<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบบุกทำเนียบฯรอบ2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ม็อบ 2 ฝ่ายเริ่มเผชิญหน้า กลุ่มคณะราษฎรตั้งหลักที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เดินเท้าไปทำเนียบรัฐบาล &amp;quot;ทนายนกเขา&amp;quot; ฉายเดี่ยวขวางทางที่แยกพญาไท ลั่น &amp;quot;ถ้าละเมิดสถาบันผมไม่ให้ผ่าน&amp;quot;&amp;nbsp; ก่อนเกิดชุลมุน พร้อมฝ่าด่าน ตร.ประชิดทำเนียบฯ ม.รามฯ เดือด!กลุ่มอาชีวะช่วยชาติตั้งเวทีไล่กลุ่ม 3 นิ้วไม่ให้เข้าจัดกิจกรรม ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งคดีเพิกถอนประกาศฉุกเฉินร้ายแรง 22 ต.ค.นี้&amp;nbsp; ขณะที่ศาลอาญายกเลิกคำสั่งปิด &amp;quot;วอยซ์ทีวี-สื่อออนไลน์-เยาวชนปลดแอก&amp;quot; ชี้ รธน.รับรองเสรีภาพ-คำร้องไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ กลุ่มคณะราษฎรยังคงนัดชุมนุมแบบดาวกระจายหลายจุด โดยเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าไปที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ขณะที่กลุ่มเสื้อเหลืองปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เริ่มออกมาแสดงพลังเช่นกัน และเกิดกระทบกระทั่งกันขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ช่วงเช้า เวลา 10.30 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่ม &amp;ldquo;คณะจุฬาฯ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;TPC Awaken&amp;rdquo; นำโดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ กับพวกรวม 6 คน เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพิกถอนประกาศและคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่งและการกระทำมาใช้กับโจทก์และผู้ชุมนุม พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวและคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินด้วย โดยการฟ้องคดีนี้มีเครือข่ายองค์กรกฎหมายสิทธิมนุษยชน 8 องค์กร ร่วมสนับสนุนดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่มนิสิตนักศึกษายังได้อ่านแถลงการณ์เป็นภาษาอังกฤษและภาษาเยอรมันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 16.16 น. ศาลพิเคราะห์แล้วได้มีคำสั่ง กำหนดนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาคดีนี้ ในวันที่ 22 ต.ค.2563 เวลา 09.00&amp;nbsp; น. ซึ่งเป็นวันเวลาเดียวกับที่ศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งคดีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวก และคดีที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งไว้ในเรื่องเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ได้คุมตัวนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งถูกออกหมายจับตามมาตรา 110 ข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี และถูกจับกุมเป็นรายที่ 3 โดยหลังจากที่ถูกออกหมายจับเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจได้เข้าไปจับกุมนายสุรนาถที่บ้านพักขณะกำลังจะเดินทางไปมอบตัว จากนั้นคุมตัวไปที่ สน.ดุสิต และนำเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ ตชด.ภาค 1 โดยมีเพื่อนๆ เดินทางมารอให้กำลังใจ พร้อมชูป้าย #save สุรนาถ ขณะที่ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเตรียมจะยื่นเรื่องขอประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 11.45 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ควบคุมตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.-1 พ.ย.2563 เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 6 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสอง โดยยื่นฝากขังในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ในคดีชุมนุมปักหมุดที่ท้องสนามหลวงวันที่ 19-20 ก.ย. นี้ ทั้งนี้ ระหว่างที่นำตัวมา เพนกวินและรุ้งได้เปิดหน้าต่างรถคุมขัง สน.ชนะสงคราม ออกมาชู 3 นิ้วพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุความจำเป็นแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง โดยอนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเพียง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-27 ต.ค.นี้ จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
ศาลยกเลิกคำสั่งปิดสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้งสอง พิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีนี้ ผู้ต้องหาถูกจับกุม ประกอบกับเห็นว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว น่าเชื่อว่าจะไปกระทำการหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองขึ้นอีก ในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วน น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางในชั้นฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาศาลเพื่อรอให้กำลังใจนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม นำตัวฝากขังศาลบ่ายวันนี้ โดย นพ.ทศพรกล่าวว่า ตนมาให้กำลังใจทั้งสองคน และเห็นว่าการจับแล้วปล่อยเพื่อที่จะจับในคดีอื่นอีก เป็นความต้องการของผู้มีอำนาจที่จะยับยั้ง หรือบั่นทอนและทำลายขบวนการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ แต่พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นผล เนื่องจากมีผู้ร่วมชุมนุมมากขึ้นกว่าเดิม แม้แกนนำถูกจับก็ตาม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาที่ 1 และนายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ ผู้ต้องหาที่ 2 แล้วนั้น นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ยื่นหลักทรัพย์ตามจำนวนที่ศาลกำหนดต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุด ศาลพิจารณาแล้วก็มีคำสั่งให้ประกันพร้อมออกหมายปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ 2 หลังจากนี้จะมีการปล่อยตัวจากเรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป ส่วนนายอานนท์ ผู้ต้องหาที่ 1 วันนี้ยังไม่ได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัว จึงยังต้องอยู่ในเรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp; 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งภายหลังการไต่สวนกรณีศาลมีคำสั่งปิดเว็บไซต์ Voice TV เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับตำรวจ ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบและระงับ 4 สำนักข่าวออนไลน์ กับเพจเยาวชนปลดแอกของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 35&amp;nbsp; วรรคสอง บัญญัติห้ามรัฐปิดสื่อมวลชนเพื่อลิดรอนเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร มาตรา 36 วรรคหนึ่ง บัญญัติรับรองเสรีภาพของบุคคลในการสื่อสารถึงกัน การตีความ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 มาตรา 20 ก็ดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 มาตรา 9&amp;nbsp; (3) ก็ดี จึงต้องเป็นไปโดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่ศาลมีคำสั่งระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม URL ทั้ง 12 รายการ ซึ่งเป็นการปิดช่องทางการสื่อสารของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี, สำนักพิมพ์ประชาไท, The Reporters, The STANDARD หรือของกลุ่มเยาวชนปลดแอก Free YOUTH โดยเหตุที่ผู้ร้องไม่ได้แสดงให้ชัดเจนว่าเป็นการขอให้ปิดสื่อทั้งช่องทางทำให้ศาลมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันถูกต้องเข้าใจว่าเป็นการปิดกั้นเฉพาะเนื้อหาบางส่วนที่คัดนำเสนอต่อศาลคำสั่งศาลดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งศาลที่ให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ในคดีนี้ ยกคำร้อง
ตร.ควบคุมให้เกิดสมดุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ให้สัมภาษณ์ว่า ผลคำสั่งวันนี้ศาลได้มีการยกคำร้อง ผลสรุปแล้วศาลเห็นว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก็ระบุไว้เช่นนั้น ที่สำคัญศาลได้วินิจฉัยถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 (3) ว่า แม้จะห้ามในการนำเสนอข่าว แต่การห้ามเสนอข่าวต้องเป็นแบบเฉพาะเจาะจงเท่านั้น หมายความว่าผู้ใดนำเสนอข้อความที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ปิดเฉพาะข้อความนั้น ไม่ใช้ปิดทั้งสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิงยู ฮาห์ รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาวอยซ์ทีวีทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวการชุมนุมโดยสงบที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์เหล่านี้เป็นความพยายามอย่างชัดเจนของทางการในการข่มขู่และคุกคามเพื่อปิดปากประชาชน เช่นเดียวกับการตั้งข้อหากับแกนนำผู้ชุมนุม ขอเรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุมโดยสงบที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่โดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ยกเลิกข้อหาทั้งหมดต่อผู้ชุมนุม และให้ประกันว่าผู้ถูกดำเนินคดีทั้งหมดสามารถเข้าถึงและติดต่อทนายความให้ยกเลิกคำสั่งห้ามออกอากาศของสื่อต่างๆ ภายใต้วอยซ์ทีวีและสำนักข่าวอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้า หน้าที่ โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า เรามีการดำเนินการให้เกิดความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความสงบของสังคมและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ว่ามวลชนจะฝ่ายไหนก็ตาม เรามีหน้าที่ในการควบคุมให้เกิดความสมดุลทั้งสามด้าน ส่วนกรณีที่จะมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคต ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการปรับไปตามสถานการณ์ โดยเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้มีการทบทวนวิธีการปฏิบัติให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการชุมนุมที่ผ่านมา ได้มีการพยายามกระทำโดยการแจ้งข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ หรือเฟกนิวส์ ให้ประชาชนหลงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือตำรวจตระเวนชายแดนเข้าไปอยู่ในม็อบและก่อความไม่สงบวุ่นวาย ในส่วนนี้ ทาง บช.น.ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ โดย สน.บางนาได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ สมรัตน์ ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดี ส่งฟ้องยังศาลอาญา พระโขนง ซึ่งได้มีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี คุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในเวลา 2 เดือน บริการสังคม 30 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้มารายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง จนครบเวลากำหนดโทษ นอกจากนี้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.63 ทาง บช.น.ได้จับกุมแล้วทั้งหมด 77 ราย เป็นการจับกุมตามหมายจับ 22 ราย ตาม พ.ร.ก. 54 ราย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีก 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่บอกว่าจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ว่า ทางหน่วยข่าวตำรวจมีการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม ทั้งเรื่องการใช้ศัพท์สแลงและสัญลักษณ์มือเฉพาะกลุ่ม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกม็อบมักมีการใช้คำศัพท์ใหม่ๆ มาเรียกแทนเจ้าหน้าที่ พร้อมบอกว่า &amp;ldquo;ผู้ชุมนุมเรียกว่าแทนตำรวจว่า มอคค่า ดีกว่าเรียกตำรวจแตงโมหน่อยนึง&amp;rdquo; ทั้งนี้ ทางเราได้แฝงตัวติดตามแอปพลิเคชัน Telegram ของกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น เพื่อป้องกันการยกระดับและเตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน จึงมั่นใจว่าตำรวจสามารถรับบิ๊กเซอร์ไพรส์จากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน
เสื้อเหลืองไล่ม็อบ 3 นิ้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษกกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) กล่าวว่า กรณีที่สังคมตั้งคำถามเรื่องการปิดบีทีเอสและระบบขนส่งต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการพูดคุยกับประชาชนไปแล้วหลายครั้ง วันนี้ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับทุกท่านว่า การปิดขนส่งมวลชนต่างๆ เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการปิดชั่วคราว และเป็นความสมัครใจร่วมกันระหว่างบีทีเอสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งการชุมนุมแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่มองว่า หากเกิดการทะเลาะวิวาทกัน แล้วตกลงไปบนรางรถไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าแรงสูง อาจจะมีคนได้รับอันตราย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปทำลายข้าวของต่างๆ พังประตูรั้วรถไฟฟ้า หากไม่ปิด อาจจะมีเหตุลุกลามสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ สิ่งที่ภาครัฐกำลังทำเพราะห่วงชีวิตของทุกๆคน รวมไปถึงผู้ชุมนุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล? พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เดินทางมาสั่งการรักษาความปลอดภัยที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล ?พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้มาดูพื้นที่ตามปกติไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการข่าวหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาที่ทำเนียบฯ หรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า มาดูพื้นที่และความเรียบร้อย? ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มกำลังตำรวจเพื่อ รองรับเหตุที่จะเกิดขึ้นในวันที่? 22? ต.ค. ซึ่งมีงานสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มคณะราษฎรได้นัดชุมนุมแบบดาวกระจายในจุดสำคัญ ขณะที่กลุ่มเสื้อเหลืองปกป้องสถาบันออกมาแสดงพลังที่ลานพ่อขุน ม.รามคำแหง กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; พร้อมประณามการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ขณะที่กลุ่มราษฎรภายใต้การนำของกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ได้ย้ายจุดปราศรัยจากลานพ่อขุนไปยังหน้าตึกสำนักงานอธิการบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะกลุ่มคนเสื้อเหลืองได้ตะโกนขับไล่กลุ่มราษฎรออกจากพื้นที่ ก่อนที่สองฝ่ายจะเกิดการกระทบกระทั่ง ไล่ชกต่อย ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่กัน เกิดความชุลมุนวุ่นวาย ทำให้กลุ่มราษฎรแตกกระเจิงออกไปนอกมหาวิทยาลัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ชุมนุมด้วยกันเองได้พยายามเข้าห้ามปรามจนเหตุการณ์คลี่คลายลงแล้ว หลังจากกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยได้เปลี่ยนพื้นที่ชุมนุมไปยังบริเวณหน้า สน.หัวหมาก ส่วนฝ่ายเสื้อเหลืองยังปักหลักอยู่ใน ม.รามคำแหงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 19.00 น. กลุ่มคณะราษฎรเคลื่อนตัวมาชุมนุมกันที่ สน.หัวหมาก เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ปกป้องนักเรียนนักศึกษาที่ถูกทำร้าย กระทั่งนายสุรวิทย์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ขึ้นรถกระบะติดเครื่องกระจายเสียงปราศรัยโจมตีการใช้กำลังกับคณะราษฎรคนที่เกณฑ์คนมาชุมนุมเป็นหัวคะแนนของพรรคพลังประชารัฐ จึงอยากรู้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะว่าอย่างไร และขอตั้งคำถามว่า ม็อบกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่ม กปปส. และกลุ่มที่ออกมาปกป้องสถาบัน เป็นม็อบมีเส้นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 16.00 น. ผู้ชุมนุมได้ทยอยเดินทางมาพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ และเดินข้ามถนนไปที่บริเวณเกาะกลางของอนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อปิดการจราจร 2 ช่องการจราจรทางด้านที่มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลราชวิถี พร้อมได้ชูสามนิ้วตะโกนว่า &amp;quot;โจมตีรัฐบาลเป็นเผด็จการ และให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมา เวลา 16.36 น. ผู้ชุมนุมที่มีจำนวนหลักพันได้กระจายตัวปิดถนนบริเวณอนุสาวรีย์ฯ มุ่งหน้าไปแยกพญาไท ส่งผลให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนแกนนำพยายามประกาศให้ผู้มาร่วมกิจกรรมที่ยังอยู่บนเกาะดินแดง เกาะพญาไท และบนสกายวอล์กให้ลงมายังพื้นถนน
&amp;quot;ทนายนกเขา&amp;quot;เผชิญหน้าม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.20 น. แกนนำมวลชนได้ใช้โทรโข่งประกาศแจ้งมวลชนที่อยู่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ให้เตรียมตัวตั้งแถวเพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนโดยมุ่งหน้าพญาไท เพื่อขับไล่รัฐบาลเพื่อการเปลี่ยนแปลง จากนั้น เวลา 17.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้มุ่งหน้าเดินขบวนไปที่แยกพญาไทเพื่อมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.00 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ได้มายืนรอกลุ่มผู้ชุมนุมเพียงคนเดียวบริเวณแยกพญาไท โดยได้มีการปะทะคารมกับการ์ดของผู้ชุมนุม โดยระบุว่า &amp;quot;ถ้าละเมิดสถาบันผมไม่ให้ผ่าน&amp;quot; ทางการ์ดผู้ชุมนุมตอบกลับไปว่า ไม่มีใครละเมิดสถาบัน ตอนนี้ผู้ชุมนุมมากันเยอะ ขอให้หลีกไป แต่ทนายนกเขาไม่ยินยอม จึงเกิดเหตุชุลมุนขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้ากระทรวงการต่างประเทศ แยกพระราม 6 ตัดศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน จำนวน 1 กองร้อย พร้อมโล่ แบริเออร์และลวดหนาม เพื่อกันไม่ให้กลุ่มมวลชนผ่าน ซึ่งกลุ่มมวลชนได้แจ้งใช้ถนนผ่านหน้าสวนจิตรลดาก่อนเข้าทำเนียบฯ พร้อมนำรถเมล์และรถตู้เป็นด่านสกัดอีกครั้ง ทำให้การจราจรบนถนนศรีอยุธยาและพระราม 6 ติดขัดอย่างหนัก ส่วนทางด้านถนนราชดำเนินนอก รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรนับร้อยคันจอดสแตนด์บายริมถนน ตั้งแต่ลานน้ำพุหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ยาวไปถึงหน้าวังปารุสกวัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.45 น. บริเวณแยกศรีอยุธยา นพ.ทศพร เสรีรักษ์&amp;nbsp; อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เข้าเจรจาให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังปล่อยให้กลุ่มนักศึกษาเดินไปทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ชุมนุมได้เปลี่ยนเส้นทางไม่เดินผ่านถนนศรีอยุธยา แต่กลับไปใช้ถนนราชเทวีไปแยกยมราชมุ่งหน้าทำเนียบฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวลา 16.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมภริยา เดินทางออกจากทำเนียบฯ หลังจากมีกระแสข่าวว่าผู้ชุมนุมจะเดินทางมายังทำเนียบฯ ขณะที่เจ้าหน้าที่ในชุดสีเหลืองวางกำลังบริเวณรั้วด้านในทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 16.44 น. รถดับเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และรถไฟส่องสว่าง เดินทางเข้ามาประจำการในทำเนียบฯ ขณะที่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ทยอยเดินทางกลับบ้าน ขณะที่รถบรรทุกขนลวดหนามเข้ามาตรงบริเวณรั้วด้านในทำเนียบฯ และเวลา 19.10 น. เจ้าหน้าที่ได้วางลวดหนามเป็นแนวตรงกลางสะพานชมัยมรุเชฐ? โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนเป็นแนวด้านหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.35 น. บริเวณแยกอุรุพงษ์ ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นมา เมื่อการ์ดอาสาของกลุ่มผู้ชุมนุมหลายร้อยคนพยายามที่จะฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมุ่งหน้าไปยังแยกยมราชเพื่อเข้าถึงพื้นที่ทำเนียบฯ ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องเสียงประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 19.45 น. กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปได้ มุ่งหน้าไปยังบริเวณแยกอุรุพงษ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยสกัด 1 กองร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถเมล์มาจอดขวางบนสะพานชมัยมรุเชฐ? หน้าแนวลวดหนามที่เจ้าหน้าที่วางเอาไว้อีกชั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา? 20.00? น.? ที่บริเวณแยกพาณิชยการ? พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ? รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ? เปิดเผยว่า? ไม่ได้มีการวางแนวว่าจะต้องเริ่มต้นหรือสิ้นสุดตรงไหน โดยมีการปรับกำลังตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ย้ำว่าขณะนี้เป็นช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประชาชนที่มารู้อยู่แล้วว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกับการที่มีการเคลื่อนพลมาใกล้สถานที่สำคัญ จึงอยากให้ฉุกคิดนิดหนึ่งว่าท่านกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ เพราะนายกฯ ได้แสดงความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดขึ้น รวมถึงการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญช่วงปลายเดือน? ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า? ขณะนี้ปรากฏภาพรถฉีดน้ำแรงดันสูงอยู่รอบทำเนียบรัฐบาล? จะมีการสลายการชุมนุมหรือไม่? พ.ต.อ.กฤษณะ? กล่าวว่า? เป็นไปตามปกติที่จะต้องมาจอดรอไว้ เมื่อการเจรจาไม่เป็นผล ตำรวจจะล่าถอยไม่เข้าไปทำร้ายผู้ชุมนุม โดยเราต้องประเมินไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.05 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงบริเวณแยกยมราช แต่ยังไม่สามารถไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถบัส 3 คันขวางผู้ชุมนุมไว้ ด้านหลังมีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนอีก 2 กองร้อยเป็นด่านกั้นพร้อมแบริเออร์และลวดหนาม
ในที่สุดแยกยมราชเปิด มวลชนมุ่งหน้าทำเนียบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 20.30 น.? มวลชนสามารถฝ่าด่านแยกยมราชเคลื่อนถึงแยกพาณิยชการ บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐแล้ว? ซึ่งเจ้าหน้าที่นำแบริเออร์มาวางกั้นแนวเขตระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุม จากนั้นผู้ชุมนุมชายคนหนึ่งได้ปีนขึ้นไปบนหลังคารถเมล์ที่มาจอดขวางไว้? และถือป้ายไวนิลขนาดใหญ่?จำลองหนังสือลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ? พล.อ.ประยุทธ์? จันทร์โอชา? ลงวันที่? 21? ต.ค. พร้อมระบุว่า? ที่? พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่า?ให้ถอย?คนละก้าว?&amp;nbsp; และจะยกเลิก? พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ วันนี้เราก็?พร้อมถอยหนึ่งก้าวเหมือนกันคือ? พล.อ.ประยุทธ์?ต้องลาออก? และเตรียมใบลาออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81397</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกป้องสถาบัน, ม็อบ 2 ฝ่าย, สถาบันพระมหากษัตริย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาชีวะช่วยชาติ, เผชิญหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f904e68da7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
