคนที่เป็นสีเขียวมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้เราเพิ่งทราบว่าเขาให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไปได้ฉีดวัคซีน แต่ที่สุพรรณวัคซีนยังไปไม่ถึง เราก็เลยเหมารถตู้มาให้เขาลงเบียนว่าใครอยากฉีดวัคซีน ให้มาลงทะเบียนที่บ้าน ให้น้องสาวเป็นคนดูแล ก็เหมารถตู้มาแล้วพาเขาไปฉีดที่เอสซีบี ตอนนี้ก็ทำมา 7 วันแล้ว คือเราก็ต้องช่วยกัน ตอนนี้ก็ยังมีดูเรื่องผู้ป่วยติดเตียง และต้องนำถุงยังชีพไปแจก ส่วนศูนย์แรกที่เราทำตอนนี้เขายังขาดอุปกรณ์ เขาก็จะแจ้งมาว่าขาดอะไร อย่างขอสายออกซิเจน 100 สาย ขอหมวกคลุมผม 100 แพค ขอถุงมือ 100 แพท&amp;nbsp; ขอเครื่องวัดความดันสัก 2 ชิ้นได้ไหม เขาก็จะบอกเรามา บางทีกบก็จะนำไปบอกเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่เราเรียนว่าทางแพทย์เขาขาดอุปกรณ์ ถ้าใครมีต่อยอดได้ เข้ามาช่วยเหลือกันได้ เขาก็ช่วยๆ กัน ส่วนที่เหลือเราก็เป็นคนจ่าย ที่ทำนี้ไม่มีชื่อโครงการ ทุกคนก็ช่วยๆ กัน ทุกที่ไม่มีใครใหญ่ ไม่มีใครเด่น ทุกคนช่วยกัน ถ้าใครอยากร่วมทำบุญก็เข้าไปในไอจีของกบได้เลย เราก็ขายของไปเรื่อยๆ ส่วนคนที่ลำบากก็เข้าไอจีกบ ไปฝากเรื่องไว้ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถามเรื่องความรักบ้าง อยู่ด้วยกันมา 22 ปี แล้ว ตอนนั้นเจอกันได้อย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ตอนนั้นเจอกันเพราะคุณอายิ่งพันธ์ มนะสิการ กบเรียกท่านว่าคุณพ่อ เป็นคุณพ่อบุญธรรม ท่านเป็นคนแนะนำให้รู้จัก บอกว่าตอนนี้ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิทย์อยู่ เขาก็ไม่รู้จักแต่ก็ตอบไปว่าค่ะ คือเราก็คิดว่าเขาไม่น่าจะสนใจ หรือมองคนที่ทำอาชีพดารา นักแสดงแบบเราหรอก คุณอาก็บอกให้มาเจอเราก็บอกว่าก็ได้ๆ คือตอนนั้นเราทำร้านอาหารอยู่ เราก็บอกคุณอาว่าเราไม่เจอข้างนอกนะ ถ้าจะเจอก็มาเจอกันที่ร้านอาหารก็แล้วกัน มาวันแรกเราก็ยุ่งมากเพราะตอนนั้นเรากำลังจะทำละครเรื่องมัสยา ก็เลยได้คุยบ้างไม่ได้คุยบ้าง เพราะเราต้องติดต่อสถานที่ ติดต่อนั่นโน่นนี่ ซึ่งคุณอาก็แอบมาบอกว่าเราไม่น่ารัก เพราะผู้ใหญ่มาเราก็เดี๋ยวก็ลุกทำโน่นนี่ วันนั้นก็จบสภาพแบบนั้น ตอนหลังเราก็บอกว่าก็ให้มาเพราะเราก็ไม่ได้ไปไหน คืออยากเจอก็มา พี่เอ๋เสร็จงานจากกระทรวงก็มาทุกวัน เพราะยุคนั้นมีแค่เพจเจอร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือเราเจอทุกวัน ก็ได้คุยทุกวัน แล้วอายุเรา 30 แล้ว เราก็คุยกัน เราก็บอกเขาไปเลยว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านแม่เรือนนะ เราทำกับข้าวไม่เป็น เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่ได้สนใจว่าผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน เขาก็เล่าให้เราฟังว่าเขามีครอบครัวนะแต่ว่าหย่าไปแล้ว 10 ปี มีลูก 3 คน เขาก็เล่าว่าประวัติเขาโชคโชนมาก เป็นเสือผู้หญิงโน่นนี่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อายุห่างกันมากไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ห่างกัน 16 ปี เขาก็เล่า เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ถ้าคิดจะเริ่มต้นด้วยกันอะไรที่ผ่านมาก็จบไป เราก็จะเริ่มต้นแล้วเดินไปข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย 2 เดือนตัดสินใจแต่งงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา :&amp;nbsp; ใช่ คนก็บอกกันว่าเร็วมาก&amp;nbsp; คือเราก็บอกเขาไปว่าถ้าชอบก็ให้แม่มาขอ เขาก็บอกว่าไปอยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่ได้เหรอ เราบอกไม่ได้เพราะเราก็มีพ่อมีแม่ ก็เลยคุยกันว่าต่างคนต่างไปคุยกับพ่อแม่ตัวเองว่าจะไม่จัดงานแต่งได้ไหม เพราะทางโน้นเขาก็เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว และมีลูกแล้ว เราก็คิดว่าให้ผู้ใหญ่มาคุยกัน มารับรู้แล้วค่อยแถลงข่าวทีหลัง แกก็ไปคุยกับแม่แกว่า &amp;ldquo;แม่ เอ๋จะแต่งงานกับกบนะ&amp;rdquo; คือเขาไม่มีเกริ่นกับแม่เลยนะ แม่เขาก็งงๆ หลังจากนั้นเขาก็บอกว่าแต่เราจะไม่จัดงานแต่งนะ แต่คุณแม่พี่เอ๋เขาไม่ยอม คุณแม่บอกว่าต้องจัดงานแต่ง จะงานเล็กงานใหญ่เอ๋ก็ต้องจัด เพราะลูกเขามีพ่อมีแม่ คุณแม่เขาน่ารักมาก แต่ทางแม่ของกบบอกว่าอย่างไรก็ได้ ก็แล้วแต่กบละกัน เพราะแม่เราเป็นคนต่างจังหวัด ยังไม่รู้เลยว่า พรเทพ เตชะไพบูลย์ เป็นใคร เป็นสส.หรือเปล่า คือแม่เขาไม่รู้อะไรเลย รับฟังจากลูกอย่างเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอต้องจัดงานเราก็ตกลงกันว่าไม่ต้องจัดงานใหญ่โต เราเอาแค่ข้างละ 15 คนก็พอ ตอนแรกก็ปิดข่าวยังไม่ให้ใครรู้ แต่พอจะไปหาฤกษ์มันก็ยุ่งยาก พี่เอ๋เลยบอกว่าเราฤกษ์ที่เราสะดวกนี่แหละ วันที่ 18 เดือน 9 แต่งเลย แต่เราไม่สะดวกไงคือเรามีบวงละครวันนั้นพอดี เราก็เลยไปบวงสรวงละครตอนเช้ากลับมาก็แต่งงาน ซึ่งงานแต่งเราดีนะ เพราะไม่ว่าจะเป็นงานหมั้นช่วงเช้า หรืองานแต่งเป็นพี่ๆ สื่อมวลชนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเม้าท์ว่าเป็นหนูตกถังข้าวสาร เป็นซินเดอเรลล่าเมืองไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ใช่ๆ น่าจะเป็นเพราะเราเป็นนักแสดง แล้วเราไปแต่งงานกับตระกูลดังๆ คือพอไปเจอคำว่าตกถังข้าวสารก็จะนิดหนึ่งเพราะเราก็คิดว่าเราก็มีของเรา วันนั้นก็ยังไม่มีการจดทะเบียนสมรส เพราะวันนั้นเรามีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว เรามีรถขับแล้ว เรามีเงินในบัญชีที่จะดูแลตัวเองได้ แต่พอผ่านไปได้สักพักก็มีการมาจดทะเบียนสมรสทีหลัง ตอนนี้ก็ผ่านมา 22 ปีแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตเปลี่ยนอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ไม่เปลี่ยนนะ เพราะเราสองคนห่างกัน 16 ปี เราสองคนไม่เคยมีอะไรเหมือนกันเลย อย่างเรื่องการกิน พี่เอ๋ไม่ทานปลาร้าแต่กบทาน กบไม่ทานเนื้อแต่พี่เอ๋ทาน ตอนแรกๆ เขาแคร์เรา เราก็แคร์เขา แรกๆ เราก็ถามว่าปลาร้าเราเอาเข้าบ้านได้ไหม เขาก็บอกว่าได้แต่ต้องอยู่ในครัวห้ามเอาขึ้นโต๊ะ เราก็เลยถามเขาว่าแล้วเนื้อล่ะ&amp;nbsp; เขาก็บอกว่างั้นก็ไม่ต้องเอาเนื้อขึ้นโต๊ะเหมือนกัน จะได้แฟร์ๆ แต่พออยู่ๆ กันไปสักพัก เราก็ให้เขาเอาเนื้อขึ้นโต๊ะได้เพราะเราไม่กิน ตอนหลังปลาร้าก็เอาขึ้นโต๊ะได้ หลังๆ พี่เอ๋เริ่มทานปลาร้าได้บ้างแล้ว&amp;nbsp; คือมันอยู่ที่ความเข้าใจ พอเข้าใจกันแล้ว อายุที่มันห่างกัน 16 ปี&amp;nbsp; มันก็ไม่ได้บ่งบอกว่า เราจะต้องมีสิ่งที่ไม่ตรงกัน ไม่เข้าใจกัน พี่เอ๋เขาก็มองกบเหมือนมองเด็ก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องเหนือ ลูกสาวอายุ 21 แล้วตอนนี้เรียนที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : เรียนที่จุฬา คณะนิเทศน์อินเตอร์ เขาก็เป็นเด็กเก่ง เรียนดี กีฬาก็เก่งตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ส่วนเรื่องเข้าวงการบันเทิงนั้นเขาไม่ชอบ เอาเขามาเล่นเป็นเด็กวิ่งในกองถ่าย เขาก็ไม่ชอบ อย่างเรื่องกาเหว่า เราก็ขอให้เขามาเล่นสักฉากหนึ่ง คือเล่นง่ายๆ เข้าฉากแล้วตาย เขาก็เยอะ ก็มีถามว่าบทเป็นอย่างไร ต้องร้องไห้ไหมร้องไห้ไม่เอานะ ต้องเล่นอย่างไร คือเขาก็จะฟีลของเขา กว่าจะต่อรองให้เขาเล่นได้เป็นอาทิตย์กว่าจะยอมมาเล่นให้ เขาบอกว่าเขาไม่ชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนิสัยเหมือนคุณพ่อหรือคุณแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : ก็เหมือนทั้ง 2 คน คือกีฬา เรื่องเรียนเก่งเหมือนคุณเอ๋&amp;nbsp; แต่ถ้าเรื่องความสวยต้องได้แม่ ถามว่ามีหนุ่มๆ จีบเขาเยอะไหม คือเขาก็จะใช้คำว่าเพื่อน เราก็ถามเขา เขาก็บอกว่าก็มีแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้นแหละ คือเราก็บอกเขาว่าถ้าบางคนคุยแล้วโอเคก็ให้พามาเจอเรา เพราะอย่างน้อยจะได้รุ้ว่าเป็นใครไปไหน อะไรอย่างไร จะได้ดูแลกันได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเรามีสเป็กเรื่องลูกเขยไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบ ปภัสรา : กบก็บอกเขาว่าเรื่องแฟนของลูก แม่ขอเป็นคนดี ทำมาหากิน ดูแลเลี้ยงลูกได้ ไม่มาเอาของลูก แล้วสรุปว่าเอาอย่างนี้ เอาให้เหมือนป๊านี่แหละ เพราะป๊าเขาก็หวงเหมือนกัน คือพอบอกว่าเหมือนป๊าทุกคนก็บอกว่าเยอะ แต่สรุปแล้วมันก็เป็นเรื่องของเด็กๆ เพราะสุดท้ายแล้วการที่เขาจะหาใครสักคนมาอยู่ในชีวิตของเขา เขาเป็นคนเลือกดีที่สุด คือถ้าเราเลือกให้ก็คงไม่ดีเท่าเขาเลือกเดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องชอบไม่ชอบ ให้เขาเลือกเองดีที่สุด แต่ก็มีเวลาอีกเยอะ เพราะตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุแค่ 21 เอง ตอนนี้กำลังจะขึ้นปี 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113163</URL_LINK>
                <HASHTAG>Miss Thailand World, กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์, ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, เอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_61160a85299e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิว ศุภศิษฏ์’เปิดใจครั้งแรกหลังเพลงใหม่ดังไกลติดชาร์ตระดับโลก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นศิลปิน-นักแสดงที่มากความสามารถคนหนึ่งวงการบันเทิงไทยสำหรับหนุ่ม มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ ซึ่งวันนี้จะมาเปิดเผยเส้นทางจากเด็กเนิร์ด สู่นักแสดงหนุ่มสุดปัง ที่เคยโดยปฎิเสธงานจนท้อจนเกือบเลิกตามฝัน พร้อมเผยความรู้สึกที่งานเพลงดังไกล ติดชาร์ต Billboard Charts ถึง 5 เพลงด้วยกัน ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo; ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

รู้สึกอย่างไรที่เพลงใหม่ติด Billboard Charts ถึง 5 เพลง และได้ขึ้นนิตยสาร Forbes
มิว ศุภศิษฏ์ : ก็ติด 5 เพลง มี Drowning, Missing You, Let Be Me, More And More, Time Machine รู้สึกดีใจมาก ๆ ตอนที่ผมรู้ข่าวคือทาง Bill Brod เขาทวิตเตอร์มาหาผมเอง ติดในหมวด Digital Song Sales Chart ส่วนที่ได้ขึ้นิตยสารก็ดีใจและตื่นเต้น ตอนที่รู้ข่าวก็ตื่นเต้นมากๆ ก็อยากขอบคุณแฟนๆ มากๆ เพราะแฟนๆ คอยช่วยเหลือเรา คอยอยู่ข้างๆ เราตลอด

คิดไหมว่าจะมาไกลขนาดนี้
มิว ศุภศิษฏ์ : ก็ไม่ได้คิดว่าจะติดบิวบอร์ด หรือว่าจะมี Forbes เขียนถึง ก็เป็นเรื่องที่เซอร์ไพร์สมากๆ เพราะอัลบั้มนี้เราต้องการแค่อยากทำเพลงที่มีคุณภาพ ให้กับแฟน ๆ เพราะเรารู้สึกว่าแฟนๆ สนับสนุนเรามาตลอดเราก็อยากที่จะพัฒนาผลงานเรา ลองแนวเพลงใหม่ ๆ ของดิสคอฟเวอร์กับเพลง กับทำนอง กับเนื้อร้อง แล้วเราก็ถ่ายทอดออกมาเป็น 10 เพลงนี้ ต้องบอกก่อนว่าตั้งใจมากจริงๆ ทั้งตัวผมเอง ทั้งคนที่มาร่วมงานด้วย

ในนิตยสาร Forbes เขียนชื่นชมเราอย่างไรบ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิว ศุภศิษฏ์ : Forbes ก็จะเขียนถึงเรื่องเพลงประมาณว่า เรามาใหม่ในเรื่องงานเพลงและเพิ่งมีอัลบั้มแรกด้วย แต่สามารถติดชาร์ตได้ถึง 5 เพลงซึ่งสุดยอดมากๆ ก็ต้องขอบคุณทาง Forbes ด้วย

ก่อนเข้าวงการเป็นเด็กเนิร์ดมาก่อน
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ครับคือของผมจะอยู่ในกรอบมากๆ ก็จะตั้งใจเรียนมากๆ และก็ชอบเล่นเกม ติดเกม ชอบดูหนังปกติ และเป็นคนที่ขี้อายมากๆ ถามว่ามีความอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กไหม คือถ้าเป็นเรื่องร้องเพลงเราชอบร้องเพลงอยู่แล้วแต่ไม่ถึงขั้นจะปล่อยเพลงออกมาออกมาจริงจัง ส่วนเรื่องการเป็นนักแสดงก็ไม่เคยคิดเลย และที่ไม่เคยไปประกวดร้องเพลงที่ไหนเพราะเราเป็นคนขี้อายมากๆ ขี้อายถึงขั้นไม่กล้าจับไมค์ ถ้าถือไมค์มือจะสั่น ถามว่าลึกๆ อยากเป็นศิลปินไหม ผมคิดว่าตอนนั้นอยากเหมือนกันแต่เราไม่กล้าพอที่จะทำตรงนี้ เพราะว่ากลัวมากๆ กลัวไปหมดเลย เพราะตอนเด็กจะเป็นคนที่ชอบเอาความคาดหวังของคนอื่นมาใส่ตัวเอง เวลาไปหน้าชั้นก็จะคิดว่าอาจารย์จะคิดอย่างไรกับเรานะ เพื่อนๆ เราจะคิดอย่างไรกับเรานะ ก็เลยทำให้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเลย ไม่รู้จะต้องวางมืออย่างไร ไม่รู้จะต้องพูดอย่างไรดี

มีเรียนร้องเพลง มีเรียนแสดงไหม
มิว ศุภศิษฏ์ : ถ้าตอนเด็กๆ เรายังไม่จริงจัง คือมันมีช่วงหนึ่งที่เรามีเวลาว่าง เราแค่อยากลองพัฒนาอะไรบางอย่างดู เราชอบร้องเพลงก็เรียนร้องเพลงดูไหม พอเรียนไปเรื่อยๆ มันทำให้เราได้ร้องให้คนอื่นฟังบ้าง ซึ่งทำให้เราคลายกังวลไปบ้าง

จุดเริ่มต้นที่เข้ามาวงการบันเทิงคืออะไร
มิว ศุภศิษฏ์ : เริ่มจากไปเรียนพิเศษ คือไปเรียนติวเข้ามหาวิทยาลัยที่สยาม แล้วไปเจอโมเดลลิ่ง ซึ่งเขาบอกเราว่าเราหน้าตาโอเคมากเลย มาแคสโฆษณาให้พี่หน่อยได้ไหม มีสัญญาให้เซ็นเลย คือผมก็ตกใจมาก แล้วก็โทรหาบอกมะม๊าก่อนอยากให้ไปลองแคสโฆษณาดูแล้วก็อยากให้เซ็นสัญญาเลย มะม๊าบอกว่าเอาสัญญากลับมาดูก่อนไหมถ้าอยากทำก็ลองทำไปก่อน สุดท้ายไม่ได้เซ็นต์ ตอนไปแคสก็ได้เหมือนกันเป็นซิมมือถือแต่ไม่ได้ถ่าย

แต่กว่าจะได้เล่นโฆษณาแคสโฆษณามาเยอะมาก
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ๆ ถามว่าแคสถึงร้อยไหมน่าจะถึง เพราะมีช่วงหนึ่งที่เราแคสงาน 7 วันเลย แล้วแต่ละวันเราก็แคส 3-4 งาน วนไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ นอกจากแคสโฆษณาก็มีไปเดินแบบ ไปถ่ายนิตยสาร ตอนเดินแบบผมยังคิดว่าน่าจะสบายกว่างานอื่น เพราะเราแค่เดินเฉยๆ แต่พอเราไปดูรูปแล้วทำไมเราดูแย่จัง คือนักเดินแบบเก่งๆ เขาต้องมีอินเนอร์บางอย่างเพื่อนำเสนอเสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ ซึ่งตอนที่ผมเดินแรกๆ ผมไม่รู้เรื่องก็เลยรู้สึกว่าทำไมเราดูแย่จังเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อยากรู้ว่ามิวเรียนมาทางด้านไหน
มิว ศุภศิษฏ์ : เรียนวิศวะ เพราะตอนม.6 เคยถามมะม๊ากะปะป๊าว่าขอเรียนนิเทศน์ได้ไหม แต่ท่านว่าไม่เอา เพราะอาม่าอยากให้เรียนวิศวะกับหมอเท่านั้น ผมเลยเรียนวิศวะ เพราะถ้าเรียนหมอมันต้องเรียนนาน ต้องเรียน 6 ปี แถมยังต้องไปเรียนสายเฉพาะอีก ถ้าเรียนหมอก็คงจะต้องยุ่งมากๆ คงไม่มีเวลามาแคสโฆษณา อะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เรียนนานกว่าเรียนหมอ เรียนยันเอก เรียนมา 8-9 ปีแล้ว

ดูมิวผูกพันธ์กับครอบครัว
มิว ศุภศิษฏ์ : คือผมรู้สึกว่าเราเติบโตมาเพราะมีพวกท่านดูแลมาโดยตลอด ผมรู้สึกอบอุ่น และท่านเป็นที่ปรึกษาให้เราได้และท่านก็คอยให้กำลังใจเราตลอด เวลาที่เรามีคำถามอะไร หรือว่ามีอะไรที่ต้องตัดสินใจที่มันยากมากๆ ก็จะคอยปรึกษาท่าน

ทำไมเลือกคุยกับคนที่บ้านก่อนที่จะคุยกับเพื่อน
มิว ศุภศิษฏ์ : คือผมรู้สึกว่าเพื่อนเราจะชอบเออออตาม ไม่อย่างนั้นคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก (หัวเราะ) บางทีเราอยากจะได้มุมมองที่มองไกลกว่าเรา ก็เลยเลือกที่จะปรึกษาคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเราบ้าง หรืออาจจะเป็นคนที่เด็กกว่าเราเยอะๆ

แคสงานไม่ได้ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง
มิว ศุภศิษฏ์ : ตอนนั้นทางบ้านก็จะบอกว่า ถ้าการเรียนเราโอเค อยากทำอะไรก็ทำได้เลย เราแคสงานมาแล้วไม่ได้เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรถือว่าเป็นบทเรียน สำหรับเราด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆ การแคสงานมันยากมากๆ เพราะเวลาไม่ได้ เขาไม่เคยบอกเราเลยว่าไม่ได้เพราะอะไร เขาจะบอกแค่ว่าเราไม่ได้ มันทำให้เราต้องไปคอยรีเช็คตัวเองว่า ทำไมถึงไม่ได้ คือถ้าเขาแจ้งมาเราจะได้ไปพัฒนาปรับปรุงตัวเราได้ แต่ผมไม่เคยทราบเลย มันทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมเราไม่ได้นะ ทั้งๆ ที่เราก็ทำเต็มที่แล้ว เราก็เลยโทษแต่คนอื่น แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลย ถามว่ามีท้อบ้างไหม ก็มีเหมือนกันนะ เพราะบางทีเราไปแคส 3-4 งานแต่ไม่ได้ เพราะบ้านก็อยู่นนท์ แต่เราต้องแคสงานไกลถึงทาวน์อินทาวน์ ซึ่งมันไกลมากๆ พอไม่ได้เยอะมากๆ เราก็เลยขอเบรกก่อนดีกว่า แล้วกลับมานั่งทบทวนตัวเองดู เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการที่เราจะเป็นนักแสดงได้เราต้องมีความสามารถเรื่องการแสดง ทำไมเราไม่มองตรงจุดนี้ เราแค่แคสไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยพัฒนาเรื่องการแสดงเลย ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเพราะเรานี่แหละที่ห่วย ก็เลยไปเรียนแคสติ้งก่อนแล้วค่อยกลับมาแคสใหม่

คนอื่นเบรก 2-3 อาทิตย์ แต่มิว เบรกที 3 ปี
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ ก็ไปเรียนแอคติ้ง พอเรากลับมา ไปแคสโฆษณาก็ผ่าน และได้เล่นซีรีส์ด้วย

จบวิศวะทำไมไม่ทำงานด้านวิศวะ
มิว ศุภศิษฏ์ : คือมีช่วงหนึ่งที่ได้ไปเรียนต่อ ช่วงนั้นจะว่างมากๆ และที่บ้านก็จะรุ้สึกว่าทำไมไม่ยอมทำงานต่อสักที ผมเลยรู้สึกว่าเรายังอยากทำงานตรงนี้อยู่ คือถ้าเราไปทำงานด้านวิศวะเราต้องจริงจังแน่นอน และคงไม่ได้มาทำงานด้านนี้อีกแล้ว

ที่บ้านว่าอย่างไรในเมื่ออยากทำงานบันเทิง
มิว ศุภศิษฏ์ : อาม่ากับคุณแม่เขาใจดี ส่วนปะป๊าจะบอกว่า ถ้าอยากแคสงานต่อก็ไปเรียนปริญาโทละกัน ผมก็เลยโอเคว่าเรียนโทต่อให้ ก็เรียนโททางด้านวิศวะสายเดิม ช่วงระหว่างเรียนโทก็ไปเป็นอาจารย์พิเศษบ้าง แต่พอจบโทมามันมีซีรีส์กระแสก็เริ่มมา งานก็เยอะมาก แต่งานสอนเราก็ยังรับอยู่ ไปเป็นอาจารย์พิเศษบ้าง แต่ถ้าจะให้ไปเป็นเต็มเวลาคงไม่ได้เพราะเวลาไม่ได้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

เวลาเด็กเรียกอาจารย์รู้สึกอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ก็จั๊กกะจิ้ เพราะน้องที่เราสอนก็ห่างกับเราแค่ 3-4 ปี แต่มาเรียกเราว่าอาจารย์ เราก็รู้สึกโตๆ เวลาสอนผมจะทำสไลด์แล้วจะชอบพูดแล้วให้น้องเขาจดตาม คือผมจะสอนเรื่องสถิติก็เลยทำให้มีโจทย์อะไรแบบนี้ คือจะสอนเป็นพาร์ทแรก แล้วเว้นเป็นโจทย์ไว้แล้วให้ทุกคนลองทำดู แต่เวลาเรียนก็จะมีเด็กมาแซวๆ ว่าอาจารย์จะมาสอนหรือมาเดินแบบ

ทำงานหลายอย่าง แล้วที่บ้านก็มีกิจการของตัวเอง อยากรู้ว่าที่บ้านอยากให้เราสืบทอดกิจการไหม
มิว ศุภศิษฏ์ : เอาจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ยังไหว ท่านรู้สึกว่าเราอยากทำอะไรเราก็ไปก่อนได้เลย ส่วนตัวธุรกิจที่ท่านทำอยู่นัน้ ก็จะเป็นธุรกิจที่คอยซัพพอร์ทเราเมื่อเราไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร

การเป็นผู้จัดละครนี่ใช่ความฝันของเราไหม
มิว ศุภศิษฏ์ : เป็นอาชีพหนึ่งที่ผมอยากทำมากๆ ตอนนี้เป็นผู้จัดซีรีส์เรื่อง &amp;ldquo;The Ocean Eyes&amp;rdquo; เป็นซีรีส์ที่ร่วมทุนกับฝั่งอเมริกาด้วย ฝั่งจีนด้วย เป็นซีรีส์ที่มีโปรดักซ์ชั่น ที่มีต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วย ซึ่งขอบอกก่อนว่า เป็นเรื่องของสัตวแพทย์ทางทะเลนั้นเป็นเรื่องแรกของเอเชียเลย

ซีรีส์เรื่อง &amp;ldquo;The Ocean Eyes&amp;rdquo; เรื่องราวเป็นอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : เป็นเรื่องราวของทีมสัตวแพทย์ เป็นสัตวแพทย์ทางทะเลมีชื่อทีมว่า &amp;ldquo;The Ocean Eyes เป็นทีมท็อปของประเทศไทย แล้วทีนี้ก็จะมีการรับบุคคลากรใหม่เข้ามา ก็จะมีตัวละคร 4 ตัว ชื่อ นที เกรซ พริตตี้ เซ้นท์ ซึ่ง 4 ตัวละครนี้เป็นสมาชิกใหม่ที่เข้ามาในทีม แต่ละคนก็จะมีพื้นเพมาจากคนละครอบครัว มีปมในชีวิตคนละอย่างกัน พอมาอยู่ในทีมนี้การทำงานร่วมกันเป็นอย่างไรบ้าง การที่แต่ละคนมีความสามารถเฉพาะตัว จะมาอะแดปในการทำงานร่วมกันได้อย่างไร เวลาเจอเคส เจอปัญหาต่างๆ ตัวละครแต่ละตัวจะไปในทิศทางไหน ก็อยากให้มาติดตามกัน

เห็นว่าช่วงที่ซีรีส์ออนแอร์มิวดังมาก ได้ถูกเชิญไปต่างประเทศหลายประเทศมากด้วย
มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ครับแต่ไม่ได้ไปเพราะว่าโควิดมาพอดี ตอนนั้นมีโอกาสไปฟิลิปปินส์บ้างแล้ว ตอนกลับก็ยังเสียวๆ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้างเพราะตอนนั้นเริ่มล็อกดาวน์แล้ว ซึ่งแพลนไปต่างประเทศนั้นมีประมาณ 6- 7 ประเทศได้ แล้วในบางประเทศอย่างจีน ก็จะต้องไปหลายมณฑล สุดท้ายไม่ได้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

การร้องเพลงอีกส่วนหนึ่งที่เราลงทุนถึงขั้นเปิดสตูดิโอเอง
มิว ศุภศิษฏ์ : คือหลังจากที่โควิดมามันจะมีช่วงล็อกดาวน์แรกๆ ที่เราได้มานั่งทบทวนตัวเองว่ามันยังมีอะไรที่ยังอยากทำอยู่แต่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งผมคิดว่าที่จะทำได้ในตอนนั้นคือการร้องเพลง อยากทำเพลง ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าจะทำเพลงก็ควรจะเปิดค่ายขึ้นมาเพื่อจะดูแลเราคนเดียวเพื่อที่จะเป็นศิลปิน ผมเห็นจากเพื่อนหลายๆ คน เขาจะโดนค่ายเซ็ทอะไรบางอย่างมา เพราะมันเป็นแผนงานของเขา ซึ่งเราอยากทำเพลงที่เป็นตัวเราจริงๆ ทั้งตัวเนื้อเพลง ตัวเอ็มวี สไตล์ต่างๆ คือเราอยากทำเองหมดเลย อยากมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน คือถ้าเราอยู่ค่ายก็ต้องทำตามเขาส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเราสามารถทำเองได้ มันก็เป็นผลงานของเราก็เลยคิดว่าทำเองดีกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เวลาเจออุปสรรเราสู้อย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : อย่างแรกเลยคือเรามีคนมากมายคอยซัพพอร์ตเรา รักเรา เราไม่อยากทำให้เขาผิดหวัดว ไม่อยากไปทำลายความรักของเขา ไม่อยากดูถูกความรักที่เขาให้เรามา งานทุกอย่างมันมีเหนื่อยอยู่ แต่ถ้าเราล้มเลิกไป แล้วคนที่คอยให้ความรักเรามา คอยซัพพอร์ตเรา เขาจะติดตามเราจากไหน แล้วเขาจะเติมพลังใจของเขาได้อย่างไร เพราะเราเป็นพลังใจของเขาจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่าเราล้มได้แต่ต้องลุกให้เร็วที่สุด เราเหนื่อยได้ แต่ต้องฟื้นให้เร็วที่สุด และต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อตอบแทนสิ่งที่เขาให้มาโดยตลอด

ตอนเจอมรสุมเปิดค่ายเพลงได้ยินว่าไม่เสพโซเชียลเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิว ศุภศิษฏ์ : ใช่ ตอนนั้นเรานอยด์มากๆ และห่วงแฟนๆของเรามาก ๆ ช่วงนั้นไม่เสพโซเชียล ลบแอดทวิตเตอร์เลยช่วงนั้น จะได้ไม่ต้องเข้าไปดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้บทเรียนอะไรกับมรสุม กับการวิพากษ์วิจารณ์ของคนบ้าง
มิว ศุภศิษฏ์ : อย่างแรกคือเราห้ามคนวิจาร์ณไม่ได้ เพราะเราเลือกมาอยู่ในจุดที่มีคนคนวิจารณ์อยู่แล้ว วงการบันเทิงเป็นงานศิลปะ งานศิลปะอยู่ที่เทสท์ของแต่ละคนอยู่แล้ว เรื่องคำวิจารณ์มันมีอยู่แล้ว ถ้าคำวิจารณ์มันเพื่อปรับปรุงพัฒนาเรา เราจะเก็บไว่พัฒนาตัวเอง แต่ถ้าอันไหนเป็นการสาดอารมณ์ใส่เรา เรารู้สึกว่าเราปล่อยไปดีกว่าเพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย อันนี้คืออย่างแรก อีกอย่างหนึ่งคือในทุกๆ วงการคนที่มีความสามารถเท่านั้นถึงจะอยุ่รอด สุดท้าย ถ้าเราหยุดพัฒนาตัวเองมันจะมีคนที่จะมาแซงเรา จะมีคนที่จะมาแทนเราอยู่เสมอ เราต้องสร้างสรรค์ผลงานใหม่ เติมสกิลให้เราเก่งขึ้น

ในอดีต &amp;ldquo;มิว&amp;rdquo; เคยอกหักจริงเหรอ แล้วทำอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ครับ คือผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอกหัก อาจจะเป็นเพราะจีบใครไม่เป็นสักเท่าไหร่ ตอนอกหักก็มีเหมือนกัน ที่เปิดเพลงเศร้า มีคารีเนตแล้วก็เป่า สาวๆ ที่บอกเลิกส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเข้ากันไม่ได้ ซึ่งเราก็รู้แหละว่าเราเข้ากันไม่ได้จริงๆ เพราะบางทีเราอยากได้อย่างหนึ่งเขาอยากได้อย่างหนึ่ง สุดท้าย ก็ไม่มีใครลดหย่อนเข้าหากัน ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้

ปัจจุบันสถานะหัวใจเป็นอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ปัจจุบันก็โสด โสดมาหลายปีอยู่เหมือนกัน เพราะตอนที่งานหนักมากๆ เราก็จะจริงจังกับงาน แล้วคนที่เราคุยอยู่เขาเป็นรองเรื่องงาน เขาคงจะไม่ค่อยแฮปปี้ ผมก็เลยเกรงใจเขา แล้วก็รู้สึกว่าเราไม่มีเวลาให้เขา ก็เลยยังไม่พร้อม

สเปกสาวเป็นอย่างไร
มิว ศุภศิษฏ์ : ตอนเด็กๆ ก็คิดว่าตัวเล็กๆ ขาวๆ น่าจะเข้ากับเราได้ แต่ปัจจุบันเราเปิดกว้างขึ้นมากๆ คือถ้าเป็นใครที่พร้อมจะเติบโตไปกับเรา เข้าใจเรา ถ้ามีปัญหาอะไรแล้วมานั่งทำความเข้าใจกัน ก็โอเคแล้ว

สถานะโสด แต่เพลงใหม่แต่งให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิต
มิว ศุภศิษฏ์ : เพลงนี้แต่งให้อาม่า ตอนที่เริ่มแต่งเพลงนี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวทะเล ได้ไปดำน้ำ แล้วคิดว่าถ้าเราได้แต่งเพลงอยากแต่งเพลงที่เกี่ยวกับการจมลงไปจังเลย เพราะว่าเราชอบความรู้สึกที่ได้ดำลงไปในน้ำ แล้วก็นึกว่าถ้าเล่าเรื่องการจม เราจะเล่าเรื่องอย่างไรให้มีดูแล้วอบอุ่นต้องทำอย่างไรดี ก็เลยนึกว่าถ้ามันเป็นการจมไปในความทรงจำล่ะ ความทรงจำดีๆ ของใครคนหนึ่งที่บางครั้งเราอาจจะไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว มันทำให้ความรู้สึกเหล่านี้เรารู้สึกถึงอาม่าก่อนเป็นคนแรก เพราะอาม่าเสียไปได้ 5 ปีแล้ว แต่เวลาที่เราเหนื่อย เวลาที่เราเศร้า เวลาที่เราท้อ เราก็จะนึกถึงภาพตอนที่เขาอยู่ด้วย แค่โมเม้นท์ง่ายๆ ในเอ็มวี แค่เขาทำข้าวผัดให้เรา นึกถึงตอนที่เขาทำโกโก้ให้เรากินตอนเช้า ตอนที่เขาคอยโอ๋เราเวลาที่เราเสียใจ ก็มีความสุขแล้ว

รู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับ
มิว ศุภศิษฏ์ : ดีใจมากๆ เสียใจอย่างหนึ่งที่เราไม่ได้ทำตรงนี้ตอนที่เขายังอยู่ และเหตุผลหนึ่งที่ผมยังโกออนในเส้นทางนี้อยู่ เพราะตอนที่เขาเสียผมรุ้สึกว่าเรายังไม่มีผลงานจริงๆ จังให้เขาดูเลย แม้ตอนนี้ผมจะไม่รู้ว่เขาไปอยู่ไหนแล้ว เพราะเขาเสียไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่รูปแบบไหน เขาเกิดใหม่หรือเปล่าเราก็ไม่รู้ แต่ถ้าเรามีชื่อเสียงโด่งดังมากๆ จนไปถึงเขาได้ มันก็คงจะดีมากๆ

มิวอยากบอกอะไรกับอาม่าบ้าง
มิว ศุภศิษฏ์ : อยากจะบอกว่า ขอบคุณอาม่ามากๆ ที่ทำให้ปะป๊าเกิดมาแล้วปะป๊าทำให้ผมเกิดมา และขอบคุณที่คอยดูแลมาตลอด ขอบคุณที่ให้ความอบอุ่น ของคุณที่ทำให้ผมแต่งเพลงๆ แรกในชีวิตได้แล้วเพลงๆ นี้มันก็ติดบิวบอร์ดด้วย ขอบคุณอาม่ามากๆ เลยครับ

ฝากผลงานหน่อย
มิว ศุภศิษฏ์ : ถ้าเป็นเพลงก็สามารถติดตามได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนมิวสิควิดีโอสามารถติดตามได้ทางยูทูบแชลแนล และสามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก ทางไอจี อินสตาแกรมและทางทวิตเตอร์ด้วยครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112941</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, หนิง ปณิตา, เป๊กกี้ ศรีธัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61136ac62ec4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตามสัญญา&#039;พาลุยกิจกรรมสุดโปรดของ&#039;โดม-เป๊กกี้-ฮั่น&#039;   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายการ ตามสัญญา วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ เสนอตอนพิเศษ รวบรวมภารกิจและกิจกรรมสุดโปรด การ Camping ที่น่าประทับใจของ 3 แขกรับเชิญที่เคยแวะเวียนมาร่วมรายการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มที่ศิลปินและพระเอกสุดหล่อ โดม-ปกรณ์ ลัม ที่ได้ชวนพิธีกร ดู๋ &amp;nbsp;สัญญา ออกเดินทางไปที่ โครงการป่าในเมืองเขาอีโต้ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งนอกจากจะจัดอุปกรณ์ Camping แบบมาเต็มให้กับ ดู๋ แล้ว ยังได้ชวนให้ไปดูการปลูกป่า และขี่จักรยานเสือภูเขา เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของเขาอีโต้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นถึงคิวของพิธีกรสาวอารมณ์ดี เป๊กกี้ ศรีธัญญา ที่ขอควงคู่มากับหวานใจ หนุ่มฐากูร พร้อมเล่าเรื่องราวความประทับใจระหว่างกิจกรรมCamping&amp;nbsp; ท่ามกลางบรรยากาศการ Camping ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ณ James500 City Camp &amp;amp; City Farm รวมทั้งยังเล่าถึงแผนของชีวิตครอบครัวในอนาคตที่วางไว้ด้วยกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ ศิลปินหนุ่มหัวใจนักเต้น หนุ่มฮั่น &amp;nbsp;อิสริยะ กับภารกิจ Camping ครั้งแรกในชีวิต ในบรรยากาศของชีวิตแบบวิถีชุมชน ณ บ้านช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี กับกิจกรรมการเลี้ยงผึ้ง เพื่อเก็บน้ำผึ้งไปจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน และยังต้องจับปลาในลำห้วย เพื่อนำไปเป็นอาหารเย็นอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งหมดนี้สามารถติดตามกันได้ กับกิจกรรม Camping ของแขกรับเชิญ &amp;nbsp;พลาดไม่ได้ในรายการ ตามสัญญา เทปพิเศษ ตอน ตามสัญญา ตามไปCamping ในวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ เวลา 22.15 น. ที่นี่ที่เดียว ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตามสัญญา, ฮั่น  อิสริยะ, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, โดม-ปกรณ์ ลัม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f7e8c37029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ใบเฟิร์น&#039;ขอโทษจากใจ หลังทำ&#039;โบว์-มะลิ&#039;เสียความรู้สึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ สำหรับดราม่า ที่ แม่โบว์-แวนด้า สหวงษ์ ได้โพสต์ข้อความขอโทษน้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวตัวน้อย โดยบอกว่าเป็นวันที่ตัดสินใจพลาดในการรับงานและรู้สึกผิดจริงๆ สิ่งสำคัญในการทำงานคือสัจจะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนั้นความจริงก็ปรากฏว่ารายการที่โบว์ แวนด้า พูดถึงคือคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 ซึ่งมี ใบเฟิร์น-พัสกร พลบูรณ์ และ ซินแสเป็นหนึ่ง วงศ์ภูดร เป็นพิธีกร และล่าสุดทาง ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา 2 พิธีกร ก็เป็นตัวแทนขอโทษผ่านทางรายการ และทางโบว์ แวนด้า ก็ได้โพสต์ขอบคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจานี้ทางซินแสเป็นหนึ่ง ก็ได้เขามาคอมเมนต์ขอโทษแม่โบว์ โดยบอกว่า &amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม อาจารย์ก็ต้องขอโทษคุณแม่โบว์กับน้องมะลิอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และ ขอโทษแทนทีมงานทุกคนกับข้อผิดพลาดครั้งนี้ด้วยนะคะ / อาจารย์เป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ ใบเฟิร์น พัสกร ก็ได้เข้ามาขอโทษแม่โบว์และน้องมะลิอีกครั้ง โดยบอกว่า &amp;ldquo;ขอโทษพี่โบว์และน้องมะลิ อีกครั้งนะคะ หลังจากจบรายการวันนั้น เฟิร์นก็ไม่ได้รู้สึกดี จากใจจริง ไม่เคยมีเจตนาที่จะสร้างสิ่งแบบนี้ให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก เข้าใจความรู้สึกมาก เข้าใจทุกคำพูดของพี่โบว์นะคะ ไม่อยากแก้ตัวแก้ต่างใดใด ทำได้แค่ขอโทษจากใจจริงๆ ค่ะ หวังว่าพี่โบว์กับน้องจะอภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แต่ก็เข้าใจความรู้สึกจริงๆ ค่ะ เข้าใจมาก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทางโบว์ แวนด้า ก็ได้ตอบกลับใบเฟิร์นว่า &amp;ldquo;ใบเฟิร์นหนูเข้าใจความรู้สึกพี่และความรู้สึกน้องเป็นอย่างดี และพี่เข้าใจว่าหนูต้องทำหน้าที่ที่หนูต้องรับผิดชอบ ช่วงพักเบรกที่หนูคุยกับพี่ พี่รู้เลยว่าหนูไม่อยากถามพี่เลย พี่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกหนูว่าหนูเป็นห่วงน้องมากแค่ไหนตอนหนูถาม แต่ด้วยหน้าที่ของหนูและมันเป็นรายการสด ณ ขณะนั้น พี่รู้สึกได้เลยว่าหนูรู้สึกยังไง หนูไม่ผิดเลยค่ะและหนูทำตามหน้าที่ได้อย่างดีและเต็มที่แล้ว ขอบคุณหนูนะคะที่เอ็นดูน้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนูไม่ได้ผิดพลาดในฐานะพิธีกรค่ะ แต่เรื่องความผิดพลาดที่มันเกิดขึ้นเรารู้ว่ามาจากไหน แต่พี่ไม่ได้โทษและไม่ต้องการเอาผิดใครเลย แต่สิ่งที่พี่โพสต์เพื่อต้องการปกป้องลูกพี่ และสื่อให้คนที่คุยและสัญญากับพี่แค่รับทราบ ถ้ามันมีผลกระทบไปที่หนู แม่โบว์ต้องขอโทษที่ทำให้หนูลำบากใจในเรื่องนี้อย่างใจจริงนะคะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น ใบเฟิร์นก็ตอบกลับอีกว่า &amp;ldquo;พี่โบ!! กอดๆๆ น้าาา หนูเอ็นดูมะลิมาโดยตลอด เข้าใจความรู้สึกที่สุด&amp;rdquo; และแม่โบว์ก็ตอบกลับว่า &amp;ldquo;พี่เป็นห่วงความรู้สึกหนูนะคะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม vanda29 ferno_padgone&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91475</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุยแซ่บโชว์, ซินแสเป็นหนึ่ง, ธัญญ่า ธัญญาเรศ, น้องมะลิ, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, โบว์ แวนด้า, ใบเฟิร์น พัสกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210130/image_big_6015074a6ce39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“จ๋า ญาสุมินทร์”ธุรกิจเจ๊งใช้หนี้ 10 ปียังไม่หมด เผยโดนไล่ออกจากรายการเพราะเรื่องมาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ห่างหายจากวงการบันเทิงนาน13&amp;nbsp;ปี สำหรับสาวจ๋า ญาสุมินทร์ อดีตพิธีกรรายการดัง พร้อมมาเล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่ถูกเม้าท์ว่าโดนไล่ออกจากรายการดังเพราะเรื่องมาก ไหนจะอดีตที่เป็นเจ้าแม่ข่าวฉาวพร้อมเผยถึงธุรกิจที่เจ๊งไปกว่า12&amp;nbsp;ล้านบาท ต้องใช้หนี้จนถึงทุกวันนี้และเรื่องชีวิตรักแยกทางกับสามีต่างชาติ โดยเจ้าตัวมาเปิดเผยทุกประเด็นในรายการคุยแซ่บSHOW&amp;nbsp;ทางช่องวัน31&amp;nbsp;ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห่างหายจากวงการบันเทิง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;ประมาณ12&amp;nbsp;ปีตอนนี้ทำงานบริษัทและมีธุรกิจส่วนตัวเล็กๆแต่ไม่ได้อยู่หน้าจอทีวีแล้วอยู่ในวงการทั้งหมด13&amp;nbsp;ปีเริ่มต้นจากความบังเอิญไปประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ได้รองอันดับ1&amp;nbsp;จากนั้นมีรายการทีวีมาสเตอร์คีย์ติดต่อเข้ามาเป็นพิธีกรก็ทำทั้งหมด13&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมถึงออกจากรายการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;ตอนนั้นมีผู้ใหญ่ท่านนึงโทรมาบอกจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายการจ๋าเองมีงานประจำทำอยู่ข้างนอกจ๋าเปิดร้านทำให้เราหมกมุ่นจิตใจเรา100%&amp;nbsp;อยู่กับงานข้างนอกแต่คิดว่าหลักเป็นจากตัวจ๋าที่จ๋าไม่ได้ใส่ใจไม่ได้ใส่พลังลงไปกับงานที่เราทำวิญญาณของเราไม่ได้อยู่หน้าจอมันอาจจะมีคำพูดหรือการกระทำบางอย่างที่เราไม่ได้คิดจ๋าเป็นคนมีจุดอ่อนอันนึงคือทำอะไรจะโฟกัสอันนั้นนานๆเขาบอกปรับรูปแบบใหม่หมดเลยรวมถึงตัวพิธีกรด้วยแต่คนอื่นอยู่เอาจริงๆเราก็ชาไปสักชั่วโมงเหมือนกันเพราะว่ารายการนี้เราทำมานานแต่เราก็ต้องมูฟออนแล้วเพิ่งคลอดลูกไม่นานด้วยก็ต้องไปต่อดูแลร้านอาหารและลูกเต็มร้อยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมัยนั้นเป็นเจ้าแม่ข่าวฉาว?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;ตั้งแต่อายุ25&amp;nbsp;มันก็มีข่าวเรื่อยๆขึ้นหน้าหนึ่งประจำไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเซ็กซี่หรือชู้สาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีธุรกิจแล้วไม่สบผลสำเร็จ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;ก็ต้องบอกว่ามีทั้งที่ประสบความสำเร็จและเจ๊งร้านอาหารประมาณช่วงที่เปลี่ยนรูปแบบรายการพอดีเราลงทุนค่อนข้างเยอะเลยทำได้2&amp;nbsp;ปีกว่าก็ปิดตัวตอนนั้นทำหลายธุรกิจเอากำไรจากอีกธุรกิจไปต่อทุนอีกธุรกิจธุรกิจแรกๆได้กำไรเราลงทวีคูณจากทุนเดิมรายจ่ายกับรายรับไม่บาลานซ์หมดไป12&amp;nbsp;ล้านเป็นเงินเก็บส่วนตัวและกู้ด้วยหมดตัวเกือบเป็นบุคคลล้มละลายปัจจุบันก็ทำแต่เลี่ยงความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาเงินใช้หนี้ยังไง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;อะไรที่มันต้องขายก็ต้องขายคอนโดรถทุกอย่างที่มันขายได้เปลี่ยนให้เป็นเงินสดแล้วเอาไปใช้หนี้ตอนนั้นอยู่กับลูกความเครียดขึ้นสูงเราไปตรวจเจอตอนนี้หนี้ยังไม่หมดแต่เบาบางมากเหลือล้านต้นๆ10&amp;nbsp;กว่าปีมาแล้วหาเงินใช้หนี้เรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกชายหล่อมาก?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;ตอนนี้กำลังจะ15&amp;nbsp;จะบอกว่าเลี้ยงเดี่ยวจริงๆก็มีคุณยายช่วยด้วยคุณพ่อเขาก็ช่วยด้วยเพียงแต่เราแยกกันแต่เราดูแลลูกร่วมกันตอนนี้ลูกอยู่ออสเตรเลียกับคุณพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แยกทางกับอดีตสามีเพราะอะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;เรื่องงานค่ะเรื่องร้านอาหารนี่แหละมันมีประเด็นต่างมุมมองพอเราทะเลาะกันเรื่องธุรกิจก็เลยแยกกันเลยเราเพิ่งคลอดลูกด้วยไม่อยากให้ลูกเห็นทะเลาะกันจริงๆต่างกันเรื่องอายุด้วยพ่อเค้าก็กลับออสเตรเลียเลยเราก็อยู่เลี้ยงลูกที่นี่จนถึง9&amp;nbsp;ขวบลูกก็ไปออสเตรเลียลูกอยากไปเค้าขอไปตอนนี้โสดค่ะ(หัวเราะ)&amp;nbsp;อยากมีคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจก็มีคนคุยเข้ามาเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สเปค?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ๋า:&amp;nbsp;ขอพิจารณาเป็นชาวต่างชาติคนไทยมันอาจจะใกล้เกินไปเราชอบอิสระไม่ชอบถูกจำกัดผู้ชายต่างชาติค่อนข้างให้เราเป็นตัวของตัวเองเขาต้องยอมรับเราได้ตอนนี้ชอบคนอายุมากกว่าเราต้องการคนที่ใจเย็นเป็นคนดีมีความคิดดีรับผิดชอบถ้าเจอก็เปิดรับค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow&amp;nbsp;ทุกวันจันทร์-วันศุกร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลา13.40-14.40&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ทางช่องone31 Facebook Page :&amp;nbsp;คุยแซ่บShow&amp;nbsp;รับชมย้อนหลังได้ที่Youtube Channel : Orange Mama&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิปสัมภาษณ์จ๋าญาสุมินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.youtube.com/watch?v=Io7cmV0lEH4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ๋า ญาสุมินทร์, พีเค ปิยะวัฒน์, เป๊กกี้ ศรีธัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70a7aeff70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
