<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั๋วร่วมอืดไม่ทันเชื่อมทุกระบบ เบื้องต้นได้แค่รถไฟฟ้า 3 สาย บีทีเอส ไม่เกี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 2562 นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการพัฒนาระบบติดตั้งตั๋วร่วม (บัตรแมงมุม) นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาระบบ บัตร EMV (Euro/ MasterCard และ Visa) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบปิด 2.0 อย่างไรก็ตามในปีนี้ชัดเจนแล้วว่าระบบตั๋วร่วมจะใช้ได้กับรถไฟฟ้าเพียง 3 สายเท่านั้น ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีม่วง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ซึ่งจะเริ่มเชื่อมต่อระบบในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนด้านรถเมล์และรถไฟฟ้าสายที่เหลือนั้นคงไม่สามารถดำเนินการได้ทันปีนี้ ส่งผลให้เป้าหมายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้เชื่อมตั๋วร่วมแบบ 4.0 ในระบ EMV บนรูปแบบใช้บัตรเครดิตชำระค่าโดยสารสาธารณะได้ทั้งระบบภายในปี 2562 นี้คงต้องเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งทางรฟม.แจ้งว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนเรื่องจัดทำระบบ ว่ารฟม.จะดำเนินการเอกทั้งหมดหรือมอบให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้พัฒนาระบบ 4.0 เบื้องต้น รฟม.แจ้งว่าต้องใช้เวลาพัฒนาระบบราว 12-18 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ซึ่งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ จะมีการจัดประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องของตั๋วร่วมในหลายประเด็น ตามที่กระทรวงคมนาคมมอบการบ้านให้ไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่างานมีความล่าช้าและบางส่วนก็ยังไม่ได้เริ่มพัฒนาเลย อาทิ การจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อเข้ามา จัดการและบำรุงรักษาระบบตั๋วร่วม (CTC) แนวทางควบคุมค่าโดยสารและระบบค่าโดยสาร่วม(Common Fare) ตลอดจนรูปแบบการพัฒนาซอฟแวร์ตั๋วร่วม 4.0 เป็นต้น&amp;rdquo;นายเผด็จกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จกล่าวต่อว่าดังนั้นกระทรวงคมนาคมจะพัฒนาระบบบัตรแมงมุมทั้งสองระบบ กล่าวคือบัตรแมงมุมระบบ 2.0 จะใช้ได้ภายในปีนี้กับรถไฟฟ้า 3 สาย และระบบบัตรแมงมุม 4.0 ซึ่งจะใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ทั้ง รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือด่วนและการจ่ายค่าทางด่วน เป็นต้น สาเหตุที่พัฒนาทั้ง 2 ระบบพร้อมกันนั้นเหมือนกันในแต่ละประเทศทั่วโลกที่ต้องมีทั้งสองระบบรองรับการใช้งานของประชาชน โดยจากการเก็บข้อมูลล่าสุดพบว่าในประเทศอังกฤษปัจจุบันมีผู้ใช้ บัตรตั๋วร่วม 2.0 (Oyster Card) คิดเป็น 60% ส่วนผู้ใช้บัตรตั๋วร่วม EMV 4.0 มีผู้ใช้คิดเป็นสัดส่วน 40%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ความคืบหน้า ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติเห็นชอบหลักการเพื่อตั้งคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วมขึ้นมาดูแลแนวทางกำกับงานด้านตั๋วร่วมและบัตรแมงมุมในระดับนโยบาย โดยตัวแทนคณะกรรมการจะมาจากหน่วยงานของรัฐบาล นั้นขณะนี้ได้ส่งแนวทางให้กระทรวงคมนาคมแล้ว รอเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่านายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินโครงการตั๋วร่วม เนื่องจากที่ผ่านมามีความล่าช้าไปมาก โดยเฉพาะความคืบหน้าการพัฒนาระบบ 4.0 นั้นตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการพัฒนา ส่วนด้านรถเมล์ ขสมก.นั้นมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ในปีนี้ เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องข้อพิพาทโครงการ E-Ticket ที่ยังอยู่ในขั้นตอนยกเลิกสัญญา ล่าสุดได้รับรายงานว่าทางบริษัทคู่สัญญาคือ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) นั้นเตรียมส่งหนังสือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมายังขสมก. ส่วนตัวเลขการฟ้องร้องนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะฟ้องร้องเต็มวงเงินโครงการ 1,655 ล้านบาทหรือไม่ เนื่องจาก ขสมก.ได้บอกเลิกสัญญาทั้งโครงการไปแล้ว จากเดิมที่จะบอกเลิกสัญญาเพียงครึ่งเดียวและจ่ายเงินให้ราว 800-900 ล้านบาทเป็นค่าติดตั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ระบบตั๋วร่วม, เผด็จ ประดิษฐ์เพชร, เลื่อนออกไป, ใช้ได้แค่ รถไฟฟ้า 3 สาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28fa6b9ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดกม.ตั๋วร่วมปีนี้ ลุ้นโจทย์ทำราคาตั๋วรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยันคลอดพรบ.ตั๋วร่วมภายในปีนี้ เดินหน้าอัตราค่าโดยสารร่วม ผุดไอเดียรถไฟฟ้า 30 บาทตลอดสาย-กดเพดานค่าโดยสาร 40 บาท รอรัฐบาลใหม่กดปุ่มหลังพบว่าไทยค่ารถไฟฟ้าแพงติดอันดับโลก ด้านบีทีเอสเปรยเพดานค่ารถไฟฟ้า 65 บาททำได้หากรัฐบาลช่วยอุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. &amp;hellip;.นั้นประกอบด้วย 4 หัวข้อหลักคือ 1.การแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบาย 2.ภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.การคิดค่าโดยสารร่วมในระบบขนส่งสาธารณะ (Common Fare) 4.กองทุนตั๋วร่วม ขณะนี้ได้ร่างพรบ.เสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างรอกรมบัญชีกลางตรวจสอบด้านกฎหมายกองทุน ดังนั้นจึงคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)อนุมัติออกเป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกร่างพรบ.ตั๋วร่วมอย่างเป็นทางการได้ภายในปีนี้ ส่งผลให้ภายในปีหน้าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของเรื่อง อัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม &amp;nbsp;ซึ่งออกมาเพื่อลดราคาค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะให้กับประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคณะกรรมการดังกล่าวจะสามารถพิจาณาราคาค่าโดยสารร่วมที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายของประชาชน (Affordable Fare) ครอบคลุมทั้งระบบขนส่งทางบก ระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งทางน้ำ คล้ายกับคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางที่ดูแลเรื่องค่าโดยสารรถเมล์และรถทัวร์ ทั้งนี้ยืนยันว่าในอนาคตจะมีการคิดเพดานราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าแน่นอนเพราะเป็นหนึ่งในแผนค่าโดยสารร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวจากสนข.กล่าวว่าพรบ.ตั๋วร่วมดังกล่าวมีการคิดราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมไว้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลมีนโยบายให้กระจายความกระจุกตัวของประชากรไปยังเขตชานเมืองแล้วใช้โครงข่ายรถไฟฟ้าเป็นระบบขนส่งหลักเพื่อรองรับดีมานต์การเดินทางของคนเมืองหลวง ทว่าจากสถิติกลับพบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในชาติที่มีค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงที่สุดซึ่งจะให้ต้องมาจ่ายค่ารถไฟฟ้าราคา 100-120บาทต่อเที่ยวคงไม่ไหว ดังนั้นจึงให้ความสำคัญกับเรื่องของราคารถไฟฟ้าซึ่งจัดทำไว้หลายรูปแบบ ทั้งเพดานราคา ช่วงราคาที่เหมาะสม รวมถึงการคิดเหมาราคาเดียวตลอดสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งในปีหน้าจะสามารถหยิบยกเกณฑ์ราคาดังกล่าวไปใช้ได้ทันทีหรือแม้แต่จัดเป็นโปรโมทเป็นนโยบายเพื่อลดภาระของประชาชน เช่น รถไฟฟ้า 20-30 บาทตลอดสาย หรือแม้แต่ เพดานค่ารถไฟฟ้าไม่เกิน 40 บาทตลอดจนเรื่องยกเลิกค่าแรกเข้าของรถไฟฟ้าหลากสีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้กฎหมายค่าโดยสารร่วมดังกล่าวจะสามารถบังคับใช้ได้กับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่อยู่ระว่างก่อสร้าง ส่วนผู้ประกอบการรายเดิมอย่าง สายสีเขียวและสายสีน้ำเงินนั้นต้องอาศัยการขอความร่วมมือไม่สามารถไปบังคับได้ ส่วนประเด็นที่ว่าเอกชนผู้บริหารโครงการจะยอมหรือไม่รัฐบาลคงต้องใช้วิธีสนับสนุน ค่าใช้จ่าย(Subsidy) ให้กับเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสกล่าวว่าตนเห็นด้วยกับผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่เสนอราคาค่าโดยสารสายสีเขียวตลอดสายเช่น ช่วงหมอชิต-บางหว้า ลดอัตราค่าโดยสารในเพดานราคาสูงสุดที่ 65 บาท จากปัจจุบัน 145 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกทม.ถึงแนวทางดำเนินการ ความเป็นไปของแผนดังกล่าว แต่ทั้งนี้ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่าส่วนต่างถึง 80 บาทใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือผู้สนับสนุน(Subsidy) ทั้งนี้ยืนยันว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้หากตกลงข้อเสนอกับทุกฝ่ายลงตัวอาจจะเป็นหนึ่งในนโยบายที่ออกมาเพื่อเป็นสิ่งดีดีให้กับคนกรุงเทพก็ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13030</URL_LINK>
                <HASHTAG>คีรี กาญจนพาสน์, ค่าโดยสารรถไฟฟ้า, ค่าโดยสารรถไฟฟ้าแพงที่สุด, บีทีเอส, ระบบตั๋วร่วม, สนข., เผด็จ ประดิษฐ์เพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b42ce06ed6b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
